Population

จีนตัดสินใจยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว หลังประเทศกำลังเป็นสังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว

By: lew on Sat, 2015-10-31 01:30

นโยบายลูกคนเดียวของจีนที่กดดันให้ครอบครัวมีลูกเพียงคนเดียว เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 1979 จนตอนนี้กว่า 40 ปีทางพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็มีนโยบายปรับให้ครอบครัวสามารถมีลูกได้สองคน

โทษของการมีลูกเกินนโยบายต่างกันไป ตั้งแต่เป็นเพียงค่าปรับ, ไล่ออกจากงาน, ไปจนถึงการบังคับทำแท้ง ตอนนี้ประชากรวัยเยาว์ (0-24 ปี) ของจีนมีสัดส่วนเพียง 50% ของประชากรวัยทำงาน (25-64 ปี) ตามข้อมูลปี 2013 จาก World Bank ประชากรจีนโดยรวมมีลูกเพียง 1.67 คนต่อหญิง 1 คน เทียบกับประเทศเจริญแล้วอย่างสหรัฐฯ ที่มี 1.87 คน ขณะที่ญี่ปุ่นมี 1.43 คน และไทยมีเพียง 1.40 คน

ผลกระทบอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ คนจีนจะขอลี้ภัยในสหรัฐฯ น้อยลง เนื่องจากกฎหมายลี้ภัยของสหรัฐฯ นั้นอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยที่ถูกบังคับทำแท้งสามารถขอลี้ภัยได้ ช่วงปี 2011 ถึง 2013 มีผู้ลี้ภัยจีนเข้าไปยังสหรัฐฯ มากเป็นอันดับหนึ่งถึง 27,000 คน ขณะที่อันดับสองคืออียิปต์มีเพียง 7,300 คน

สังคมจีนเองก้าวขึ้นมาเป็นสังคมสมัยใหม่ แม้ทางการจะอนุญาตให้มีลูกสองคน แต่ในความเป็นจริงพ่อแม่ก็อาจจะเลือกไม่มีลูกเกินกว่ากำหนดกันมากนัก

ที่มา - BBC, The Washington Post, Reuters

ที่มาภาพ - CIA World Factbook

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2017

By: lew on Sun, 2013-08-25 14:35

ระบบเศรษฐกิจในโลกมีความเหมือนกันอย่างหนึ่งคือต้องพึ่งกับที่มีช่วงอายุทำงาน (working-age) เพื่อจะทำงานเลี้ยงดูคนอื่นๆ ในครอบครัว ตลอดจนเสียภาษีเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม แต่แนวโน้มประชากรโลกที่กำลังลดลงทำให้หลายประเทศผ่านช่วงเวลาาประชากรวัยทำงานจำนวนสูงสุดไปแล้ว และหลังจากจุดนั้นประชากรวัยทำงานจะลดลงเพียงอย่างเดียว

รายงานจาก Merrill Lynch ระบุว่าประเทศไทยเองเริ่มเข้าใจช่วงเวลาประชากรวัยทำงานสูงสุดเร็วกว่าที่คาดไว้ จากเดิมคาดว่าจะสูงสุดในปี 2020 จะร่นเข้ามาเป็นปี 2017 และลดลงอย่างรวดเร็ว ในระยะยาว คาดว่าแรงงานไทยจะหดตัวลงหนักที่สุดในเอเชียเหลือต่ำกว่าร้อยละ 60 ภายใน 50 ปีข้างหน้า

การคาดการณ์ระบุว่าชาติในเอเชียล้วนจะเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในเร็วๆ นี้ เช่น จีนจะเข้าช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2015 ส่วนเกาหลีจะเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2016 เมื่อรวมทั้งอาเซียนจะเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2045 โดยมีอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นแรงฉุดให้ประชากรในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นต่อไป

คาดดว่าอินโดนีเซียจะมีแรงงานสูงสุดในปี 2058 ส่วนฟิลิปปินส์จะเลยไปถึงปี 2085 จากปัญหาการคุมกำเนิดและศาสนาในประเทศ

ที่มา - Quartz

Guardian: ผู้สูงอายุเยอรมันต้องออกไปอยู่บ้านพักนอกประเทศเพราะถูกกว่า

By: chayaninw on Fri, 2012-12-28 13:30

เว็บไซต์ The Guardian เขียนบทความรายงานถึงสถานการณ์ของผู้สูงอายุและผู้ป่วยในเยอรมนี ที่กำลังถูก "ส่งออก" ไปยังบ้านพักหรือศูนย์ฟื้นฟูในต่างประเทศ เพราะต้นทุนภายในประเทศที่สูงขึ้น และมาตรฐานการดูแลที่แย่ลง สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

อุตสาหกรรมศูนย์ดูแลผุ้สูงอายุได้ประสบปัญหาด้านต้นทุนและการขาดแคลนแรงงานมาหลายปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็มีการนำเข้าแรงงานจากยุโรปตะวันออก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ประชากรเยอรมันจำนวนมากไม่สามารถรับภาระด้านบ้านพักคนชราที่แพงขึ้นได้ ทำให้มีการย้ายไปใช้บริการในประเทศในยุโรปตะวันออกไปจนถึงในเอเชีย

ผลจากการค้นคว้าพบว่า มีชาวเยอรมันที่เกษียณแล้วประมาณเจ็ดพันคนที่อาศัยอยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุในฮังการีในปี 2011 และมีมากกว่าสามพันคนในสาธารณรัฐเช็ค หกร้อยคนในสโลวาเกีย และไม่ทราบจำนวนในสเปน กรีซ และยูเครน ในขณะที่ไทยและฟิลิปปินส์ก็เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

The Guardian ได้ไปสัมภาษณ์ชาวเยอรมันที่อยู่ในบ้านพักในต่างประเทศ และพบว่า บางส่วนเลือกที่จะไปอยู่เพราะราคาที่ถูกกว่าและมองว่าระดับคุณภาพนั้นดีกว่า ในขณะที่บางส่วนก็ไปแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

ข้อวิพากษ์วิจารณ์และวิตกกังวลข้อหนึ่ง คือการส่งผู้ป่วยที่ประสบภาวะสมองเสื่อม ไปอยู่ในศูนย์ฟื้นฟูในต่างประเทศเพราะคิดว่าถึงอย่างไรก็ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างได้ โดย Sabine Jansen ประธานสมาคมอัลไซเมอร์ของเยอรมนีบอกว่า ภาษาและสภาพแวดล้อมนั้นเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยในการรักษาอัตลักษณ์ของตัวเองไว้

Sozialverband Deutschland (VdK) กลุ่มด้านสังคมของเยอรมนี ได้ชี้ว่าการที่ชาวเยอรมันไม่สามารถเลือกใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศตัวเองได้เป็นปัญหาใหญ่ โดยกล่าวว่า "เราไม่สามารถปล่อยให้คนที่สร้างเยอรมนีมาเป็นอย่างทุกวันนี้ ต้องถูกเนรเทศออกไป"

อย่างไรก็ตาม Artur Frank เจ้าของ Senior Place ซึ่งทำหน้าที่จัดหาบ้านพักในสโลวาเกียให้กับชาวเยอรมัน แสดงความไม่เห็นด้วยว่า สถานการณ์นี้เป็นการไล่หรือเนรเทศ แต่ส่วนมากก็เลือกที่จะไปอยู่โดยสมัครใจ และเกิดจากการตัดสินใจจากครอบครัวที่รู้ว่าจะได้รับผลที่ดีกว่า

ที่มา - The Guardian

Subscribe to RSS - Population