Finance

ซีอีโอ JP Morgan เตือน ธนาคารแบบเก่ากำลังถูกท้าทายจากบริษัทไอทีหน้าใหม่

By: mk on Sun, 2015-05-10 10:57

Jamie Dimon ซีอีโอของธนาคารยักษ์ใหญ่ JP Morgan ส่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้น เตือนว่าอุตสาหกรรมธนาคารกำลังถูกคุกคามโดยบริษัทไอทีจากซิลิคอนวัลเลย์

Dimon บอกว่าตอนนี้มีสตาร์ตอัพด้านการเงินจำนวนมากที่กำลังค้นหาโซลูชันใหม่ๆ มาทดแทนธนาคารแบบเดิม สตาร์ตอัพเหล่านี้มีทั้งเงินและสมอง และตัวอย่างที่กำลังมาแรงคือธุรกิจเงินกู้ (lending business) ที่เกิดโซลูชันการกู้เงินสำหรับบุคคลทั่วไปหรือธุรกิจ SME มากขึ้น โดยโซลูชันกู้เงินเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง Big Data มาช่วยประเมินความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม

บริษัทที่ Dimon พูดถึงคือ Lending Club และ Prosper นอกจากนี้ยังรวมถึงบริษัทด้านการจ่ายเงินอย่าง Stripe และบริษัทด้านการลงทุนอย่าง Wealthfront และ Betterment เขายังพูดถึงระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ Bitcoin และการจ่ายเงินแบบ PayPal อีกด้วย

Dimon บอกว่าบริษัทเหล่านี้ทำผลงานได้ดีมาก ช่วยลดความยุ่งยากของการกู้เงิน และลดระยะเวลาการตรวจสอบเครดิตที่ปกติธนาคารใช้เวลาหลายสัปดาห์ลงมาเหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ดังนั้นแวดวงธนาคารต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับบริษัทเหล่านี้ให้ได้ หรือต้องยินดีร่วมมือกับบริษัทเหล่านี้ถ้าเป็นข้อตกลงสมเหตุสมผล

เขาบอกว่า JP Morgan วิเคราะห์คู่แข่งหน้าใหม่เหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อศึกษาว่าบริษัทเหล่านี้กำลังทำอะไรอยู่ เพื่อนำมาปรับปรุงยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของตัวเองให้ตามทัน

ที่มา - Mashable

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความเห็น Streaming ล่ม ไม่กระทบนักลงทุนมากนัก

By: arjin on Tue, 2015-02-03 12:38

จากข่าวระบบซื้อขายหุ้น Streaming ของ SETTRADE เกิดปัญหาทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่สามารถล็อกอินเข้ามาได้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2558) ล่าสุด นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่ากำลังเร่งตรวจสอบปัญหาดังกล่าวอยู่ และจะแถลงข่าวเมื่อมีการตรวจสอบแล้ว

ทั้งนี้คุณเกศราให้ความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่น่าจะส่งผลต่อนักลงทุนมากนัก เพราะนักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้มากกว่า 1 วิธีอยู่แล้ว เช่นการโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) ของโบรกเกอร์ครับ

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ธุรกรรมทั้งหมดเกี่ยวกับ Bitcoin เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

By: Flurrywong on Tue, 2013-07-30 11:32

เว็บไซด์ bitcoin.co.th ประกาศว่าจะหยุดทำการให้บริการธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมดในประเทศไทยจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยให้เหตุผลว่าจากการที่บริษัท Bitcoin จำกัดได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Bitcoin และการดำเนินกิจการของบริษัท ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. เมื่อธปท.พิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติบังคับใช้เกี่ยวกับ Bitcoin เป็นการเฉพาะและ Bitcoin ส่งผลกระทบต่อการใช้นโยบายควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) ทำให้ธปท. ไม่สามารถควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนได้เต็มที่ นอกจากนี้ตัว Bitcoin เองมีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างการเป็นเงินตราในประเทศกับต่างประเทศ จึงประกาศให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

  1. การซื้อ Bitcoin
  2. การขาย Bitcoin
  3. การซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin
  4. การซื้อสินค้าหรือบริการด้วย Bitcoin
  5. การส่ง Bitcoin ให้กับบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร
  6. การรับ Bitcoin จากบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดีธปท. ได้ประกาศว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาต่อไปในอนาคต แต่ไม่ได้กำหนดเป็นเวลาตายตัวว่าจะเป็นเมื่อใด นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบไปยังเว็บไซด์ของธปท. เองก็ยังไม่ปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยถูกควบคุมโดยพรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ผู้ที่จะประกอบกิจการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้กู้ยืม หรือ โอนเงินตราต่างประเทศจะต้องยื่นคำขอในอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากกระทรวงการคลังผ่านธปท. โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใบอนุญาตคือ นิติบุคคลรับอนุญาต (ธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ซึ่งได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขาย ฝากถอน หรือให้กู้เงินตราต่างประเทศได้) บุคคลรับอนุญาต (บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศ และรับซื้อเช็คเดินทางจากลูกค้า) ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้สามารถโอนเงินตราต่างประเทศออกไปนอกประเทศและรับโอนเงินตราต่างประเทศเพื่อจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้รับในประเทศ) บริษัทรับอนุญาต (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจซื้อขายเช็คเดินทางแก่ผู้จะเดินทางออกนอกประเทศ หรือจ่ายเงินบาทให้ผู้ถือบัตรเครดิตต่างประเทศ) และศูนย์บริหารเงิน (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มบริษัทในเครือในไทย หรือเวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ หรือบริษัทในประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่ 3 บริษัทขึ้นไป)

ที่มา - www.bitcoin.co.th

หน่วยงาน UK เสนอให้บริษัทใหญ่เปิดประมูลเลือกผู้สอบบัญชีทุกห้าปี

By: chayaninw on Mon, 2013-07-22 22:00

คณะกรรมาธิการการแข่งขันทางการค้า (Competition Commission) ของสหราชอาณาจักร ได้เสนอแผนการที่จะให้บริษัทจดทะเบียนในดัชนี FTSE 350 จะต้องเปิดให้มีการยื่นประมูลคัดเลือกผู้สอบบัญชี (statutory auditor) ของบริษัททุกๆ 5 ปี

ปัจจุบัน ตลาดของการสอบบัญชีนั้น ครอบครองโดยสี่บริษัทใหญ่ (Big Four) ได้แก่ Deloitte, Ernst & Young, KPMG, และ PwC โดยสี่บริษัทนี้ เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทมากกว่า 90% ในดัชนี FTSE 350 (บริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 350 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน) ซึ่งทำให้หน่วยงานภาครัฐทั้งในสหรัฐและยุโรปพยายามจะกำกับตลาดของผู้สอบบัญชีมากขึ้น โดยเฉพาะจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทสอบบัญชีทำหน้าที่ในการเตือนก่อนการเกิดวิกฤติการเงินได้ไม่ดีพอ

ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ไม่มีการบังคับว่าจะต้องเปลี่ยนบริษัทสอบบัญชี ดังที่ได้มีการเสนอกันก่อนหน้านี้ แต่ก็มีการเสนอห้ามธนาคารบังคับให้ลูกหนี้ใช้ผู้สอบบัญชีจาก Big Four เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการกู้เงินด้วย

Laura Carstensen ประธานคณะทำงานด้านตลาดผู้สอบบัญชี ได้กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ น่าจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นมีความมั่นใจได้มากขึ้น โดยตลาดที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการได้รับงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม Robert Peston บรรณาธิการด้านธุรกิจของ BBC ก็มองว่า มาตรการที่บังคับให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 5 ปีนี้ อาจยิ่งทำให้บริษัท Big Four นั้นมีอิทธิพลในตลาดมากกว่าเดิม เพราะต้นทุนของการเข้าร่วมประมูลอาจจะสูงเกินกว่าที่บริษัทระดับรองจะเข้าไปแข่งขันได้ นอกจากนี้ บริษัท Big Four ยังอาจเข้าไปแย่งงานในบริษัทที่ปัจจุบันมีผู้สอบบัญชีเป็นบริษัทระดับรองด้วย

Peston ยังมองด้วยว่า บริษัทขนาดใหญ่มากๆ นั้นมีความซับซ้อนที่อาจต้องใช้เวลาในการเข้าใจธุรกิจ ทำให้เมื่อมีการคัดเลือกใหม่ใน 5 ปี ก็มีแนวโน้มที่บริษัทจะยังคงเลือกผู้สอบบัญชีรายเดิม ซึ่งปัจจุบัน Financial Reporting Council ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระกำกับดูแลในด้านนี้โดยตรง ก็กำหนดแนวทางให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 10 ปีอยู่แล้ว

ด้านบริษัท BDO ซึ่งเป็นบริษัทสอบบัญชีนอก Big Four แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โดยกล่าวว่า พร้อมที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกที่จะเกิดขึ้นตามมาตรการนี้

ที่มา - BBC News, Competition Commission

วงเกิลกรุ๊ปญี่ปุ่นใช้แนวทาง "ความยาวกระโปรงกลับกับดัชนีตลาดหุ้น"

By: lew on Thu, 2013-05-16 13:06

วง Machikado Keiki Japan เป็นวงเกิลกรุ๊ปสี่คมีสมาชิกอายุในช่วง 16 ถึง 23 ปี แม้ทั้งสี่คนจะไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ แต่วงนี้ก็ผูกตัวเองเข้ากับเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งเนื้อเพลงที่พูดถึงเรื่องนโยบายการเงินของญี่ปุ่น, อัตราการเติบโต GDP, และกฎของธนาคารกลาง แม้แต่ชื่ออัลบั้มก็ยังเป็น "Abeno Mix"

นโยบายของวงนี้คือหากดัชนีหุ้นนิเคอิเพิ่มขึ้นทุกๆ 1,000 จุด ทั้งสี่คนจะใส่กระโปรงแสดงสั้นลง 1 นิิ้ว หากหุ้นลดลงก็จะเพิ่มความยาวกระโปรงไปด้วยเช่นกัน

MasterCard เริ่มบีบ Paypal ต้องจ่ายค่าบริการแพงขึ้น

By: lew on Tue, 2013-03-26 01:01

บริการจ่ายเงินตรงระหว่างผู้ใช้อย่าง Paypal เริ่มสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ให้บริการบัตรเครดิตอย่าง MasterCard และ Visa ทั้งสองบริษัทเตรียมเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมกับธุรกิจประเภทเดียวกัน

MasterCard ระบุเหตุผลของการขึ้นค่าธรรมเนียมว่าบริการรับจ่ายเงินเช่นนี้ไม่แชร์ข้อมูลการจ่ายเงินมายังบัตรเครดิต ปกติแล้วบริษัทบัตรเครดิตสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำวิจัย

การที่ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตไปยังผู้ใช้อื่นๆ น่าจะทำให้ปริมาณการใช้บัตรเครดิตมากขึ้นเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการบัตรเครดิต แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่ได้รับเงินไปเหล่านี้อาจจะจ่ายเงินตรงจากเงินที่ได้รับมา การนำเงินออกจากบัญชีเช่นนี้ไม่ผ่านระบบบัตรเครดิตและไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด รวมถึงในช่วงหลัง Paypal เองก็เริ่มให้บริการจ่ายเงินตรงจากเครื่องรับจ่ายจากบัญชีของ Paypal ทำให้ลักษณะบริการของ Paypal กลายเป็นคู่แข่งของบัครเครดิตมากขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวร้ายคือบริการแบบเดียวกันและยังไม่ได้รับความนิยมเท่า Paypal จะโดนค่าธรรมเนียมใหม่นี้ทั้งหมด บริการเช่น Google Wallet เองก็จะโดนค่าธรรมเนียมแบบใหม่นี้ด้วย

ที่มา - The Register

ไทยหลุดจากรายชื่อกลุ่มประเทศที่ไม่สามารถต่อต้านการฟอกเงินและสนับสนุนการก่อการร้าย

By: lew on Wed, 2013-02-27 18:49

Financial Action Task Force (FATF) หน่วยงานระหว่างประเทศที่พิจารณามาตรฐานการตรวจสอบทางการเงิน ประกาศตัดไทยออกจากรายชื่อประเทศที่ไม่สามารถแก้ปัญการฟอกเงินและสนับสนุนการก่อการร้ายได้เพียงพอ (anti-money laundering and combating the financing of terrorism - AML/CFT) พร้อมกับโบลิเวีย, ศรีลังกา, และคิวบา

หลังจากนี้ไทยจะไปอยู่ในประเทศที่อยู่ระหว่างการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน FATF ประเทศในกลุ่มนี้คือประเทศที่ FATF มองว่ามีการยืนยันอย่างหนักแน่นจากรัฐบาลว่าจะปรับปรุงกระบวนการให้เป็นเป็นตามมาตรฐานแต่ยังไม่ได้สามารถทำตามมาตรฐานได้

ชาติในอาเซียนที่อยู่ในกระบวนการระหว่างการปรับปรุงเช่นเดียวกับไทย ได้แก่ กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ส่วนชาติที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย, เมียนมาร์, และเวียดนาม

รายชื่อของ FATF ไม่มีกระบวนการลงโทษกับประเทศในรายชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ประเทศเหล่านี้มักถูกกดดันทางการเงินอย่างไม่เป็นทางการ

รายชื่อขั้นหนักที่สุดของ FATF คือ รายชื่อกลุ่มประเทศที่มีการฟอกเงินอย่างมากและสนับสนุนการก่อการร้าย (substantial money laundering and terrorist financing - ML/TF) มีเพียงสองประเทศ คือ อิหร่าน และเกาหลีเหนือ

ที่มา - FATF

โนเกียเตรียมขายสำนักงานใหญ่เสริมสภาพคล่อง

By: lew on Wed, 2012-10-03 21:50

ปัญหาโทรศัพท์ Lumia ที่ยังสร้างยอดขายไม่ได้ตามเป้าทำให้สภาพคล่องของโนเกียอยู่ในระดับไม่ดีนัก ตอนนี้ภารกิจเฉพาะหน้าคือการหาเงินมาหมุนในการทำธุรกิจก่อน โนเกียก็เริ่มมองทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลักเช่นอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงอาคารสำนักงานใหญ่ในเมือง Espoo มูลค่า 200-300 ล้านยูโร

อาการแบบนี้ถ้า Lumia 920 และ 820 ยังไม่สามารถพลิกฟื้นบริษัทมาได้ เราคงเห็นการปรับโครงสร้างอย่างหนักกันอีกรอบ

ที่มา - Reuters

โซนี่เตรียมลงทุนในโอลิมปัส 50,000 ล้านเยน

By: lew on Thu, 2012-09-27 23:21

ปัญหาทางการเงินที่รุมเร้าโอลิมปัสจากความไม่โปร่งใสในการบริหาร ทำให้สถานะทางการเงินอยู่ในสภาวะลำบาก ทำให้โอลิมปัสต้องออกหุ้นเพิ่มทุนอีก 10% เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โดยมีข่าวลือว่าผู้ที่สนใจลงทุนคือโซนี่หรือพานาโซนิคที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจเอง แต่วันนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ก็ระบุว่าแหล่งข่าวสามแหล่งยืนยันตรงกันว่าโซนี่จะเป็นผู้เข้าซื้อหุ้นมูลค่า 50,000 ล้านเยน

ถ้าโอลิมปัสได้เงินจากโซนี่ก้อนนี้ ก็น่าจะซื้อเวลาให้บริษัทได้อีกนาน แต่การหวังเงินก้อนต่อไปอาจจะยากขึ้นเพราะโซนี่เองก็มีสภาพการเงินที่ไม่น่าประทับใจนัก โดยไตรมาสล่าสุดมีกำไรเพียง 79 ล้านดอลลาร์ ในแง่รายได้ต่อรายรับแล้วก็เรียกว่าแทบไม่กำไรเลย

บ้านเรามีคนชื่นชมกล้องโอลิมปัสกันมากพอสมควร เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองโอลิมปัสก็เพิ่งเปิดตัวกล้องใหม่ไปชุดใหญ่ ก็ขอเอาใจช่วยให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ครับ

ที่มา - Reuters

WikiLeaks รับเงินบริจาคผ่านวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดอีกรอบ

By: lew on Thu, 2012-07-19 12:15

หลังจากถูกวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดแบนไปเมื่อปีที่แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี ตอนนี้วิกิลีกส์ก็กลับมารับเงินบริจาคผ่านบัตรเครดิตทั้งสองบริษัทแล้วผ่านทางองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ชื่อว่า Fonds de Défense de la Net Neutralité in French (FDNN) ที่เป็นนายหน้ารับเงินให้ผ่านทางบริษัทให้บริการในฝรั่งเศสอีกที

ทุนดำเนินการของวิกิลีกส์ในตอนนี้เหลือประมาณหนึ่งแสนดอลลาร์หลังจากที่เคยขึ้นไปสูงสุดเกือบล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2010

ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายจำนวนมากถูกใช้ไปกับการทำ "แคมเปญ" และรองลงมาคือค่าใช้จ่ายด้านลอจิสติกส์ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เราเห็นกันเช่นเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างอื่นๆ นั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณสองหมื่นดอลลาร์ พอๆ กับค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

ที่มา - ArsTechnica

WikiLeaks ชนะคดีกับพาร์ตเนอร์ของวีซ่า ให้จ่ายเงินบริจาคเข้าเว็บ

By: lew on Mon, 2012-07-16 14:26

Valitor ผู้ให้บริการบัตรเครดิตท้องถิ่นถูกฟ้องจากทีมงานวิกิลีกส์ถึงการหยุดให้บริการทางการเงินกับทางเว็บ ทำให้ยอดเงินบริจาคลดลงไปถึงร้อยละ 95 โดยศาลไอซ์แลนด์ให้เวลาสองสัปดาห์ในการโอนเงิน ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับวันละ 180,000 บาท

Visa และ MasterCard หยุดให้บริการวิกิลีกส์มาตั้งแต่มีการเผยแพร่เอกสารเคเบิลทำให้กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ มองวิกิลีกส์เป็นภัยต่อประเทศเรื่อยมา

Valitor เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคำสั่งศาลนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าหากการอุทธรณ์ไม่สำเร็จแล้ว กระบวนการโอนเงินจะทำอย่างไรในเมื่อ Visa และ MasterCard ไม่ยอมให้บริการกับวิกิลีกส์แล้ว

ที่มา - USA Today

ญี่ปุ่นดันเงินหยวน เข้าซื้อตราสารหนี้จากจีนกว่า 6.5 พันล้านหยวน

By: Blltz on Tue, 2012-03-13 16:00

ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีน และญี่ปุ่นจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วหลังจากที่เพิ่งแลกเปลี่ยนเงินตรากันโดยตรง ไม่ผ่านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว

ล่าสุดนาย Jun Azumi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศว่าญี่ปุ่นได้สิทธิผ่านในการซื้อตราสารหนี้จากรัฐบาลจีนเป็นมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านหยวน ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และผลักดันเงินสกุลหยวนสู่นานาชาติอย่างชัดเจน

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว จีนยังได้ทำสัญญาในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย เบลารุส และอาร์เจนตินา ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนจากเดิมเพียง 0.7% ในปี 2010 เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในปี 2011 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ญี่ปุ่น และจีนเองต่างก็เป็นผู้ถือสกุลเงินสำรองต่างชาติรายใหญ่ของโลก โดยจีนถือไว้ถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนญี่ปุ่นถือไว้ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - Reuters

Facebook เข้าตลาดหุ้นเดือดร้อนถึงบริษัทนายหน้าซื้อหุ้นนอกตลาด

By: lew on Sat, 2012-02-04 17:56

การที่เฟชบุ๊กไม่ยอมเข้าตลาดหุ้น นอกจากจะทำให้การคาดเดาราคาหุ้นเป็นไปได้ยากแล้ว หุ้นเฟซบุ๊กยังเป็นสินค้าทำกำไรชั้นเยี่ยมสำหรับบริษัทนายหน้ารับซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์หลายต่อหลายบริษัท เช่น SecondMarket และ SharesPost

แต่ในเมื่อเฟซบุ๊กได้ยื่นแบบ S-1 เพื่อขอนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ว กระบวนการซื้อหุ้นผ่านตลาดรองเหล่านี้ที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เฉพาะ SecondMarket บริษัทเดียวก็มีหุ้นเฟชบุ๊กผ่านมือไปแล้วถึง 1,100 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2009

Frank Mazzola จาก Felix Investments บริษัทดำเนินการซื้อขายหุ้นนอกตลาดอีกรายหนึ่งระบุว่าเขาไม่คิดว่าจะมีบริษัทที่มีขนาดใหญ่ระดับเฟชบุ๊กอยู่นอกตลาดอีก แต่บริษัทที่ได้รับความสนใจและอยู่นอกตลาดก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ

คณะกรรมการกำกับกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เคยเข้าไปมาตรวจสอบการทำงานของบริษัทซื้อขายหุ้นนอกตลาดเหล่านี้ แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีมาตรการควบคุมอย่างจริงจังแต่อย่างใด

เหตุผลหนึ่งที่บริษัทเหล่านี้ได้รับความนิยมเพราะพนักงานยุคแรกๆ นั้นมักได้ใบออปชั่นเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทน โดยใบออปชั่นเหล่านี้มีอายุจำกัด และหลายครั้งบริษัทก็ไม่ยอมเข้าตลาดหุ้นทั้งที่มีศักยภาพสูงจนกระทั่งพนักงานต้องการเงินจากออปชั่นเหล่านี้ บริษัทซื้อขายนอกตลาดเหล่านี้จึงกลายเป็นตลาดเพื่อการทำเงินจากใบออปชั่นให้สูงสุดแก่พนักงาน

ที่มา - CNN Money

เมื่อหญิงขาดแคลน ผู้ชายจะใช้จ่ายเงินมากขึ้น

By: terminus on Fri, 2012-01-13 16:11

ในสัตว์อื่นๆ เมื่อตัวเมียในประชากรมีจำนวนลดลง ตัวผู้จะเริ่มลงทุนลงแรงในการแข่งขันเพื่อหาคู่มากขึ้น ทีมวิจัยที่นำโดย Vladas Griskevicius แห่ง Carlson School พบว่าหากผู้หญิงกลายเป็นของหายาก มนุษย์เพศชายก็พร้อมลงทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

การทดลองแรก นักวิจัยในกลุ่มตัวอย่างอ่านข่าวที่มีเนื้อหาระบุถึงสัดส่วนชาย-หญิงในประชากร จากนั้นก็ให้ทำแบบสอบถามว่าวางแผนจะเก็บออมเงินเท่าไรและใช้จ่ายเงินเท่าไรใน ผลพบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่ได้อ่านข่าว "มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง" มีแนวโน้มการเก็บออมลดลงถึง 42% และพร้อมจะใช้จ่ายซื้อของผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นถึง 84%

ในการทดลองที่สอง กลุ่มตัวอย่างจะได้ดูรูปที่มีจำนวนผู้ชายและผู้หญิงแตกต่างกัน บางรูปก็มีผู้หญิงมากกว่า บ้างก็ผู้ชายมากกว่า บ้างก็เท่ากัน จากนั้นนักวิจัยก็จะให้เลือกว่าอยากรับเงิน 20 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้หรือจะรออีกเดือนแล้วรับเงิน 30 ดอลล่าร์ ผลก็ปรากฏว่าผู้ชายที่ได้ดูรูปมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงมาก่อน มีแนวโน้มที่จะรับเงิน 20 ดอลล่าร์แบบเร็วๆ แทนที่จะรอไปอีกหนึ่งเดือน

Pages

Subscribe to RSS - Finance