Internet

จีนจับแชร์ลูกโซ่ครั้งใหญ่ มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท ผู้เสียหายเก้าแสนคน

By: lew on Tue, 2016-02-02 00:23

Ezubao บริการจับคู่ให้กู้เงินโดยตรงผ่านอินเทอร์เน็ตถูกจับฐานหลอกลวงผู้ใช้ที่เป็นผู้ปล่อยเงินกู้ประมาณ 900,000 คน โดยผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับทั้งหมดรวม 21 คน หนึ่งในผู้บริหารที่ถูกจับคือ Zhang Min ออกมายืนยันกับสำนักข่าวซินหัวว่า Ezubao คือแชร์ลูกโซ่ ผู้บริหารอีกคนระบุว่าโครงการที่ยื่นกู้เงินใน Ezubao ร้อยละ 95 เป็นโครงการปลอม

บริการ Ezubao เพิ่งเริ่มให้บริการช่วงกลางปี 2014 ภายในเวลาปีครึ่ง บริการนี้เรียกเงินจากนักลงทุนรายย่อยได้รวม 50,000 ล้านหยวน หรือ 270,000 ล้านบาท โดยผู้ให้กู้มักได้รับดอกเบี้ยในช่วง 9-14.6% ต่อปีซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากอย่างมาก

Ezubao ลงโฆษณาอย่างหนักโดยใช้เงินโฆษณาถึง 150 ล้านหยวน รวมถึงช่อง CCTV ของรัฐบาลเอง ขณะที่เงินจำนวนมากถูกผ่องถ่ายไปยังพนักงาน เงินเดือนเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาสูงถึง 800 ล้านหยวน

ที่มา - South China Morning Post, The New York Times, The Independent

Pornhub ระบุ เกมเมอร์เข้าเว็บไซต์น้อยลงหลังเกม Fallout 4 ออก

By: chayaninw on Sat, 2015-11-14 04:24

เว็บไซต์ Pornhub ซึ่งเป็นเว็บโป๊รายใหญ่ของโลก ได้เปิดเผยข้อมูลจากสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ว่า ในช่วงเวลาหลังจากที่เกม Fallout ออก ยอดเข้าชมเว็บไซต์โดยกลุ่มเกมเมอร์ ลดลงจากค่าเฉลี่ยปรกติไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

Pornhub ระบุว่า ได้ใช้ข้อมูลความสนใจของผู้ชม (affinity) จากเครื่องมือ Google Analytics โดยพบว่า ยอดเข้าชมเว็บไซต์จากกลุ่มเกมเมอร์เริ่มลดลงต่ำกว่าจำนวนการเข้าชมเฉลี่ยในช่วงเวลานั้นๆ ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้าถึงเที่ยงวันของวันที่ 10 พฤศจิกายน จากนั้นก็ลดต่ำลงอีกครั้งในช่วงหลังหกโมงเย็น ซึ่งทีม Pornhub สันนิษฐานว่า ช่วงแรกที่ลดลง เกิดขึ้นหลังจากดาวน์โหลดเกมกันเสร็จแล้ว ส่วนช่วงค่ำนั้น คือกลุ่มคนทำงานกลางวันปรกติ ที่กลับมาเล่นเกมตอนเย็น

Pornhub ยังบอกอีกว่า ช่วงประมาณเที่ยงคืนถึงตีสามวันถัดไป ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์พุ่งสูงกว่าปรกติประมาณ 10-15% ซึ่งบรรดาเกมเมอร์น่าจะผ่อนคลายจากการเล่นเกมแล้ว

นอกจากยอดผู้เข้าชมรวมแล้ว Pornhub ยังใช้ข้อมูล affinity มาวิเคราะห์แยกตามประเภทของเกมเมอร์ โดยพบว่า กลุ่มที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือกลุ่มแฟนเกมกีฬา เกมแอคชัน และเกมผจญภัยหรือกลยุทธ์

ที่มา - Pornhub Insights

เจ้าของเว็บไซต์ Ask.com ซื้อเว็บไซต์ Ask.fm

By: chayaninw on Mon, 2014-08-18 12:43

เว็บไซต์ Ask.fm (ไม่ถึงกับดังในไทยมาก แต่ก็เป็นกระแสย่อมๆ อยู่ช่วงหนึ่ง) ถูกบริษัท IAC ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ดังหลายแห่ง เข้าถือหุ้นใหญ่ โดยไม่เปิดเผยมูลค่า

บริษัท IAC ที่มาเข้าซื้อ Ask.fm นี้ เป็นเจ้าของเว็บไซต์ภาษาอังกฤษชื่อดังหลายแห่ง ทั้ง Ask.com, About.com, Dictionary.com, Vimeo, Investopedia, The Daily Beast, OKCupid รวมถึงแอพหาคู่ Tinder ด้วย

เว็บไซต์ Ask.fm นี้ เป็นเว็บไซต์ลักษณะให้คนเขาเข้ามาถามคำถามถึงผู้ใช้งานโดยไม่เปิดเผยตัวตนได้ มีชื่อเสียงไม่ดีนักในบางประเทศที่เว็บไซต์นี้ได้รับความนิยม จากการที่เป็นแหล่งที่เกิดการกั่นแกล้งกัน (cyberbullying) ในหมู่วัยรุ่น จนถึงขั้นที่เกิดการฆ่าตัวตายขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา Ask.fm ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีนโยบายควบคุมที่ดีพอ

เจ้าของใหม่ของ Ask.fm ประกาศว่าจะมีแนวทางในการตอบสนองข้อร้องเรียนภายใน 24 ชั่วโมง และจะปรับปรุงเว็บไซต์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

กลุ่มทุน venture capital เดิมที่ถือหุ้นส่วนน้อยอยู่ จะยังคงถือหุ้นและทำงานร่วมกับ IAC ต่อไป ส่วนกลุ่มผู้ก่อตั้งนั้นยุติบทบาทหลังการขายกิจการ

ที่มา - BBC News

ผลวิจัย: Craigslist กระทบต่อรายได้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายพันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2013-08-22 00:04

ผลกระทบจากความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตที่มีต่อสื่อแบบดั้งเดิมนั้น เป็นประเด็นที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งกับอุตสาหกรรมสื่อหลายชนิด ซึ่งนักวิจัยก็ได้เสนอว่า เว็บไซต์ Craigslist ซึ่งรับลงประกาศโฆษณาในรูปแบบ classified ส่งผลกระทบต่อรายได้ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2000-2007 รวมกันถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Craigslist เป็นเว็บไซต์ที่ศูนย์กลางโฆษณาแบบ classified ที่ให้ลงประกาศโฆษณาต่างๆ (เช่น ประกาศขายสินค้า ให้เช่าบ้าน รับสมัครงาน ฯลฯ) ซึ่งเป็นบริการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วน classified ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วไป ที่เป็นแหล่งรายได้หนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น นอกเหนือจากการขายโฆษณาในหน้าทั่วไป และการรับสมาชิก

Robert Seamans จาก Stern School of Business, New York University และ Feng Zhu จาก Harvard Business School ได้อาศัยประโยชน์จากการค่อยๆ ขยายกิจการไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศในช่วงระยะเวลาแตกต่างกัน มาใช้ในการแยกและเปรียบเทียบผลกระทบที่มีต่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาได้

งานวิจัยนี้ ได้แบ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่มี classified-ad manager และกลุ่มที่ไม่มี โดยกลุ่มแรกถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโฆษณาแบบ classified เป็นรายได้สำคัญ ในขณะที่กลุ่มหลัง ก็จัดเป็นกลุ่มควบคุม (ตามข้อสันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มหนังสือพิมพ์ที่โฆษณาลักษณะนี้มีความสำคัญต่อรายได้น้อยกว่า) ซึ่งข้อสรุปจากข้อมูล ก็พบว่า โดยเปรียบเทียบกันแล้ว หนังสือพิมพ์ที่มี classified-ad manager นั้นมีอัตราค่าลงโฆษณา classified ลดลง มีการเพิ่มค่าสมาชิก ลดจำนวนการพิมพ์ พยายามสร้างความแตกต่างมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะไม่เผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ และยังมีอัตราค่าโฆษณาในหน้าทั่วไป (display ad) ลดลงเป็นผลที่ตามมาด้วย ซึ่งตัวเลขผลกระทบต่อรายได้ทั้งหมดในช่วงปี 2000-2007 รวมแล้วคิดเป็นประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตามมูลค่าปี 2000)

ผลการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับคำอธิบายทางทฤษฎี โดย Craigslist นั้นเป็นทางเลือกใหม่ในการโฆษณาไปยังผู้อ่าน ทำให้อัตราค่าโฆษณาแบบนี้ต้องปรับตัวลง การที่รายได้จากโฆษณาเหล่านี้ลดลง ทำให้แรงจูงใจที่หนังสือพิมพ์จะต้องพยายามอุดหนุนให้กับคนอ่านก็ลดลงไปด้วย จึงมีการขึ้นราคากับผู้อ่าน ซึ่งก็ทำให้ต้องพยายามปรับตัวให้ต่างจากคู่แข่งเพื่อให้สามารถกำหนดราคาสูงขึ้นได้ และการไม่ลงเนื้อหาออนไลน์ก็เพื่อไม่ให้กระทบต่อมูลค่าของหนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ ราคาที่สูงขึ้น ทำให้ยอดจัดจำหน่ายนั้นลดลง และส่งผลให้มูลค่าของการลงโฆษณาในหน้าทั่วไปนั้นลดลงตามไปด้วย

ผลงานวิจัยเรื่องนี้ จะตีพิมพ์ในวารสาร Management Science และสามารถอ่านฉบับ preprint ได้จาก SSRN

ที่มา - Phys.org, SSRN

แนวทางหาเงินใหม่ของ Reddit, โปรโมชั่นเฉพาะสมาชิกระดับ Gold

By: lew on Wed, 2013-06-12 23:22

เว็บเนื้อหาทุกวันนี้ยังคงมีแนวทางการหารายได้หลักคือโฆษณา แต่เว็บอย่าง Reddit กำลังพยายามหารายได้จากช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยการเพิ่มบริการ Reddit Gold ที่เปิดให้สมัครได้ราคาเดือนละ 4 ดอลลาร์ หรือปีละ 30 ดอลลาร์ โดยจะมีห้องเฉพาะให้สำหรับสมาชิกเหล่านี้

แนวทางของ Reddit คือให้สิทธิระดับ Gold กับสมาชิกที่มีคะแนนการทำกิจกรรมในเว็บสูงๆ เช่น โพสความเห็นที่ได้รับความนิยมได้เข้าใช้งานฟรี สำหรับสมาชิกทั่วไปก็สามารถสมัครแบบเสียเงินเข้ามาได้

การทำกิจกรรมจะร่วมกับเฉพาะสมาชิกระดับ Gold เท่านั้น เช่น เสื้อ Uniqlo นั้นจะแจกของรางวัลให้กับสมาชิกระดับ Gold สัปดาห์ละครั้ง, Blackblaze จะให้บริการฟรีสามเดือน

ด้วยความที่สมาชิกระดับ Gold มักเป็นผู้มีอิทธิพลต่อสังคมโดยรวม แบรนด์ต่างๆ จึงอยากเข้ามาโฆษณาสินค้าและบริการกับคนเหล่านี้ ขณะที่ช่องทางเหล่านี้เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับ Reddit โดยไม่ต้องพึ่งแบนเนอร์แบบเดิมๆ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยชอบนัก

ที่มา - TechCrunch, Reddit

อุตสาหกรรมสื่อเบลเยี่ยมฟ้องขอค่าธรรมเนียมอินเทอร์เน็ต 3.4%

By: lew on Fri, 2013-05-03 17:37

สมาคมนักประพันธ์, นักแต่งเพลง, และสำนักพิมพ์แห่งเบลเยี่ยมฟ้องต่อศาลขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจ่ายค่าธรรมเนียม 3.4% จากรายได้เพื่อชดเชยค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์

อีกประเทศที่มีการเก็บภาษีสินค้าหรือบริการที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ได้แก่แคนาดาที่มีการเก็บภาษีซีดีเปล่าที่ระบุว่า "สำหรับการบันทึกเพลง"

ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องฟ้องศาล

ที่มา - ArsTechnica, TechWorld

ศาลฎีกาแคนาดาตัดสินคดีลิขสิทธิ์ เคลียร์ประเด็นเพลงออนไลน์

By: chayaninw on Fri, 2012-07-13 14:14

ศาลฎีกาของแคนาดา ได้ตัดสินคดีห้าคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมของเจ้าของสิทธิงานดนตรีกับการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกอบไปด้วยการซื้องานเพลงออนไลน์ การใช้บริการสตรีมเพลง การซื้อขายเกมที่มีดนตรีประกอบผ่านช่องทางออนไลน์ และการให้บริการฟังตัวอย่างเพลงของร้านค้าเพลงออนไลน์ด้วย

ในคดีที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การซื้องานดนตรีโดยดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต มีค่าเท่ากับการซื้องานผ่านทางช่องทางดั้งเดิมเช่นการซื้อซีดี ไม่เข้าข่ายการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์พยายามกล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้ ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีความว่าการให้ดาวน์โหลดเพลงนั้นเป็นการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมที่กฎหมายระบุ (ซึ่งใช้หมายถึงการเผยแพร่แบบในวิทยุ)

ในคดีเดียวกัน ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า การให้บริการสตรีมเพลง (streaming) นั้นมีความแตกต่างจากการขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีลักษณะของการสื่อสาร แม้ว่าบริการนั้นจะมีลักษณะออนดีมานด์ที่ผู้ใช้บริการผู้เรียกเพลงที่จะฟังและไม่ได้มีการรับฟังพร้อมกันก็ตาม ทำให้บริการสตรีมเพลงนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับสิทธิในการกระจายเสียง

ในอีกคดีหนึ่ง ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการฟังตัวอย่างงานเพลงก่อนที่จะซื้อผ่านทางบริการขายออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การให้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นเข้าข่ายการใช้งานค้นคว้า นับเป็นการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานเพิ่มเติม หากคำตัดสินศาลออกมาในทางตรงกันข้ามแล้ว บริการขายเพลงออนไลน์ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สำหรับการให้บริการตัวอย่างเพลงด้วย

ศาลฎีกาได้เน้นย้ำว่า หลักการลิขสิทธิ์นั้นควรเป็นกลางต่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดจำหน่าย โดยในคดีระหว่างตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรี กับฝั่งผู้ผลิตเกม ศาลได้ตัดสินว่า การดาวน์โหลดเกมที่มีดนตรีประกอบนั้น ไม่ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านทางโทรคมนาคม เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่เกมนั้นถูกดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนที่จะเป็นการซื้อเกมที่ร้านหรือทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารหนังสือเพื่อใช้ในการประกอบการเรียน โดยศาลได้ตัดสินว่าการถ่ายเอกสารส่วนสั้นๆ ของหนังสือโดยอาจารย์เพื่อให้นักเรียนใช้นั้น เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่คัดค้านคำตัดสินของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (Copyright Board) ก่อนหน้านี้

ที่มา - CBC, คำตัดสิน (CBC)

อังกฤษมีสัดส่วนเศรษฐกิจบนโลกออนไลน์มากกว่าประเทศอื่น

By: toandthen on Mon, 2012-03-19 19:11

อินเทอร์เน็ตถือว่าเป็น 8.3% ของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มประเทศ​ G20 อื่น ๆ โดยอุตสาหกรรม "ออนไลน์" นี้ตีเป็นมูลค่า 121 พันล้านปอนด์หรือประมาณ 5,885 พันล้านบาท สูงกว่ามูลค่าอุตสาหกรรมสุขภาพและการพยาบาล, การก่อสร้าง, และการศึกษา หากแบ่งเป็นตัวเลขต่อหัวแล้วจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งแสนบาทต่อชาวอังกฤษหนึ่งคนต่อปี

จากการศึกษาของ Boston Consulting Group พบว่าชาวอังกฤษชอบจับจ่ายซื้อของออนไลน์มากกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ หากคิดเป็นสัดส่วน การจับจ่ายใช้สอย 13.5% จากทั้งหมดภายในประเทศทำผ่านอินเทอร์เน็ตในปี 2010 และคาดว่าตัวเลขจะสูงขึ้นมาอยู่ที่ 23% ภายในปี 2016

คณะผู้ศึกษาเชื่อว่าเศรษฐกิจออนไลน์ของอังกฤษจะโตขึ้นปีละ 11% มากกว่าสหรัฐอเมริกาที่โตเพียงปีละ 5.4% และจีนที่โตปีละ 6.9% โดยผลของการศึกษานี้นับได้ว่าเป็นข่าวดีของธุรกิจขนาดเล็กจนไปถึงขนาดกลาง ที่สามารถลดความเสี่ยงจากการเช่าที่เปิดร้านขายของตามถนนแล้วหันมาเปิดบนโลกออนไลน์แทนได้

ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือชาวอังกฤษส่วนใหญ่ยอมที่จะไม่มีเซ็กส์หนึ่งปีเต็ม ๆ เพื่อที่จะแลกกับการไม่ถูกตัดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

ที่มา - BBC

อุตสาหกรรมในสหรัฐ: พลังงานทดแทน-อินเทอร์เน็ต ดาวรุ่ง, หนังสือพิมพ์-ภัตตาคาร ดาวร่วง

By: mk on Sun, 2012-03-11 13:28

LinkedIn รวบรวมข้อมูลจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (Council of Economic Advisors - CEA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐระหว่างปี 2007-2011 แยกรายอุตสาหกรรม

ผลคืออุตสาหกรรมในกลุ่ม "ดาวรุ่ง" ที่ขนาดของอุตสาหกรรมเติบโตสูงสุดคือกลุ่มพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโตขึ้นเกือบ 50% ในรอบ 5 ปี ตามด้วยอินเทอร์เน็ต-สื่อออนไลน์ โตเกือบ 30%

ส่วนอุตสาหกรรม "ดาวร่วง" อันดับหนึ่งคือหนังสือพิมพ์กระดาษ ติดลบไปเกือบ 30% ตามด้วยภัตตาคาร โกดังสินค้า ตลาดทุน และซูเปอร์มาร์เก็ต

รายละเอียดและกราฟประกอบดูได้ตามลิงก์

ที่มา - LinkedIn Blog

ร่างกฎใหม่ของอียู ให้สิทธิผู้ใช้ขอลบข้อมูลของตัวเองได้

By: chayaninw on Tue, 2012-01-31 02:56

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission - เปรียบได้เป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป) ได้เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับใหม่ โดยมีประเด็นสำคัญคือ ให้สิทธิบุคคลในการร้องขอให้องค์กรต่างๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทอินเทอร์เน็ต) ลบข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองออก หรือเรียกกันว่าเป็น "right to be forgotten"

ตามร่างกฎหมายนี้ องค์กรจะต้องทำตามคำร้องขอลบข้อมูล หากว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร (legitimate ground) ที่จะต้องเก็บข้อมูลนั้นไว้

หุ้นไอพีโอดอทคอมต่างพากันราคาร่วง

By: arjin on Fri, 2011-11-25 13:36

ปีนี้ถือเป็นปีที่บรรดาหุ้นบริษัทอินเทอร์เน็ตต่างพาเหรดกันเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยช่วงที่ผ่านมามีทั้งเว็บเครือข่ายสังคมด้านอาชีพและการทำงาน LinkedIn, เว็บบริการวิทยุออนไลน์ Pandora ตลอดจนเว็บขายดีลแบบกลุ่ม Groupon ซึ่งในช่วงวันแรกๆ ของการซื้อขายในตลาดหุ้นนั้น ราคาหุ้นสามารถทำราคาสูงเหนือกว่าราคาเสนอขายครั้งแรกหรือราคาไอพีโออย่างมาก แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้นเหล่านี้เริ่มปรับตัวลดลง หลายตัวก็ราคาต่ำกว่าราคาไอพีโอไปแล้ว อย่าง Groupon ที่ราคาเริ่มต้น $20 ตอนนี้ก็เหลือ $16.96 ทั้งที่หุ้นเข้าตลาดไม่ถึงหนึ่งเดือน ขณะที่ Pandora อาการหนักกว่า โดยหุ้นปรับตัวต่ำกว่า 34% ของราคาไอพีโอแล้ว ส่วน LinkedIn ที่แม้ราคายังไม่ต่ำกว่าราคาไอพีโอ แต่ก็ปรับตัวลดลงจากราคาสูงสุดกว่า $100 เหลือไม่ถึง $70

ปัจจัยเจ้าปัญหาของหุ้นบริษัทเหล่านี้คือทุกบริษัทล้วนใช้เทคนิคการทำสภาพคล่องของหุ้นให้ต่ำ (Free Float) เพื่อสร้างความต้องการในหุ้นให้สูงกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการไล่ราคาหุ้นจนเกินมูลค่าไปมาก ซึ่งหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำนี้สามารถย้อนศรให้ผลลบได้คือราคาก็สามารถถูกทุบลงได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน Groupon นั้นเพิ่มทุนด้วยหุ้นไอพีโอเพียง 6% ของหุ้นทั้งหมด ขณะที่ LinkedIn และ Pandora ก็มีหุ้นเพิ่มทุนแค่ 9% เท่านั้น ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องคำนึงถึงคือหุ้นเหล่านี้จะมีช่วงเวลาที่ผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดิมจะไม่สามารถขายหุ้นในมือออกมาได้ (Silent Period) ซึ่งเมื่อหมดช่วงเวลานั้นที่ปกติเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน สภาพคล่องหุ้นก็จะสูงขึ้นและอาจเป็นโอกาสในการขายหุ้นทิ้งเพิ่มขึ้นได้อีก เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้กับหุ้นอินเทอร์เน็ตตัวอื่นที่ต่อคิวรอเข้าตลาดอย่าง Facebook, Zynga ได้เช่นกัน

ที่มา: WSJ

วุฒิสมาชิกสหรัฐเสนอกฎหมายใหม่ ให้ Amazon เก็บภาษีการขายทุกรัฐ

By: chayaninw on Thu, 2011-11-10 13:59

สมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐ 10 คน ได้เสนอกฎหมาย Marketplace Fairness Act ที่จะบังคับให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์ต้องจัดเก็บภาษีการขาย (sales tax) ของแต่ละรัฐในลักษณะเดียวกับคู่แข่งในรูปแบบออฟไลน์

Subscribe to RSS - Internet