USA

วุฒิสมาชิกสหรัฐเสนอกฎหมายใหม่ ให้ Amazon เก็บภาษีการขายทุกรัฐ

By: chayaninw on Thu, 2011-11-10 13:59

สมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐ 10 คน ได้เสนอกฎหมาย Marketplace Fairness Act ที่จะบังคับให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์ต้องจัดเก็บภาษีการขาย (sales tax) ของแต่ละรัฐในลักษณะเดียวกับคู่แข่งในรูปแบบออฟไลน์

เปิดผลการศึกษา บริษัทใหญ่สหรัฐจ่ายภาษีน้อย

By: chayaninw on Fri, 2011-11-04 23:46

กลุ่ม Citizens for Tax Justice ได้ออกมาเปิดเผยผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ 280 แห่ง จ่ายภาษีเงินได้เฉลี่ยเพียง 18.5% ของผลกำไรสุทธิ จากอัตราที่กำหนดไว้ 35% (ส่วนที่แตกต่างเกิดจากการได้รับผลประโยชน์ทางภาษีต่างๆ)

การศึกษานี้ ใช้ข้อมูลการเสียภาษีเงินได้ปี 2008-2010 ของบริษัทระดับ Fortune 500 ที่มีผลกำไรต่อเนื่องตลอดช่วงสามปี

ในจำนวนนี้ ประมาณหนึ่งในสี่จ่ายภาษีเกิน 30% ในขณะที่อีกประมาณหนึ่งในสี่ จ่ายภาษีน้อยกว่า 10% มี 78 บริษัทที่มีอย่างน้อยหนึ่งปีที่เสียภาษีในอัตรา 0% หรือน้อยกว่า และมี 30 บริษัทที่ไม่เสียภาษีจากผลกำไรเลยตลอดช่วงสามปี

บริษัทบางแห่งก็จ่ายภาษีน้อยกว่าบริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด อย่าง FedEx นั้น คำนวณออกมาแล้วมีการจ่ายภาษีจริง 0.9% ในขณะที่ UPS จ่ายที่อัตรา 24.1% กลุ่มที่ได้รับการลดหย่อนภาษีมากที่สุด (นับจากเงินที่ได้ลดหย่อนทั้งหมด) คือภาคการเงิน

ที่มา – Citizens for Tax Justice, The New York Times

สหรัฐฯ ตัดความช่วยเหลือ UNESCO หลังไม่สามารถหยุดปาเลสไตน์ให้เป็นสมาชิกได้

By: lew on Wed, 2011-11-02 05:41

สหรัฐฯ ประกาศหยุดสบทบเงินทุนเข้าสู่ UNESCO ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 80 ล้านดอลลาร์ หลังความพยายามหยุดไม่ให้ปาเลสไตน์เข้่าร่วม UNESCO ไม่ประสบผล

ท่าทีของสหรัฐฯ ต่อปาเลสไตน์นั้นต้องการการยอมรับชาติปาเลสไตน์ต้องผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพกับอิสราเอลให้ได้เสียก่อนแต่การเจรจากับอิสราเอลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่เดินหน้านัก ทางฝั่งของปาเลสไตน์เองก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้นานาชาติยอมรับความเป็นรัฐอิสระของตัวเองให้ได้ โดยเริ่มจาก UNESCO ในส่วนนี้ เจ้าหน้าที่ของปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติระบุแผนชัดเจนว่าปาเลสไตน์จะพยายามขอที่นั่งในองค์กรต่างๆ ของสหประชาชาติที่ละองค์กร เพื่อให้ได้รับการยอมรับ

จนวันนี้มีรัฐต่างๆ ให้การรับรองปาเลสไตน์แล้ว 193 รัฐ ยกเว้นชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ เช่น ออสเตรเลีย, แคนาดา, และไทย

น่าสนใจว่าแนวทางของสหรัฐฯ ในการถอนความช่วยเหลือที่ละองค์กรแบบนี้จะไปได้นานแค่ไหน เพราะองค์กรหลายองค์กรก็มีความสำคัญต่อสหรัฐฯ มากเช่น IAEA (ควบคุมนิวเคลียร์), WTO, WHO, หรือโดยเฉพาะ WIPO ที่สำคัญต่อสหรัฐฯ ในฐานะผู้ส่งออกทรัพยสินทางปัญญารายใหญ่ของโลก

ที่มา - The Christian Science Monitor

สหรัฐฯ เสนอกฏหมายต่อต้านเงินหยวนอ่อนค่า

By: lew on Thu, 2011-10-13 00:49

ปัญหาเงินหยวนอ่อนค่าจากการกดค่าเงินของรัฐบาลจีน เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจหลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดก็เริ่มมีการเสนอออกมาเป็นกฏหมาย เพื่อให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีกับสินค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐอย่างไม่เป็นธรรม (กรณีนี้คือจีนที่สนับสนุนด้วยการกดค่าเงิน)

กฏหมายนี้ผ่านวุฒิสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องผ่านสภาผู้แทนและประธานาธิปดีต่อไป ซึ่งเชื่อกันว่าสุดท้ายแล้วกฏหมายนี้จะตกไปในขั้นตอนเหล่านั้น

แต่ไม่ว่าจะผ่านกฏหมายนี้หรือไม่ การที่กฏหมายนี้เข้าไปยังสภาก็เป็นสัญญาณแสดงความไม่พอใจของสหรัฐฯ ต่อจีนที่ได้ดุลย์สหรัฐฯ ถึง 273,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ส่วนทางจีนนั้นก็โจมตีกฏหมายนี้ว่าเป็นรูปแบบของ protectionism ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก และผิดต่อกฏของ WTO นอกจากนี้ค่าเงินหยวนเทียบกับดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้นร้อยละ 7 นับจากการปรับปรุงการควบคุมค่าเงินตั้งแต่ปีที่แล้ว

หลายฝ่ายเชื่อว่าค่าเงินหยวนนั้นอ่อนกว่าความเป็นจริงตั้งแต่ร้อยละ 25 ถึง 40

ที่มา - BBC

แคลิฟอร์เนียผ่านกฎหมายให้นักศึกษาต่างด้าวผิดกฎหมายรับทุนรัฐได้

By: chayaninw on Mon, 2011-10-10 22:15

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา Jerry Brown ลงนามบังคับใช้กฎหมายที่อนุญาตให้นักศึกษาต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย สามารถรับทุนการศึกษาของรัฐได้

กฎหมายฉบับที่ลงนามไปนั้น เป็นส่วนที่สองของชุดกฎหมายที่เรียกกันว่า California Dream Act โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม Brown ลงนามในกฎหมายส่วนแรกที่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวผิดกฎหมายสามารถรับทุนการศึกษาของเอกชนได้

Jerry Brown ผุ้ว่าจากพรรคเดโมแครต กล่าวในแถลงการณ์ว่า การให้ทุนการศึกษานี้จะได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย โดยนักเรียนเก่งๆ สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเอง และชีวิตของทุกๆ คน

แน่นอนว่าคนกลุ่มหนึ่งต่อต้านกฎหมายนี้ โดยให้เหตุผลว่างบประมาณของรัฐไม่ควรถูกใช้เพื่อส่งเสริมคนต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในเวลาที่งบประมาณของรัฐนั้นถูกตัดอยู่แล้ว และปัจจุบันนักศึกษาต่างด้าวผิดกฎหมาย (ที่เข้าตามเงื่อนไข) ก็มีสิทธิจ่ายค่าเทอมในอัตราของพลเมืองภายในรัฐอยู่แล้ว ซึ่งก็มีเพียงรัฐส่วนน้อยที่ให้สิทธินี้ ปัจจุบันมีสองรัฐที่ให้ทุนการศึกษากับบุคลลต่างด้าวผิดกฎหมายคือเท็กซัสและนิวเม็กซิโก

ก่อนหน้านี้ร่างกฎหมายดังกล่าวเคยถูกตีตกไปโดยผู้ว่าคนก่อนหน้า Arnold Schwarzenegger จากพรรครีพับลิกัน

ที่มา – Reuters, BBC News

โรงเรียนมัธยมในแคลิฟอร์เนียร์ยกเลิกการแบ่งเด็กด้วยผลการเรียน, ให้สิทธิพิเศษเด็กเรียนดี

By: lew on Mon, 2011-10-10 21:47

โรงเรียนมัธยมในแคลิฟอร์เนียร์หลายโรงเรียนได้จัดโครงการให้บัตรนักเรียนแยกสีตามผลการเรียนแก่นักเรียน เพื่อให้สิทธิพิเศษแก่เด็กเรียนดีเช่นส่วนลด และแถวเข้าซื้ออาหารพิเศษ เพื่อจูงใจให้เด็กตั้งใจทำคะแนนในการสอบ California Standard Test แต่โครงการนี้ก็ถูกผู้ปกครองและนักเรียนต่อต้านจนต้องล้มโครงการไปในที่สุด

โครงการนี้อยู่ภายใต้เขตการศึกษา Anaheim ซึ่งสั่งยกเลิกโครงการนี้จากที่ทดสอบไปแล้วในสองโรงเรียน อย่างไรก็ดีทางเขตการศึกษาระบุว่ากำลังหาหนทางในการจูงใจนักเรียนให้ตั้งใจทำทดสอบนี้ต่อไป โดยระบุว่าการสร้างแรงจูงใจนั้นไม่ใช่เรื่องต่างไปจากการยกย่องนักเรียนที่มีความพิเศษด้านกีฬา, การแสดง, บทเรียน, หรือการช่วยเหลือสังคม

ภายใต้โครงการนี้นักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ กลุ่มเป็นเลิศ จะได้รับบัตรนักเรียนในปีต่อไปเป็นบัตรสีดำ หรือบัตรแพลตินั่ม นักเรียนที่ทำแบบทดสอบได้ดีจะได้บัตรสีทอง และนักเรียนที่ตกมาตรฐานจะได้รับบัตรสีขาว ผลของบัตรนี้คือนักเรียนที่ได้รับบัตรสีสองและดำจะได้รับส่วนลดพิเศษ ส่วนบัตรสีขาวจะต้องเข้าแถวซื้ออาหารแยกจากนักเรียนอื่นๆ

คำวิจารณ์ต่อโครงการนี้มีทั้งการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็กด้วยการเปิดเผยผลคะแนน รวมถึงไม่เคารพต่อความพยายามของเด็ก เนื่องจากนักเรียนที่ดรอปเพียงบางวิชาก็จะได้รับบัตรสีขาวทันทีแม้จะมีผลการเรียนดีในวิชาที่เหลือ

ผมว่ามันเป็นโครงการที่เลวร้ายมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ระบบการศึกษาที่นั่นน่าจะมีปัญหาอย่างหนักจริงๆ

ที่มา - OC Register

IMF เตือน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ห้วง "อันตราย"

By: toandthen on Wed, 2011-09-21 10:30

IMF ได้ออกเตือนว่าปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งในสหรัฐและเขตยูโรโซน อาจจะทำให้เขตเศรษฐกิจทั้งสองนี้ต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจถดถอย (Recession) อีกครั้งหนึ่ง และยังได้ลดตัวเลขการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ประจำปี 2011 ของประเทศเขตยูโรโซนทั้งหมด จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% มาอยู่ที่ 1.6%

ทั้งนี้ IMF ได้ออกเตือน หลังจากที่ S&P ได้ตัดสินใจที่จะลดระดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรทติ้ง) ของพันธบัตรประเทศอิตาลีลง และยังขอให้ประเทศกรีซ ตกลงที่จะเริ่มเดินหน้ากับแผนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทันที ไม่เช่นนั้น กรีซอาจจะไม่สามารถที่จะจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรของกรีซมูลค่า 8 พันล้านยูโรได้ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ขณะเดียวกัน IMF ยังได้เตือนสหรัฐให้คุมหนี้ของประเทศตัวเองให้ได้ โดยสหรัฐเองอาจจะประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจไปอีกหลายปี เนื่องจากสภาพที่อ่อนแอ ของตลาดอสังหาฯ​ และสถานะทางการเงินของประเทศที่อ่อนแอลง ซึ่งอาจจะส่งผลให้อัตราการจ้างงานนั้นกลับมาสูงเหมือนเดิมได้ยาก

ที่มา - BBC News

โอบามารับลูกบัฟเฟต เตรียมร่างกฏหมายเก็บภาษีกลุ่มผู้มีรายได้สูง

By: lew on Mon, 2011-09-19 23:00

หลังวอร์เรน บัฟเฟตต์เขียนบทความเรียกร้องให้รัฐบาลเริ่มปรับเปลี่ยนแนวทางการเก็บภาษีกับกลุ่มคนรายได้สูง ตอนนี้รัฐบาลโอบามาก็ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้ และเริ่มร่างกฏหมายแล้ว โดยเรียกร่างนี้ว่า Buffett Rule

ข้อเสนอกฏหมายใหม่นี้จะกระทบผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อไป โดยตามแนวทางของบัฟเฟตต์นั้นคนกลุ่มนี้จะถูกเรียกเก็บภาษีเพื่อให้มีอัตราการจ่ายภาษีพิเศษโดยไม่สนว่ารายได้ของเขาจะมาจากแหล่งใด เช่นดอกเบี้ยเงินฝากหรือกำไรจากการขายหุ้นที่มักมีอัตราภาษีที่ต่ำมาก

มาตรการนี้เป็นแนวทางหนึ่งในการลดการขาดดุลย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมายาวนาน อย่างไรก็ดีกฏหมายนี้คงต้องเจอปัญหาอีกมากในสภาทั้งสองสภากว่าจะตราเป็นกฏหมายได้

ที่มา - BBC

ไปรษณีย์สหรัฐฯ ไปไม่รอด เตรียมปิดกิจการปีหน้า

By: lew on Tue, 2011-09-06 01:05

ไปรษณีย์สหรัฐฯ (U.S. Postal Service - USPS) ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักต่อเนื่องมายาวนานจนมีแนวโน้มว่าจะต้องปิดกิจการลงภายในปีหน้าแล้ว จากการติดหนี้ถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีภาระต้องจ่ายสวัสดิการพนักงานและกองทุนเกษียญอายุอีกกว่า 560,000 คน เป็นมูลค่า 5,500 ล้านดอลลาร์

ด้วยกิจการที่เสื่อมความนิยมลงเรื่อยๆ แต่พนักงานที่ต้องดูแลกลับมีจำนวนมาก ทางรอดเดียวของ USPS คงเป็นการที่กระทรวงการคลังเข้ามาอุ้มกิจการ โดยปี 2010 ปีเดียว USPS มียอดขาดทุนสุทธิถึง 8,500 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นแม้จะกู้เพิ่มก็คงไม่ช่วยอะไรมากนัก อีกทางหนึ่งคือต้องปลดภาระสวัสดิการพนักงานให้ต่างจากพนักงานของรัฐบาลกลางซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายปีได้ 3,100 ล้านดอลลาร์

วุฒิสภาของสหรัฐฯ จะจัดการรับฟังข้อเท็จจริงสาธารณะ (public hearing) ในวันอังคารนี้

ที่มา - ABC News

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฟ้อง 17 สถาบันการเงิน

By: chayaninw on Sun, 2011-09-04 23:46
Tags: 

Federal Housing Finance Agency หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐที่กำกับดูแล Fannie Mae และ Freddie Mac ได้ยื่นฟ้องสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ 17 แห่งเพื่อชดเชยความเสียหายให้กับสององค์กรดังกล่าว

FHFA ฟ้องบริษัท 12 แห่งในศาลรัฐบาลกลาง (federal court) ในนิวยอร์ก ได้แก่ Bank of America, JPMorgan Chase, Citigroup, Goldman Sachs, Merrill Lynch, Barclays, Nomura Holdings, HSBC, Société Générale, Credit Suisse, Deutsche Bank และ First Horizon National Corp.

หน่วยงานดังกล่าว ยังฟ้อง Ally Financial, Countrywide Financial, General Electric และ Morgan Stanley ในศาลมลรัฐ (state court) ในนิวยอร์ก และฟ้อง Royal Bank of Scotland ในศาลรัฐบาลกลางในคอนเนกติกัต

FHFA กล่าวหาว่าบรรดาสถาบันการเงินที่ถูกฟ้องนั้น นำเสนอข้อมูลในเอกสารประกอบการขายที่ผิดไปจากความเป็นจริง โดยสินเชื่อนั้นมีลักษณะเสี่ยงสูงกว่าที่นำเสนอ ทำให้ Fannie Mae และ Freddie Mac ขาดทุนอย่างหนัก ก่อนหน้านี้ FHFA ก็ได้ยื่นฟ้อง UBS สถาบันการเงินจากสวิตเซอร์แลนด์ในกรณีเดียวกัน

ทางด้านตัวแทนของฝั่งสถาบันการเงินที่ถูกฟ้องบางส่วน ก็กล่าวว่า หน่วยงานเหล่านั้นได้ตระหนักถึงความเสี่ยงนี้อยู่แล้ว และพร้อมจะต่อสู้คดีนี้อย่างแน่นอน

Fannie Mae และ Freddie Mac เป็นองค์กรภายใต้การสนับสนุนของรัฐ (Government-sponsored enterprise) มีสถานะเป็นบริษัทมหาชน ทำหน้าที่สนับสนุนตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยการซื้อสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ มาแปลงเป็นตราสารที่มีสินเชื่อหนุนหลัง (mortgage-backed securities) รัฐบาลต้องเข้ามาอุ้มสองหน่วยงานนี้ในปี 2008 โดยให้อยู่ในแผนพิทักษ์กิจการ (conservatorship) ของ FHFA

ที่มา – Bloomberg

รัสเซียอนุมัติโครงการทางรถไฟเชื่อมไซบีเรีย-อลาสก้า

By: lew on Thu, 2011-08-25 00:26

รัฐบาลรัสเซียอนุมัติโครงการทางรถไฟใต้ทะเลข้ามช่องแคบแบริ่ง มูลค่า 65,000 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท

โครงการนี้จะเป็นการเชื่อมกันด้วยทางรถไฟครั้งแรกของฝั่งสหรัฐฯ และรัสเซียหลังจากมีแผนการมานับร้อยปีตั้งแต่สมัยพระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่สอง และถูกคว่ำลงเรื่อยมาจากสงครามโลก, สงครามเย็น, และวิกฤติเศรษฐกิจ

ตัวอุโมงจะถูกแบ่งออกเป็นสามช่วงจากเกาะที่อยู่ระหว่างเส้นทาง โดยเส้นทางรถไฟใหม่นี้จะทำให้รัสเซียสามารถส่งออกสินค้าวัตถุดิบจากไซบีเรียไปยังสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการส่งออกพลังงานหากมีการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานลม หรือพลังงานคลื่นในเขตไซบีเรีย โดยรัสเซียเองวางแผนจะสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังคลื่นทะเลกำลังผลิตขนาด 10 กิกะวัตต์ภายในปี 2020

แม้่โครงการจะดูดีแต่ด้วยงบประมาณมหาศาลทำให้ถูกถามถึงความคุ้มค่าอย่างมาก ว่าการเชื่อมต่อเช่นนี้จะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเพียงใด รัฐบาลรัสเซียเองยืนยันว่าการสร้างทางรถไฟจะเพิ่มสินค้าระหว่างไซบีเรียกับแคนาดาและสหรัฐฯ ถึงปีละ 100 ล้านตัน

ที่มา - Times Online

โรงเรียนในรัฐเซาท์ดาโคตาเริ่มลดงบประมาณด้วยการลดวันเรียนเหลือสี่วัน

By: lew on Wed, 2011-08-24 23:22

เทอมนี้นักเรียนในรัฐเซาท์ดาโคตาอาจจะยินดีกับวันหยุดที่มากขึ้นเมื่อหลายโรงเรียนในรัฐเริ่มประกาศให้มีวันหยุดสัปดาห์ละสามวันและเรียนสัปดาห์ละสี่วันเพื่อลดงบประมาณ

นักเรียนหนึ่งในสี่ในรัฐนี้จะเรียนวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีโดยแต่ละคาบเรียนจะนานขึ้น 30 นาทีและลดเวลาพักกลางวันลง โดยคาดว่าการลดวันเรียนนี้จะทำให้โรงเรียนประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อโรงเรียน และนักเรียนยังคงได้รับเวลาเรียนครบถ้วนตามหลักสูตร

ผู้ปกครองบางส่วนดูจะไม่พอใจนักกับนโยบายนี้ อย่างไรก็ดีโรงเรียนบางส่วนในรัฐเซาท์ดาโคตาเคยนำร่องทดลองการลดวันเรียนไปก่อนหน้านี้พบว่าสามารถประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อปีและเมื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนออกมา ยังไม่พบว่านักเรียนนั้นแย่ลงหลังเริ่มโครงการแต่อย่างใด โดยครูใหญ่ของโรงเรียนนำร่องระบุว่านักเรียนจะมีเวลาไปติวหนังสือมากขึ้นภายใต้ระบบใหม่ ทำให้ชดเชยกับการเสียเวลาเรียนไปได้

นอกจากการลดงบประมาณโรงเรียนแล้ว ในปี 2009 รัฐยูทาห์ก็เคยลดวันทำงานของหน่วยราชการลงเหลือสี่วัน และเพิ่มเวลาทำงานต่อวันเป็นสิบชั่วโมงเพื่อให้ได้เวลาทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่าเดิม ผลการทดลองพบว่ารัฐสามารถประหยัดค่าน้ำค่าไฟไปได้ถึงปีละ 3 ล้านดอลลาร์

ที่มา - Times, The New York Times

ซีอีโอ Starbucks เรียกร้องให้หยุดบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมือง

By: chayaninw on Tue, 2011-08-16 23:47

จากปัญหาเศรษฐกิจที่ยังคงรุมเร้าสหรัฐอเมริกา รวมถึงวิกฤตเพดานหนี้สาธารณะที่เพิ่งผ่านพ้นไปอันเป็นปัญหาทางการเมืองในวอชิงตัน ทำให้ Howard Schultz ซีอีโอของบริษัท Starbucks รู้สึกอดรนทนไม่ไหว ส่งอีเมลถึงบรรดาภาคธุรกิจให้หยุดการบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมืองสำหรับแคมเปญเลือกตั้ง เพื่อกดดันบรรดานักการเมืองทั้งหลาย

ในจดหมายจาก Schultz ได้กล่าวหาบรรดานักการเมืองผู้ได้รับเลือกตั้งว่าได้ทำลายความเชื่อมั่นของสหรัฐ และเรียกร้องให้แก้ปัญหาทางการคลังของประเทศโดยพิจารณาทุกทางเลือก ตั้งแต่สิทธิประโยชน์ต่างๆ ไปจนถึงภาษี และประกาศว่าจะงดการบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมือง จนกว่าจะได้ข้อตกลงร่วมสองพรรคที่เป็นธรรม และแก้ปัญหาการคลังของประเทศในระยะยาว

ส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ที่ได้ประกาศตัวออกมาแล้วคือสองผู้บริหารตลาดหุ้น Duncan Niederauer ของ NYSE Euronext และ Robert Greifeld ของ Nasdaq OMX Group

นอกจากการเรียกร้องให้งดบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมืองแล้ว Schultz ยังเรียกร้องให้ผู้นำธุรกิจต่างๆ ร่วมกันจ้างงานมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจโดยไม่ต้องรอแผนกระตุ้นจากรัฐบาลอีกด้วย

ที่มา – Huffington Post, Reuters

วอร์เรน บัฟเฟตต์เรียกร้องให้รัฐบาลเก็บภาษีจากนักลงทุนมากขึ้น

By: lew on Tue, 2011-08-16 00:11

แนวทางการลดภาษีให้กับนักลงทุนหรือภาษีเงินออมนั้นเป็นแนวทางที่ทั่วโลกทำกันทั้งในประเทศไทย และรวมถึงสหรัฐฯ แต่นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ก็ออกมาเขียนบทความเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศแนวทางภาษีเสียใหม่เพื่อให้ภาษีของผู้มีรายได้มาก มีส่วนร่วมเสียภาษีในอัตราที่เป็นธรรมมากขึ้น

วอร์เรนระบุว่าปีที่แล้วเขาเสียภาษีเป็นเงินประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เป็นเงินเพียงร้อยละ 17.4 ของรายได้ที่นำมาคิดภาษี เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดจากทุกคนในสำนักงานของเขาซึ่งต้องเสียภาษีในช่วงร้อยละ 33 ถึง 41 ตัวเลขจากสรรพากรสหรัฐฯ ระบุว่าในปี 1992 คนร่ำรวยที่สุด 400 คนแรกของสหรัฐฯ (คิดตามแบบฟอร์มภาษี) มีรายได้พึงประเมินรวมกัน 16.9 พันล้านดอลลาร์และเสียภาษีร้อยละ 29.2 แต่ในปี 2008 รายได้รวมของคน 400 คนแรกที่มีรายได้มากที่สุดมีรายได้รวมถึง 90.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ภาษีที่จ่ายไปกลับเหลือเพียงร้อยละ 21.5

วอร์เรนระบุว่าคนร่ำรวยจำนวนมากยินดีที่จะทำหน้าที่พลเมืองที่ดีด้วยการจ่ายภาษีในอัตราที่เป็นธรรม และเขาเสนอให้มีการเก็บภาษีจากรายได้รวม เช่นคนที่มีรายได้เกินปีละล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ มีถึง 236,883 คน เราควรมีอัตราภาษีพิเศษสำหรับคนเหล่านี้แม้รายได้ของพวกเขาจะมาจากการลงทุนหรือดอกเบี้ย ส่วนคนที่มีรายได้เกิน 10 ล้านดอลลาร์นั้นมีถึง 8,274 คนก็มีควรมีภาษีรูปแบบเดียวกันในอัตราที่สูงขึ้นไปอีก

วอร์เรนระบุว่าสภาคองเกรสนั้นเป็นมิตรต่อเศรษฐีมานานเกินไปแล้ว และได้เวลาที่รัฐบาลจะให้ทุกคนเสียสละรวมกันจริงๆ

ที่มา - The New York Times

Pages

Subscribe to RSS - USA