Manchester United

Adidas เซ็นสัญญาสปอนเซอร์ชุดแข่งแมนยูไนเต็ด มูลค่าสูงสุดในโลก ปีละ 75 ล้านปอนด์

By: chayaninw on Tue, 2014-07-15 15:24

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Nike ได้ประกาศว่า จะไม่ต่อสัญญาสปอนเซอร์ชุดแข่งสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เนื่องจากแมนยูไนเต็ดเรียกราคาแพงเกินไป Adidas ก็ได้ประกาศแล้วว่า ได้เซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์ชุดแข่งให้สโมสรเป็นเวลา 10 ปี รวมมูลค่า 750 ล้านปอนด์ (มากกว่าสี่หมื่นล้านบาท) โดยจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2015-2016 เป็นต้นไป

สัญญาฉบับใหม่นี้ จะเป็นสัญญาสปอนเซอร์ชุดแข่งสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยแซงสัญญาสปอนเซอร์ของเรอัลมาดริด ที่ปัจจุบันรับอยู่ 31 ล้านปอนด์ต่อปีจาก Adidas เช่นกัน

Adidas เคยผลิตชุดแข่งให้แมนยูไนเต็ด ครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 1991-1992

ก่อนหน้านี้สโมสรอาร์เซนอลก็เพิ่งเปิดตัวชุดแข่งใหม่จาก Puma ยุติความสัมพันธ์ที่มีกับ Nike มา 20 ปี โดยในฤดูกาลใหม่นี้ จะมีทีมในพรีเมียร์ลีกที่ใช้ชุดแข่งของ Nike ทั้งหมด 4 ทีม (รวมแมนยูไนเต็ด) ในขณะที่ Adidas ผลิตชุดแข่งให้ 5 ทีม ส่วนทีมที่แปลกที่สุดคงจะเป็นเซาแทมป์ตัน ที่ผลิตชุดแข่งเองโดยไม่มีตราผู้ผลิต หลังจากไม่สามารถตกลงกับ Adidas ได้ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว

ที่มา - BBC

Nike เตรียมเลิกสัญญาสปอนเซอร์แมนยูปีหน้า เหตุเพราะแมนยูเรียกเงินแพงเกินไป

By: mk on Thu, 2014-07-10 14:02

ผู้ผลิตชุดกีฬารายใหญ่ของโลก Nike เตรียมหยุดการเป็นสปอนเซอร์ชุดกีฬาให้กับ Manchester United หลังฤดูกาล 2014-2015 ด้วยเหตุผลว่าเจรจาเรื่องเงินไม่ลงตัว

Nike เซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์ชุดกีฬากับสโมสร Manchester United มาตั้งแต่ปี 2002 รวมแล้วเป็นเวลา 13 ปี แต่จะอยู่กับแมนยูไปจนถึงฤดูกาลหน้า (2014-2015 ชุดตามภาพประกอบ) เป็นฤดูกาลสุดท้าย

เดิมทีสัญญาของ Nike ต้องจ่ายค่าสปอนเซอร์ให้แมนยู 24 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,300 ล้านบาทต่อปี แต่สัญญาฉบับใหม่ที่แมนยูเรียกร้องต้องการเงินสูงถึง 600 ล้านปอนด์ตลอดระยะเวลา 10 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 60 ล้านปอนด์ (3,300 ล้านบาทต่อปี) ทำให้ Nike ต้องถอนตัวในที่สุด ตามข่าวบอกว่ายังมีบริษัทผู้ผลิตชุดกีฬารายอื่นๆ เจรจากับแมนยูอยู่

สัญญาสปอนเซอร์ชุดกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปัจจุบันคือ Adidas จ่ายให้ Real Madrid ปีละ 31 ล้านปอนด์ (1,700 ล้านบาท)

ที่มา - BBC

ที่เจ็ดแล้วไง? แมนยูรายได้เพิ่ม กำไรเพิ่มสามเท่า

By: mk on Sat, 2014-05-17 09:15

ถึงแม้ปีนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะอันดับหล่นมาเป็นที่เจ็ดเมื่อสิ้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2013-2014 แต่ในแง่ผลประกอบการกลับออกมาสดใสครับ

แมนยู (ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก) เผยผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2014 (นับเป็นไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ) มีรายได้รวม 115.5 ล้านปอนด์ (เพิ่มขึ้นจาก 91.7 ล้านปอนด์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ 26%) และกำไรเพิ่มเป็น 11 ล้านปอนด์ (ปีก่อนกำไร 3.6 ล้านปอนด์) หรือเพิ่มประมาณสามเท่าตัว

เหตุผลที่แมนยูมีผลประกอบการดีขึ้นเป็นเพราะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งค่าสปอนเซอร์ (เพิ่ม 43% หนึ่งในนั้นมีบริษัทไทย Eurofood ด้วย) ขายสินค้าและของที่ระะลึก (เพิ่ม 19%) ค่าตอบแทนลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด (เพิ่ม 64%) และค่าจำหน่ายตั๋วแข่งขัน (เพิ่ม 9%) อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น 16% จากการซื้อตัวนักเตะและเจรจาสัญญาค่าเหนื่อยกับนักเตะเดิมใหม่

อย่างไรก็ตาม Ed Woodward ผู้บริหารของแมนยูระบุว่าการที่แมนยูไม่ได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า (ครั้งแรกในรอบ 19 ปี) ย่อมจะทำให้สโมสรสูญเสียรายได้ก้อนใหญ่ ทั้งค่าตั๋ว ค่าลิขสิทธิ์ และเงินรางวัล รวมๆ กันแล้วประมาณ 30 ล้านกว่ายูโร (แมนยูได้เงินรางวัลจากแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2012-2013 ที่ 35.6 ล้านยูโร)

Woodward ให้คำมั่นว่าแมนยูจะลงทุนซื้อนักเตะเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

ที่มา - Manchester United, Bloomberg, IBTimes, ภาพประกอบจาก +Manchester United

แมนยูไนเต็ดเผยผลประกอบการ กำไรเพิ่ม หนี้ลด

By: chayaninw on Wed, 2012-02-22 16:10

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดเผยผลประกอบการของช่วงหกเดือนหลังของปี 2011 มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามา 18 ล้านปอนด์ เป็น 175 ล้านปอนด์

เมื่อดูแยกตามแต่ละส่วนแล้ว รายได้จากทั้งส่วนของแมตช์การแข่งขัน สื่อ และโฆษณา ต่างเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าทั้งหมด

ในส่วนของหนี้ สโมสรมีหนี้ตอนปลายปี 2011 อยู่ที่ 439 ล้านปอนด์ ลดลงจากปลายปี 2010 ที่ 508 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม สโมสรมีต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น และต้นทุนใช้จ่ายซื้อนักเตะเพิ่มขึ้น จากการที่ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทั้งดาบิด เดเคอา. แอชลีย์ ยัง. และฟิล โจนส์

แม้ว่ารายได้ในครึ่งหลังของปี 2011 จะเพิ่มขึ้น แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดน่าจะประสบปัญหารายได้ลดลงในครึ่งแรกของปี 2012 จากการตกรอบการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกที่เป็นแหล่งรายได้ขนาดใหญ่ไป

รายงานของบริษัท ยังไม่เปิดเผยถึงการกระจายหุ้นในตลาดสิงคโปร์ ที่เคยมีการประกาศออกมาก่อนหน้านี้

ที่มา - BBC News, Financial Times

Subscribe to RSS - Manchester United