Investment

ยิ่งลักษณ์อธิบายแผนป้องกันน้ำท่วมที่หอการค้าญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย

By: lew on Thu, 2012-03-08 23:41

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางไปยังญี่ปุ่นในช่วงนี้ ภารกิจหลักคงเป็นการสร้างความมั่นใจถึงแผนการสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมมูลค่า 350,000 ล้านบาทว่าจะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากภัยน้ำท่วมในอนาคตได้อย่างไรบ้าง

แต่การกล่าวสุนทรพจน์ที่หอการค้าญี่ปุ่น (Japanese Chamber of Commerce) เมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าฟังเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาไทยโดยไม่มีล่ามร่วมแปลให้ มีเพียงเอกสารที่แปลไว้ล่วงหน้าแจกให้ผู้เข้ารับฟัง

รายงานขององค์กรการค้านอกประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization) รายงานว่า 67% ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในไทยหรือส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมา

คงต้องถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงต่างประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นถึงไม่มีล่ามในการกล่าวสุทนรพจน์ครั้งนี้

ที่มา - Wall Street Journal

Eric Schmidt ขายหุ้นกูเกิลมูลค่า 1,450 ล้านดอลลาร์

By: lew on Tue, 2012-02-21 13:51

หลังจาก Eric Schmidt ถอนตัวจากงานบริหารกูเกิลไป บทบาทของเขาในบริษัทก็น้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดเขาก็ยื่นแบบฟอร์มไปยังคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นการขายหุ้นชนิด A ออกไป 2.4 ล้านหุ้น

หุ้นของกูเกิลนั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ชนิด A กับชนิด B โดยชนิด B นั้นมีเสียงโหวต 10 เสียง การขายครั้งนี้ในแง่เสียงโหวตแล้วจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หุ้นที่อยู่ในมือ Schmidt ยังมีเสียงโหวตถึง 7.3% มูลค่ารวมกว่าสี่พันล้านดอลลาร์ โดยเขาให้เหตุผลของการขายว่าต้องการกระจายการลงทุนออกไป

แต่ความกังวลของผู้ถือหุ้นว่า Schmidt อาจจะหมดใจกับกูเกิลไปแล้วและอาจจะหางานอย่างอื่นทำต่อไปก็คงมีอยู่ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่เขาไม่ได้ค่อยได้มีบทบาทอะไรอีก

ที่มา - The Register

เรื่องหนึ่งที่แอปเปิลสู้ไมโครซอฟท์กับกูเกิลไม่ได้ - การบริหารผลตอบแทนการลงทุน

By: arjin on Wed, 2012-02-15 15:45

ในด้านตัวเลขทางการเงินแล้วสิ่งที่บริษัทแอปเปิลถูกจับตามองอย่างมากคือเงินสดอันล้นเหลือ ซึ่งในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีสูงถึง 9.76 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่า ณ ขณะนี้แอปเปิลน่าจะมีเงินสดเกินแสนล้านดอลลาร์แล้ว จึงเกิดคำถามยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมาจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ โดยที่ผ่านมาแอปเปิลยังปฏิเสธที่จะจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล บอกแค่เพียงต้องเก็บไปใช้ลงทุนยามจำเป็น ถ้าเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เงินมหาศาลก้อนนี้แอปเปิลทำอะไรกับมันอยู่?

Richard Leong จากสำนักข่าว Reuters ได้ทำการตรวจสอบการบริหารเงินสดของแอปเปิลเพราะสำหรับบริษัทใดๆ ก็ตามแล้ว พวกเขาจะนำเงินสดส่วนที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่จะฝากบัญชีธรรมดาซึ่งก็พบความน่าสนใจดังนี้ครับ

ในงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2011 แอปเปิลรายงานว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการนำเงินสดไปลงทุนได้เพียง 0.77% เท่านั้น แต่ยังเยอะกว่าผลตอบแทนปี 2010 ที่อยู่ที่ 0.75% โดยถ้าย้อนไปช่วงปี 2009 นั้นแอปเปิลสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ถึง 3.44% ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตอบแทนปีที่ผ่านมานี้ช่างน้อยยิ่งนัก ลองเทียบกับฝากประจำระยะเวลา 1 ปีของธนาคารพาณิชย์ในไทยเฉลี่ยแล้วยังได้เยอะกว่านี้เลย

ซัมซุงเตรียมขายพันธบัตร ระดมทุนสร้างโรงงานผลิตชิป

By: mk on Tue, 2012-01-17 10:52

Samsung Electronics เตรียมขายพันธบัตรแก่นักลงทุนต่างชาติ เพื่อนำเงินไปสร้างโรงงานผลิตชิปที่ใช้ในอุปกรณ์พกพาในเท็กซัส

การขายพันธบัตรแก่นักลงทุนต่างชาติรอบนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงทำตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียในปี 1997 โดยจะออกผ่าน Samsung USA และตัวพันธบัตรจะมีช่วงเวลาจ่ายเงินคืนคือ 5 ปี

เหตุผลที่ซัมซุงเลือกออกพันธบัตรก็เพราะต้นทุนของการระดมทุนต่ำลง (จากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นมาตรฐานกลางต่ำลง) ทำให้ซัมซุงหาเงินลงทุนได้ในราคาถูก และสามารถสร้างโรงงานเพื่อแข่งขันในตลาดอุปกรณ์พกพาที่กำลังบูมได้

นักวิเคราะห์การเงินจากบริษัท Woori Investment ในเกาหลีใต้ประเมินว่าพันธบัตรของซัมซุงจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดี เพราะนักลงทุนกำลัง "กระหาย" บริษัทที่มีเครดิตที่ดีในการลงทุน

ที่มา - Bloomberg

วอร์เรน บัฟเฟตต์เรียกร้องให้รัฐบาลเก็บภาษีจากนักลงทุนมากขึ้น

By: lew on Tue, 2011-08-16 00:11

แนวทางการลดภาษีให้กับนักลงทุนหรือภาษีเงินออมนั้นเป็นแนวทางที่ทั่วโลกทำกันทั้งในประเทศไทย และรวมถึงสหรัฐฯ แต่นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ก็ออกมาเขียนบทความเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศแนวทางภาษีเสียใหม่เพื่อให้ภาษีของผู้มีรายได้มาก มีส่วนร่วมเสียภาษีในอัตราที่เป็นธรรมมากขึ้น

วอร์เรนระบุว่าปีที่แล้วเขาเสียภาษีเป็นเงินประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เป็นเงินเพียงร้อยละ 17.4 ของรายได้ที่นำมาคิดภาษี เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดจากทุกคนในสำนักงานของเขาซึ่งต้องเสียภาษีในช่วงร้อยละ 33 ถึง 41 ตัวเลขจากสรรพากรสหรัฐฯ ระบุว่าในปี 1992 คนร่ำรวยที่สุด 400 คนแรกของสหรัฐฯ (คิดตามแบบฟอร์มภาษี) มีรายได้พึงประเมินรวมกัน 16.9 พันล้านดอลลาร์และเสียภาษีร้อยละ 29.2 แต่ในปี 2008 รายได้รวมของคน 400 คนแรกที่มีรายได้มากที่สุดมีรายได้รวมถึง 90.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ภาษีที่จ่ายไปกลับเหลือเพียงร้อยละ 21.5

วอร์เรนระบุว่าคนร่ำรวยจำนวนมากยินดีที่จะทำหน้าที่พลเมืองที่ดีด้วยการจ่ายภาษีในอัตราที่เป็นธรรม และเขาเสนอให้มีการเก็บภาษีจากรายได้รวม เช่นคนที่มีรายได้เกินปีละล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ มีถึง 236,883 คน เราควรมีอัตราภาษีพิเศษสำหรับคนเหล่านี้แม้รายได้ของพวกเขาจะมาจากการลงทุนหรือดอกเบี้ย ส่วนคนที่มีรายได้เกิน 10 ล้านดอลลาร์นั้นมีถึง 8,274 คนก็มีควรมีภาษีรูปแบบเดียวกันในอัตราที่สูงขึ้นไปอีก

วอร์เรนระบุว่าสภาคองเกรสนั้นเป็นมิตรต่อเศรษฐีมานานเกินไปแล้ว และได้เวลาที่รัฐบาลจะให้ทุกคนเสียสละรวมกันจริงๆ

ที่มา - The New York Times

Pages

Subscribe to RSS - Investment