Religion

ศาสนาสัตว์ประหลาดสปาเก็ตตี้บินได้ได้รับสิทธิ์ประกอบพิธีแต่งงานในนิวซีแลนด์

By: lew on Tue, 2015-12-15 16:43

นิวซีแลนด์ออกประกาศตามกฎหมายการแต่งงานอนุญาตให้โบสถ์แห่งศาสนาสัตว์ประหลาดสปาเก็ตตี้บินได้ (Church of the Flying Spaghetti Monster) ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบพิธีแต่งงานได้ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา

ผู้นับถือศาสนา FSM ในนิวซีแลนด์ได้รับอนุญาตให้สวมหม้อลวกเส้นสปาเก็ตตี้ในใบขับขี่มาตั้งแต่ปี 2008 ขณะสหรัฐฯ เพิ่งได้รับอนุญาตในปีนี้

โบสถ์แห่งศาสนาสัตว์ประหลาดสปาเก็ตตี้บินได้มีสมาชิกไม่มากนัก ในเฟซบุ๊กเองมีผู้กดไลค์ในตอนนี้เพียง 649 คน

ที่มา - New Zealand Gazette

ภาพตราสัญลักษณ์ New Zealand Gazette จาก The Encyclopedia of New Zealand

สหรัฐฯ อนุญาตให้ผู้ขอใบขับขี่สวมหม้อลวกเส้นสปาเก็ตตี้ตามความเชื่อศาสนา

By: lew on Mon, 2015-11-16 12:57

Lindsay Miller ชาวเมือง Lowell ในสหรัฐฯ ร้องขอที่จะสวมหม้อลวกสปาเก็ตตี้ (spaghetti strainer) ตามความเชื่อศาสนาสัตว์ประหลาดสปาเก็ตตี้บินได้ (Flying Spaghetti Monster)

เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เธอสวมหม้อลวกสปาเก็ตตี้ในตอนแรก แต่เธออุทธรณ์การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่ยินยอมออกใบขับขี่โดยให้เธอถ่ายรูปขณะสวมหม้อลวกสปาเก็ตตี้ในที่สุด

ศาสนาสัตว์ประหลาดสปาเก็ตตี้บินได้เกิดขึ้นในช่วงปี 2005 จากการประชดกลุ่มศาสนาที่เรียกร้องสอนเรื่องการสร้างด้วยสติปัญญา (intelligent design) ควบคู่ไปกับการสอนทฤษฎีวิวัฒนาการเพื่อให้เข้ากันได้กับศาสนา แม้ว่าศาสนาจะเกิดจากการประชดแต่ทางกลุ่ม FSM ก็ยืนยันว่าศาสนานี้ต้องได้รับสิทธิ์เทียบเท่ากับศาสนาอื่นๆ

ที่มา - Immortal

ภาพหญิงกำลังสวมหม้อลวกสปาเก็ตตี้ตามศาสนา FSM โดย - G.dallorto

การเติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนาเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนลงโทษอย่างรุนแรง, แบ่งปันคนอื่นน้อยลง

By: lew on Sat, 2015-11-07 17:33

ความเชื่อที่ว่า "ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี" อาจจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าคำว่าเป็นคนดีของกลุ่มเคร่งศาสนานั้นเป็นอย่างไร หลังจากงานวิจัยศึกษาเด็กอายุ 5 ถึง 12 ปี ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการแบ่งปันกับผู้อื่นและการลงโทษผู้ที่ทำผิดจากกฎเกณฑ์ในสังคม

เด็กที่เข้าร่วมมีทั้งหมด 1,170 คนจาก 6 ประเทศได้แก่ แคนาดา, จีน, จอร์แดน, แอฟริกาใต้, ตุรกี, และสหรัฐฯ โดยพ่อแม่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา, ประเมินความเห็นใจผู้อื่นของลูกตัวเอง, และระดับความตื่นตัวต่อความยุติธรรม (sensitivity to justice) เมื่อแบ่งกลุ่มตามศาสนาพบสามกลุ่มหลัก ได้แก่ คริสต์, มุสลิม, และกลุ่มไม่มีศาสนา

การศึกษาแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการแบ่งปัน เด็กจะได้รับสติกเกอร์คนละ 10 ชิ้นและให้แบ่งกับเด็กที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จากนั้นเก็บสถิติจำนวนสติกเกอร์ที่เด็กแบ่งปัน พบว่าเด็กอายุน้อยกว่ามีแนวโน้มจะแบ่งสติกเกอร์ให้มากกว่า แต่เมื่อแบ่งตามกลุ่มความเชื่อทางศาสนา เด็กที่เติบโตในกลุ่มไม่มีศาสนาแบ่งปันสติกเกอร์มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และแนวโน้มการแบ่งสติกเกอร์จะน้อยลงเรื่อยๆ ตามระดับความเกี่ยวข้องกับศาสนาของพ่อแม่ ว่าอยู่ในศาสนามานานเพียงใด

ส่วนที่สองเป็นการทดสอบด้านศีลธรรม โดยให้เด็กดูวิดีโอเหตุการณ์เด็กเดินชนเด็กคนอื่น หรือผลักอย่างตั้งใจ แล้วถามเด็กว่าคนที่ชนหรือผลักควรถูกลงโทษหนักเพียงใด พบว่าเด็กจากบ้านที่เคร่งศาสนามีแนวโน้มจะสนับสนุนการลงโทษที่รุนแรงกว่าเด็กที่มาจากบ้านที่ไม่มีศาสนา

งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าศาสนาสนับสนุนการพัฒนาคุณธรรมจริงหรือไม่ และผลวิจัยชี้ว่าจริงๆ แล้วการที่ไม่มีศาสนาก็ไม่ได้ลดระดับคุณธรรมลง

งานวิจัย "The Negative Association between Religiousness and Children’s Altruism across the World" นำทีมวิจัยโดยศาสตราจารย์ Jean Decety ตีพิมพ์ลงในวารสาร Current Biology doi: 10.1016/j.cub.2015.09.056

ที่มา - University of Chicago

ภาพโดย - geralt

มาเลเซียยกเลิกโควต้าชาวคริสต์เดินทางไปเยรูซาเล็ม

By: lew on Wed, 2012-12-19 14:52

ชาวคริสต์เป็นชนส่วนน้อยในมาเลเซียคิดเป็น 9.2% ของประชากร ความเท่าเทียมทางศาสนาก็ดูจะยังเป็นปัญหา ที่ผ่านมาชาวคริสต์ในมาเลเซียถูจำกัดโควต้าการเดินทางไปเมืองเยรูซาเล็มปีละ 700 คนโดยจำกัดโบสถ์ละ 40 คน เดินทางได้ครั้งละ 10 วัน โดยหนึ่งคนสามารถเดินทางได้ไม่เกินสามปีต่อครั้ง

แต่คำสั่งคณะรัฐมนตรีล่าสุดก็ยกเลิกข้อจำกัดเหล่านี้แล้ว และยืดเวลาเดินทางแต่ละครั้งเป็น 21 วัน แม้ทางอิสราเอลอาจไม่ได้ให้วีซ่านานขนาดนั้นก็ตาม

ความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างศาสนาในมาเลเซียมีขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 2009 ที่สองศาสนาต่อสู้กันในการแปลคำว่า Allah เป็นคำว่าพระเจ้าในไบเบิล

ที่มา - France24

ความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์กับอัตราการก่ออาชญากรรมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

By: Flurrywong on Tue, 2012-09-04 01:40

ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีจนเกิดเป็นวาทกรรม "ทำดีตายไปขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตายไปตกนรก" ให้เราได้ยินกันมาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งผลการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์สายพฤติกรรม (Behavioral Economics) ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนวาทกรรมดังกล่าว เป็นต้นว่าศาสนาทำให้พฤติกรรมการบริจาคและจิตอาสาของคนเพิ่มขึ้น หรือในบางงานวิจัยก็พบว่าศาสนาทำให้คนมีพฤติกรรมเชิงบวกต่อสังคมในแง่ของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการให้ความร่วมมือในเชิงบวกเพิ่มขึ้น การฉ้อโกงลดลง เป็นต้น แต่จากการศึกษาล่าสุดกลับพบว่าศาสนาอาจไม่ได้ให้ผลภายนอกเชิงบวก (Positive Externality) ต่อสังคมไปเสียทุกอย่าง เพราะหากคนเชื่อในสวรรค์และการให้อภัยของพระผู้เป็นเจ้ามากกว่าเชื่อในการมีอยู่ของนรกและการลงทัณฑ์จากพระเจ้าแล้ว อัตราการเกิดอาชญากรรมก็จะสูงกว่าในประเทศที่มีสัดส่วนคนเชื่อในนรกและการลงทัณฑ์ของพระเจ้ามากกว่าการเชื่อว่าสวรรค์มีจริง

ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียให้ความเห็น "กลุ่มไม่เชื่อในพระเจ้าและคอมมิวนิสต์มีสิทธิเสรีภาพเช่นกัน"

By: lew on Wed, 2012-07-18 23:52

ประธานศาสรัฐธรรมนูญอินโดนีเซีย Mohammad Mahfud MD ได้กล่าวกับนาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมันในการเข้าเยี่ยมเยียนว่าชาวอินโดนีเซียแม้จะเป็นกลุ่มคนไม่เชื่อในพระเจ้าหรือคอมมิวนิสต์ก็มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

คำกล่าวนี้สวนทางการคำพิพากษาของศาลแขวง Negeri Muaro ที่เพิ่งพิพากษาจำคุก Alexander Aan เป็นเวลาสองปีครึ่งเพราะประกาศตัวเองในเฟซบุ๊กว่าเป็นกลุ่มคนไม่เชื่อในพระเจ้า โดยผู้พิพากษาในคดีนั้นระบุว่าการประกาศตัวว่าไม่มีศาสนาในพื้นที่เปิด เช่น เฟชบุ๊กนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เพราะหลักการ Pancasila ที่เป็นเสาหลักของอินโดนีเซียนั้นระบุให้ทุกคนต้องเชื่อในพระเจ้า

เลขาธิการ Muhammadiyah องค์กรอิสลามอันดับที่สองออกมาสนับสนุนคำพูดของนาย Mahfud ว่าแม้หลัก Pancasila จะระบุให้ทุกคนมีศาสนาแต่ภาระผูกพันของอินโดนีเซียต่อสิทธิมนุษยชนสากล

ท่าทีของผู้นำหรือนักวิชาการมุสลิมหลายคนให้ความเห็นว่าอินโดนีเซียนั้นรองรับการนับถือศาสนาหรือไม่นับถือศาสนาหากเป็นการกระทำเป็นการส่วนตัว แต่จะมีปัญหาหากบุคคลแสดงท่าทีในที่สาธารณะ

ที่มา - The Jakartra Post

คู่แต่งงานตามศาสนา Kopimism เข้าพิธีแล้ว

By: lew on Tue, 2012-05-08 20:59

ศาสนา Kopimism ที่ได้รับรองจากสวีเดนว่าเป็นศาสนาแล้ว จัดพิธีแต่งงานให้กับกับคู่บ่าวสาวในศาสนานี้เป็นครั้งแรก

ศาสนานี้เน้นสิทธิในการแชร์ไฟล์และข้อมูลต่างๆ รวมถึงความรัก และเครื่องหมายทางศาสนาคือ CTRL+C และ CTRL+V

คำอวยพรจากศาสนจักรสำหรับการแต่งงานครั้งนี้ คือ "ขอให้ทั้งสองสำเนาและผสม DNA ระหว่างกันและสร้างมนุษย์ใหม่ นั่นคือหัวใจของ Kopimism สัมผัสความรักและแบ่งปันมันระหว่างกัน สำเนาความศักดิ์สิทธิ์ของมัน"

Subscribe to RSS - Religion