Recession

มาเลเซียแอร์ไลน์ ประกาศปลดพนักงาน 1 ใน 3 ตามแผนฟื้นฟูกิจการของซีอีโอคนใหม่

By: arjin on Mon, 2015-06-01 18:19

สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ได้ส่งอีเมลแจ้งปลดพนักงานออกทั้งหมด 20,000 คนของบริษัทวันนี้ตามแผนการฟื้นฟูกิจการสายการบิน ที่ประสบปัญหาขาดทุนมายาวนาน และยังต้องเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นจากโศกนาฏกรรมเที่ยวบิน MH370 และ MH17 ซึ่งเกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน

อย่างไรก็ตามการปลดพนักงานออกยกทั้งบริษัทนั้นเป็นแผนของซีอีโอคนใหม่ Christoph Mueller ซึ่งทำให้บริษัทมีสภาพเหมือนล้มละลาย แล้วตั้งบริษัทสายการบินใหม่ขึ้นมาเพื่อซื้อสินทรัพย์เดิมจากมาเลเซียแอร์ไลน์ จากนั้นก็ส่งอีเมล "เสนอตำแหน่งงานที่ใหม่" ให้กับพนักงานเดิมเพียง 14,000 คน เท่ากับว่ามีพนักงานเดิมที่ถูกปลดออกจริงประมาณ 1 ใน 3 ส่วนพนักงานที่เหลือมีเวลา 2 สัปดาห์ในการตัดสินใจตอบรับเข้าทำงานกับมาเลเซียแอร์ไลน์แห่งใหม่

รายงานระบุว่าพนักงานที่ได้รับข้อเสนอทำงานต่อนั้น หลายคนได้ตำแหน่งงานที่เปลี่ยนไป ซึ่งมีค่าจ้างที่ลดลงด้วย

Christoph Mueller เป็นซีอีโอชาวเยอรมันซึ่งถือเป็นซีอีโอต่างชาติคนแรกของมาเลเซียแอร์ไลน์ เขามีประวัติฟื้นฟูกิจการสายการบินมาแล้วหลายแห่ง อาทิ Aer Lingus ของไอร์แลนด์ Sabena ของเบลเยี่ยม และ Lufthansa ของเยอรมัน ตามแผนงานของเขา มาเลเซียแอร์ไลน์จะประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่วันที่ 1 กันยายนนี้ ขณะที่เที่ยวบินต่างๆ จะยังดำเนินงานต่อไปตามปกติ

ที่มา: Channel News Asia

เหตุจากปัญหารุมเร้า McDonald's ประเทศญี่ปุ่น ประกาศปิดสาขา 131 แห่ง

By: arjin on Sat, 2015-04-18 16:02

ผู้บริหาร McDonald's ประเทศญี่ปุ่น ออกมาคาดการณ์ผลประกอบการในปี 2015 ว่าบริษัทน่าจะขาดทุนราว 38,000 ล้านเยน ซึ่งหากออกมาจริงจะเป็นการขาดทุนติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยปี 2014 บริษัทขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่ 21,840 ล้านเยน

ปัญหาของ McDonald's ในญี่ปุ่นคล้ายคลึงกับในอเมริกาคือบริษัทประสบปัญหาในการเติบโตจากเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนไป แต่ของญี่ปุ่นนั้นยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์เนื้อไก่เน่า และการพบวัตถุแปลกปลอมในอาหาร รวมถึงปัญหาเฟรนซ์ฟรายด์ขาดแคลน

สำหรับแผนการแก้ปัญหานั้น McDonald's จะปิดสาขาที่ไม่ทำเงิน 131 แห่ง จากสาขาทั้งหมด 3,100 แห่ง รวมถึงทำการปรับปรุงสาขาราว 2,000 แห่งในปีนี้ นอกจากนี้ยังเตรียมเกษียณอายุพนักงานก่อนกำหนดในสำนักงานใหญ่ราว 100 คน และลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงลงด้วย

ที่มา: WSJ

ผู้บริหารการบินไทยปฏิเสธแผนฟื้นฟูด้วยการขายอาคารสำนักงานใหญ่ - ปฏิเสธข่าวเตรียมล้มละลาย

By: arjin on Sun, 2015-01-25 13:00

Bangkok Post รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในการบินไทย ระบุว่าซีอีโอการบินไทยหรือดีดี คุณจรัมพร โชติกเสถียร ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาจากอเมริกาเพื่อศึกษาแผนการฟื้นการบินไทยจากภาวะขาดทุน ตลอดจนภาระหนี้สินมหาศาล ซึ่งผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2014 ที่ผ่านมา การบินไทยขาดทุนถึงกว่า 9 พันล้านบาท และมีหนี้สินระยะยาวกว่า 1.6 แสนล้านบาท

คำแนะนำหนึ่งซึ่งที่ปรึกษาได้เสนอคือให้การบินไทยขายอาคารสำนักงานใหญ่ บนถนนวิภาวดีรังสิตทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาใช้การเช่าแทน (แบบที่โซนี่, โนเกีย เคยทำ) ซึ่งจะทำให้การบินไทยได้กระแสเงินสดเพิ่มมาหมุนเวียนแก้ปัญหาในองค์กร นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้ขายสำนักงานใน 8 ประเทศ รวมทั้งยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางหลักบางเส้น อาทิ กรุงเทพฯ-มอสโคว์, กรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก, กรุงเทพฯ-มาดริด

แหล่งข่าวระบุว่าผู้บริหารระดับสูงในการบินไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับคำแนะนำของที่ปรึกษา และยังให้ความเห็นว่าที่ปรึกษาพยายามเสนอให้ขายสินทรัพย์หลักออกไป แทนที่จะเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ควรแก้ไขอย่างเช่นการจำหน่ายตั๋ว ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว ทั้งมองว่าแผนที่ที่ปรึกษาเสนอมา ดูเป็นแนวทางให้บริษัทยื่นล้มละลายแล้วขายสินทรัพย์ออกไปเสียมากกว่า

ด้านคุณจรัมพรก็ออกมาปฏิเสธข่าวสืบเนื่องจากประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าสถานะทางการเงินของการบินไทยยังไม่แย่ในระดับที่ต้องขอยื่นล้มละลาย

ที่มา: Bangkok Post เครดิตภาพคุณ Neungz จาก SkyScraperCity

ออสเตรเลียชิงปรับลดอัตราดอกเบี้ย กลัวเศรษฐกิจหดตัว

By: toandthen on Tue, 2012-06-05 20:12

หลังจากที่เศรษฐกิจของประเทศจีนเริ่มหดตัว หลังจากที่ความต้องการสินค้าต่าง ๆ ในยุโรปลดลง ทำให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบต่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ทางด้านทรัพยากรกลับประเทศจีน ธนาคารกลางของออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia) จึงได้ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยของประเทศลงมาอยู่ที่ 3.5% จากเดิน 3.75% เพื่อกระตุ้นการลงทุนในประเทศ เตรียมรับยอดส่งออกที่จะลดลงอีก

โดยอีกตลาดที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของออสเตรเลีย ก็คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งในตอนนี้ก็มีการเติบโตที่น้อยลงกว่าที่คาดหมายไว้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขอัตราจ้างงานที่เพิ่งออกมาสำหรับเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ส่งผลให้แร่ธาตุและวัตถุดิบต่าง ๆ เช่นเหล็กและถ่ายหินที่จะถูกส่งออกไปยังประเทศจีนก่อนจะถูกแปรรูปออกมาเป็นค้า ย่อมมียอดที่น้อยลงกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจภายในประเทศของออสเตรเลียก็ยังมีปัญหาของมันเองอีกเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้ธนาคารกลางก็เพิ่งลดอัตราดอกเบี้ยไป ในขณะที่ยอดขายการจับจ่ายสินค้าปลีกภายในประเทศก็ลดลงอีก 0.2% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นักเศรษฐศาสตร์ที่ AMP Capital เชื่อว่าสุดท้ายแล้วแรงกดดันต่าง ๆ จะบังคับให้ธนาคารกลางของออสเตรเลียต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งอย่างแน่นอนภายในครึ่งปีหลังจากนี้

ที่มา - BBC

ภาคเอกชนในเขตยูโรโซนหดตัวอย่างรุนแรงในเดือนที่ผ่านมา

By: toandthen on Fri, 2012-05-04 20:24

ค่า Purchasing Managers' Index (PMI) หรือค่าที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจของผู้จัดการต่าง ๆ ในกลุ่มธุรกิจภาคเอกชนของเดือนเมษายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 46.7 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ 49.2 บ่งบอกให้เห็นว่าธุรกิจภาคเอกชนหดตัวลง (ตัวเลขต่ำกว่า 50 แปลว่ามีการหดตัว) ซึ่งถือว่าเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้ว โดย Markit บริษัทวิจัยตลาดบอกว่าเหตุผลของการหดตัวในครั้งนี้เกิดจากธุรกิจเกิดใหม่ที่น้อยลงกว่าเดิมมาก กับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกที่ไม่แข็งแรง

หากมาดูรายประเทศ จะพบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกของอิตาลีมีผลผลิตต่ำที่สุดในรอบสามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประเทศพี่ใหญ่ที่คอยอุ้มเศรษฐกิจของยูโรโซนทั้งหมดอย่างเยอรมนีก็เริ่มจะเห็นสัญญาณการเติบโตที่ช้าลง หากมาดูมุมมองของผู้บริโภค จะพบว่าความมั่นใจของผู้บริโภคในเขตยูโรโซนเริ่มลดลงอีกครั้ง ต่างจากเมื่อต้นปีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น

สุดท้ายแล้ว ค่า PMI สามารถนำมาใช้ในการคาดการณ์ตัวเลขการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจได้ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของเขตยูโรโซนโดยรวมแล้วจะติดลบที่ 0.5% ในไตรมาสนี้

ที่มา - BBC

ทุบสถิติใหม่ ชาวสเปนตกงานสูงถึง 5.64 ล่้านคน

By: toandthen on Mon, 2012-04-30 09:41

ตัวเลขผู้ว่างงานในประเทศสเปนปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาสูงถึง 5,639,500 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราว่างงานเท่ากับ 24.4% หรือว่าง่าย ๆ เกือบ 1 ส่วน 4 ของประเทศ นับว่าเป็นอัตราว่างงานที่สูงที่สุดในสหภาพยุโรป โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นการยืนยันว่าประเทศกำลังพบกับห้วงเวลาเศรษฐกิจถดถอย

รัฐบาลสเปนกล่าวว่าตลาดแรงงานภายในประเทศจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ได้แก่ การยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยโดยนายจ้าง และการจำกัดการขึ้นเงินเดือนทุกชนิด ที่อาจส่งผลให้เงินเฟ้อมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เริ่มทำให้สหภาพแรงงานต่าง ๆ ไม่พอใจ และขู่ว่าจะเริ่มนัดหยุดงานประท้วง

หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร HSBC กล่าวว่า พวกเขาเริ่มที่จะเห็นปัญหาในสเปน คล้ายกับปัญหาในประเทศกรีซมากยิ่งขึ้น และทุกครั้งที่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง รัฐบาลเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยการเริ่มมาตรการรัดเข็มขัด และผลที่ตามมาก็คือประเทศจะต้องเดินถอยหลังอีกสองก้าวเสมอ

ในขณะนี้ผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปีของประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.96% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 5.81% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มกลัวว่าสเปนจะไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้ เช่นเดียวกับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ S&P ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือของสเปนมาอยู่ที่ BBB+ แทน

ที่มา - BBC

นักเศรษฐศาสตร์อังกฤษยอมรับเศรษฐกิจอังกฤษเข้าสู่ภาวะชะงักงันแล้วในทางเทคนิค

By: Flurrywong on Thu, 2012-01-19 16:41

หลังจากที่ปล่อยให้ชาติสมาชิกประชาคมยุโรปอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะรอบนี้กันมานาน สหราชอาณาจักรก็เป็นชาติล่าสุดที่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเหมือนคนอื่นเสียที ปีเตอร์ สเปนเซอร์ (Peter Spencer) หัวหน้าที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ Item Club ได้เปิดเผยว่า ระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของสหราชอาณาจักรในช่วงไตรมาสสุดท้ายลดลงและจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก 3 ปี อันเนื่องมาจากปริมาณการบริโภค การใช้จ่ายภาคเอกชนและการส่งออกลดลงซึ่งเป็นผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป และถึงแม้ว่าวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้ เศรษฐกิจอังกฤษก็จะกลับมาเติบโตได้เพียงแค่ร้อยละ 1.78 ในปี 2013 และร้อยละ 2.8 ในปี 2014

นอกจากนี้ Chartered Institute of Personnel and Development ยังรายงานว่าระดับการว่างงานในปีหน้า 2.9 ล้านคนและจะยังคงสูงกว่า 2.5 ล้านคนไปจนถึงปี 2016

ที่มา - BBC

สร้างตึกสูง เศรษฐกิจตกต่ำ?

By: chayaninw on Wed, 2012-01-11 17:52

การมีตึกสูงระฟ้าอยู่ในเมืองนั้นก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความเจริญทางเศรษฐกิจ แต่ Barclays Capital ได้ออกมาวิเคราะห์ว่า การสร้างตึกระฟ้านั้น อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

Barclays ยกตัวอย่าง Empire State Building ที่สร้างชนกับช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) หรืออย่างตึกที่สูงที่สุดในโลกปัจจุบัน Burj Khalifa สร้างเสร็จก็เจอกับวิกฤติการเงินของดูไบ ตึกแฝด Petronas ก็สร้างเสร็จในปี 1997 พร้อมกับวิกฤติในเอเชีย แม้แต่ตึกสูงตึกแรกที่สร้างขึ้น Equitable Life ในปี 1873 ก็เจอกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยนานห้าปี

นักวิเคราะห์จาก Barclays มองว่า บรรดาตึกที่สูงที่สุดในโลกที่สร้างขึ้นมานี้ เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของบรรดาตึกสูงต่างๆ ในช่วงที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวสูงมากๆ การสร้างตึกสูงเหล่านี้ก็จะเริ่มในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวสูงสุด โดยแสดงถึงการจัดสรรทุนที่ผิดพลาด ก่อนที่เศรษฐกิจจะเริ่มมีการปรับตัวมาเข้าสู่ช่วงถดถอยตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

ตอนนี้ทั้งจีนและอินเดียต่างก็กำลังสร้างตึกสูงขึ้นมามากมายท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับสูง ซึ่งก็อาจเริ่มไปสัญญาณของภาวะชะลอตัวที่จะเกิดตามมา

ที่มา - BBC News

ยุโรปสามารถลดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้?

By: ibirdboy on Thu, 2011-11-24 15:41

นายปีแอร์ คาโล ปาโดอัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ เพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) บอกว่า ยุโรปสามารถลดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้แต่ต้องใช้ทรัพยากรที่มากพอเพื่อคลายความวิตกในตลาดและรัฐบาลต่างๆ ต้องเดินหน้าใช้มาตรการรัดเข็มขัดกันต่อไป

เยอรมันเริ่มแย่ ภาคเศรษฐกิจเสื่อมถอยเดือนกันยายน แม้ไม่มากเท่าคาดการณ์ไว้

By: Blltz on Mon, 2011-09-26 18:28

ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ออกมาคาดการณ์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติหนี้สินในแถบยุโรป ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจเสื่อมถอย และมีอัตราการจ้างลดลงในเดือนกันยายน

ล่าสุดสถาบันอีโฟ ที่มีงานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยมิวนิคได้เผยดัชนีชี้วัดธุรกิจ จากการสำรวจเจ้าของกิจการกว่า 7,000 คน พบว่าตัวเลขลดลงจากเดือนสิงหาคมที่ 108.7 ลงไปอยู่ที่ 107.5 ซึ่งน้อยที่สุดตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2010 แต่ก็ยังเหนือกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 106.5 จากการคาดการณ์เฉลี่ยของ 41 นักเศรษฐศาสตร์ในการสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

อีกตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจคือดัชนีหุ้นของ DAX ที่ลดลงไปร้อยละ 29 ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งไปในทิศทางเดียวกับประเทศร่วมทวีป ที่แย่คือการส่งออกของเยอรมนีก็ลดลงไปด้วย แม้ว่าบุนเดสแบงก์จะยังเชื่อมั่นว่าจะมีการเติบโตในไตรมาสปัจจุบันก็ตาม

สำหรับเงินยูโรลดลงไปอีกราวร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และนับเป็นมูลค่าที่ต่ำที่สุดในรอบสองปีเมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น

ที่มา : Bloomberg Businessweek

จะเกิดอะไรขึ้นหากประเทศกรีซไม่ชำระหนี้

By: toandthen on Wed, 2011-09-21 10:51

เป็นที่ยอมรับกันแล้วในหมู่สถาบันการเงินต่าง ๆ ว่าประเทศกรีซไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ เนื่องจากผู้นำในประเทศไม่สามารถบรรลุการตัดงบประมาน ลดอัตราการจ้างงานของรัฐ และเก็บภาษีเพิ่มได้ โดยการไม่ยินยอมที่จะดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว ประเทศกรีซจะไม่ได้รับการช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศอื่น ๆ ในเขตเศรษฐกิจยุโรปอีก

แต่ปัญหาสำหรับยูโรโซน ไม่ใช่แค่ประเทศกรีซ แต่ประเทศอื่น ๆ ที่กำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยนักลงทุนในกลุ่ม credit default swap เชื่อว่าประเทศโปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี และสเปน มีโอกาสที่จะไม่ชำระหนี้ของตัวเองตั้งแต่ 28% ถึง 66% หากประเทศเหล่านี้ไม่สามารถชำระหนี้ของตัวเองได้จริง หมายความจะต้องมีการตัดรายการหนี้ค้าง (write-off) สูงถึง 1 ล้านล้านยูโรเลยทีเดียว

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินเชื่อว่าวิธีการแก้ไขในตอนนี้คือการอนุญาตให้กรีซทยอยจ่ายเงินคืนเท่าที่จ่ายได้ (controlled default) แต่หากวิธีการนี้ไม่สำเร็จ เป็นไปได้ว่ายุโรปอาจจะต้องตกอยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย และส่งผลให้สหรัฐต้อง "เบิ้ล" เศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง (double-dip recession) หลังจากที่เพิ่งประสบปัญหาดังกล่าวมาแล้วในช่วงปี 2008-2009

ที่มา - CNN Money

IMF เตือน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ห้วง "อันตราย"

By: toandthen on Wed, 2011-09-21 10:30

IMF ได้ออกเตือนว่าปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งในสหรัฐและเขตยูโรโซน อาจจะทำให้เขตเศรษฐกิจทั้งสองนี้ต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจถดถอย (Recession) อีกครั้งหนึ่ง และยังได้ลดตัวเลขการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ประจำปี 2011 ของประเทศเขตยูโรโซนทั้งหมด จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% มาอยู่ที่ 1.6%

ทั้งนี้ IMF ได้ออกเตือน หลังจากที่ S&P ได้ตัดสินใจที่จะลดระดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรทติ้ง) ของพันธบัตรประเทศอิตาลีลง และยังขอให้ประเทศกรีซ ตกลงที่จะเริ่มเดินหน้ากับแผนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทันที ไม่เช่นนั้น กรีซอาจจะไม่สามารถที่จะจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรของกรีซมูลค่า 8 พันล้านยูโรได้ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ขณะเดียวกัน IMF ยังได้เตือนสหรัฐให้คุมหนี้ของประเทศตัวเองให้ได้ โดยสหรัฐเองอาจจะประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจไปอีกหลายปี เนื่องจากสภาพที่อ่อนแอ ของตลาดอสังหาฯ​ และสถานะทางการเงินของประเทศที่อ่อนแอลง ซึ่งอาจจะส่งผลให้อัตราการจ้างงานนั้นกลับมาสูงเหมือนเดิมได้ยาก

ที่มา - BBC News

Subscribe to RSS - Recession