Nokia

โนเกียขายสำนักงานใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

By: Be1con on Tue, 2012-12-04 21:14

หลังจากที่ทางโนเกียได้เตรียมที่จะขายอาคารสำนักงานใหญ่ (หรือที่พนักงานที่ทำงานที่นั้นเรียกว่า NoHo ซึ่งเป็นคำย่อของคำว่า Nokia House) ล่าสุดทางโนเกียประกาศขายอาคารนี้ให้กับบริษัท Exilion บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของฟินแลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย Timo Ihamuotila ผู้บริหารฝ่ายการเงินของโนเกียได้กล่าวว่า ธุรกิจหลักของโนเกียไม่ได้เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ การขายอาคาร NoHo นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของโนเกียในอนาคต ทั้งนี้โนเกียได้ทำสัญญาเช่าอาคารในระยะยาวกับทาง Exilion เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการขายอาคารจะไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานที่ทำงานอยู่ที่ NoHo ณ ปัจจุบันนี้

ที่มา : โนเกีย ผ่าน Engadget

โนเกียเตรียมขายสำนักงานใหญ่เสริมสภาพคล่อง

By: lew on Wed, 2012-10-03 21:50

ปัญหาโทรศัพท์ Lumia ที่ยังสร้างยอดขายไม่ได้ตามเป้าทำให้สภาพคล่องของโนเกียอยู่ในระดับไม่ดีนัก ตอนนี้ภารกิจเฉพาะหน้าคือการหาเงินมาหมุนในการทำธุรกิจก่อน โนเกียก็เริ่มมองทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลักเช่นอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงอาคารสำนักงานใหญ่ในเมือง Espoo มูลค่า 200-300 ล้านยูโร

อาการแบบนี้ถ้า Lumia 920 และ 820 ยังไม่สามารถพลิกฟื้นบริษัทมาได้ เราคงเห็นการปรับโครงสร้างอย่างหนักกันอีกรอบ

ที่มา - Reuters

นายกฟินแลนด์บอกปัด รัฐบาลไม่ช่วยซื้อหุ้นโนเกีย

By: mk on Thu, 2012-06-21 07:51

ธุรกิจของโนเกียถือเป็นสัดส่วนใหญ่มากของรายได้ประชาชาติ (GDP) ของประเทศฟินแลนด์ (เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 4% ของ GDP) และเมื่อโนเกียเริ่มประสบปัญหาทางธุรกิจ ก็ย่อมทำให้เศรษฐกิจของฟินแลนด์เริ่มมีปัญหาตามไปด้วย จนมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลฟินแลนด์เข้าไปซื้อหุ้นบางส่วนของโนเกียเพื่อช่วยพยุงราคาหุ้น และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน

แต่นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ Jyrki Katainen ออกมาให้สัมภาษณ์ปฏิเสธข้อเสนอนี้แล้ว โดยบอกว่าไม่ใช่ธุระของรัฐบาลที่จะไปอุ้มบริษัทใดบริษัทหนึ่ง สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือพัฒนาประเทศฟินแลนด์ให้เป็นประเทศที่เหมาะแก่การทำธุรกิจต่างหาก รัฐบาลฟินแลนด์ยังสนับสนุนโนเกียแต่ไม่ใช่วิธีการซื้อหุ้น

รัฐบาลฟินแลนด์มีหุ้นในบริษัทสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ เช่น ป่าไม้หรือเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ยังเข้าไปอุ้มสายการบินแห่งชาติฟินแลนด์ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ และบริษัทพลังงาน Fortum ด้วย ตอนนี้เศรษฐกิจของฟินแลนด์ยังถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ (เครดิตระดับ AAA)

ที่มา - Reuters

นักวิเคราะห์เผย ปีนี้โนเกียขายมือถือได้ 20 ล้านเครื่อง อีกสองปีอาจไม่มีเงินใช้หนี้ระยะสั้น

By: nuntawat on Sat, 2012-05-19 19:44

สำนักข่าวรอยเตอร์เผยผลวิเคราะห์จากนักการธนาคารและนักวิเคราะห์กว่า 30 บริษัท ว่าปีนี้โนเกียจะขายโทรศัพท์มือถือได้ทั้งหมด 20 ล้านเครื่อง ส่วนปีหน้าจะขายได้ 46 ล้านเครื่อง แต่ก็แสดงความกังวลต่อสถานะทางการเงิน โดยกล่าวว่าในกรณีเลวร้ายที่สุดบริษัทอาจจะไม่สามารถชำระตราสารหนี้ระยะสั้นที่จะครบกำหนดชำระในอีกสองปีข้างหน้าได้

โนเกียมีตราสารหนี้ระยะสั้นสองก้อนที่ต้องชำระ ก้อนแรกมีมูลค่า 1.25 พันล้านยูโร ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.5 และมีกำหนดชำระในปี 2014 ส่วนก้อนที่สองมีมูลค่า 500 ล้านยูโร ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.75 และมีกำหนดชำระในปี 2019

โนเกียใช้เงินไปกว่า 2.1 พันล้านยูโร (ราว 8.4 หมื่นล้านบาท) ในห้าไตรมาสที่ผ่านมา นักวิเคราะห์คาดว่าในอีกสามไตรมาสข้างหน้าบริษัทจะใช้เงินอีกราว 2 พันล้านยูโร (ราว 8 หมื่นล้านบาท) และภายในหนึ่งปีนับจากนี้โนเกียน่าจะหมดไปมากกว่า 4.9 พันล้านยูโร (ราว 1.96 แสนล้านบาท)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก Societe Generale ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นของโนเกียไปเป็น "ขาย" และเตือนนักลงทุนว่าผลดำเนินงานขาดทุน (operating loss) และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร (restructuring cost) อาจเร่งให้ยอดขายตกลง ส่วนทางด้านโฆษกของโนเกียได้กล่าวว่าบริษัทได้มุ่งที่จะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ปรับปรุงกระแสเงินสด (cash flow) และรักษาสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นสำคัญ

หากโนเกียไม่สามารถดำเนินการดังที่กล่าวมาได้สำเร็จ นักการธนาคารบางรายคาดว่าไมโครซอฟท์อาจกลายเป็นผู้ขี่ม้าขาวมาซื้อกิจการได้

ที่มา: สำนักข่าวรอยเตอร์

โนเกียเตรียมขายกิจการมือถือหรู Vertu

By: arjin on Mon, 2012-04-30 14:18
Tags: 

Financial Times รายงานว่าโนเกียเตรียมขายกิจการโทรศัพท์มือถือที่เน้นความหรูหรา Vertu ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออยู่ที่ประเทศอังกฤษให้กับกลุ่มทุน Permira ที่มูลค่าราว 200 ล้านยูโร

ก่อนหน้านี้โนเกียเคยออกมาส่งสัญญาณเมื่อปลายปีที่แล้วว่าบริษัทต้องการตัดขาย Vertu ออกไป แต่ยังหาผู้ที่มีความเหมาะสมมาซื้อกิจการต่อไปไม่ได้จนกระทั่งมีข่าวล่าสุดตามนี้ครับ

ที่มา: Reuters

Wired: 5 เหตุผลที่ทำให้โนเกียกลายเป็นบริษัท "ขยะ"

By: toandthen on Sun, 2012-04-29 11:01

Wired ได้เขียนถึงเหตุผลว่าทำไมโนเกียถึงพ่ายยอดขายมือถือโดยรวมให้กับซุมซุง และถูกปรับความน่าเชื่อถือลงสู่ระดับ "ขยะ"​ แม้ว่าตัวเองจะเป็นแชมป์ตลาดมือถือได้นานถึง 14 ปี โดยสิ่งที่ Wired คิดว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้โนเกียต้องเจอกับสถานการณ์ปัจจุบันได้แก่

  • โนเกียไหวตัวช้าเกินไป โดยก่อนหน้าที่แอปเปิลจะเปิดตัวไอโฟนในปี 2007 โนเกียเป็นผู้นำตลาดมือถือสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian มาถึงห้าปีด้วยกัน ไอโฟนเป็นสินค้าที่เปลี่ยนความหมายของคำว่า "สมาร์ทโฟน" โดยสิ้นเชิง การที่โนเกียไม่ยอมที่จะตอบสนองกับการเกิดของ iOS และ Android อย่างทันท่วงที ทำให้โนเกียต้องเสียตลาดสมาร์ทโฟนไปทันที ในขณะที่ตลาด feature phone ของตัวเองที่เคยคิดว่าแข็งแกร่งนั้น กลับมีขนาดเล็กลงเพราะคนเริ่มหันไปใช้สมาร์ทโฟนราคาถูกจากซัมซุงมากยิ่งขึ้น
  • ตัดสินใจเรื่อง OS ไม่ได้เสียที ซัมซุงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะเขาสามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการตลาดใหม่ได้ดีและรวดเร็วแล้ว ยังเลือกที่จะไม่เทเงินทั้งหมดของตัวเองไปกับระบบปฏิบัติการเดียว ทุกวันนี้ซัมซุงยังขายมือถือที่มีทั้งระบบปฏิบัติการ Android, Windows Phone หรือแม้กระทั่ง Bada ระบบปฏิบัติการของตัวเอง เผื่ออย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องล้มไป และสุดท้ายซัมซุงก็พบว่า Android เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับซัมซุง ในขณะที่โนเกียกลับทำตรงกันข้ามมาโดยตลอด ที่ทุ่มเงินเพื่อยื้อระบบปฏิบัติการของตนเอง และสุดท้ายก็เลือกที่จะเปลี่ยนมาเป็น Windows Phone ในเวลาที่อาจจะพูดได้ว่าสายเกินไปเสียแล้ว
  • โดนโจมดีทั้งตลาดบนและตลาดล่าง โนเกียไม่ได้แพ้แค่ตลาดมือถือระดับบนอย่างเดียว แต่ระดับล่าง ๆ ของตัวเองก็ถูกโจมตีโดยคู่แข่งที่มีโครงสร้างต้นทุนที่ตำกว่า เช่น HTC, หัวเหว่ย และ ZTE โดยสามบริษัทนี้ต่างก็มีความรู้ความสามารถในตลาดท้องถิ่นยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนมากกว่า
  • ภาพลักษณ์ความคลาสสิกของโนเกีย เป็นอีกปัญหาที่ทำให้โนเกียไม่สามารถสู้ในตลาดยุคปัจจุบันได้ เพราะว่าโนเกียมีภาพลักษณ์ในสายตาของผู้ใช้มือถือยุคปัจจุบันว่าเป็นแบรนด์มือถือยุคแรก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกม Snake ที่ทุกคนต่างก็เห็นเป็นความคลาสสิก ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ผู้ใช้สามารถจะเชื่อมต่อกับแบรนด์ของโนเกียได้ โนเกียไม่เคยแสดงตัวให้เห็นว่าตนเป็นผู้ผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่อย่างใด
  • แผนการบริหารจัดการที่ด้อย แอปเปิลเลือกทำตลาดมือถือของตัวเองด้วยโมเดลสินค้าตัวเดียว ภายใต้ยี่ห้อเดียว ในขณะที่ซัมซุงใช้แผนการต่อกรกับแอปเปิลโดยตรงด้วยการออกสินค้าสเปคสูงราคาแพงมาสู้ ในขณะที่ปล่อยสินค้าตระกูลต่ำกว่าออกมาด้วยพร้อม ๆ กับเป็นกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแบรนด์ Galaxy ที่มีราคาต่ำกว่าเครื่องละ 9000 บาท โนเกียไม่เคยมีแผนการที่ชัดเจนว่าจะวางตัวอย่างไรในตลาด และถึงแม้ว่าโนเกียกับไมโครซอฟท์จะเป็นสองแบรนด์ที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงในยุคหลัง ๆ แต่ทั้งสองบริษัทก็มีอาวุธมากมายที่สามารถนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตลาดได้อยู่

ที่มา - Wired

ฟิทช์ปรับลดความน่าเชื่อถือโนเกียลงอยู่ในระดับ "ขยะ"

By: Blltz on Wed, 2012-04-25 22:49

ฟิทช์ บริษัทจัดระดับความน่าเชื่อถือได้ออกมาลดระดับความน่าเชื่อถือของโนเกียเป็น "ขยะ" โดยประเมินจากประสิทธิภาพของโนเกียต่อตลาดมือถือ และหนี้ที่มีอยู่

หลังจากโนเกียที่หันมาจับมือกับไมโครซอฟท์ เพื่อเป็นขั้วที่สามไปต่อกรกับสองขั้วแรกในโลกมือถืออย่างกูเกิล และแอปเปิล จนถึงบัดนี้แม้ว่าจะดูดีขึ้น แต่จากยอดขายของสมาร์ทโฟนซีรีส์ Lumia (ที่ใช้ Windows Phone) ยังไม่ดีพอที่จะชดเชยกับยอดขายของมือถือรุ่นเก่าที่เคยเป็นบ่อเงินสำคัญให้กับบริษัทในอดีต ที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

หลังจากฟิทช์ประกาศออกไป โนเกียได้ออกมาตอบโต้โดยระบุว่าบริษัทยังมีเงินสดสุทธิอยู่ถึง 4,900 ล้านยูโร และกำลังอยู่ในช่วงลดต้นทุนทำให้บริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งไว้ได้ แต่ถึงกระนั้นฟิทช์ก็ยังบอกว่าเงินสดของโนเกียจะหมดลงภายใน 18 เดือน หากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ก่อนหน้านี้มู้ดดี้ส์เองก็ออกมาปรับระดับความน่าเชื่อถือของโนเกียจาก BB+ ลงเหลือ BBB- มาแล้ว และจะยิ่งลงไปอีก ถ้าหากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ที่มา - REUTERS, Nokia

Fortum แซงโนเกียเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในประเทศฟินแลนด์แล้ว

By: Blltz on Thu, 2012-04-05 18:03

เมื่อก่อนนี้เราทราบกันดีว่าโนเกียยิ่งใหญ่ขนาดไหนในประเทศฟินแลนด์ และไม่ต้องสงสัยว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในประเทศฟินแลนด์มายาวนาน

แต่ตอนนี้ต้องปรับความเข้าใจใหม่แล้ว หลังจากที่โนเกียธุรกิจแย่ลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ Fortum ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้ภายในบ้าน ที่มีมูลค่าตลาดตามราคาหุ้นอยู่ที่ 15,800 ล้านยูโร ถีบโนเกียตกลงมาอันดับสองที่ 14,800 ล้านยูโร ตามมาด้วย Sampo บริษัทการเงิน และประกันที่มีมูลค่า 12,000 ล้านยูโร

ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ช่วงที่โนเกียทรงพลังในตลาดมือถือ ตอนนั้นโนเกียมีมูลค่าตลาดสูงถึง 110,000 ล้านยูโร แต่ก็เทียบไม่ได้กับยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันอย่างแอปเปิลที่ตอนนี้มีมูลค่าสูงถึง 446,000 ล้านยูโร (หรือ 587,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

ส่วนสถานการณ์ของโนเกียตอนนี้ยิ่งไม่สู้ดีนีก หลังจากเมื่อปี 2011 โนเกียรายงานว่าขาดทุนสูงถึง 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งที่ปี 2010 กำไรถึง 2,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - The Next Web

โนเกียย้ายฐานการผลิตออกจากเม็กซิโก, ฮังการี, และฟินแลนด์

By: lew on Thu, 2012-02-09 09:59

โนเกียประกาศหยุดสายการผลิตในสามประเทศคือ เม็กซิโก, ฮังการี, และฟินแลนด์ เพื่อย้ายฐานการผลิตไปยังแถบเอเชีย โดยโรงงานทั้งหมดจะเหลือหน้าที่เพียงการปรับแต่งเครื่องให้เข้ากับลูกค้าในประเทศเช่นการโหลดเฟิร์มแวร์ และบรรจุของแถมหรือ SIM ลงในกล่องเท่านั้น

เหตุผลของการย้ายสายการผลิตนี้ นอกจากประเด็นค่าแรงแล้ว ยังมีประเด็นชิ้นส่วนต่างๆ มักมาจากฝั่งเอเชียอยู่แล้ว การย้ายสายการผลิตให้อยู่ใกล้กันจะทำให้โนเกียสามารถออกสินค้ารุ่นใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นลดค่าขนส่งชิ้นส่วนให้ต่ำลง

ยังไม่มีการยืนยันว่าโรงงานแถบเอเชียที่โนเกียพูดถึงนั้นอยู่ในประเทศอะไรบ้าง

ที่มา - The Register

Subscribe to RSS - Nokia