Myanmar

พม่าให้ใบอนุญาตธนาคารต่างประเทศเปิดดำเนินการเป็นครั้งแรก ของไทยมีธนาคารกรุงเทพ

By: arjin on Thu, 2014-10-02 08:58

ธนาคารกลางพม่าประกาศให้ใบอนุญาตธนาคารจากต่างประเทศเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมการให้สินเชื่อการลงทุนในประเทศ โดยธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบด้วย Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ (ญี่ปุ่น), SMBC (ญี่ปุ่น), Mizuho Bank (ญี่ปุ่น), ANZ (ออสเตรเลีย), OCBC (สิงคโปร์), UOB (สิงคโปร์), Maybank (มาเลเซีย), ICBC (จีน) และธนาคารกรุงเทพ (ไทย)

อย่างไรก็ตามธนาคารต่างประเทศเหล่านี้จะถูกจำกัดการดำเนินงานในพม่า โดยสามารถให้บริการสินเชื่อได้เฉพาะบริษัทต่างชาติในสกุลอื่นที่ไม่ใช้เงินจ๊าดของพม่า และให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราเท่านั้น รวมถึงจำกัดให้เปิดได้เพียง 1 สาขาในประเทศ

ด้านผู้ประกอบการธนาคารในพม่าให้ความเห็นว่าการให้ใบอนุญาตนี้จะสร้างปัญหาให้ธนาคารท้องถิ่น เนื่องจากธนาคารเหล่านี้มีขนาดเล็กเมื่อเทียบธนาคารต่างชาติและขาดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงอาจถูกซื้อตัวพนักงานที่มีความสามารถไปอีกด้วย

ที่มา: WSJ

ย่างกุ้งจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแห่งใหม่ ได้เงินสนับสนุนจาก JICA

By: mk on Thu, 2014-06-12 08:12

กรุงย่างกุ้งของประเทศเมียนมาร์จะได้สะพานข้ามแม่น้ำแห่งใหม่ โดยจะเชื่อมตัวเมืองหลักของย่างกุ้ง กับเขต Thaketa ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง สะพานนี้จะได้เงินสนับสนุนจากหน่วยงานด้านการช่วยเหลือต่างประเทศของญี่ปุ่นหรือ Japan International Cooperation Agency (JICA) จำนวนเงิน 4.1 ล้านดอลลาร์

สะพานแห่งนี้จะใช้โครงสร้างแบบสะพานคานขึง (extradosed bridge หมายถึงสะพานตอม่อคอนกรีตผสมสะพานแขวน) ซึ่งจะถือเป็นสะพานคานขึงแห่งแรกของเมียนมาร์ ความยาวสะพาน 253 เมตร เป็นถนนสำหรับรถวิ่ง 4 เลน

JICA ระบุว่าการสร้างสะพานแห่งนี้จะช่วยให้การคมนาคมในย่างกุ้งสะดวกมากขึ้น และช่วยพัฒนาพื้นที่เขต Thaketa ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยากจนของย่างกุ้ง

ที่มา - The Irrawady

โค้กกลับมาเปิดโรงงานในพม่าครั้งแรกในรอบ 60 ปี

By: chayaninw on Wed, 2013-06-05 12:43

บริษัทเครื่องดื่มโคคา-โคล่า กลับมาเปิดโรงงานในประเทศพม่า หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้ระงับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าในช่วงที่ผ่านมา นับเป็นการตั้งโรงงานในพม่าครั้งแรกหลังจากที่ไม่มีการผลิตโคคา-โคลาในพม่านานกว่า 60 ปี

โคคา-โคล่า จะลงทุนมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประกาศว่าจะมีการสร้างงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกว่า 20,000 ตำแหน่ง

การกลับไปดำเนินกิจการในพม่า ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงสองประเทศที่ยังไม่มีโคคา-โคล่า คือคิวบา และเกาหลีเหนือ

ที่มา - BBC News

Eric Schmidt เตรียมเดินทางเยือนพม่า

By: lew on Sat, 2013-03-16 15:53

หลังการเยือนเกาหลีเหนือไม่นาน Eric Schmidt ก็เตรียมเดินทางไปยังอีกหนึ่งในประเทศที่ถูกตัดขาดทางเศรษฐกิจอย่างพม่าในวันที่ 22 มีนาคมนี้ โดยจะเข้าพบทั้งเจ้าของกิจการและเจ้าหน้าที่รัฐบาล

ทริปนี้เป็นหนึ่งในแผนการเดินทางไปยังหลายประเทศในเอเซียเพื่อเยี่ยมเยียนพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นและพนักงานของกูเกิลเองตามสาขาต่างๆ

ตัวแทนของกูเกิลเคยเดินทางเยือนพม่าไปพร้อมกับ USAID มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเป็นการเยือนพร้อมกันของตัวแทนบริษัทไอทีชั้นนำจำนวนมาก ผลการเยือนครั้งนั้นคือซิสโก้ประกาศตั้งศูนย์อบรมในพม่า

ที่มา - C|Net

USAID ร่วมมือซิสโก้ตั้งศูนย์อบรมในพม่าสองแห่ง

By: lew on Wed, 2013-03-13 00:29

ท่าทีของสหรัฐฯ ต่อพม่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปจากประเทศที่อยู่ในหมวดแทบจะเป็นศัตรูในกลุ่มเดียวกับอิหร่านและเกาหลีเหนือ มาสู่ท่าทีที่เป็นมิตรอย่างรวดเร็ว หลังจากเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา USAID (U.S. Agency for International Development) หน่วยงานช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาของสหรัฐฯ ได้นำตัวแทนบริษัทไอที เช่น ซิสโก้, กูเกิล, เอชพี, อินเทล, และไมโครซอฟท์ ไปเยือนพม่าเพื่อหาทางที่จะช่วยเหลือด้านการศึกษา ตอนนี้ซิสโก้ก็ประกาศว่าจะเข้าไปตั้งศูนย์ Cisco Network Academy สองแห่งเพื่ออบรมแรงงานให้พร้อมต่อความต้องการตลาดไอซีทีในพม่า

ภายใต้ความช่วยเหลือนี้ ทางซิสโก้จะบริจาคอุปกรณ์สำหรับห้องแลปสองห้อง ให้กับสองสถาบันการศึกษา และฝึกอบรมอาจารย์มหาวิทยาลัยให้อีกจำนวน 15 คนเพื่อดูแลโครงการต่อ โดยตัวโครงการ Cisco Network Academy นี้มีโครงการอยู่ในหน่วยงานการศึกษากว่า 10,000 หน่วยงานใน 165 ประเทศ

โครงการความช่วยเหลือด้านการศึกษาในรูปแบบเดียวกันจากบริษัทอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น HP LIFE, Intel Teach, หรือ Microsoft Partners in Learning

ในแง่ของธุรกิจแล้วพม่าเองดูจะเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง และบริษัทเหล่านี้ต้องการเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาด แม้ตอนนี้มูลค่าตลาดไอทีของพม่ายังเล็กมากก็ตาม

ที่มา - USAID

พม่าเตรียมทวงอันดับหนึ่งส่งออกข้าวของโลก ตั้งเป้าสามล้านตันในปี 2015

By: lew on Thu, 2012-08-09 13:43

เราอาจจะได้ยินว่าประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่งมายาวนาน แต่ที่จริงแล้วก่อนปฎิวัติในพม่าเมื่อปี 1962 นั้นพม่าเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกมาก่อนแต่เสียอันดับไปจากการปิดประเทศและถูกคว่ำบาตรยาวนาน แต่ความสัมพันธ์กันนานาชาติที่ดีขึ้นในช่วงหลังทำให้พม่าเริ่มหวังจะมาทวงตำแหน่งคืนอีกครั้ง

พม่าคาดว่าจะส่งออกข้าวได้ในปีนี้ถึง 1.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบเท่าตัว และปี 2013 จะเพิ่มให้เป็น 2 ล้านตัน จนถึงปี 2015 จะให้เป็น 3 ล้านตัน

อย่างไรก็ดี การเติบโตนี้ไม่ง่ายนักเพราะคู่แข่งของพม่าในตอนนี้มีหลายชาติ ทั้งเวียดนาม, อินเดีย, ไทย, หรือแม้กระทั่งสหรัฐฯ ที่ช่วงหลังต่างพัฒนาการผลิตจนส่งออกได้มาก แม้ของไทยจะมีประเด็นที่รัฐบาลรับจำนำข้าวไว้จำนวนมากไม่ให้ออกมาสู่ตลาดก็ตามที

ปัญหาของพม่ายังเป็นประเด็นเงินลงทุนและเทคนิคการผลิต โดยพม่าจะเริ่มเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ดูปองท์หรือมอนซานโต้ สำหรับเกษตรกรรายย่อยพม่าเพิ่งตั้งธนาคารเพื่อให้สินเชื่อขนาดเล็กกับเกษตรกรรายย่อย ที่น่าสนใจคือธนาคารนี้เป็นของเอกชนเต็มตัว ไม่ใช่ของรัฐเหมือนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ประเด็นต่อมาในอุตสาหกรรมข้าวคือการสร้างโรงสีขนาดใหญ่ที่ยังไม่เพียงพอในพม่า โดยโรงสีขนาดเล็กจะมีปัญหาข้าวแตกเม็ดสูงกว่าของไทยและเวียดนามถึงร้อยละ 20 โดยตอนนี้เริ่มมีการก่อสร้างโรงสีขนาดใหญ่หลายแห่ง และจะมีกำลังผลิตรวมเป็นสองล้านตันต่อปีภายในปีถึงสองปีข้างหน้า

ที่นาในพม่าทุกวันนี้ยังใช้ปุ๋ยน้อยกว่าของไทยและเวียดนาม ปุ๋ยโดยรวมใช้เพียงหนึ่งล้านตันต่อไป คาดว่าในอนาคตเมื่อมีการใช้ปุ๋ยมากขึ้น ผลผลิตต่อไร่ของพม่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ราคาข้าว 25% ส่งออกของพม่าอยู่ที่ 330 ดอลลาร์ต่อตัน, เวียดนาม 375 ดอลลาร์ต่อตัน, อินเดีย 390 ดอลลาร์ต่อตัน, และของไทย 545 ดอลลาร์ต่อตัน

ที่มา - Reuters, Asian Correspondant

IDC ชี้ อุตสาหกรรมไอทีพม่าจะเติบโตปีนี้ 15%

By: lew on Tue, 2012-07-10 00:16

IDC ออกรายงานวิเคราะห์การเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีในพม่า ระบุว่าการปฎิรูปการเมืองของพม่าจะเปิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมากโดยเฉพาะภาคไอทีที่พม่าต้องการเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับโลกภายนอก โดยคาดว่าปีนี้อัตตราการเติบโตจะสูงถึง 15% และโดยรวมไปจนถึงปี 2016 จะโตขึ้นฉลี่ยปีละ 14%

รายงานระบุว่าสองส่วนหลักของการเติบโต คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนไอทีของภาคธุรกิจ

ปีที่ผ่านมาการใช้จ่ายสำหรับไอทีของพม่ายังคงเป็นฮาร์ดแวร์ถึง 87% และเป็นบริการ 8% ส่วนซอฟต์แวร์นั้นมีเพียง 5%

เตรียมไปเปิดบริษัทเดินเน็ตเวิร์ค ยิง Wi-Fi ข้ามเมืองหรือหมู่บ้านน่าจะดี

ที่มา - IDC

หุ้นส่วนท้องถิ่นในท่าเรือน้ำลึกทวายเตรียมถอนตัว

By: lew on Wed, 2012-07-04 17:52

กลุ่ม Max Myanmar ที่ถือหุ้นในบริษัท Dawei Development อยู่ 25% ประกาศถอนหุ้นจากโครงการอย่างช้าๆ โดยไม่ให้ความเห็นอื่นเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอิตาเลียน-ไทย ผู้ก่อสร้างจากไทยนั้นมีปัญหาในการหาเงินมาลงทุนในโครงการนี้ อย่างไรก็ดีทางการไทยเพิ่งอนุมัติงบประมาณ 33,000 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างถนนเชื่อมต่อไปยังชายแดนใกล้ทวาย

รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของพม่าระบุว่ายังมีเขตอุตสาหกรรมพิเศษอีกสองเขตที่น่าจะพัฒนาได้เร็วกว่าท่าเรือน้ำลึกทวายนี้

ที่มา - Reuters

อองซาน ซูจีเตรียมนำสส. เข้าประชุมสภาวันพุธนี้

By: lew on Tue, 2012-05-01 11:56

อองซาน ซูจีประกาศยอมนำสส. เข้าประชุมสภาในวันพุธที่จะถึงนี้หลังก่อนหน้านี้ไม่ยอมรับคำปฎิญาณที่ระบุให้ต้องรักษารัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยน (give and take) และพรรค NLD ได้รับเลือกจากประชาชนมาเพื่อเข้าไปทำงานในสภา

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของพม่านั้นรับประกันที่นั่ง 25% ในสภาให้กับทหาร แต่จากการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมาพรรค NLD สามารถกวาดที่นั่งไปได้ถึง 43 ที่นั่งจากที่มีการเลือกตั้ง 44 ที่นั่ง สมัยหน้าก็เป็นไปได้ว่าการรับประกันที่นั่ง 25% อาจจะไม่เพียงพอที่จะคงอำนาจของกองทัพพม่าเอาไว้

พรรค NLD ของให้เปลี่ยนคำปฎิญาณจากคำว่า "พิทักษ์" รัฐธรรมนูญเป็นคำว่า "เคารพ" เพราะนโยบายหนึ่งที่เลือกตั้งเข้ามาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ที่มา - LA Times

ออสเตรเลียลดการคว่ำบาตรเมียนมาร์, อองซานขอให้ยุโรปยกเลิกคว่ำบาตร

By: lew on Tue, 2012-04-17 02:19

ออสเตรเลียแสดงความพอใจต่อท่าทีที่เปิดกว้างขึ้นของรัฐบาลเมียนมาร์ และประกาศยกเลิกคว่ำบาตร หลังจากเมียนมาร์เปิดให้มีการเลือกตั้งและปล่อยนักโทษการเมืองออกมา ตลอดจนการแก้กฎหมายเพื่อรองรับสิทธิในการแสดงออก, สิทธิแรงงาน, และการมีส่วนร่วมทางการเมือง

การลดการคว่ำบาตรมีผลให้รายชื่อชาวเมียนมาร์ผู้ต้องห้ามทางการเงินและการเดินทางเข้าประเทศของออสเตรเลีย ลดลงจาก 392 คนเหลือ 113 คน เช่น ประธานาธิปดีของเมียนมาร์และสมาชิกรัฐบาลที่มีส่วนในการปฏิรูปประเทศ

ประกาศนี้มีขึ้นหลังจากที่วันศุกร์ที่ผ่านมา นายเดวิด คาเมนรอนได้เข้าพบนางออกซาน ซูจี โดยหลังจากพูดคุยกันนางอองซานได้เรียกร้องให้สหราชอาณาจักรลกเลิกการคว่ำบาตรต่อพม่าซึ่งนายเดวิดเองก็เห็นด้วยและออกมาเรียกร้องให้สหภาพยุโรป "หยุดพัก" การคว่ำบาตรไว้ชั่วคราว ท่าทีเช่นนี้ทำให้น่าจับตามองว่าสหภาพยุโรปที่กำลังตัดสินใจประเด็นนี้ภายในสิ้นเดือน จะทำตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรหรือไม่

ที่มา - Wall Street Journal, CNN

พม่าเตรียมเปิดตลาดหุ้นใหม่ รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น

By: chayaninw on Thu, 2012-04-12 13:23

พม่ากำลังจะเปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ของประเทศ ด้วยความช่วยเหลือจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวและบริษัทหลักทรัพย์ Daiwa Securities Group จากญี่ปุ่น

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวกับ Daiwa ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับธนาคารกลางของพม่า โดยโฆษกของ Daiwa เปิดเผยว่า ตามแผนการแล้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่จะเปิดทำการภายในปี 2015 โดยในแถลงการณ์ระบุว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของประเทศ

ก่อนหน้านี้ พม่าเคยมีตลาดลักษณะ over the counter ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจาก Daiwa ในปี 1996 โดยมีหุ้นซื้อขายกันเพียงสองบริษัทเท่านั้น

ที่มา - BBC News, The Irrawaddy

นายกสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ศุกร์นี้

By: lew on Tue, 2012-04-10 18:42

นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ในวันศุกร์นี้ แม้สหภาพยุโรปยังคงคว่ำบาตรเมียนมาร์อยู่ก็ตาม โดยการเดินทางของนายเดวิด รอบนี้จะไปพร้อมกับตัวแทนธุรกิจอีก 35 คน ทั้งด้านการทหาร, พลังงาน, ก่อสร้าง, และธุรกิจอื่นๆ โดยคาดว่าผลประโยชน์ในสหราชอาณาจักรสนใจ คือ ธุรกิจ พลังงาน, เหมือง, การเงิน, โทรคมนาคม, และการท่องเที่ยว

การเดินทางรอบนี้ไม่ใช่การเดินทางสู่เมียนมาร์โดยตรง แต่เป็นการเดินทางไปยัง ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย

เมียนมาร์เคยเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรสมัยยังเป็นประเทศพม่า และการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีนั้นมีขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1955 หลังจากนั้นพม่าก็มีรัฐประหารในปี 1962 ก็ไม่มีการเยือนอย่างเป็นทางการอีก

ทางด้านสหภาพยุโรปนั้นอาจจะยกเลิกคำสั่งคว่ำบาตรเมียนมาร์ได้ แต่การพิจารณาจะมีขึ้นในวันที่ 23 เมษายนที่จะถึงนี้

ที่มา - Reuters

เมียนมาร์เตรียมรุกตลาดข้าวโลก หวังเพิ่มการส่งออกเป็นหนึ่งล้านตัน

By: lew on Sun, 2012-04-08 21:10

ความพยายามเปิดประเทศของเมียนมาร์นอกจากเรื่องของการเมืองที่เริ่มปล่อยให้นางอองซาน ซูจี เข้าแข่งขันในสนามเลือกตั้ง และการเปิดเสรีทางการเงินแบบมีการควบคุมแล้ว ตอนนี้ตลาดการค้าก็เริ่มมีการปรับตัวแล้วเช่นเดียวกัน โดยทางการ โดยทางการพม่าประกาศว่าจะเพิ่มการส่งออกข้าวในปี 2012 ถึง 2013 นี้ให้เพิ่มเป็น 1 ล้านตัน

ทางการเมียนมาร์ระบุว่าปีที่แล้วมีการส่งออกข้าว 844,200 ตันคิดเป็นมูลค่า 324 ล้านดอลลาร์ แต่ในสมัยที่เมียนมาร์ยังเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรในปี 1934 นั้นเมียนมาร์เคยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณส่งออกถึง 3.4 ล้านตัน ขณะที่ปี 2010 นั้นไทยส่งออกข้าวได้ 8.5 ล้านตัน และเวียดนามส่งออกข้าวได้ 6.5 ล้านตัน หากเมียนมาร์กลับมาเข้าตลาดโลกได้ ศักยภาพการผลิตก็ยังคงมีอยู่อีกมาก

เมียนมาร์ประกาศให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับผู้ส่งออกไปจนถึงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยข้าวเมียนมาร์นั้นมีลูกค้าสำคัญ คือ ชาติแอฟริกัน, ฟิลิปปินส์, บังคลาเทศ, และจีน อย่างไรก็ดีการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และยุโรปยังคงมีอยู่ แม้ทางการเมียนมาร์จะพยายามเอาใจชาติเหล่านี้อย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาก็ตาม

ที่มา - Reuters, Reuters, Bloomberg

กฏหมายเปิดเสรีค่าเงินเมียนมาร์เริ่มมีผล 1 เมษายน เตรียมปล่อยเงินกู้เพิ่มให้รัฐวิสาหกิจ

By: lew on Thu, 2012-03-29 23:36

กฏหมายปล่อยเสรีค่าเงินของเมียนมาร์จะเริ่มมีผลบังคับในวันที่ 1 เมษายนนี้ คาดว่าค่าเงินจ๊าดจะตกลงมาอยู่ที่ 800 จ๊าดต่อดอลลาร์ จากเดิมที่ธนาคารกลางผูกค่าเงินตายตัวไว้ที่ 6.51 จ๊าดต่อดอลลาร์ (ซึ่งเป็นอัตราที่หาซื้อจริงไม่ได้) อย่างไรก็ดีรัฐวิสาหกิจของพม่านั้นใช้อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการทำให้ได้รับผลกระทบจากอัตราค่าเงินนี้

ทางการพม่าเตรียมเงินกู้เพิ่มเติมให้กับหน่วยงานเหล่านี้เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อย่างไรก็ดีภาพรวมของระบบเศรษฐกิจนั้นคงไม่กระทบมากนักเพราะหน่วยงานเหล่านี้มีผลต่อระบบเศรษฐกิจเมียนมาร์ประมาณ 10% เท่านั้น

ที่มา - Reuters, BusinessWeek

เมียนมาร์ร่างกฏหมายการลงทุนใหม่: ปลอดภาษี 5 ปี, ไม่ต้องร่วมทุนกับคนท้องถิ่น

By: lew on Fri, 2012-03-16 23:57

หลังจากเตรียมเปิดเสรีทางการเงิน (บางส่วน) เมียนมาร์ก็เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ที่เป็นมิตรกับนักลงทุนมากขึ้น โดยเปิดให้ทุนต่างชาติสามารถลงทุนในบริษัทได้เต็ม 100% หรือร่วมกับทุนท้องถิ่นโดยต้องเป็นทุนต่างชาติอย่างน้อย 35%

บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิเช่าที่ดินได้สูงสุด 30 ปีขึ้นกับประเภทธุรกิจ และสามารถต่อสัญญาไปได้อีกสองรอบ รอบละ 15 ปี การจ้างงานนั้นจะไม่อนุญาตให้จ้างแรงงานไร้ฝีมือต่างชาติ ส่วนแรงงานมีฝีมือนั้นจะต้องเป็นชาวเมียนมาร์อย่างน้อย 25% หลังดำเนินกิจการไป 5 ปี 50% ภายใน 10 ปี และหยุดที่ 75% ภายใน 15 ปี กฏหมายนี้รับรองว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปยึดกิจการแต่หากจะแปลงเป็นของรัฐจะเป็นการเข้าซื้อกิจการที่ราคาตลาด แม้จะยังน่ากลัวว่าราคาตลาดที่รัฐบาลเมียนมาร์จะจ่ายนั้นจะเป็นอย่างไร แต่การรับรองนี้ก็ดีกว่าการไม่มีหลักประกันอะไรเหมือนก่อนหน้านี้

ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากคือกิจการเหล่านี้สามารถผลิตเพื่อขายในเมียนมาร์ได้แล้ว หลังจากการก่อนหน้านี้กิจการของชาวต่างชาติจะต้องเป็นกิจการเพื่อการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ชาวเมียนมาร์ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้าหลายอย่าง

ร่างกฏหมายนี้น่าจะผ่านสภาภายในเดือนนี้ หลังจากนั้นประธานาธิปดีเมียนมาร์มีเวลาลงนามภายใน 15 วัน จึงจะมีผลบังคับ

ทุนไทยน่าจะเป็นชาติหนึ่งที่เข้าไปลงทุนอย่างสูงในเมียนมาร์หลังการเปิดประเทศครั้งนี้

ที่มา - Chicago Trubune

Pages

Subscribe to RSS - Myanmar