Intellectual Property

IKEA ยื่นจดหมายให้เว็บแฟนคลับ IKEA Hackers ส่งคืนโดเมนหรือเลิกติดโฆษณา

By: lew on Mon, 2014-06-16 17:46

แบรนด์ขนาดใหญ่มักมีเว็บแฟนคลับเป็นจำนวนมาก และเว็บเหล่านั้นหลายครั้งก็มีชื่อการค้าพ่วงไปด้วย อย่างในเมืองไทยเราคงเห็นเว็บประเภทนี้ เช่น ThaiDellClub, ThaiThinkPad หรือเว็บอื่นๆ ในต่างประเทศแฟนคลับของเฟอร์นิเจอร์ IKEA ก็มีจำนวนมาก เว็บ IKEA Hackers ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ล่าสุดทาง IKEA ขู่จะดำเนินคดีหากทาง IKEA Hackers ไม่ส่งคืนโดเมนหรือถอดโฆษณาทั้งหมดออกจากเว็บ

IKEA Hackers รวบรวมเอาการดักแปลงเฟอร์นิเจอร์ IKEA มาใช้งานรูปแบบต่างๆ เช่น การตัดแต่งหรือทำให้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ทำบิวท์อิน โดยเว็บนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2006 และได้รับความนิยมจนมีโฆษณาสินค้าเสริมกับสินค้าของ IKEA เข้ามา

Jules Yap ผู้ดูแลเว็บระบุว่าจะยอมตามคำร้องขอของ IKEA โดยเปลี่ยนชื่อเว็บไปใช้ชื่ออื่น เพราะค่าใช้จ่ายหากต่อสู้ทางกฎหมายนั้นแพงเกินไป

ไม่แน่ชัดว่าทำไม IKEA จึงเลือกที่จะขู่ดำเนินคดีแทนที่จะขอความร่วมมือ หรือกระทั่งเว็บ IKEA Hackers เองน่าจะช่วยเพิ่มความนิยมในเฟอร์นิเจอร์ IKEA ด้วยซ้ำ

ที่มา - ArsTechnica, IKEA Hackers

มัลติมิเตอร์ของ Sparkfun ถูกศุลกากรทำลายเพราะละเมิดเครื่องหมายการค้า, Fluke ส่งสินค้าให้ฟรี

By: lew on Sat, 2014-03-22 20:17

Sparkfun เว็บขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับแฮกเกอร์ด้านฮาร์ดแวร์สั่งมัลติมิเตอร์ราคาถูกจากจีนพิมพ์ยี่ห้อตัวเองลงไป มูลค่าตัวละ 14.95 ดอลลาร์ โดยวางขายมาตั้งแต่ปี 2008 แต่ล็อตล่าสุดที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ จำนวนสองพันชุดกลับถูกยึดโดยศุลกากรสหรัฐฯ เพราะละเมิดเครื่องหมายการค้า "ขอบเครื่องสีเหลืองสดตัดกับเครื่องสีเข้ม" ของ Fluke ผู้ผลิตอุปกรณ์ตรวจวัดชื่อดัง

ทาง Sparkfun เขียนบล็อกโวยเรื่องนี้ว่าบริษัทไม่มีปัญหาอะไรที่จะเปลี่ยนสีถ้าจำเป็น แต่สีเหลืองเป็นสีทั่วไปไม่ใช่สีพิเศษที่ไม่มีใครใช้กัน

นักสร้างหนังยื่นฟ้องเรื่องลิขสิทธิของเพลง Happy Birthday

By: mr_tawan on Mon, 2013-06-17 16:19

ทุกคนคงรู้จักเพลง Happy Birthday และก็คงได้ร้องเพลงนี้ปีละหลายครั้ง แต่หลายคนคงไม่ทราบว่า Warner/Chappell Music ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Time Warner อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงนี้ Warner/Chappell Music สามารถทำรายได้ได้ถึงปีละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐจากการเก็บค่าใบอนุญาตการใช้งานเพลงนี้จากบรรดารายการทีวีต่าง ๆ

แต่ลิขสิทธิของเพลงนี้แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music เมื่อนักสร้างสารคดีอย่าง Good Morning To You ได้ยื่นฟ้องในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้นั้นหมดอายุไปนานแล้ว และมีเพลงอื่น ๆ ที่มีเนื้อเพลงเหมือนกับเพลงนี้มากอย่าง Good Morning to All ที่ตีพิมพ์ในหนังสือ Song Stories for the Kindergarten ในปี 1893 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ก่อนที่จะมีการอ้างความเป็นเจ้าของในปี 1935 ของ Warner/Chappell Music

ที่จริงมีการพยายามพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้ไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music มาอย่างต่อเนื่อง จากการค้นคว้าเอกสารจากมหาวิทยาลัย George Washington นั้นพบว่า เพลงนี้ไม่ได้คุ้มครองด้วยลิขสิทธิค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ประพันธ์, คำประกาศลิขสิทธิที่ไม่สมบูรณ์, และความล้มเหลวในการยื่นขอต่ออายุลิขสิทธิใหม่

คดีนี้กำลังจะเป็นการดำเนินคดีกลุ่ม (Class Action) โดยผู้ฟ้องร้องหวังว่าผู้ที่เคยจ่ายค่าใบอนุญาตทุกคนจะได้รับการเงินชดเชยจาก Warner/Chappell Music ครับ

ที่มา: Ars Technica

ผลวิจัยยุโรป ไม่พบหลักฐานว่าการดาวน์โหลดเพลงผิดกฎหมาย ทำให้ยอดขายออนไลน์ลดลง

By: chayaninw on Tue, 2013-03-26 16:55

งานวิจัยจาก Institute for Prospective Technological Studies (หน่วยงานของ Joint Research Centre ของคณะกรรมาธิการยุโรป) ได้นำเสนอผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคงานเพลงบนอินเทอร์เน็ตใน 5 ประเทศในยุโรป ซึ่งได้ผลออกมาว่า การดาวน์โหลดงานเพลงแบบผิดกฎหมายนั้นไม่มีผลทดแทนการซื้อเพลงออนไลน์แบบถูกกฎหมายแต่อย่างใด

ผลงานวิจัยของ Luis Aguiar และ Bertin Martens ซึ่งใช้ชื่อว่า Digital Music Consumption on the Internet: Evidence from Clickstream Data ได้นำข้อมูลจาก Nielsen NetView ซึ่งเก็บข้อมูลตัวอย่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลที่ผู้วิจัยใช้นั้น ประกอบด้วยข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตจากประชากรห้าประเทศขนาดใหญ่ ได้แก่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และสหราชอาณาจักร แต่ละประเทศประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 คน ข้อมูลของแต่ละคนประกอบด้วยข้อมูลด้านเศรษฐกิจสังคม เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ครัวเรือน ฯลฯ และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการคลิกเข้าเว็บไซต์ทั้งหมดในช่วง 1 มกราคม 2011 ถึง 31 ธันวาคม 2011 มีข้อมูลเป็น URL ที่เข้า เวลาที่เข้า ระยะเวลาที่เข้า และหมวดหมู่เนื้อหาของหน้าเว็บดังกล่าว ซึ่งเว็บไซต์ท้ังหมดจัดได้เป็น 15 หมวดหมู่หลัก และ 83 หมวดหมู่ย่อย

Pirates of the Caribbean! WTO อนุญาตให้แอนติกัวละเมิดลิขสิทธิ์สหรัฐเป็นมาตรการโต้ตอบ

By: chayaninw on Thu, 2013-01-31 13:17

องค์การการค้าโลก (WTO) ได้อนุญาตให้ประเทศแอนติกัวและบาร์บูดา ประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียน ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐอเมริกา เป็นมาตรการตอบโต้จากการที่สหรัฐละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีโดยการแบนผู้ให้บริการการพนันจากต่างประเทศ

ข้อพิพาทระหว่างแอนติกัวและบาร์บูดา กับสหรัฐ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 โดยแอนติกัวและบาร์บูดาได้ร้องเรียนกับองค์การการค้าโลกว่า กฎหมายของสหรัฐที่ห้ามบริการการพนันจากต่างประเทศนั้น ขัดต่อข้อผูกพันของสหรัฐภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งในปี 2005 คณะผู้พิจารณาของ WTO ก็ได้ตัดสินว่า กฎหมายสหรัฐที่อนุญาตให้มีการพนันการแข่งม้าจากผู้ให้บริการในประเทศเท่านั้น เป็นการผิดข้อตกลงที่สหรัฐได้ให้ไว้

หลังจากที่สหรัฐไม่มีการแก้ไขกฎหมายในเวลาที่กำหนด ในปี 2007 องค์การการค้าโลกก็ได้กำหนดมาตรการโต้ตอบ โดยให้แอนติกัวและบาร์บูดาสามารถระงับข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPS) ที่มีต่อสหรัฐอเมริกา ในมูลค่าไม่เกินปีละ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าที่ขอไป 3.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2013 รัฐบาลแอนติกัวก็ประกาศว่า หลังจากที่ได้รับการอนุญาตเบื้องต้นเมื่อปี 2007 และพยายามเจรจากับรัฐบาลสหรัฐหลังจากนั้นแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็ได้รับอนุญาตจาก WTO ให้ดำเนินการระงับข้อผูกพันด้านทรัพย์สินทางปัญญากับสหรัฐได้

เว็บไซต์ข่าวหลายแห่ง (รวมถึง TorrentFreak) รายงานในลักษณะว่า แอนติกัวจะเปิดเว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดบรรดาสินค้าลิขสิทธิ์ของสหรัฐ (แบบเสียเงิน แต่ไม่ต้องแบ่งให้เจ้าของ)

แม้ว่า WTO จะไม่ได้มีอำนาจบังคับให้รัฐสมาชิกทำตามคำตัดสินตรงๆ แต่กฎของ WTO อนุญาตให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการกีดกันทางการค้าตอบโต้ (จากที่ปรกติขัดต่อกฎการค้าเสรี) เป็นเหมือนการเรียกค่าเสียหายจากคู่พิพาท ซึ่งปรกติแล้วจะอยู่ในรูปแบบของอนุญาตให้ขึ้นกำแพงภาษีกีดกันได้ แต่ในกรณีนี้ เนื่องด้วยประเทศนั้นเล็กมาก ทำให้คำตัดสินเลือกที่จะอนุญาตมาตรการตอบโต้แบบอื่นที่สามารถต่อรองกับสหรัฐได้

รัฐบาลแอนติกัวและบาร์บูดาอ้างว่า กฎหมายกีดกันของสหรัฐนั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแอนติกัวและบาร์บูดาอย่างรุนแรง โดยจากที่เคยมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 4,000 คน (จากประชากร 80,000 คน) ก็ลดเหลือเพียง 500 คนเท่านั้น

ที่มา - Reuters, Ars Technica, Government of Antigua and Barbuda, WTO

สหภาพยุโรปผ่านแผนการนำ "ทรัพย์สินทางปัญญากำพร้า" ให้คนที่ต้องการใช้งาน

By: lew on Thu, 2012-10-11 03:00

สภาสหภาพยุโรป (The European Paliament) ผ่านแนวทางทั่วไปหมายเลข PE-CONS 36/12 ว่าด้วยการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญากำพร้า" (Orphan works) เพื่อแก้ปัญหางานสร้างสรรค์ที่ถูกทิ้งด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เจ้าของผลงานไม่ใส่ใจแล้ว หรือเสียชีวิตไปแล้วโดยทายาทไม่ได้นำงานเหล่านั้นมาหาผลประโยชน์ต่อ ทำให้แม้จะมีผู้ต้องการใช้งานและยินดีจ่ายค่าใช้จ่ายการใช้งานก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น เนื้อเพลงบางเพลงที่หาผู้แต่งไม่ได้แต่ยังไม่หมดอายุลิขสิทธิ์ หากต้องการนำมาใช้ในการแสดงใหม่ก็ไม่สามารถทำได้ แต่ละติดต่อผู้แต่งเพื่อขออนุญาตก็หาไม่พบ

แนวทางใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานการศึกษา, ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์, หอสมุด, สถาบันจัดเก็บข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรม, ตลอดจนสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ สามารถเข้าใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการละเมิด

กระบวนการเข้าใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ คือ ประเทศต่างๆ ต้องออกกฎหมายเพื่อระบุให้มีหน่วยงานกลาง ทำให้หน้าที่ค้นหาเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาชิ้นนั้นเสียก่อน โดยแต่ละประเทศอาจจะใช้หน่วยงานที่ว่านี้ร่วมกันหรือไม่ก็ได้ แต่การตามหาเจ้าของต้องตามหาตามกฎหมายของประเทศที่งานชิ้นนั้นๆ เผยแพร่ครั้งแรก หลังจากหน่วยงานนั้นได้ดำเนินกระบวนการตามหาจนครบถ้วนแล้ว งานชิ้นนั้นจะถูกประกาศเป็น "ทรัพย์สินทางปัญญากำพร้า" เปิดให้หน่วยงานที่ระบุเข้าใช้งานได้ทันที ภายใต้เงื่อนไข เช่น ต้องระบุชื่อเจ้าของผลงาน (ที่ตามหาไม่เจอ) เท่าที่หาข้อมูลได้

หลังจากที่งานถูกใช้ในเชิงสาธารณะไปแล้ว หากเจ้าของกลับมาพบสามารถขอให้ยุติสถานะกำพร้าของงานของเขาได้ และยังขอรับค่าชดเชยการใช้งานได้จากหน่วยงานที่นำไปใช้ ภายใต้ขีดจำกัดของกฎหมายที่แต่ละชาติสมาชิกกำหนด

แนวทางเช่นนี้ทำให้ห้องสมุดต่างๆ ที่ต้องการสแกนหนังสือเก็บเข้าห้องสมุดดิจิตอล หรือหอสมุดที่ต้องการทำสำเนาเพิ่มเติมเพื่อให้บริการสมาชิก แต่ไม่สามารถหาซื้อหนังสือหรือเพลงเหล่านี้ได้อีกแล้ว สามารถทำสำเนาหรือแปลงงานเป็นดิจิตอลเพื่อให้บริการได้ทันทีหลังผ่านกระบวนการ โดยต้องสำรองเงินชดเชยไว้ตามกฎหมายของประเทศของตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องเสี่ยงถูกฟ้องเป็นเงินที่อาจจะแพงจนจ่ายไม่ไหว

ที่มา - The Register

อังกฤษเตรียมลดภาษีพิเศษสำหรับรายได้จากสิทธิบัตร

By: lew on Wed, 2012-10-10 07:07

สรรพากรอังกฤษเตรียมแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีธุรกิจจาก 28% เหลือ 23% ในปีหน้า พร้อมกับเปิดให้บริษัทชี้แจงได้ว่ารายได้ส่วนใด "มาจากสิทธิ์บัตร" จะทำให้รายได้ส่วนนั้นนำมาคิดภาษีเพียง 10% เท่านั้น เรียกว่า The Patent Box

ประเด็นที่โต้เถียงกันคือการอิงแรงจูงใจทางภาษีไปกับสิทธิบัตรจะทำให้บริษัทต่างๆ พากันจดสิทธิบัตรจนเป็นปัญหาในการพัฒนาตลาดหรือไม่

แนวทางของ Patent Box นั้นเปิดให้บริษัทที่มีสิทธิบัตรไม่ว่าจากการวิจัยด้วยตัวเอง หรือถือสิทธิขาดในสิทธิบัตร หากสินค้าที่ขายออกไปมีส่วนหนึ่งส่วนใดต้องใช้สิทธิบัตร จะสามารถคิดรายได้จากการขายนั้นๆ ให้อยู่ในกลุ่มได้ทันที และกำไรจากทั้งกลุ่มจะคิดภาษีเพียง 10% แนวคิดของแรงจูงใจทางภาษีนี้คือการสนับสนุนให้บริษัทสร้างงานวิจัยที่ใช้ในสินค้าของตัวเองได้จริง เพื่อให้สินค้าพัฒนาไปข้างหน้า

แต่ปัญหาคือหากสิทธิบัตรที่ถืออยู่เพียงชิ้นเดียวก็สามารถทำให้รายได้จากสินค้านั้นๆ เข้าอยู่ในกลุ่มภาษีพิเศษแล้ว นโยบายนี้อาจจะทำให้บริษัทที่สร้างนวัตกรรมอยู่แล้วหยุดการวิจัยต่อไปเพราะสามารถใช้สิทธิทางภาษีไปได้จนกว่าสิทธิบัตรที่มีจะหมดอายุ อีกปัญหาคือบริษัทที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้จะมีแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีกำไรแล้วเท่านั้น ขณะที่บริษัทขนาดเล็กที่มักลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่าจะไม่ได้ประโยชน์ใดๆ เพราะยังไม่มีกำไร

ที่มา - The Register

ศาลฎีกาแคนาดาตัดสินคดีลิขสิทธิ์ เคลียร์ประเด็นเพลงออนไลน์

By: chayaninw on Fri, 2012-07-13 14:14

ศาลฎีกาของแคนาดา ได้ตัดสินคดีห้าคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมของเจ้าของสิทธิงานดนตรีกับการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกอบไปด้วยการซื้องานเพลงออนไลน์ การใช้บริการสตรีมเพลง การซื้อขายเกมที่มีดนตรีประกอบผ่านช่องทางออนไลน์ และการให้บริการฟังตัวอย่างเพลงของร้านค้าเพลงออนไลน์ด้วย

ในคดีที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การซื้องานดนตรีโดยดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต มีค่าเท่ากับการซื้องานผ่านทางช่องทางดั้งเดิมเช่นการซื้อซีดี ไม่เข้าข่ายการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์พยายามกล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้ ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีความว่าการให้ดาวน์โหลดเพลงนั้นเป็นการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมที่กฎหมายระบุ (ซึ่งใช้หมายถึงการเผยแพร่แบบในวิทยุ)

ในคดีเดียวกัน ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า การให้บริการสตรีมเพลง (streaming) นั้นมีความแตกต่างจากการขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีลักษณะของการสื่อสาร แม้ว่าบริการนั้นจะมีลักษณะออนดีมานด์ที่ผู้ใช้บริการผู้เรียกเพลงที่จะฟังและไม่ได้มีการรับฟังพร้อมกันก็ตาม ทำให้บริการสตรีมเพลงนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับสิทธิในการกระจายเสียง

ในอีกคดีหนึ่ง ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการฟังตัวอย่างงานเพลงก่อนที่จะซื้อผ่านทางบริการขายออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การให้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นเข้าข่ายการใช้งานค้นคว้า นับเป็นการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานเพิ่มเติม หากคำตัดสินศาลออกมาในทางตรงกันข้ามแล้ว บริการขายเพลงออนไลน์ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สำหรับการให้บริการตัวอย่างเพลงด้วย

ศาลฎีกาได้เน้นย้ำว่า หลักการลิขสิทธิ์นั้นควรเป็นกลางต่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดจำหน่าย โดยในคดีระหว่างตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรี กับฝั่งผู้ผลิตเกม ศาลได้ตัดสินว่า การดาวน์โหลดเกมที่มีดนตรีประกอบนั้น ไม่ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านทางโทรคมนาคม เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่เกมนั้นถูกดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนที่จะเป็นการซื้อเกมที่ร้านหรือทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารหนังสือเพื่อใช้ในการประกอบการเรียน โดยศาลได้ตัดสินว่าการถ่ายเอกสารส่วนสั้นๆ ของหนังสือโดยอาจารย์เพื่อให้นักเรียนใช้นั้น เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่คัดค้านคำตัดสินของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (Copyright Board) ก่อนหน้านี้

ที่มา - CBC, คำตัดสิน (CBC)

BitTorrent มีผลกับภาพยนตร์ที่เปิดตัวในต่างประเทศช้า

By: lew on Sun, 2012-02-12 11:45

การแชร์ไฟล์ผ่านเครือข่ายอย่าง BitTorrent นั้นเป็นเป้าให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ว่าเป็นต้นเหตุแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยตลอด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ได้ศึกษาว่าโปรโตคอลนี้เป็นสาเหตุแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ โดยเปรียบเทียบอัตราการลดลงของรายได้ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในต่างประเทศช้ากว่าสหรัฐฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วระยะเวลาที่เข้าฉายช้าลงจะทำให้รายได้นั้นลดลงไปตามระยะเวลา

รายงานระบุว่าหลังจากปี 2004 ช่วงเวลาที่เข้าฉายในต่างประเทศช้าลง ทำให้รายได้ของภาพยนตร์ในต่างประเทศลดลงรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะภาพยนตร์ในหมวด Sci-Fi นั้นมีอัตราการลดลงของรายได้อยู่ที่ 2% ต่อสัปดาห์ที่ฉายช้ากว่าสหรัฐฯ หลังจากปี 2004 เป็นต้นมา ขณะที่ก่อนหน้านั้นอัตราการลดลงของรายได้อยู่ที่ 0.7% เท่านั้น ขณะที่ภาพยนตร์หมวดอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบในรูปแบบเดียวกันแต่เบากว่าโดยรวมแล้วหลังปี 2004 เป็นต้นมา อัตราการลดลงของรายได้เพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงก่อนหน้า โดยตัวงานวิจัยได้ข้อสรุปว่าการเปิดตัวภาพยนตร์ในต่างประเทศให้เร็วขึ้น น่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผลสำหรับการต่อสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ์

เรื่องน่าสนใจคืองานวิจัยนี้ใช้ปี 2004 เป็นจุดตัดโดยอ้างว่าเป็นปีหลังการเปิดตัว BitTorrent ทั้งที่ BitTorrent เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2001 และควรระวังว่างานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นร่างเท่านั้น

ที่มา - SSRN, TorrentFreak

Subscribe to RSS - Intellectual Property