Thailand

ฮ่องกงแซงสหรัฐ เป็นตลาดการเงินดีสุด ในรายงานของ WEF

By: chayaninw on Wed, 2011-12-14 17:30

เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง คว้าตำแหน่งอันดับหนึ่ง ใน Financial Development Report ของ World Economic Forum ประจำปี 2011 แซงหน้าสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

รายงานนี้ประเมินระบบการเงินของประเทศต่างๆ 60 ประเทศทั่วโลก โดยนับตั้งแต่มีการจัดอันดับในปี 2008 มา อันดับหนึ่งของตารางตกเป็นของสหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักร

WEF ประเมินปัจจัยที่มีผลต่อตลาดการเงิน เช่น กฎระเบียบควบคุม สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เสถียรภาพทางการเงิน การมีตลาดทางการเงินต่างๆ และบริการทางการเงินต่างๆ

นอกจากฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรแล้ว ประเทศที่ติดสิบอันดับแรกปีนี้ได้แก่ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์

ส่วนประเทศไทยปีนี้อยู่ในอันดับ 35 ลดลงจากเดิมหนึ่งอันดับ โดยมีจุดอ่อนด้านเสถียรภาพของระบบธนาคาร (อันดับ 54) และบริการด้าน securitization ในหมวด non-banking financial services (50) แต่ในหมวดนี้ก็ชดเชยด้วยบริการด้าน IPO (19) และประกันภัย (27)

ผู้สนใจสามารถอ่านต่อได้ในรายงานฉบับเต็ม

ที่มา - BBC News, BusinessWeek, The Financial Development Report 2011

อันดับเศรษฐีหุ้นไทย 2554 - ทองมา ยังครองแชมป์ปีที่ 2

By: arjin on Wed, 2011-12-14 15:51

ผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2554 ซึ่งจัดโดยวารสารการเงินธนาคารร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งใช้วิธีวัดมุลค่าหุ้นที่ถือครองประเภทบุคคลธรรมดา ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2554 พบว่าแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยประจำปีนี้ยังคงเป็นของนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (SET:PS) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยถือครองหุ้นพฤกษา 58.66% มูลค่า 18,516.57 ล้านบาทและหุ้นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ซีฟโก้ (SET:SEAFCO) มูลค่า 3.77 ล้านบาท โดยความมั่งคั่งของนายทองมาปีนี้ลดลงถึงกว่า 12,000 ล้านบาทเนื่องจากราคาหุ้น PS ปรับลดลงมากกว่า 40% ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของอดีตแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 7 ปีซ้อนอย่างนายอนันต์ อัศวโภคิน

ในส่วนของอันดับประเภทตระกูลเศรษฐีหุ้นนั้น ตระกูลมาลีนนท์ยังครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 13 มีมูลค่าความมั่งคั่ง 33,805.47 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 10,370.99 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญคือการขายหุ้นออกไปให้กับกลุ่มสถาบันการเงินช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ตระกูลที่สื่อมวลชนให้ความสนใจสูงอย่างตระกูลชินวัตรนั้นปีนี้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 30 โดยมีแพทองธาร ชินวัตรและพิณทองทา ชินวัตรถือครองหุ้นเอสซี แอสเซท (SET:SC) อยู่คนละประมาณ 2,000 ล้านบาท

อันดับทั้งหมดดูท้ายข่าวครับ

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

กนง. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%

By: Flurrywong on Thu, 2011-12-01 21:59

หลังจากที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายออกมาคาดการณ์การปรับอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในการประชุมสุดท้ายของปีว่าจะเป็นอย่างไร (1, 2, 3) ในที่สุดเมื่อวานนี้ (30 พฤศจิกายน 2554) นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้แถลงว่าที่ประชุมกนง. มีมติ 5 ต่อ2 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP 1 วัน) ลง 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดจาก 3.5% เหลือ 3.25% เนื่องจากปัจจัยภาวะความเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของโลกได้เพิ่มขึ้นและการลดลงของความเชื่อมั่นภาคเอกชน ตลอดจนความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม นอกจากนี้ยังปรับการประมาณการเศรษฐกิจตลอดปีนี้ลดลงจากเดิม 2.6% เหลือ 1.8% และเพิ่มการคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าจากเดิมเพิ่มขึ้นจาก 4.1% เป็น 4.8%

ที่มา - ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เอสแอนด์พีคงระดับความน่าเชื่อประเทศไทยที่มีเสถียรภาพ

By: arjin on Wed, 2011-11-23 11:09

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Standard & Poor's หรือเอสแอนด์พี ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทยที่ BBB+/A-2 และ A-/A-2 สำหรับพันธบัตรสกุลเงินบาท โดยให้แนวโน้มระยะยาวยังมีเสถียรภาพ

นักวิเคราะห์ด้านเครดิตของเอสแอนด์พีมองว่าประเทศไทยแม้จะประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ส่งผลอย่างมากในพื้นที่เมืองหลวงและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการใช้จ่ายและลงทุนด้านโครงสร้างจากฝั่งรัฐบาลมากขึ้น รวมถึงมีการให้เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งด้วยสถานะทางการคลังที่มั่นคงของรัฐบาลก็จะไม่ส่งผลลบมากนัก

เอสแอนด์พีระบุว่าอาจพิจารณาเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยขึ้นอีกถ้าสถานการณ์ทางการเมืองมีความมั่นคงมากขึ้น

ที่มา: The Edge Malaysia

Benchmark Electronics รายงานผลกระทบน้ำท่วมในไทย, เปิดโรงงานที่โคราชแก้ปัญหา

By: lew on Tue, 2011-10-18 06:49

หนึ่งในโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่อยุธยาคือ โรงงานของ Benchmark Electronics ที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ล่าสุดบริษัทได้ออกประกาศว่าการผลิตในอยุธยาได้หยุดลงแล้ว และบริษัทกำลังเร่งเพิ่มกำลังผลิตในโรงงานอื่นๆ ในเขตเอเซียแปซิฟิกเพื่อชดเชยกำลังผลิตที่เสียไป รวมถึงการกลับไปเริ่มสายการผลิตในโรงงานที่โคราช

ทาง Benchmark Electronics ระบุว่าบริษัทกำลังเตรียมการกู้คืนกำลังการผลิตหลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมนี้ไปได้ บริษัทได้ทำประกันน้ำท่วมและรวมถึงประกันความเสียหายจากการหยุดชะงักของงานเอาไว้แล้ว แต่คาดว่าน้ำท่วมครั้งนี้ก็จะยังคงส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา - PR Newswire

Pages

Subscribe to RSS - Thailand