Groupon

เมื่อบรรดาร้านค้าเริ่มเบื่อเว็บขายดีลอย่าง Groupon

By: arjin on Mon, 2012-08-20 15:18

ตลาดธุรกิจทำเว็บขายดีล อย่างเช่น Groupon, LivingSocial หรือ Google Offers ถูกตั้งคำถามถึงอนาคตอีกครั้ง หลังผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของผู้นำอย่าง Groupon ที่ครึ่งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก กลับมีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วงที่ผ่านมาเว็บขายดีลก็ปิดตัวไปแล้วเกือบพันแห่ง

สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจรูปแบบธุรกิจเว็บขายดีลแนวนี้ก็จะอธิบายให้เห็นภาพก่อนครับ คือเว็บเหล่านี้จะทำข้อตกลงกับร้านค้าเพื่อทำโปรโมชั่นส่วนลด โดยถือเป็นแผนการตลาดในการเรียกลูกค้า ลูกค้าที่สนใจก็จะได้ซื้อดีลเป็นคูปองสินค้าราคาพิเศษ ซึ่งนิยมขายกันแบบลดครึ่งราคา โดยรายได้จากการขายคูปองที่ลดราคานี้ ร้านค้าได้ไปครึ่งหนึ่ง และเว็บขายดีลได้ไปอีกครึ่งหนึ่ง สรุปแล้วร้านค้าต้องลดราคาสินค้าจากราคาตั้งต้นถึง 75% นั่นเอง

ปัญหาของ Groupon ตอนนี้คือยอดขายของส่วนธุรกิจดีลคูปองนั้นเติบโตเพียง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่แทรฟฟิคเข้าชมเว็บนั้นลดลงถึง 10% ซึ่งความไม่เชื่อมั่นว่าบริษัทจะเติบโตไปได้มากกว่านี้นั้นสะท้อนหนักที่ราคาหุ้น ซึ่งปรับตัวลดลงถึง 82% นับจากบริษัทเข้าตลาดหุ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2011 โดยมีมูลค่ากิจการตามราคาหุ้น (Market Cap) ตอนนี้ราว 3 พันล้านดอลลาร์ หรือเพียงครึ่งเดียวของราคาที่กูเกิลเคยเสนอซื้อเมื่อปี 2010 ด้วยซ้ำ

Groupon รายงานปัญหาการลงบัญชีไตรมาสล่าสุด - กลต. สหรัฐอาจเข้าตรวจสอบ

By: arjin on Tue, 2012-04-03 15:40

เว็บขายดีลแบบกลุ่มรายใหญ่ Groupon ซึ่งเพิ่งเข้าตลาดหุ้นไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ว่ารายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2011 ของบริษัทที่ผ่านมานั้นต้องคำนวณใหม่ เนื่องจากเกิดความผิดพลาดของการควบคุมภายใน ซึ่งบริษัทจะเร่งแก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด แต่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ อีกทั้งไม่สามารถยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาการควบคุมภายในได้อย่างสมบูรณ์

Groupon อธิบายว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากบรรดาดีลที่ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วมาขอคืนเงิน โดย Groupon กำหนดไว้ว่าลูกค้าสามารถขอคืนเงินได้หากไม่พอใจในบริการหรือสินค้า หากแต่ Groupon เองกลับไม่สามารถไปขอคืนเงินส่วนต่างนี้ได้ต่อจากร้านค้าที่ทำดีลร่วมกันทั้งหมด เนื่องจากปัญหาการทำข้อตกลงและการประสานงานกัน ซึ่งปัญหานี้ส่วนใหญ่เกิดกับดีลที่มีราคาสูงอย่างเช่นตั๋วโดยสารเครื่องบินหรือมื้ออาหารหรู ส่งผลให้ Groupon ต้องบันทึกค่าเสียหายนี้เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทเพิ่มเติมอีกราว 22.6 ล้านดอลลาร์ โดยไตรมาสที่ผ่านมานั้น Groupon ก็ขาดทุนอยู่แล้วถึง 42 ล้านดอลลาร์ ที่ร้ายแรงกว่าคือเงินสดที่บริษัทสำรองไว้เพื่อจ่ายเป็นค่าเสียหายกับลูกค้านี้ก็ไม่เพียงพออีกด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้นักวิเคราะห์ตั้งคำถามไปยังบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับ Groupon คือบริษัท Ernst & Young ว่าทำไมจึงไม่มีการตั้งข้อสังเกตใดๆ เลยในงบการเงินของไตรมาสที่ผ่านมา แม้หลายฝ่ายจะแย้งว่ารูปแบบธุรกิจของ Groupon นั้นใหม่เกินไปสำหรับนักบัญชี ซึ่งการลงบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นแปลกใหม่เกินกว่าที่บริษัทผู้ตรวจสอบจะไล่ตามได้ทัน อย่างไรก็ตามตอนนี้ Groupon ได้ว่าจ้างบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่เพิ่มเติมทั้ง KPMG, PricewaterhouseCoopers และ Deloitte & Touche เพื่อมาช่วยสอบสวนหาต้นตอของปัญหาอีกด้วย

ทางกลต. สหรัฐกล่าวว่าคณะกรรมการกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะต้องเข้าสอบสวนปัญหานี้ของ Groupon อย่างเป็นทางการหรือไม่ ขณะที่ราคาหุ้นของ Groupon เมื่อคืนวันจันทร์อยู่ที่ 15.28 ดอลลาร์ ลดลงวันเดียวถึงเกือบ 17% ภายหลังมีข่าวดังกล่าว

ที่มา: Bloomberg และ WSJ

หุ้นไอพีโอดอทคอมต่างพากันราคาร่วง

By: arjin on Fri, 2011-11-25 13:36

ปีนี้ถือเป็นปีที่บรรดาหุ้นบริษัทอินเทอร์เน็ตต่างพาเหรดกันเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยช่วงที่ผ่านมามีทั้งเว็บเครือข่ายสังคมด้านอาชีพและการทำงาน LinkedIn, เว็บบริการวิทยุออนไลน์ Pandora ตลอดจนเว็บขายดีลแบบกลุ่ม Groupon ซึ่งในช่วงวันแรกๆ ของการซื้อขายในตลาดหุ้นนั้น ราคาหุ้นสามารถทำราคาสูงเหนือกว่าราคาเสนอขายครั้งแรกหรือราคาไอพีโออย่างมาก แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้นเหล่านี้เริ่มปรับตัวลดลง หลายตัวก็ราคาต่ำกว่าราคาไอพีโอไปแล้ว อย่าง Groupon ที่ราคาเริ่มต้น $20 ตอนนี้ก็เหลือ $16.96 ทั้งที่หุ้นเข้าตลาดไม่ถึงหนึ่งเดือน ขณะที่ Pandora อาการหนักกว่า โดยหุ้นปรับตัวต่ำกว่า 34% ของราคาไอพีโอแล้ว ส่วน LinkedIn ที่แม้ราคายังไม่ต่ำกว่าราคาไอพีโอ แต่ก็ปรับตัวลดลงจากราคาสูงสุดกว่า $100 เหลือไม่ถึง $70

ปัจจัยเจ้าปัญหาของหุ้นบริษัทเหล่านี้คือทุกบริษัทล้วนใช้เทคนิคการทำสภาพคล่องของหุ้นให้ต่ำ (Free Float) เพื่อสร้างความต้องการในหุ้นให้สูงกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการไล่ราคาหุ้นจนเกินมูลค่าไปมาก ซึ่งหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำนี้สามารถย้อนศรให้ผลลบได้คือราคาก็สามารถถูกทุบลงได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน Groupon นั้นเพิ่มทุนด้วยหุ้นไอพีโอเพียง 6% ของหุ้นทั้งหมด ขณะที่ LinkedIn และ Pandora ก็มีหุ้นเพิ่มทุนแค่ 9% เท่านั้น ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องคำนึงถึงคือหุ้นเหล่านี้จะมีช่วงเวลาที่ผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดิมจะไม่สามารถขายหุ้นในมือออกมาได้ (Silent Period) ซึ่งเมื่อหมดช่วงเวลานั้นที่ปกติเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน สภาพคล่องหุ้นก็จะสูงขึ้นและอาจเป็นโอกาสในการขายหุ้นทิ้งเพิ่มขึ้นได้อีก เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้กับหุ้นอินเทอร์เน็ตตัวอื่นที่ต่อคิวรอเข้าตลาดอย่าง Facebook, Zynga ได้เช่นกัน

ที่มา: WSJ

Subscribe to RSS - Groupon