Financial Crisis

ไซปรัสเตรียมจำกัดการนำเงินออกนอกประเทศ

By: lew on Thu, 2013-03-28 01:40

วิกฤติทางการเงินของไซปรัสกำลังทำให้การธนาคารของทั้งประเทศอยู่ในสภาวะล่อแหลม ไซปรัสกำลังอยู่ระหว่างการตรากฎหมายภาษีเงินฝาก ในระหว่างนี้ธนาคารในไซปรัสปิดทำการตั้งแต่วันที่ 15 ที่ผ่านมา มาตรการล่าสุดเพื่อให้ธนาคารเปิดทำการได้โดยไม่ถูกรุมถอนเงินจนล่มคือการจำกัดการโยนเงินออกจากธนาคาร ขณะที่ระหว่างที่ธนาคารเปิดทำการไม่ได้นี้ ประชาชนสามารถถอนเงินจาก ATM ได้ไม่เกินวันละ 100 ยูโร

ภายใต้มาตรการเบื้องต้นที่เตรียมจะออกเป็นประกาศในวันพรุ่งนี้ ไซปรัสจะจำกัดการนำเงินสดออกนอกประเทศครั้งละไม่เกิน 3,000 ยูโร และสามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตข้ามประเทศได้ไม่เกิน 5,000 ยูโร

การจำกัดเงินออกจากธนาคารเป็นได้เพียงมาตรการชั่วคราว สุดท้ายแล้วหากไซปรัสต้องการเงินหมื่นล้านยูโรจาก IMF, EU, และ ECB จะต้องออกมาตรการเก็บภาษีทางใดทางหนึ่งอยู่ดี มาตรการแรกที่เสนอกันคือ ภาษี 9.9% สำหรับผู้ที่มีเงินฝากเกิน 100,000 ยูโร และ 6.5% สำหรับคนที่มีต่ำกว่านั้นแต่มาตรการนี้ไม่สามารถผ่านสภาได้ มาตรการล่าสุดนั้นไซปรัสจะรับประกันเงินฝากต่ำกว่า 100,000 ยูโรทั้งหมดแต่จะถูกจำกัดการถอนเงิน ส่วนบัญชีที่เกิน 100,000 ยูโรจะถูกแปลงหนี้เงินฝากเป็นทุนธนาคารในสัดส่วน 40% ทำให้ได้เงินสดมา 4,200 ล้านยูโร รวมกับเงินกู้ 10,000 ล้านยูโรที่จะได้รับความช่วยเหลือ

สภาพตอนนี้คงเรียกได้เต็มปากว่า "ดูไม่จืด"

ที่มา - BBC, Reuters

อุตสาหกรรมในสหรัฐ: พลังงานทดแทน-อินเทอร์เน็ต ดาวรุ่ง, หนังสือพิมพ์-ภัตตาคาร ดาวร่วง

By: mk on Sun, 2012-03-11 13:28

LinkedIn รวบรวมข้อมูลจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (Council of Economic Advisors - CEA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐระหว่างปี 2007-2011 แยกรายอุตสาหกรรม

ผลคืออุตสาหกรรมในกลุ่ม "ดาวรุ่ง" ที่ขนาดของอุตสาหกรรมเติบโตสูงสุดคือกลุ่มพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโตขึ้นเกือบ 50% ในรอบ 5 ปี ตามด้วยอินเทอร์เน็ต-สื่อออนไลน์ โตเกือบ 30%

ส่วนอุตสาหกรรม "ดาวร่วง" อันดับหนึ่งคือหนังสือพิมพ์กระดาษ ติดลบไปเกือบ 30% ตามด้วยภัตตาคาร โกดังสินค้า ตลาดทุน และซูเปอร์มาร์เก็ต

รายละเอียดและกราฟประกอบดูได้ตามลิงก์

ที่มา - LinkedIn Blog

พันธบัตรระยะสั้นที่มีผลตอบแทนติดลบคืออะไร ทำไมคนถึงลงทุนทั้งที่รู้ว่าผลตอบแทนติดลบ

By: Flurrywong on Fri, 2012-01-13 02:11

จากข่าว เยอรมันออกพันธบัตรระยะสั้นที่มีผลตอบแทนติดลบ อาจทำให้หลายๆ คนที่อ่านข่าวนี้งงกันไปไม่มากก็น้อย เลยขออนุญาตเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวให้มากขึ้นค่ะ

สินทรัพย์ที่เราเรียกว่าพันธบัตรระยะสั้นหรือ Treasury Bill นั้น เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและไม่มี Coupon Rate แต่จะอาศัยการขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว ( Face Value) และซื้อคืนเมื่อครบกำหนด (Maturity Date) ในระดับราคาหน้าตั๋วแทน ซึ่งส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อมากับราคาหน้าตั๋วก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าผลตอบแทน ( Yield) ของพันธบัตรระยะสั้น แต่สำหรับในกรณีที่เกิดขึ้นในข่าวนี้เราจะพบในทางกลับกัน คือรัฐจะกำหนดให้ซื้อในระดับที่สูงกว่าราคาหน้าตั๋วแทนค่ะ ทำให้ผลตอบแทนที่ได้กลายเป็นติดลบแทนที่จะเป็นบวกเหมือนในกรณีปกติ

ปัญหาการเงินบีบให้กรีซต้องซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

By: lew on Sun, 2011-11-13 01:22

ปัญหาทางการเงินของกรีซกำลังสร้างปัญหาใหม่คือกรีซไม่สามารถซื้อน้ำมันจากบริษัททั่วไปได้ และอาจจะเหลือทางเลือกเดียวคือซื้อจากอิหร่าน ขณะที่สหภาพยุโรปนั้นไม่ต้องการสนับสนุนทางการเงินให้กับอิหร่านเพราะกลัวว่าจะถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าว Reuters อ้างแหล่งข่าวเป็นนักค้าน้ำมันมากกว่า 24 คนยืนยันตรงกันว่ากรีซไม่สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซีย, อาเซอร์ไบจัน, และคาซัคสถานได้เช่นเดิมอีกต่อไป หลังจากหยุดการสั่งซื้อมานานหลายเดือนแล้ว

ในปีที่แล้วกรีชพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านอยู่ร้อยละ 16 โดยน้ำมันส่วนมมากมาจากรัสเซียถึงร้อยละ 46 หากกรีซไม่สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้จริง ทางออกเดียวคือต้องไปซื้อจากอิหร่านเพิ่มเติม ปัญหาคือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอิหร่านกับสหภาพยุโรปนั้นย่ำแย่มากในช่วงหลัง โดยสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อกดดันให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์

แต่นาทีนี้หากกรีซต้องคว่ำบาตรอิหร่านตามมติสหภาพยุโรปก็เป็นการรับประกันถึงหายนะภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปริมาณน้ำมันที่หายไปจำนวนมากจะสร้างความโกลาหลภายในจนกว่าจะหาทางออกอื่นได้

ที่มา - Reuters-1, Reuters-2

จะเกิดอะไรขึ้นหากประเทศกรีซไม่ชำระหนี้

By: toandthen on Wed, 2011-09-21 10:51

เป็นที่ยอมรับกันแล้วในหมู่สถาบันการเงินต่าง ๆ ว่าประเทศกรีซไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ เนื่องจากผู้นำในประเทศไม่สามารถบรรลุการตัดงบประมาน ลดอัตราการจ้างงานของรัฐ และเก็บภาษีเพิ่มได้ โดยการไม่ยินยอมที่จะดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว ประเทศกรีซจะไม่ได้รับการช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศอื่น ๆ ในเขตเศรษฐกิจยุโรปอีก

แต่ปัญหาสำหรับยูโรโซน ไม่ใช่แค่ประเทศกรีซ แต่ประเทศอื่น ๆ ที่กำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยนักลงทุนในกลุ่ม credit default swap เชื่อว่าประเทศโปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี และสเปน มีโอกาสที่จะไม่ชำระหนี้ของตัวเองตั้งแต่ 28% ถึง 66% หากประเทศเหล่านี้ไม่สามารถชำระหนี้ของตัวเองได้จริง หมายความจะต้องมีการตัดรายการหนี้ค้าง (write-off) สูงถึง 1 ล้านล้านยูโรเลยทีเดียว

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินเชื่อว่าวิธีการแก้ไขในตอนนี้คือการอนุญาตให้กรีซทยอยจ่ายเงินคืนเท่าที่จ่ายได้ (controlled default) แต่หากวิธีการนี้ไม่สำเร็จ เป็นไปได้ว่ายุโรปอาจจะต้องตกอยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย และส่งผลให้สหรัฐต้อง "เบิ้ล" เศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง (double-dip recession) หลังจากที่เพิ่งประสบปัญหาดังกล่าวมาแล้วในช่วงปี 2008-2009

ที่มา - CNN Money

IMF เตือน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ห้วง "อันตราย"

By: toandthen on Wed, 2011-09-21 10:30

IMF ได้ออกเตือนว่าปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งในสหรัฐและเขตยูโรโซน อาจจะทำให้เขตเศรษฐกิจทั้งสองนี้ต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจถดถอย (Recession) อีกครั้งหนึ่ง และยังได้ลดตัวเลขการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ประจำปี 2011 ของประเทศเขตยูโรโซนทั้งหมด จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% มาอยู่ที่ 1.6%

ทั้งนี้ IMF ได้ออกเตือน หลังจากที่ S&P ได้ตัดสินใจที่จะลดระดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรทติ้ง) ของพันธบัตรประเทศอิตาลีลง และยังขอให้ประเทศกรีซ ตกลงที่จะเริ่มเดินหน้ากับแผนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทันที ไม่เช่นนั้น กรีซอาจจะไม่สามารถที่จะจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรของกรีซมูลค่า 8 พันล้านยูโรได้ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ขณะเดียวกัน IMF ยังได้เตือนสหรัฐให้คุมหนี้ของประเทศตัวเองให้ได้ โดยสหรัฐเองอาจจะประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจไปอีกหลายปี เนื่องจากสภาพที่อ่อนแอ ของตลาดอสังหาฯ​ และสถานะทางการเงินของประเทศที่อ่อนแอลง ซึ่งอาจจะส่งผลให้อัตราการจ้างงานนั้นกลับมาสูงเหมือนเดิมได้ยาก

ที่มา - BBC News

Subscribe to RSS - Financial Crisis