ThaiBev

เสริมสุขขายแบรนด์ Est ให้ไทยเบฟฯ ดูแลการตลาด เหลือหน้าที่เพียงผลิตและจำหน่าย

By: arjin on Tue, 2014-10-28 13:11

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) หรือ SSC ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทได้ขายเครื่องหมายการค้า เอส (Est) ให้กับบริษัท International Beverage Holdings Limited ไปที่มูลค่า 1,560 ล้านบาท โดยบริษัทจะยังเป็นโรงงานผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าตามสัญญา ส่วนการทำการตลาดแบรนด์เอสจะเป็นของ International Beverage แทน

ทั้งนี้บริษัท International Beverage ถือหุ้นใหญ่โดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเสริมสุขเช่นกัน ดีลดังกล่าวจึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเสริมสุข ซึ่งขาดทุนอย่างมากกับการทำการตลาดเอสในช่วงที่ผ่านมา จากนี้บริษัทก็สามารถโฟกัสกับการผลิตและจำหน่ายเป็นหลักได้นั่นเอง

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ไทยเบฟฯ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ F&N

By: Flurrywong on Wed, 2013-01-23 17:46

หลังจากมีข่าวว่าบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (THAIBEV) ประกาศซื้อหุ้น F&N บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาตามที่ Meconomics ได้เคยนำเสนอไปแล้วในข่าวเก่า ล่าสุดไทยเบฟฯ ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเข้าซื้อหุ้น F&N เรียบร้อยแล้ว หลังจากต้องต่อสู้การเสนอราคากับ OUE กลุ่มบริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งสิงคโปร์มาเป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยมูลค่าเงินที่ไทยเบฟเวอเรจได้ใช้ในการเข้าซื้อหุ้นของ F&N ในครั้งนี้คิดเป็นเงิน 13.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 11.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ผลจากกระบวนการการเข้าซื้อกิจการของ F&N ดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นบริษัทในเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดีที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งในส่วนของบริษัทไทยเบฟเวอเรจซึ่งอยู่ในตลาดสิงคโปร์ที่ขึ้นไปทำราคา New High เมื่อวานนี้ และในส่วนของบริษัทเบอร์ลี่ ยูคเกอร์ (BJC) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเองก็ปรับราคาสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 45 ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาด้วย เนื่องจาก Business Model ทั้งหมดของ F&N สามารถช่วยต่อยอดธุรกิจทั้งหมดในเครือของนายเจริญให้กลายเป็นบริษัทใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้นั่นเอง

ที่มา - Bloomberg

เสริมสุขร่วมมือกับโออิชิเตรียมขายชาเขียวใส่ขวดแก้ว

By: arjin on Thu, 2012-08-09 09:23

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่าบริษัทเตรียมเปิดตัวชาเขียวโออิชิ โดยใช้บรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วที่สามารถคืนขวดได้ โดยเน้นจำหน่ายในร้านอาหารและร้านค้าโชห่วยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นความร่วมมือของไทยเบฟ และสองบริษัทที่ไทยเบฟเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่คือ โออิชิและเสริมสุข โดยเสริมสุขจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโออิชิแบบใส่ขวดแก้วเอง

ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป เสริมสุขจะมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการหมดสัญญาลงกับบริษัท เป๊ปซี่ โค อิงค์ ทำให้บริษัทไม่ได้เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอัดลมแบรนด์เป๊ปซี่อีกต่อไป

ถ้าใครจำได้ในยุคกระแสชาเขียวมาแรง เสริมสุขเองก็เคยผลิตชาเขียวลิปตันใส่ขวดแก้วขายนะ

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

ไทยเบฟฯ เสนอซื้อหุ้น F&N และ APB ผู้ผลิตเบียร์ Tiger ด้าน Heineken แสดงความกังวลกับดีลนี้

By: arjin on Wed, 2012-07-18 11:34

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ซึ่งปัจจุบันหุ้นของบริษัทซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ของมหาเศรษฐีไทย คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ออกมายืนยันกระแสข่าวว่าบริษัทกำลังเจรจาขอซื้อหุ้นบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่ม Fraser and Neave (F&N) และ บริษัท Asia Pacific Breweries (APB) จากธนาคาร OCBC และกลุ่มบริษัทประกันในเครืออยู่นั้นเป็นความจริง โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าหุ้นที่ไทยเบฟจะทำการเสนอซื้อทั้งหมดมีมูลค่าราว 2.3 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7.2 หมื่นล้านบาท

F&N เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหารรายใหญ่ซึ่งธนาคาร OCBC และบริษัทในเครือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปัจจุบัน ถ้าการซื้อขายนี้สำเร็จจะทำให้ไทยเบฟเวอเรจกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดแทน โดยมีกลุ่ม Kirin จากประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับรองลงมา ส่วนบริษัท APB นั้นเป็นการร่วมทุนกันระหว่าง F&N กับบริษัท Heineken ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของโลกในการผลิตเบียร์ยี่ห้อ Tiger โดยส่วนการเข้าซื้อหุ้น APB ของไทยเบฟเวอเรจนั้นจะได้สองทางคือทั้งหุ้นทางตรงจาก OCBC ส่วนหนึ่งและการถือหุ้นทางอ้อมผ่าน F&N ทำให้ไทยเบฟจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ APB เช่นกัน

ด้านบริษัท Heineken ซึ่งถือหุ้น APB อยู่ 42% ออกมาแสดงความกังวลต่อดีลดังกล่าว และยอมรับว่าบริษัทอาจต้องทำทุกทางเพื่อป้องกันการครอบงำกิจการส่วนนี้จากไทยเบฟฯ เนื่องจากกำไรของ Heineken มากกว่าครึ่งหนึ่งปัจจุบันมาจากตลาดประเทศเกิดใหม่ (emerging market) เพราะสภาพธุรกิจเบียร์ในยุโรปนั้นชะลอตัวลง ซึ่งกรณีที่หนักที่สุดก็คือการแย่งเสนอซื้อหุ้นจาก OCBC ในราคาที่สูงกว่าไทยเบฟฯ

บริษัท F&N ปัจจุบันมีรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 59% ส่วน 34% มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์ และที่เหลือมาจากธุรกิจสื่อ นักวิเคราะห์ประเมินว่าด้วยยุทธศาสตร์ของเจริญ สิริวัฒนภักดีแล้ว เป็นไปได้ว่าหลังการเข้าถือหุ้นใหญ่เสร็จสิ้น F&N อาจแยกบริษัทตามหมวดธุรกิจออกจากกันเพื่อให้มูลค่าหุ้นเพิ่มสูงมากขึ้นได้

ที่มา: Reuters via Yahoo! Finance Singapore

Subscribe to RSS - ThaiBev