Nestlé

Nestlé ออกแผนจัดการปัญหาสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมประมงไทย

By: lew on Tue, 2015-11-24 19:00

Nestlé เผยแพร่แผนงานการลงมือขจัดการละเมิดสิทธิมนุษยชนออกจากห่วงโซ่อุปทานของบริษัทที่ซื้ออาหารทะเลจากแหล่งในในไทย

แผนงานนี้มุ่งแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน 17 รายการที่มีการรายงานเข้ามา เช่น การยึดเอกสารของลูกจ้างเพื่อบังคับไม่ให้ย้ายงาน, คุกคามลูกจ้างเมื่อทำงานช้ากว่าที่ต้องการ, มีการใช้แรงงานเด็ก, บังคับทำงานล่วงเวลา เป็นต้น

ทาง Nestlé จะสร้างโครงสร้างต่างๆ เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ออกจากห่วงโซ่อุปทานของทาง Nestlé เอง ได้แก่ การสร้างระบบแจ้งการละเมิดโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน, จัดหน่วยตอบสนองต่อการแจ้งปัญหา, วางมาตรฐานการจ้างงาน, จัดอบรมเจ้าของเรือและกัปตันเรือ, วางระบบตรวจสอบย้อนกลับได้, สอบทานสภาพการทำงานของลูกจ้าง

เนสท์เล่ซื้อเอส-26 จากไฟเซอร์ด้วยมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

By: arjin on Mon, 2012-04-23 14:14

มีรายงานข่าวว่าบริษัทยายักษ์ใหญ่ของโลกไฟเซอร์ (Pfizer) ได้ตัดสินใจขายแผนกธุรกิจโภชนาการเด็ก (สินค้าในไทยที่รู้จักกันคือนมผงเอส-26) ให้กับบริษัทเนสท์เล่ (Nestlé) ที่มูลค่าราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายนั้นไฟเซอร์มีตัวเลือกอีกบริษัทที่จะขายให้คือบริษัทดาน่อน (Danone) ทั้งนี้การขายธุรกิจดังกล่าวจะช่วยให้ไฟเซอร์มีเงินสดมาโฟกัสธุรกิจหลักของบริษัทคือการผลิตและวิจัยยารักษาโรคมากขึ้น โดยธุรกิจโภชนาการเด็กนี้เคยเป็นแผนกหนึ่งของบริษัทไวเอท (Wyeth) ที่ไฟเซอร์ซื้อมาเมื่อเมื่อปี 2009

ในส่วนของเนสท์เล่เองก็จะได้ประโยชน์จากดีลดังกล่าวเพราะทำให้บริษัทกลับไปทำตลาดในประเทศจีนได้เหมือนเดิม หลังต้องถอนตัวจากประเทศจีนในปี 2005 เนื่องจากทางการตรวจพบสารไอโอดีนเกินมาตรฐานในนมผง Neslac ซึ่งปัจจุบันสินค้าโภชนาการเด็กของไฟเซอร์มีส่วนแบ่งในจีน 7% ขณะที่ธุรกิจโภชนาการเด็กในจีนโดยรวมนั้นมีขนาดใหญ่และเติบโตสูงมากโดยกินส่วนแบ่งถึง 23% ของยอดขายทั่วโลกที่มีสูงถึง 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันไฟเซอร์มีส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มสินค้าโภชนาการเด็กเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากเนสท์เล่, มี้ด จอห์นสัน (Mead-Johnson), ดาน่อน และแอ๊บบอต (Abbott)

ที่มา: Bloomberg

Subscribe to RSS - Nestlé