Lawsuit

McDonald's โดนฟ้อง ข้อหาเมนู "ชีสทอด" ไม่มีชีสอยู่ข้างใน

By: mk on Wed, 2016-02-03 16:34

McDonald's ในสหรัฐอเมริกาเพิ่งออกเมนูใหม่ Mozzarella Sticks แท่งชีสม็อซซาเรลลาชุปแป้งทอด ซึ่งบริษัททดลองขายมาสักพักแล้วพบว่าประสบความสำเร็จด้วยดี จึงเริ่มขยายสาขาที่วางขายให้มากขึ้นในช่วงต้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าหลายคนที่ลองไปชิมแล้วพบว่ามันเป็น "แท่งชีสทอดที่ไม่มีชีส" (ดูภาพประกอบ)

กรณีไม่ได้เกิดกับลูกค้าแค่คนเดียว ผลที่ตามมาคือลูกค้า 40 ราย รวมตัวกันฟ้อง McDonald's ในข้อหาโฆษณาเกินจริง และใช้วัสดุอื่น (ในที่นี้คือแป้ง) ปนกับชีสแล้ว

McDonald's ไม่ได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมชีสหายไป แต่ก็ยืนยันว่าวัตถุดิบเป็นชีส 100% ไม่ได้ปนอย่างอื่น

ที่มา - Eater (1), Eater (2)

กลุ่มสินค้าแบรนด์เนมฟ้อง Alibaba ข้อหามีส่วนร่วมจำหน่ายสินค้าเลียนแบบ

By: arjin on Sat, 2015-05-16 06:53

กลุ่มบริษัท Kering จากฝรั่งเศส เจ้าของแบรนด์เนมสินค้าอย่าง Gucci, Yves Saint Laurent และอื่นๆ ได้ยื่นฟ้องต่อศาล Manhattan ในอเมริกาว่า Alibaba เป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดจำหน่ายสินค้าเลียนแบบออกสู่ตลาดทั่วโลก

ถึงแม้ Alibaba จะไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้าดังกล่าว แต่เอกสารการฟ้องร้องระบุว่า Alibaba ก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการรับคำสั่งซื้อ, ดูแลหน้าร้าน และทราฟฟิกของกระบวนการจัดจำหน่ายสินค้าเลียนแบบ ซึ่งเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า

ตัวอย่างสินค้าปลอมแปลงซึ่งมีใน Alibaba เช่นกระเป๋าเลียนแบบของ Gucci จำหน่ายราคา 2-5 ดอลลาร์ (ยอดสั่งขั้นต่ำ 2,000 ใบ) ขณะที่ Gucci ของแท้นั้นราคาอยู่ที่ใบละ 795 ดอลลาร์ เป็นต้น

ที่มา: Reuters

สงครามแห่งความบาง ผู้ผลิตจีนฟ้อง Okamoto ที่อ้างว่ารุ่น 0.03 บางที่สุดในโลก

By: lew on Fri, 2015-04-17 18:57

นอกจากโทรศัพท์มือถือที่แข่งกันเสมอๆ ว่าใครบางกว่ากัน อีกธุรกิจที่แข่งกันอย่างหนักคือถุงยางอนามัย ล่าสุด บริษัท Guangzhou Daming United Rubber Products จากจีนประกาศฟ้อง Okamoto ว่าแอบอ้างว่าเป็นถุงยางอนามัยลาเท็กซ์ที่บางที่สุดในโลก

กินเนสบุ๊กมอบรางวัลถุงยางอนามัยลาเท็กซ์บางที่สุดในโลกให้กับ Guangzhou Daming ในปี 2013 หลังจากวัดความหนาเฉลี่ยได้ 0.036 มิลลิเมตร ขณะที่ Okamoto ที่ครองตำแหน่งนี้ในปี 2012 วัดความหนาเฉลี่ยได้ 0.038 มิลลิเมตร

Guangzhou Daming ฟ้องให้ Okamoto ต้องถอดโฆษณาว่าบางที่สุดในโลกออกจากโฆษณาและบรรจภัณฑ์ทั้งหมด พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 หยวน

Okamoto สู้คดีด้วยรายงานของผู้ตรวจสอบภายนอก ระบุว่า ถุงยางอนามัยของ Guangzhou Daming ไม่ได้บาง 0.036 มิลลิเมตรจริง และการวัดของกินเนสบุ๊กนั้นใช้ตัวอย่างที่บริษัทเลือกมาให้แทนที่จะสุ่มตรวจเอง

Okamoto ยังมีสินค้าตระกูล 0.02 ที่บางกว่า แต่เป็นโพลียูรีเทนไม่ใช่ลาเท็กซ์

ที่มา - South China Morning Post

ไม่จบง่าย ๆ Deadmau5 โต้กลับดิสนีย์ว่าขโมยเพลงของเขามาโดยไม่ขออนุญาต

By: Be1con on Mon, 2014-09-08 17:45

หลังจากที่ทางดิสนีย์จ่อฟ้องศิลปิน EDM (Electronic Dance Music) อย่าง Deadmau5 ฐานลอกเลียนแบบสัญลักษณ์มิกกี้เมาส์ ตอนนี้มีปฏิกิริยาจากทางฝั่ง Deadmau5 เพิ่มเติมมาแล้ว เพราะว่าล่าสุด Deadmau5 หรือชื่อจริง ๆ คือ Joel Zimmerman ได้ออกมาโต้กลับว่าทางดิสนีย์ก็ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของเขาเช่นกัน

โดย Deadmau5 ได้นำลิงก์วิดีโอมิกกี้เมาส์เมื่อปี 2009 (ที่ดิสนีย์ได้ขโมยเพลง "Ghosts 'n' Stuff" ของเขามาใส่ในวิดีโอนั้นโดยไม่ขออนุญาตจากศิลปิน) มาโพสต์ลงทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา

ทั้งนี้ ในวิดีโอดังกล่าวเป็นหนึ่งในซีรีย์ของ Re-Mick ของทางดิสนีย์ ที่นำเพลงต่าง ๆ มาผสมผสานกับฉากเก่า ๆ ของการ์ตูนมิกกี้เมาส์

ด้านโฆษกของทางฝั่งดิสนีย์ได้เปิดเผยข้อมูลกับเว็บไซต์ Rolling Stones ว่า "ดิสนีย์ปกป้องเครื่องหมายการค้าของบริษัทอย่างรวดเร็ว และเราก็ไม่เห็นด้วยที่คุณ Zimmerman จะนำโลโก้ของเขามาจดเครื่องหมายการค้า ทั้ง ๆ ที่ใกล้เคียงกับเครื่องหมายการค้าของเราในการหาผลประโยชน์ในทางไม่ถูกต้องทางการค้าของเขา (Deadmau5)"

นอกจากนี้โฆษกของทางดิสนีย์ยังบอกอีกว่า "คำโต้แย้งของพวกเราไม่เกี่ยวกับการใช้คอสตูมของ Deadmau5 เรายืนยันว่าเพลงที่นำมาใช้นั้นได้ลิขสิทธิ์มาถูกต้องเหมาะสมแล้ว และข้ออ้างของเขานั้นไม่มีน้ำหนักมากพอ"

ต้องติดตามต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว คู่นี้จะจบอย่างไรครับ

ที่มา: The Verge

JAS ถูกเจ้าหนี้ 4 รายฟ้องทวงหนี้ 1,596 ล้านบาท

By: arjin on Sat, 2014-08-30 09:20

บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าจัสมินได้รับสำเนาคำฟ้องจากศาล โดยมีโจทก์คือธนาคารเมกะสากลพาณิชย์ จำกัด, ชินฮานแบงค์, ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น และบริษัท บริหารสินทรัพย์ไทย (เอ) จำกัด ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จัสมิน ชำระหนี้ตามสัญญาให้กู้ยืมเงิน เป็นจำนวน 108 ล้านบาท, 418 ล้านบาท, 3.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 1,211.4 ล้านเยนญี่ปุ่น, 13.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 524.4 ล้านเยนญี่ปุ่น ตามลำดับ รวมเป็นเงิน 1,596 ล้านบาท

จัสมินระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหนี้ที่นำมาฟ้องมาจากมูลหนี้ที่เคยมีการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของบริษัท แต่เจ้าหนี้สามรายไม่มีรายชื่อเป็นเจ้าหนี้บริษัทตามแผนฟื้นฟูก่อนหน้านี้ อีกทั้งศาลฎีกาก็มีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท จึงไม่มีคำสั่งออกมาให้บริษัทต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามกฎหมาย จัสมินจึงเตรียมนำเสนอข้อเท็จจริงต่างๆ ต่อศาลเพื่อสู้คดีให้เห็นว่าคำฟ้องนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภาพจาก MThai

ศาลฎีกาไอซ์แลนด์ยืนยัน ผู้ให้บริการต้องยอมให้บริจาคเงินให้ Wikileaks

By: chayaninw on Thu, 2013-04-25 12:57

เมื่อวันพุธ (24) ที่ผ่านมา ศาลฎีกาของไอซ์แลนด์ได้พิพากษายืนว่า Valitor ผู้ให้บริการ payment gateway (ชื่อเดิมคือ VISA Iceland) จะต้องกลับมาเปิดบริการสำหรับใช้บริจาคเงินให้กับเว็บไซต์ Wikileaks ภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องจ่ายค่าเสียหายวันละ 800,000 โครนาไอซ์แลนด์ (ประมาณ 1.97 แสนบาท)

เมื่อปลายปี 2010 Valitor ได้ระงับการทำธุรกรรมจ่ายเงินให้กับ DataCell ซึ่งทำหน้าที่รับบริจาคให้กับ Wikileaks หลังจากที่ Wikileaks เผยแพร่เอกสารลับของสหรัฐออกมา ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ศาลชั้นต้นของไอซ์แลนด์ก็ได้ตัดสินว่า Valitor จะต้องกลับมาให้บริการบริจาคเงินให้ Wikileaks

Julian Assange ผู้ก่อตั้ง Wikileaks เขียนในแถลงการณ์ออนไลน์ว่า คำตัดสินนี้เป็นชัยชนะเหนือการเซ็นเซอร์ทางเศรษฐกิจ ที่ใช้ควบคุมนักข่าวและผู้จัดพิมพ์ (publisher) ต่างๆ

ที่มา - Ars Technica

คดีหนังสือมือสองในสหรัฐฯ ถึงจุดสิ้นสุด ศาลสูงสุดระบุการขายสินค้ามือสองได้รับความคุ้มครองแม้ข้ามประเทศ

By: lew on Wed, 2013-03-20 02:47

คดีของดร.สุภาพ เกิดแสง กับสำนักพิมพ์ John Wiley & Sons กลายเป็นคดีที่วางแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งใหญ่อีกครั้งในสหรัฐฯ เมื่อศาลสูงสุด (Supreme Court) กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งหมด โดยระบุว่าการกระทำของดร.สุภาพทั้งหมดได้รับความคุ้มครองจาก "หลักการขายครั้งแรก" (first sale doctrine) ที่ถูกวางรากฐานไว้ด้วยคำพิพากษาของศาลสูงเอง และถูกตราเป็นกฎหมายในมาตรา 109 ของประมวลกฎหมายสหรัฐฯ และค่าปรับมูลค่า 600,000 ดอลลาร์เป็นอันตกไป

หลักการขายครั้งแรก ระบุให้ผู้ที่ซื้อทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วสามารถขายต่อ หรือให้ยืมโดยไม่หวังกำไร จากสินค้าที่ซื้อไปแล้วได้ หลักการนี้ได้รับการยอมรับในสหรัฐฯ มาเป็นเวลานานแต่ในกรณีของดร.สุภาพ เป็นการนำหนังสือเรียน (ของจริง) จากนอกสหรัฐฯ ไปขายในสหรัฐฯ ทำให้สำนักพิมพ์โต้แย้งว่าสำนักพิมพ์มีสิทธิที่จะตั้งราคาหนังสือนอกสหรัฐฯ ได้ตามต้องการโดยไม่ควรมีใครสามารถทำกำไรจากความต่างของราคาได้

ความสำคัญของคดีนี้คือหลักการที่ให้สิทธิในการขายสินค้ามือสองจะได้รับความคุ้มครองแม้เป็นการส่งออกข้ามประเทศหรือไม่ ผู้ค้าในอินเทอร์เน็ตกังวลเพราะเกิดความเสี่ยงทางกฎหมาย เช่น ซีดีเก่าแก่หายากที่วางขายในบางประเทศจะไม่สามารถส่งออกข้ามประเทศได้เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิที่นำสินค้าทรัพย์สินทางปัญญามาขายในประเทศที่มีผู้ขายที่ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาระบุว่ามาตรา 109 ไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ใดๆ แต่ระบุเพียงว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ "สร้างขึ้นอย่างถูกกฎหมาย" ซึ่งการทำสำเนาสำหรับขายต่างประเทศก็เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นอย่างถูกกฎหมายเช่นกัน และการเพิ่มข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์จะทำให้จุดมุ่งหมายของกฎหมายลิขิสิทธิ์ที่ "สนับสนุนความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และศิลปะที่เป็นประโยชน์" ผิดไป

ที่มา - ArsTechnica, Supreme Court (PDF)

Visa-MasterCard ทำข้อตกลงยุติคดีผูกขาดกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2012-07-19 12:53

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทบัตรเครดิต Visa และ MasterCard ร่วมกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐที่ออกบัตรเครดิต 13 แห่ง ได้ทำข้อตกลงยุติคดีที่ถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน ร่วมกันกำหนดราคาค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต โดยมูลค่าของข้อตกลงยุติคดีนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในคดีนี้ บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตจะจ่ายค่าเสียหายให้กลุ่มผู้ค้าปลีกรวมกัน 6.05 พันล้านดอลลาร์ และลดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรให้กับร้านค้าเป็นเวลาแปดเดือน รวมมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์

ข้อตกลงนี้ยังระบุให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎของ Visa และ MasterCard ที่ทำไว้กับกลุ่มร้านค้าปลีก โดยจะอนุญาตให้ร้านค้าสามารถคิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตได้ จากข้อตกลงเดิมที่มีการทำไว้ว่า ห้ามร้านค้าเหล่านี้คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตเพิ่มจากลูกค้า นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าปลีกสามารถรวมตัวกันในการเจรจาค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตได้ ข้อตกลงยุติคดีนี้จะครอบคลุมผู้ค้าปลีกในสหรัฐราว 7 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ค้าปลีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ปฏิเสธข้อตกลงยุติคดีฉบับนี้แล้ว โดยระบุว่าข้อตกลงฉบับนี้ยังไม่ดีเพียงพอ

ที่มา - Reuters, Bloomberg Businessweek, Forbes

ศาลฝรั่งเศสตัดสินให้กูเกิลจ่ายค่าชดเชย ฐานทุ่มตลาดในบริการแผนที่

By: lew on Fri, 2012-02-03 00:49

ศาลชั้นต้นฝรั่งเศสตัดสินคดีที่บริษัท Bottin Cartographes ฟ้องกูเกิลฐานทุ่มตลาดในบริการแผนที่ด้วยการให้บริการฟรีว่ากูเกิลมีความผิดจริง และต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีถึง 660,000 ดอลลาร์ และค่าปรับอีก 19,700 ดอลลาร์

ข้อกล่าวหาคือการที่กูเกิลยอมขาดทุนในบริการแผนที่ด้วยการให้บริการฟรีจนทำให้คู่แข่งไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ซึ่งผิดกฏหมายการทุ่มตลาด อย่างไรก็ดีกูเกิลยืนยันว่าตลาดการให้บริการแผนที่ฟรีเองก็ยังมีการแข่งขันทั้งในฝรั่งเศสและทั่วโลก

น่าสนใจคือบริการแผนที่ฟรีนั้นกำลังผุดขึ้นไม่หยุด ทั้ง Bing Map และ OpenStreetMap หากการกระทำแบบนี้เป็นการทุ่มตลาดแล้วบริการอื่นๆ ก็อาจจะเสี่ยงต่อการให้บริการแบบเดียวกันในฝรั่งเศส

กูเกิลเตรียมการที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป

ที่มา - PC World

ศาลสหราชอาณาจักรพิพากษาให้รูปถ่ายคนละรูปกันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

By: lew on Thu, 2012-01-26 22:25

ศาลสิทธิบัตรแห่งลอนดอนได้พิพากษาคดีลิขสิทธิ์ภาพของ Temple Island Collection ว่าถูกละเมิดโดยภาพที่ใช้ทำเป็นฉลากสินค้าของ New English Teas ที่เป็นภาพรถเมลสองชั้นสีแดงในลอนดอนวิ่งที่อยู่ในถนนในมุมที่ฉากหลังเป็นอาคารรัฐสภา โดยฉากหลังทั้งหมดเป็นภาพขาวดำ และตัวรถเมลเป็นสีแดง แม้ว่าภาพทั้งสองจะถูกถ่ายกันในเวลาที่ต่างกันก็ตาม

ผู้พิพากษา Birss QC ยอมรับว่าการตัดสินว่ามีการละเมิดหรือไม่จากองค์ประกอบภาพ เช่น ฟ้าใส, อาคารรัฐสภาในภาพขาวดำ และรถเมลสีแดงนั้นเป็นการละเมิดหรือไม่ แต่ผลคำตัดสินก็ออกมาว่าความเหมือนของสองภาพนั้นมีน้ำหนักเพียงพอ โดยผู้พิพากษาได้ให้เหตุผลว่าภาพถ่ายนี้ไม่ใช่เพียงภาพถ่ายปรกติ แต่มีการตกแต่งต่อจากการถ่ายภาพ ที่ถูกลอกเลียนจนเหมือนกัน

คำพิพากษาค่อนข้างน่าสนใจ ผู้พิพากษาให้ความเห็นว่าผู้พิพากษาเสียใจกับจำเลยที่ต้องการใช้สัญลักษณ์ของลอนดอนแสดงบนสินค้า และยืนยันว่าการกระทำนั้นทำได้อย่างไม่มีความผิด แต่การที่ภาพมีองค์ประกอบเหมือนกันก็ยังทำให้มีความผิดอยู่ดี

วงการภาพถ่ายของสหราขอาณาจักรอาจจะต้องตื่นตระหนกกับคำพิพากษานี้ เพราะนั่นหมายถึงการทำตามภาพที่เคยเห็นมาทั้งมุมมองภาพและกระบวนการตกแต่ง จะกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไป

ที่มา - Amateur Photographer

Olympus ฟ้องผู้บริหารตัวเอง 19 คน มูลค่ากว่า 51,000 ล้านบาท

By: lew on Wed, 2012-01-11 01:24

มหากาพย์ Olympus เริ่มเข้าสู่ช่วงของคดีความเมื่อบริษัทได้ยื่นฟ้องต่อผู้บริหารทั้งอดีตและปัจจุบันทั้งหมด 19 คนต่อศาลโตเกียว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นพุ่งขึ้นทันที 28% มูลค่าความเสียหายในคำฟ้องคือ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 51,000 ล้านบาท ส่วนมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงินนั้นทาง Olympus ชี้แจงว่าอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์หรือ 33,000 ล้านบาท

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหารุงรังที่การฉ้อโกงครั้งนี้ทิ้งไว้อีกมากก็ตาม แต่ตลาดหุ้นก็ตอบสนองต่อข่าวนี้เป็นอย่างดี หุ้น Olympus พุ่งกลับขึ้นมายืนอยู่เหนือ 1,200 เยนต่อหุ้นได้หลังจากร่วงเกือบ 2,500 เยนก่อนการแฉปัญหานี้ของอดีตซีอีโอ Michael C. Woodford

ทางฝั่ง Woodford นั้นกำลังฟ้องกลับไปยัง Olympus ที่ไล่เขาออกก่อนหมดสัญญาจากการงัดข้อกับบอร์ดบริหารในคดีนี้ โดยตอนนี้ได้ฟ้องที่ศาลอังกฤษแล้วและเขาคาดว่าจะฟ้องเพิ่มเติมในศาลญี่ปุ่นด้วย

ที่มา - BusinessWeek

Subscribe to RSS - Lawsuit