Fiscal Policy

อาเบะโนมิกส์ ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาโตได้...นิดนึง

By: toandthen on Tue, 2015-02-17 09:03

เศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับที่สามของโลก สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว หลังจากที่อยู่ในสภาวะถดถอยต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลได้ปรับเพิ่มอัตราภาษีจากการขาย ซึ่งทำให้ยอดการจับจ่ายภายในประเทศลดลง ทั้งนี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่แล้วโตขึ้น 0.6% จากก่อนหน้านี้ที่มีคาดการณ์กันเอาไว้ว่าจะโต 0.9% ซึ่งถือว่ายังเป็นที่น่าผิดหวัง

หลังจากที่นายอาเบะ ชินโซ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนปฏิรูปเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วยนโยบายหลักสามประการ (หลายสื่อเรียกว่า “อาเบะโนมิกส์”) ซึ่งได้แก่การอัดฉีดเงินรัฐบาลเข้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ, การผ่อนคลายทางการเงิน (QE) และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศและระบบธนาคาร ผลที่ตามมา คือราคาของหุ้นและอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ค่าเงินเย็นตกลง ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการส่งออกรวยขึ้น และคนที่รวยอยู่แล้วก็รวยขึ้นกว่าเดิม

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจาก BBC เชื่อว่าผลของอาเบะโนมิกส์นั้นสิ้นสุดลงที่การกระตุ้นการส่งออก ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่วนที่เหลือก็ยังคงประสบปัญหาเดิม ๆ นั่นก็คือรายได้ของประชาชนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ราคาสิ้นค้าทุกชนิดกลับดีดตัวขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกว่าตัวเองจนลง แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คืออัตราการว่างงานของประเทศร่วงลงมาอยู่ที่ 3.5%

สิ่งที่เกิดขึ้นอีกอย่างคือบริษัทส่งออกขนาดใหญ่หลายรายมีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงมาก แต่บริษัทเหล่านี้กลับไม่มีแผนในการนำกำไรที่ได้ นำมาใช้ลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต หรือถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ยังไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นดีขึ้นจริง จึงได้เลือกที่จะเก็บเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แทนความพยายามที่จะเตรียมพร้อมรับยอดขายที่อาจเติบโตขึ้น

สุดท้ายนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งได้อนุมัติเงินก้อนใหญ่จำนวน 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาอัดฉีดให้แก่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศแทบจะทันทีหลังจากที่นายอาเบะ ได้กลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีติดต่อกันเป็นรอบที่สอง หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

ที่มา – BBC

อิตาลีผ่านนโยบายปรับปรุงรูปแบบเศรษฐกิจแล้ว

By: toandthen on Sat, 2012-01-21 12:23

รัฐบาลอิตาลีได้อนุมัติแผนการปรับปรุงรูปแบบเศรษฐกิจหลายอย่างแล้ว ด้วยความหวังว่าการปรับปรุงเชิงนโยบายในครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น โดยมาตรการต่างๆ รวมไปถึงการอนุญาตให้เพิ่มจำนวนรถแท็กซี่ การยินยอมให้ร้านขายยาลดราคายา ยินยอมให้ปั๊มน้ำมันสามารถซื้อน้ำมันจากแหล่งไหนก็ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังปรับให้ไม่มีค่ารักษาพยาบาลและค่าบริการทางกฎหมายขั้นต่ำอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลอิตาลียังได้เผยตัวเลขการลงทุนประเภทโครงสร้างให้กับประเทศ โดยจะมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเพิ่มในตอนใต้ของประเทศ รวมไปถึงการสร้างโรงเรียน และที่พักพิงให้กับผู้ไร้บ้าน

สำหรับผลกระทบในตอนนี้ สหภาพผู้ขับขี่แท็กซี่ก็เริ่มส่งเสียงแสดงความไม่พอใจออกมา เนื่องจากการเพิ่มจำนวนแท็กซี่ จะทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้นในตลาด

ธนาคารกลางอิตาลี (Bank of Italy)​ คาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจของประเทศน่าจะหดตัวลงอีก 1.5% ในปีนี้ ในขณะที่รายงานจาก IMF ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในสัปดาห์หน้านี้คาดเดาไว้แย่กว่ามากที่ 2.2%

ที่มา - BBC

ฮ่องกงยังคงเป็นเขตเศรษฐกิจที่เสรีที่สุดในโลก

By: toandthen on Thu, 2012-01-12 21:34

จากการจัดอันดับเขตเศรษฐกิจที่เสรีที่สุดในโลกโดยองค์กรขวาจัด Heritage Foundation ฮ่องกงเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เสรีที่สุดในโลก ตามติดมาด้วยสิงคโปร์ และต่อด้วยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสวิสเซอร์แลนด์ โดยตัวแปรที่ใช้ในการจัดอันดับ มีตั้งแต่เรื่องรูปแบบและประสิทธิภาพของกฎหมาย ไปจนถึงขนาดของตลาดและการเข้าไปแทรกแซงโดยรัฐบาล

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้อมูลในปี 2012 นี้แสดงให้เห็นว่เสรีภาพของเศรษฐกิจโลกโดยรวมนั้นลดลง เนื่องจากรัฐบาลรอบโลกต่างก็อัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศตัวเอง แต่ทว่านโยบายเหล่านี้กลับไม่ได้ผลตามคาด โดยทางองค์กร Heritage Foundation เชื่อว่าตลาดด้วยตัวของมันเอง ไม่ต้องการรัฐบาลเข้ามาช่วย

อันดับของกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกาเหนือต่างลดลง ในขณะที่เสรีภาพของเศรษฐกิจในเอเชียและแอฟริกากลับดีชึ้น ที่น่าสนใจได้แก่เกาะเล็ก ๆ จากทวีปแอฟริกาอย่างเมอริชัส ที่เป็นประเทศแรกจากทวีปแอฟริกาที่ติด 10 อันดับแรกของโลกได้

ที่มา - BBC

Subscribe to RSS - Fiscal Policy