Football

ผลกระทบ VW: ทีมฟุตบอลโวล์ฟสบูร์กชะลอแผนลงทุนสร้างศูนย์เยาวชนใหม่

By: chayaninw on Wed, 2015-10-14 16:48

ปัญหาอื้อฉาวของบริษัทรถยนต์โฟล์คสวาเกนของเยอรมนี ไม่แต่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น ล่าสุด สโมสรฟุตบอลโวล์ฟสบูร์กในบุนเดสลีกาของเยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของโฟล์คสวาเกน ประกาศว่า สโมสรต้องระงับโครงการสร้างศูนย์ซ้อมสำหรับทีมเยาวชนมูลค่าประมาณ 30-40 ล้านยูโร (ประมาณ 1.2-1.6 พันล้านบาท) ออกไปก่อน

Klaus Allofs ผู้อำนวยการของสโมสรกีฬาโวล์ฟสบูร์ก กล่าวว่า เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าโครงการใหญ่ลักษณะนี้จะถูกเลื่อนไปก่อนในสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทโฟล์คสวาเกน บริษัทแม่ของโวล์ฟสบูร์ก เพิ่งประกาศแผนตัดลงทุนของบริษัทลงหนึ่งพันล้านยูโร (ประมาณสี่หมื่นล้านบาท) โดยซีอีโอคนใหม่ของโฟล์คสวาเกนที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ได้กล่าวว่า แผนการลงทุนของบริษัททุกชิ้นจะต้องถูกนำขึ้นมาประเมินใหม่ทั้งหมด

สโมสรฟุตบอลโวล์ฟสบูร์ก มีบริษัทโฟล์คสวาเกนถือหุ้น 100% โดยสโมสรตั้งอยู่ในเมืองโวล์ฟสบูร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของโฟล์คสวาเกน เมืองโวล์ฟสบูร์กนี้เพิ่งก่อตั้งในปี 1938 เพื่อเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์โฟล์คสวาเกนโดยเฉพาะ ปัจจุบันเมืองโวล์ฟสบูร์กมีประชากรประมาณ 120,000 คน โดยประมาณ 60% ของประชากรเป็นลูกจ้างของโฟล์คสวาเกน

ที่มา - AFP (Yahoo Sport), NDR (ภาษาเยอรมัน)

ภาพประกอบ - Ungry Young Man

เผยสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

By: arjin on Tue, 2015-05-19 09:18

คอลัมน์กระจก 8 หน้าในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เปิดเผยว่าสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ว่าจ้างบริษัทฟินันเซีย ไซรัส ให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเตรียมนำสโมสรฟุตบอล ซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนแบบบริษัทจำกัด เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์

ที่ปรึกษาทางการเงินเปิดเผยว่ารูปแบบการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จะศึกษาวิธีการจากสโมสรฟุตบอลชั้นนำในอังกฤษ, เยอรมนี และอิตาลี แล้วนำมาปรับใช้วิธีการที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับแนวทางในการเติบโตของสโมสรบุรีรัมย์นั้น มีเป้าหมายจะเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีแฟนคลับไม่เฉพาะในไทยแต่กระจายไปทั้งประชาคมอาเซียน, ยอดขายเสื้อลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 5 แสนเป็น 1 ล้านตัวต่อปี, ขณะเดียวกันจะมีการร่วมพัฒนาบุรีรัมย์ให้เป็นจังหวัดในการท่องเที่ยวด้านกีฬามากขึ้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ - ภาพจากสโมรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด

กลุ่มเจ้าของ TUF เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนสเดย์ ด้วยมูลค่า 1,480 ล้านบาท

By: arjin on Fri, 2015-01-30 06:37

สโมสรฟุตบอลอังกฤษ "เจ้านกฮูก" เชฟฟิลด์เวนสเดย์ ประกาศว่าสโมสรได้บรรลุข้อตกลง ระหว่าง Milan Mandarić เจ้าของสโมสรคนปัจจุบันกับคุณเดชพล จันศิริ ในการซื้อขายหุ้นของสโมสรทั้งหมด 100% โดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่าออกมา แต่สื่ออังกฤษรายงานว่าอยู่ราว 30 ล้านปอนด์หรือ 1,480 ล้านบาท

คุณเดชพล จันศิริเป็นบุตรของคุณไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (SET:TUF) ซึ่งตอนนี้เป็นผู้ผลิตทูน่ากระป๋องรายใหญ่ที่สุดในโลก

คุณเดชพลให้สัมภาษณ์กล่าวว่าเขาเชื่อว่าสโมสรเชฟฟิลด์เวนสเดย์ ยังมีโอกาสที่ดีอีกมาก ซึ่งเขาจะสนับสนุนและผลักดันเพื่อความสำเร็จของสโมสรต่อไป โดยปัจจุบันเชฟฟิลด์เวนสเดย์เป็นสโมสรฟุตบอลในลีกแชมเปียนชิปของอังกฤษ ซึ่งเป็นลีกอันดับ 2 รองจากพรีเมียร์ลีก

ความน่าสนใจของดีลนี้คือ Milan Mandarić นั้นเดิมก็เคยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี แต่ต่อมาได้ขายสโมสรไปในปี 2010 ให้กับกลุ่มของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของคิง เพาเวอร์ แล้วจากนั้นเขาก็มาซื้อสโมสรเชฟฟิลด์เวนสเดย์ ซึ่งก็จบด้วยการขายสโมสรให้คนไทยอีกครั้งนั่นเอง

ที่มา: สโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนสเดย์ และ Talk Sport

TOT เตรียมตัดงบสโมสรฟุตบอล TOT SC เหตุไม่ใช่ธุรกิจหลักตามแผนฟื้นฟู

By: mk on Thu, 2014-09-11 12:31

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับ 11 กันยายน 2557 รายงานข่าวว่าบอร์ดบริหารของบริษัท TOT มีนโยบายเลิกสนับสนุนบริษัทลูกของ TOT ที่ไม่ได้ทำธุรกิจเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักด้านโทรคมนาคม ตามแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทที่จะตัดงบประมาณลง ซึ่งกรณีนี้จะส่งผลกระทบถึงทีมฟุตบอล "TOT SC" ในไทยพรีเมียร์ลีกด้วย

ไทยรัฐอ้าง "แหล่งข่าวระดับสูง" ของทีม TOT SC ว่า บจก.ทีโอที สปอร์ตคลับ เป็นบริษัทลูกของ TOT ที่จดทะเบียนในปี 2554 เพื่อส่งทีมเข้าแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก และได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทแม่มาโดยตลอด ดังนั้นถ้า TOT เปลี่ยนนโยบายก็ย่อมมีผลต่อ TOT SC จนอาจต้องเลิกกิจการได้

ที่มา - ไทยรัฐ (ไม่มีข้อมูลบนเว็บ แต่มีสำเนาที่ Ball Thai FC)

ยุคใหม่แห่งบอลไทย ชลบุรี FC เตรียมผลิตของที่ระลึก ฮัลโหล คิดตี้ ใส่ชุดฉลามชล

By: lew on Mon, 2014-06-30 20:44

การซื้อตัวการ์ตูนจากญี่ปุ่นมาใช้ผลิตของที่ระลึกสำหรับบริษัทต่างๆ ของไทยที่ผ่านมามักเห็นในร้านสะดวกซื้อกัน แต่ตอนนี้ชลบุรี FC ก็ออกมาใช้กลยุทธ์นี้บ้างแล้ว โดยจับมือกับซานริโอ้เพื่อผลิตสินค้า คิดตี้ในชุดฉลามชลของทางทีม

สินค้าจะมี 4 ชิ้นได้แก่ สติกเกอร์ (แผ่นจริงๆ ไม่ใช่ LINE), กระเป๋าสะพาย, ผ้าพันคอ, และตุ๊กตา (ยังไม่วางจำหน่าย)

มีวางจำหน่ายทั้งที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม และหน้าร้านออนไลน์

ที่มา - Facebook: Chonburi Football Club

บราซิล พร้อมแล้วหรือที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก?

By: nismod on Thu, 2014-06-05 19:41

เหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน มหกรรมฟุตบอลโลกที่บราซิลเป็นเจ้าภาพจะเริ่มฟาดแข้งกันแล้ว แต่หนทางไปสู่งานเปิดตัวของบราซิล ดูจะไม่ได้ราบรื่นและเรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะที่ผ่านมาบราซิลประสบปัญหาต่างๆ ทั้งเสียงคัดค้านต่อต้านจากประชาชน จากการไปไล่ที่เพื่อสร้างสนามฟุตบอล หรือการเอาภาษีประชาชนจำนวนมหาศาลมาใช้เพื่อสร้างสนามและเป็นเจ้าภาพ ทั้งๆ ที่ปัญหาภายในของบราซิล ไม่ว่าจะเป็นคมนาคม สาธารณสุข ฯลฯ รอการแก้อีกมากและต้องใช้เงินทั้งสิ้น รวมไปถึงการคอรัปชันอย่างมโหฬารในงบประมาณการสร้างสนามต่างๆ และที่สำคัญคือ ณ ตอนนี้ หลายสนามยังไม่เสร็จและยังไม่พร้อมใช้งาน

ประธานฟีฟ่าบอก "บอลโลก 2022" ที่กาตาร์เป็นความผิดพลาด เพราะอากาศร้อนเกินไป

By: mk on Sun, 2014-05-18 14:39

เซปป์ แบลตเตอร์ (Sepp Blatter) ประธานฟีฟ่า ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการที่ฟีฟ่าเลือก "กาตาร์" เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 ถือเป็นความผิดพลาด ("a mistake") เหตุเพราะสภาพอากาศที่กาตาร์ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนั้น "ร้อนเกินไป"

แบลเตอร์ตอบคำถามนี้กับทีวี RTS ในสวิตเซอร์แลนด์ โดยคำถามคือการเลือกกาตาร์ถือเป็นความผิดพลาดหรือไม่ ซึ่งแบลตเตอร์ก็ตอบว่า "แน่นอน คุณก็รู้ว่าชีวิตคนเรามีเรื่องที่ตัดสินใจผิดเสมอ" เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าได้ส่งรายงานทางเทคนิคมาก่อนแล้วว่ากาตาร์ร้อนเกินไป แต่สุดท้ายแล้วคณะกรรมการบริหารของฟีฟ่าก็ลงคะแนนให้กาตาร์ชนะอยู่ดี (ได้ 14 คะแนนจากกรรมการ 22 คน)

แบลตเตอร์บอกว่าอย่างไรก็ตาม ฟุตบอลโลกครั้งนี้ต้องจัดที่กาตาร์อยู่ดี โดยทางออกที่เป็นไปได้ของฟีฟ่าคือตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่าจะ "เลื่อน" การจัดฟุตบอลโลกไปในเดือนที่ไม่ร้อนมากได้หรือไม่ ซึ่งฟีฟ่าน่าจะตัดสินใจเรื่องนี้หลังจบฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

ความเห็นของแบลตเตอร์สร้างความไม่พอใจให้กับคนกาตาร์เป็นอย่างมาก และโฆษกของฟีฟ่าก็รีบออกแถลงการณ์ว่า คำให้สัมภาษณ์ของแบลตเตอร์มุ่งประเด็นไปที่ "ความผิดพลาด" เรื่องฟีฟ่าไม่สนใจรายงานทางเทคนิคเรื่องอากาศร้อนเป็นหลัก แต่ตัวแบลตเตอร์เองไม่ได้ตั้งคำถามหรือข้อสงสัยเรื่องความเหมาะสมของกาตาร์ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกแต่อย่างใด

ที่มา - CNN, FIFA

ที่เจ็ดแล้วไง? แมนยูรายได้เพิ่ม กำไรเพิ่มสามเท่า

By: mk on Sat, 2014-05-17 09:15

ถึงแม้ปีนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะอันดับหล่นมาเป็นที่เจ็ดเมื่อสิ้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2013-2014 แต่ในแง่ผลประกอบการกลับออกมาสดใสครับ

แมนยู (ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก) เผยผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2014 (นับเป็นไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ) มีรายได้รวม 115.5 ล้านปอนด์ (เพิ่มขึ้นจาก 91.7 ล้านปอนด์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ 26%) และกำไรเพิ่มเป็น 11 ล้านปอนด์ (ปีก่อนกำไร 3.6 ล้านปอนด์) หรือเพิ่มประมาณสามเท่าตัว

เหตุผลที่แมนยูมีผลประกอบการดีขึ้นเป็นเพราะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งค่าสปอนเซอร์ (เพิ่ม 43% หนึ่งในนั้นมีบริษัทไทย Eurofood ด้วย) ขายสินค้าและของที่ระะลึก (เพิ่ม 19%) ค่าตอบแทนลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด (เพิ่ม 64%) และค่าจำหน่ายตั๋วแข่งขัน (เพิ่ม 9%) อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น 16% จากการซื้อตัวนักเตะและเจรจาสัญญาค่าเหนื่อยกับนักเตะเดิมใหม่

อย่างไรก็ตาม Ed Woodward ผู้บริหารของแมนยูระบุว่าการที่แมนยูไม่ได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า (ครั้งแรกในรอบ 19 ปี) ย่อมจะทำให้สโมสรสูญเสียรายได้ก้อนใหญ่ ทั้งค่าตั๋ว ค่าลิขสิทธิ์ และเงินรางวัล รวมๆ กันแล้วประมาณ 30 ล้านกว่ายูโร (แมนยูได้เงินรางวัลจากแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2012-2013 ที่ 35.6 ล้านยูโร)

Woodward ให้คำมั่นว่าแมนยูจะลงทุนซื้อนักเตะเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

ที่มา - Manchester United, Bloomberg, IBTimes, ภาพประกอบจาก +Manchester United

รายได้ถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกพุ่ง ทีมบ๊วยปีนี้ได้เงินเยอะกว่าแชมป์ปีที่แล้ว

By: chayaninw on Fri, 2014-05-16 21:30

หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษสิ้นสุดลง ก็ได้มีการสรุปรายได้จากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ที่ทีมต่างๆ ได้รับในฤดูกาลนี้ ซึ่งจากการที่พรีเมียร์ลีกสามารถขายสิทธิ์ได้ราคาสูงกว่าปีก่อนๆ มาก ก็ทำให้รายได้ของแต่ละทีมพุ่งสูงขึ้น ถึงขนาดว่า ทีมคาร์ดิฟซีตี ซึ่งอยู่ท้ายตารางในปีนี้ ได้เงินเยอะกว่าที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้เมื่อปีที่แล้วเมื่อพวกเขาเป็นแชมป์เสียอีก (นับจากจำนวนเงินโดยไม่ปรับเงินเฟ้อ)

รายได้ที่แต่ละทีมได้รับนั้น แบ่งเป็นการถ่ายทอดภายในประเทศ และการถ่ายทอดในต่างประเทศ รายได้จากการถ่ายทอดภายในประเทศ จะแบ่งครึ่งหนึ่งให้กับทุกทีมเท่าๆ กัน แบ่ง 25% ให้ตามจำนวนนัดที่ถ่ายทอด และอีก 25% ตามอันดับเมื่อจบฤดูกาล ส่วนรายได้จากการถ่ายทอดในต่างประเทศ จะแบ่งให้กับทุกทีมเท่าๆ กัน เป็นจำนวน 26.3 ล้านปอนด์ต่อทีม

คาร์ดิฟซิตี ซึ่งจบฤดูกาลในอันดับท้ายสุด ได้รับเงินจากการถ่ายทอดทั้งหมด 62.1 ล้านปอนด์ ซึ่งเทียบกับที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เมื่อปีที่แล้ว 60.8 ล้านปอนด์ ส่วนทีมที่ได้มากที่สุดในปีนี้ ไม่ใช่แมนเชสเตอร์ซีตี ซึ่งได้แชมป์ แต่เป็นลิเวอร์พูล ซึ่งได้รับทั้งหมด 97.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากลิเวอร์พูลมีจำนวนนัดที่ถ่ายทอดมากกว่า

ดีลสิทธิการถ่ายทอดพรีเมียร์ลีก สามฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2013-2016 มีมูลค่ารวม 3.018 พันล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงสามฤดูกาลก่อนหน้าถึง 1.77 พันล้านปอนด์

อัตราส่วนระหว่างรายได้จากการถ่ายทอดของลิเวอร์พูลต่อคาร์ดิฟ อยู่ที่ 1.57 ซึ่งนับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับลีกชั้นนำในยุโรป (ของสเปน อยู่ที่ประมาณ 11)

ที่มา - BBC

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเตรียมจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ค

By: arjin on Wed, 2012-07-04 11:58

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแห่งประเทศอังกฤษได้ตัดสินใจได้ยื่นไฟลิ่งหรือเอกสารขอจดทะเบียนเพื่อซื้อขายหุ้นของสโมสรในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คแล้ว โดยเปลี่ยนไปจากข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะจดทะเบียนในตลาดหุ้นในทวีปเอเชียโดยพิจารณาฮ่องกงและสิงคโปร์ไว้ โดยมูลค่าเพิ่มทุนนั้นอยู่ราว 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าแผนเดิมที่จะจดทะเบียนในสิงคโปร์คือ 1,000 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์มองว่าเหตุที่มูลค่าที่จะเพิ่มทุนน้อย อาจเพราะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตั้งใจให้หุ้นไอพีโอมีจำนวนไม่มาก ทำให้เกิดสภาพคล่องต่ำและผู้ต้องการถือหุ้นต้องไล่ราคาให้สูงขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้มูลค่ากิจการสโมสรรวมเพิ่มขึ้นได้รวดเร็ว การเพิ่มทุนนี้นักวิเคราะห์มองว่าสโมสรจะนำไปใช้จ่ายด้านภาระหนี้สินที่ปัจจุบันมีสูงถึง 664 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบันสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีผู้ถือหุ้นหลักคือตระกูล Glazer ซึ่งเป็นชาวอเมริกา ประเมินว่าหลักการจดทะเบียนในตลาดหุ้น ตระกูล Glazer จะยังถือหุ้นอยู่ราว 2 ใน 3 ทำให้รักษาอำนาจในการบริหารตัดสินใจไว้ได้

ที่มา: Reuters

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอาจจะเปิดไอพีโอหุ้นในตลาดสิงคโปร์ในปีนี้

By: lew on Sun, 2012-03-11 10:26

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเคยเตรียมการเปิดขายหุ้นไอพีโอในตลาดสิงคโปร์มาก่อนหน้านี้แต่หยุดแผนการไปหลังจากตลาดหุ้นสิงคโปร์ตกลงไปถึง 17% ในปีที่แล้ว เมื่อสถานะการณ์ในปีนี้ดีขึ้นก็ได้เวลากลับมาพิจารณาแผนการอีกครั้ง

แผนการเดิมของทีมฟุตบอลที่ได้แชมป์ 19 สมัยนี้คือการเปิดขายหุ้นไอพีโอมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกำไรสุทธิก่อนหักภาษีในปีที่แล้วอยู่ที่ 46.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ยังไม่มีความแน่นอนว่าทางทีมจะขายหุ้นในตลาดหุ้นสิงคโปร์แน่นอนหรือไม่ แหล่งข่าวบางแหล่งอ้างว่าทางทีมพิจารณาตลาดฮ่องกงอยู่ด้วยเช่นกัน

ซื้อหุ้นแล้วจะได้ตั๋วเข้าไปดูฟรีไหม?

ที่มา - BusinessWeek

Subscribe to RSS - Football