Television

กลุ่มทีวีสาธารณะยุโรป เรียกร้องให้บังคับถ่ายทอดรายการกีฬาสำคัญทางฟรีทีวี

By: chayaninw on Wed, 2015-12-09 06:06

กลุ่มสื่อวิทยุโทรทัศน์สาธารณะของยุโรป เรียกร้องให้มีการออกกฎป้องกัน ไม่ให้สิทธิการถ่ายทอดรายการกีฬาหายไปจากฟรีทีวี

European Broadcasting Union (EBU) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของสื่อวิทยุโทรทัศน์สาธารณะในยุโรป ได้เรียกร้องว่า หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ ควรออกกฎควบคุมการถ่ายทอดรายการกีฬาสำคัญ เพื่อให้ยังมีการถ่ายทอดในฟรีทีวี โดยไม่ถูกแย่งไปออกอากาศในโทรทัศน์แบบเสียเงินทั้งหมด

แถลงการณ์ของ EBU ระบุว่า การถ่ายทอดรายการกีฬา เป็นส่วนประกอบสำคัญของสื่อสาธารณะ และแสดงความวิตกกังวลว่า สิทธิการถ่ายทอดกีฬารายการสำคัญ ตกเป็นของผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบเสียเงินมากขึ้นเรื่อยๆ

EBU เสนอว่า รัฐสมาชิกสหภาพยุโรป ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า มีรายการกีฬาใดบ้างที่ควรจะได้รับถ่ายทอดแบบไม่เสียเงิน ตัวอย่างในสหราชอาณาจักรในปัจจุบัน มีรายการกีฬา 10 รายการที่อยู่ในลิสต์บังคับว่าต้องถ่ายทอดทางฟรีทีวีที่ประชากรอย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์สามารถรับชมได้ แต่การแข่งขันอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดนี้ กำลังเปลี่ยนไปถ่ายทอดทางช่องทางเสียเงินมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การแข่งขันกอล์ฟ ดิโอเพน จะเปลี่ยนไปถ่ายทอดทางช่อง Sky หลังจากที่ถ่ายทอดผ่าน BBC มา 60 ปี

ที่มา - Financial Times, European Broadcasting Union

Paul Milgrom: ความท้าทายในการออกแบบการประมูลซื้อคืนคลื่นทีวีในสหรัฐ

By: chayaninw on Wed, 2015-12-09 03:38

Meconomics เคยนำเสนอข่าวที่คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (Federal Communications Commission; FCC) มีแผนจะจัดการประมูลเพื่อซื้อคลื่นความถี่คืนจากสถานีโทรทัศน์ เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ให้กับกิจการโทรคมนาคม วันนี้ผมได้มีโอกาสได้ฟังศาสตราจารย์ Paul Milgrom นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงด้านทฤษฎีการออกแบบการประมูลจากมหาวิทยาลัย Stanford ซึ่งรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาออกแบบการประมูลให้ FCC บรรยายถึงความท้าทายในการออกแบบการประมูลนี้ ที่มหาวิทยาลัย Tilburg ประเทศเนเธอร์แลนด์

ที่ FCC จะจัดการประมูลนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้คลื่นความถี่ในกิจการแต่ละประเภทเปลี่ยนไปมาก การเติบโตของผู้ใช้สมาร์ตโฟนยุคใหม่ ทำให้มีความต้องการใช้คลื่นความถี่กับ mobile broadband เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนกิจการโทรทัศน์นั้นมีความสำคัญน้อยลง ปัจจุบัน มีผู้ชมโทรทัศน์ในสหรัฐเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังพึ่งพาการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินอยู่ ส่วนที่เหลือนั้นรับชมผ่านเคเบิลและดาวเทียม ดังนั้น FCC จึงต้องการจะ “ซื้อคืน” สิทธิการใช้ความถี่จากสถานีโทรทัศน์ ที่มีมูลค่าไม่เยอะนัก มาจัดสรรใหม่ให้ธุรกิจโทรคมนาคมประมูลไปใช้

ปัจจุบัน สหรัฐมีสถานีโทรทัศน์ที่ใช้คลื่น UHF มากกว่าสองพันสถานี (สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐมีลักษณะเป็นสถานีท้องถิ่น) พื้นฐานแนวคิดของ FCC คือ จะจัดการประมูลให้สถานีโทรทัศน์ยอมสละสิทธิการใช้คลื่นความถี่นั้นออกอากาศ โดย FCC จะเลือกคนที่เสนอราคาต่ำที่สุด (โดยหลักการ ก็ควรจะเป็นสถานีที่มีมูลค่าทางธุรกิจน้อย) หลังจากนั้น สถานีโทรทัศน์ที่ยังเหลืออยู่ ก็จะถูกนำมาเรียงช่องใหม่ (repacking) ให้มีคลื่นความถี่ว่างเป็นก้อนใหญ่ตรงกันทั้งประเทศ เพื่อนำไปใช้สำหรับกิจการโทรคมนาคม

อุปสรรคข้อใหญ่ที่สุดของการประมูลนี้คือ สถานีโทรทัศน์จำนวนมากนี้ เมื่อมีการจัดเรียงช่องใหม่ จะต้องไม่ให้มีการรบกวนสัญญาณกัน นั่นคือ สถานีที่อยู่ในระยะที่อาจจะรบกวนกันได้ จะต้องไม่อยู่ในช่องเดียวกันหรือติดกัน Milgrom บอกว่า ข้อจำกัด (constraint) เรื่องนี้ มีประมาณ 2.7 ล้านข้อ ทำให้การคำนวณว่า จะต้องจัดสถานีต่างๆ ให้อยู่ในช่องสัญญาณใด เป็นเรื่องซับซ้อนมาก ซึ่งการตัดสินผลการประมูล จะต้องได้ผลการประมูลที่ดีที่สุด (จ่ายเงินน้อยที่สุด) ที่เป็นไปได้ภายใต้ข้อจำกัดทั้งหมดนี้

รายการประกวดร้องเพลง American Idol เตรียมยุติรายการในปีหน้า หลังออกอากาศมา 15 ปี

By: arjin on Tue, 2015-05-12 11:57

สถานีโทรทัศน์ Fox อเมริกาประกาศยุติรายการประกวดร้องเพลง American Idol โดยซีซั่นที่ 15 ซึ่งจะเริ่มออกอากาศในปีหน้าจะเป็นซีซั่นสุดท้าย ถือเป็นการสิ้นสุดรายการเรียลลิตี้ประกวดร้องเพลง ที่เป็นต้นแบบให้เกิดรายการประกวดร้องเพลงแล้วคนดูโหวตให้คะแนนออกมาอีกหลายรายการ

สาเหตุที่ Fox ยกเลิกก็เพราะเรทติ้งของรายการถดถอยอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากที่เคยเป็นรายการยอดนิยมอันดับหนึ่งของอเมริกา 8 ปีติดต่อกันด้วยคนดูกว่า 30 ล้านคน แต่ซีซั่นล่าสุดมีผู้ชมอยู่ราว 9 ล้านคนเท่านั้น ส่งผลให้เรทติ้งรวมของสถานี Fox ตกเป็นอันดับ 4 อีกครั้ง จึงจำเป็นต้องค้นหารายการใหม่มาสร้างเรทติ้งทดแทน

American Idol เริ่มออกอากาศตั้งแต่ปี 2002 ด้วยรูปแบบการประกวดร้องเพลงที่ให้คนดูทางบ้านโหวตเลือกผู้ชนะ มีศิลปินที่ชนะรายการนี้และมีชื่อเสียงอย่างมาก อาทิ Kelly Clarkson, Carrie Underwood และ Jennifer Hudson รายการ American Idol ยังเป็นผู้จุดกระแสให้เกิดรายการประกวดร้องเพลงที่ให้คนดูโหวตในรูปแบบต่างๆ อาทิ The Voice หรือ X Factor ทั้งยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดนตรี ที่ทำให้กระบวนการคัดเลือกศิลปินใหม่เป็นการเน้นหาจากรายการประกวดทางโทรทัศน์มากขึ้นด้วย

ที่มา: The New York Times

รายได้ถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกพุ่ง ทีมบ๊วยปีนี้ได้เงินเยอะกว่าแชมป์ปีที่แล้ว

By: chayaninw on Fri, 2014-05-16 21:30

หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษสิ้นสุดลง ก็ได้มีการสรุปรายได้จากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ที่ทีมต่างๆ ได้รับในฤดูกาลนี้ ซึ่งจากการที่พรีเมียร์ลีกสามารถขายสิทธิ์ได้ราคาสูงกว่าปีก่อนๆ มาก ก็ทำให้รายได้ของแต่ละทีมพุ่งสูงขึ้น ถึงขนาดว่า ทีมคาร์ดิฟซีตี ซึ่งอยู่ท้ายตารางในปีนี้ ได้เงินเยอะกว่าที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้เมื่อปีที่แล้วเมื่อพวกเขาเป็นแชมป์เสียอีก (นับจากจำนวนเงินโดยไม่ปรับเงินเฟ้อ)

รายได้ที่แต่ละทีมได้รับนั้น แบ่งเป็นการถ่ายทอดภายในประเทศ และการถ่ายทอดในต่างประเทศ รายได้จากการถ่ายทอดภายในประเทศ จะแบ่งครึ่งหนึ่งให้กับทุกทีมเท่าๆ กัน แบ่ง 25% ให้ตามจำนวนนัดที่ถ่ายทอด และอีก 25% ตามอันดับเมื่อจบฤดูกาล ส่วนรายได้จากการถ่ายทอดในต่างประเทศ จะแบ่งให้กับทุกทีมเท่าๆ กัน เป็นจำนวน 26.3 ล้านปอนด์ต่อทีม

คาร์ดิฟซิตี ซึ่งจบฤดูกาลในอันดับท้ายสุด ได้รับเงินจากการถ่ายทอดทั้งหมด 62.1 ล้านปอนด์ ซึ่งเทียบกับที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เมื่อปีที่แล้ว 60.8 ล้านปอนด์ ส่วนทีมที่ได้มากที่สุดในปีนี้ ไม่ใช่แมนเชสเตอร์ซีตี ซึ่งได้แชมป์ แต่เป็นลิเวอร์พูล ซึ่งได้รับทั้งหมด 97.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากลิเวอร์พูลมีจำนวนนัดที่ถ่ายทอดมากกว่า

ดีลสิทธิการถ่ายทอดพรีเมียร์ลีก สามฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2013-2016 มีมูลค่ารวม 3.018 พันล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงสามฤดูกาลก่อนหน้าถึง 1.77 พันล้านปอนด์

อัตราส่วนระหว่างรายได้จากการถ่ายทอดของลิเวอร์พูลต่อคาร์ดิฟ อยู่ที่ 1.57 ซึ่งนับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับลีกชั้นนำในยุโรป (ของสเปน อยู่ที่ประมาณ 11)

ที่มา - BBC

"เตะกรวย" นั้นไม่เหมาะสม - เอ็มวี Gentleman ของ Psy ถูกห้ามออกอากาศช่อง KBS

By: arjin on Mon, 2014-05-12 11:07

ข่าวเก่าแล้วครับ แต่คิดว่าน่าสนใจ เรื่องมีอยู่ว่าเอ็มวีเพลง Gentleman ของศิลปินเกาหลี Psy ถึงแม้จะประสบความสำเร็จมากพอสมควร แต่สถานีโทรทัศน์เกาหลีอย่าง Korean Broadcasting System หรือ KBS ได้สั่งห้ามออกอากาศเอ็มวีนี้ เนื่องจากมีฉากที่ไม่เหมาะสม

ฉากที่ว่านั้นคือฉาก Psy เตะกรวยที่วางอยู่ริมถนน เขียนว่าห้ามจอดรถ

สถานีโทรทัศน์ให้เหตุผลว่าฉากดังกล่าว เป็นการแสดงภาพการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และอาจส่งผลให้ผู้ชมที่เป็นเด็กและเยาวชนซึ่งยังไม่มีวิจารณญาณในการแยกแยะความเหมาะสม เชื่อว่าการย้ายกรวยตามใจชอบแบบนี้เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้

ที่ผ่านสถานี KBS ค่อนข้างเข้มงวดกับฉากที่นำเสนอผ่านรายการต่างๆ เช่นฉากขับรถที่ผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ก็จะถูกห้ามไม่ให้ออกอากาศเช่นกัน

ที่มา: Business Insider

รายงานของ Nielsen ระบุคนอเมริกาแม้จะมีทีวีให้เลือกมากช่องขึ้น แต่พวกเขาก็ยังดูอยู่ไม่กี่ช่องเท่าเดิม

By: arjin on Thu, 2014-05-08 10:35

ผลการศึกษาล่าสุดของ Nielsen ถึงพฤติกรรมผู้ชมโทรทัศน์ในอเมริกา พบความน่าสนใจว่าในกลุ่มผู้ชมที่ติดเคเบิ้ลทีวี พวกเขามีช่องโทรทัศน์ให้เลือกชมเฉลี่ยถึง 189 ช่อง มากกว่าเดิมเมื่อปี 2008 ที่มีอยู่ 129 ช่องอย่างมาก

อย่างไรก็ตามแม้มีตัวเลือกในการรับชมที่มากขึ้น แต่พฤติกรรมผู้ชมยังคงไม่เปลี่ยนไป โดยค่าเฉลี่ยจำนวนช่องที่รับชมของคนดูโทรทัศน์ยังอยู่ราว 17 ช่องเท่านั้น

ผลการศึกษานี้ทำให้เห็นว่า แม้มีสถานีโทรทัศน์มากช่องขึ้น และดูเป็นการสร้างทางเลือกในการรับชมที่หลากหลาย แต่เอาเข้าจริงการเลือกชมของคนดูก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนช่องที่มีมากขึ้น นัยยะหนึ่งยังเป็นแรงกดดันต่อผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวีด้วยว่าพวกเขาจะหาทางเพิ่มชม และเพิ่มค่าบริการได้ยากขึ้น

ที่มา: Nielsen

บีบีซีตัดสินใจถอดรายการสำหรับเด็กออกจากช่องสถานีหลัก

By: arjin on Tue, 2013-01-08 13:58

สถานีโทรทัศน์สาธารณะบีบีซี ประเทศอังกฤษได้ตัดสินใจถอดรายการสำหรับเด็ก ซึ่งปกติจะฉายช่วงเวลาเย็นของทุกวันออกจากสถานีช่องหลักคือ BBC One และ BBC Two โดยทางสถานีจะนำรายการเด็กที่ฉายเดิมนี้ไปไว้ที่ช่อง CBeebies และ CBBC ซึ่งเป็นสถานีดิจิตอลช่องใหม่ที่มีแต่รายการสำหรับเด็กโดยเฉพาะแทน

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจของบีบีซีครั้งนี้ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยซึ่งนำโดย Anne Wood หนึ่งในผู้ร่วมสร้างรายการเด็กยอดนิยมอย่าง The Teletubbies (ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรายการ In The Night Garden) โดยเธอบอกว่าการตัดสินใจของบีบีซีครั้งนี้เป็นการไล่รายการสำหรับเด็กออกไป ทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าวบีบีซีได้จัดสรรไว้ให้เป็นรายการสำหรับเด็กมากว่า 60 ปีแล้ว และมันควรต้องอยู่ต่อไป เพราะรายการสำหรับเด็กนั้นไม่ได้มีแค่ผู้ชมที่เป็นเด็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่และวัยรุ่นไม่น้อยก็ชื่นชอบรายการแบบนี้และสามารถรับชมพร้อมกันทั้งครอบครัวได้เหมือนกัน แนวทางย้ายรายการไปอีกสำหรับเด็กโดยเฉพาะนั้นเธอมองว่าคือการแบ่งแยก

ด้าน Terry Deary นักเขียนนิยายสำหรับเด็กนั้นเห็นต่างออกไป เขามองว่าการตัดสินใจของบีบีซีนั้น "สมเหตุสมผล" กับยุคสมัยปัจจุบันมากกว่า เพราะเมื่อสถานีโทรทัศน์เปลี่ยนแพลตฟอร์มเป็นดิจิตอลและมีช่องออกอากาศมากขึ้น พฤติกรรมผู้ชมก็เปลี่ยนไปมากเกินกว่าจะใช้แนวคิดแบบในอดีตมาตัดสินใจ

สถานีโทรทัศน์ไทยจะเริ่มประมูลแพลตฟอร์มกันในปีนี้ น่าสนใจว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้หรือไม่ครับ

ที่มา: The Telegraph

สหภาพยุโรปปรับผู้ผลิต CRT 1.47 พันล้านยูโร ฐานร่วมกันฮั้ว

By: chayaninw on Thu, 2012-12-06 20:51

คณะกรรมาธิการยุโรป ได้สั่งปรับเงินผู้ผลิตหลอดภาพ (CRT) หลายราย จากการร่วมกันฮั้วราคาหลอดภาพสำหรับโทรทัศน์และจอภาพคอมพิวเตอร์ โดยมียอดปรับรวม 1.47 พันล้านยูโร เป็นสถิติใหม่ของค่าปรับการฮั้วราคาของสหภาพยุโรป

บริษัทที่โดนปรับมากที่สุดคือ Philips ที่โดนสั่งปรับ 313.4 ล้านยูโร ตามมาด้วย LG Electronics ที่โดนปรับ 295.6 ล้านยูโร นอกจากนี้ Philips กับ LG ยังต้องเสียค่าปรับให้ในส่วนของ LG Philips Display ซึ่งเคยเป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่างสองบริษัทด้วย

บริษัทอื่นๆ ที่โดนปรับประกอบด้วย Samsung SDI, Panasonic, Toshiba, Technicolor และ MTPD ส่วนบริษัท Chunghwa จากไต้หวันได้รับการยกเว้นโทษปรับ ที่มีมูลค่าประมาณ 17 ล้านยูโร จากการเป็นผู้แจ้งข้อมูลการฮั้วกันให้กับคณะกรรมการยุโรป Samsung, Philips และ Technicolor ก็ได้รับส่วนลด 10-40% จากการร่วมมือในการสืบสวน

การรวมกลุ่มฮั้วในตลาดหลอดภาพแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม มีการดำเนินการในช่วงสิบปี ระหว่าง 1996 ถึง 2006 โดย Chunghwa, LG Electronics, Philips และ Samsung SDI อยู่ในกลุ่มฮั้วทั้งหลอดภาพสำหรับโทรทัศน์และจอภาพคอมพิวเตอร์ ส่วน Panasonic, Toshiba, MTPD และ Technicolor ร่วมกันฮั้วเฉพาะหลอดภาพโทรทัศน์เท่านั้น

หน่วยงานสหรัฐเตรียมซื้อคลื่นโทรทัศน์คืน มาเปิดประมูลใหม่ให้มือถือ

By: chayaninw on Mon, 2012-10-01 16:41

การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุสำหรับใช้ในกิจการต่างๆ นั้น เป็นประเด็นสำคัญของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าในการนำไปทำประโยชน์สูง

ในกรณีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาในระยะหลังๆ คือการที่คลื่นความถี่นั้น ไปจมอยู่กับบรรดาสถานีโทรทัศน์ ในขณะที่ผู้บริโภคนั้นรับชมโทรทัศน์ผ่านระบบภาคพื้นดินน้อยลง (ไปเป็นสมาชิกเคเบิลหรือดาวเทียมแทน) และความต้องการใช้คลื่นความถี่สำหรับกลุ่มโทรศัพท์มือถือนั้นมากขึ้น ตามความนิยมใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ใหม่ๆ อย่างสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ทางออกที่ดีคือ จะต้องพยายามดึงคลื่นจากสถานีโทรทัศน์ ที่เริ่มล้าสมัย ไปใช้งานในส่วนที่มีประโยชน์มากกว่าอย่างกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่

การนำคลื่นความถี่คืนมาจัดสรรใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าของคลื่นเดิมก็ไม่อยากจะเสียคลื่นความถี่ไป (ลองถามบรรดาองค์กรที่ถือครองคลื่นความถี่ในไทยดูได้) หน่วยงาน FCC ของสหรัฐ (Federal Communications Commission เป็นหน่วยงานลักษณะเดียวกันกับกสทช.) จึงเริ่มออกแบบกระบวนการที่จะซื้อคืนคลื่นจากสถานีโทรทัศน์ นำมาจัดสรรใหม่ ตามกฎหมายที่สภาคองเกรสอนุมัติให้ FCC ทำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

รุปแบบกระบวนการคร่าวๆ ตามที่สภาคองเกรสอนุมัติมานั้น แบบออกเป็นสามขั้นตอน โดยในขั้นตอนแรกนั้น FCC จะให้บรรดาสถานีโทรทัศน์นั้น มาประมูลขายความถี่ 6 MHz ที่แต่ละรายถือครองอยู่ เรียกว่าเป็น reverse auction โดย FCC จะซื้อความถี่ส่วนหนึ่งที่ตั้งราคาเสนอขายต่ำสุด (ซึ่งก็น่าจะเป็นกลุ่มที่มีผู้ชมน้อย ทำกำไรได้ต่ำ) การประมูลนี้น่าจะเริ่มในปี 2014

หลังจากนั้น ในขั้นตอนที่สอง FCC จะทำการจัดเรียงคลื่นความถี่ของสถานีโทรทัศน์ที่เหลืออยู่ใหม่ มาอยู่ติดกัน ให้เหลือคลื่นความถี่ว่างต่อเนื่องสำหรับนำไปให้บริการโทรคมนาคมได้ และในขั้นสุดท้าย FCC ก็จะนำคลื่นความถี่ที่ได้มานั้น มาเปิดประมูลใหม่ตามปรกติ ซึ่งหากมูลค่าของกิจการโทรคมนาคมมีสูงกว่าโทรทัศน์อย่างที่คาดการณ์ไว้ FCC ก็น่าจะสามารถ "ทำกำไร" จากการเปิดประมูลให้กับธุรกิจโทรคมนาคมได้ นอกจากนี้ FCC ยังมีแผนที่จะจัดสรรคลื่นความถี่บางส่วนไว้เป็น whitespace สำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องขออนุญาตได้

ที่มา - Ars Technica, GigaOm

ประธาน Sony Corp. ยันบริษัทไม่ทิ้ง ธุรกิจโทรทัศน์แม้จะขาดทุน พร้อมลุยแผน "four screens"

By: Blltz on Thu, 2011-08-04 22:41

แม้ว่าธุรกิจโทรทัศน์ของ Sony จะเติบโตไม่ค่อยสวยนัก แต่ล่าสุดนาย Kazuo Hirai ประธาน Sony Corporation ได้ออกมายืนยันว่าธุรกิจโทรทัศน์ของ Sony ยังเป็นส่วนสำคัญของบริษัท แม้ว่าจะขาดทุนติดต่อกันมาถึง 7 ปีแล้วก็ตาม

Hirai ที่เป็นผู้ดูแลในส่วนธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บอกว่ายุทธศาสตร์ของบริษัทในตอนนี้คือ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีจอภาพทั้งหมดสี่ประเภท (แผนถูกเรียกว่า "four screens") ที่ผู้บริโภคใช้ในการรับชมสื่อ หรือเนื้อหาภายใน ได้แก่ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ส่วนตัว และโทรทัศน์

แต่เนื่องด้วยการขาดทุนสะสมของแผนกโทรทัศน์ ทำให้บริษัทคงต้องลดจำนวนการส่งมอบผลิตภัณฑ์ลงจากเป้าหมายเดิม 19% เหลือ 22 ล้านเครื่องในปีนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นาย Hirai ยังยืนยันว่า Sony ยังเป็นผู้ผลิตโทรทัศน์รายใหญ่ของโลกอยู่ในขณะนี้

ที่มา - Wall Street Journal

Subscribe to RSS - Television