EU Debt Crisis

สเปนถูกปรับลดระดับความเชื่อถือลงมาอยู่ที่ BBB

By: toandthen on Fri, 2012-06-08 11:22

Fitch ได้ออกมาตัดเรทติ้งความน่าเชื่อถือของประเทศสเปนอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ระดับความน่าเชื่อถือของสเปนอยู่ที่ BBB แค่สองอันดับสูงกว่าระดับ "ขยะ" หลังจากที่มีความเชื่อว่าจำนวนเงินที่สเปนต้องการใช้ในการกู้เศรษฐกิจของประเทศตัวเองนั้นมากกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้อยู่มาก

ล่าสุดในการประมูลพันธบัตรของรัฐบาลสเปนนั้น ผลตอบแทนที่รัฐบาลสเปนจะต้องให้กับผู้ถือหนี้อยู่ที่ 6.044% มากกว่าเดิม 5.743% ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศสเปนได้ออกมาบอกว่าประเทศของตน แทบจะถูกตัดออกจากการเข้าถึงแหล่งเงินเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้หลาย ๆ สถาบันเชื่อว่าสเปนต้องการเงินอย่างน้อยหกหมื่นล้านยูโร ไปจนถึงหนึ่งแสนล้านยูโรในการกอบกู้ระบบการเงินของประเทศ แต่สุดท้ายแล้วหากซีกการเงินของประเทศต้องการเงินมากกว่านี้ ธนาคารในประเทศอาจจะต้องหันไปหารัฐบาลของตัวเองหรือไม่ก็สหภาพยุโรป ในการขอความช่วยเหลือทางด้านการเงิน

อย่างไรก็ตาม Angela Merkel ผู้นำของเยอรมนียังแสดงจุดยืนที่มั่นคง และบอกว่าสหภาพยุโรปไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม จะพร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเสมอ

ที่มา - BBC

สเปนส่งสัญญาณให้ประเทศอื่นช่วยอุ้มระบบธนาคาร

By: toandthen on Tue, 2012-06-05 20:00

วันนี้รัฐบาลของสเปนได้ออกมาเรียกร้องของให้สถาบันการเงินของยุโรปหลาย ๆ แห่งออกมาช่วยอุ้มธนาคารต่าง ๆ ในประเทศสเปนด้วย โดยนาย Cristóbal Montoro รัฐมนตรีกระทรวงงบประมาณของสเปน ได้ออกมาบอกว่าตอนนี้ประเทศสเปนไม่สามารถเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินตามปกติได้ เนื่องจากนักลงทุนเห็นประเทศสเปนกลายเป็นประเทศความเสี่ยงสูงไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ผลตอบแทนของพันธบัตรของรัฐบาลสเปนสูงขึ้นจากเดิมมาก หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจเข้าอุ้ม Bankia กลุ่มธนาคารภายในประเทศสเปน 7 รายที่ได้ตัดสินใจรวมตัวกันหลังจากประสบภาวะความคล่องตัว ซึ่งผลตอบแทนที่สูงขึ้น บ่งบอกว่าการลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรสเปนมีความเสี่ยงสูงกว่าเดิม

จากการสัมภาษณ์กับนาย Emilio Botín จากธนาคาร Santander ได้ออกมาบอกว่าระบบธนาคารของประเทศสเปนต้องการเงินประมาณ 4 หมื่นล้านยูโรเพื่อปรับสภาพคล่องในประเทศ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนจากประเทศอื่น ๆ เชื่อว่าสเปนต้องการเงินมากกว่านี้มาก

ในขณะเดียวกัน นาย Montoro ก็ได้บอกว่าสเปนจริง ๆ แล้วไม่ได้ต้องการเงินจำนวนมากมายอะไร เพียงแต่ว่าสเปนไม่สามารถหาแหล่งเงินที่จะเอาเงินเข้ามาหมุนให้กับระบบธนาคารของประเทศตัวเองได้เท่านั้น

แต่ถึงตอนนี้ Mariono Rajoy นายกรัฐมนตรีของประเทศ ยังไม่ได้ออกมาเรียกร้องขอให้กลุ่มประเทศยุโรปให้ออกนโยบายช่วยเหลือสเปนในเรื่องการเงินอย่างเป็นทางการ เพราะกลัวว่าการขอความช่วยเหลือ จะทำให้ฐานเสียงของตัวเองต้องพังลง เนื่องจากหนึ่งในข้อตกลงของการเข้าช่วยเหลือทางด้านการเงินจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ ก็คือการต้องเดินนโยบายตัดรายจ่าย หรือนโยบายรัดเข็มขัด (austerity) ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ในระยะหลังนี้เอง

ที่มา - Financial Times

"ถ้ากรีซจะออกจากยูโรโซน ผลกระทบไม่ต่างจากการเกิดแผ่นดินไหวหรือนิวเคลียร์ถล่ม ทุกชีวิตจะต้องเริ่มต้นทุกอย่างใหม่"

By: toandthen on Tue, 2012-05-15 13:32

เมื่อคืนที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกอาจจะได้เห็นปรากฏการแดงทั้งกระดาน เนื่องจากกระแสข่าวว่าประเทศกรีซอาจจะต้องออกจากเขตยูโรโซน โดยตอนนี้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกกำลังพยายามคำนวนถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกรีซและเศรษฐกิจของโลก โดย Yannis Stournaras หนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ที่เคยให้คำปรึกษากับรัฐบาลกรีซมาหลายครั้งได้ออกมาบอกว่า "การที่กรีซจะออกจากยูโรโซน จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไม่ต่างจากการเกิดแผ่นดินไหว หรือนิวเคลียร์ระเบิดกลางเมือง ทุกอย่างจะสูญสิ้น และทุกชีวิตจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด" และหากถามถึงแผนสำรองของประเทศกรีซ ว่าจะทำอย่างไรหลังจากออกจากเขตยูโรโซน คำตอบของ Stournaras ง่าย ๆ คือ "ไม่มี"

Thomas Risse ศาสตราจารย์ทางด้านการเมืองนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัย Free University of Berlin ออกมากล่าวอีกว่า "ไม่มีใครในโลกสามารถคำนวนผลกระทบต่าง ๆ หากกรีซออกจากยูโรโซนได้ และไม่มีใครอยากให้เกิดการทดลองขึ้น"

สิ่งที่น่ากลัวไปกว่านี้ก็คือประเทศกรีซ ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นปัญหา แต่ไอร์แลนด์ โปรตุเกส หรือแม้กระทั่งประเทศยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างสเปน และฝรั่งเศส ก็เริ่มที่จะพบกับปัญหาของตัวเอง และต้องเริ่มที่จะปรับโครงงสร้างเศรษฐกิจภายในของประเทศและตัดรายจ่ายต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

กรีซอาจจะต้องออกจากยูโรโซนเป็นคำตอบสุดท้าย และโลกจะพบกับปัญหาเศรษฐกิจครั้งใหญ่

By: toandthen on Mon, 2012-05-14 01:31

ในตอนนี้ประเทศกรีซต้องเจอกับปัญหาเศรษฐกิจต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่เรื่องอัตราว่างงานที่สูงมาก, อัตราเงินเฟ้อที่สูงถึง 50% ต่อปี, ขนาดเศรษฐกิจของประเทศหดตัวต่อเนื่อง จนไปถึงเรื่องชาวกรีกเริ่มออกไปหางานในต่างประเทศแล้ว โดยเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้นักเศรษฐศาสตร์รอบโลกรวมไปถึง Citigroup และ BNP Paribas เริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ที่กรีซ อาจจะต้องออกจากเขตยูโรโซนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หากพูดถึงความสำคัญของประเทศกรีซต่อยูโรโซนแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมประเทศพี่ใหญ่อย่างเยอรมนีสามารถที่จะแบกรับปัญหาของประเทศนี้ได้ แต่ถึงแม้ว่ากรีซจะเป็นแค่ 2.2% ของจีดีพีของเขตยูโรโซนทั้งหมดก็ตาม การที่กรีซออกจากเขตยูโรโซนอาจจะสร้างปัญหาให้กับประเทศที่เป็นสมาชิกยูโรโซนรายอื่น ๆ อีกได้ และผลที่ตามมาคือเราอาจจะเห็นสเปน กับอิตาลี ออกจากเขตยูโรโซนตามรอยกรีซในอนาคต

ถ้ากรีซจะออกจากยูโรโซนจริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีก็คือเศรษฐกิจของประเทศกรีซ จีดีพีของประเทศจะหายไปทันที 20% และค่าเงินเฟ้อจะพุ่ง 40-50% ในขณะที่อัตราส่วนของหนี้สาธารณะของประเทศต่อจีดีพีจะอยู่สูงกว่า 200% ส่วนค่าเงินใหม่ของประเทศกรีซจะต้องถูก "ปรับลดค่าลง" (devaluation) ให้อยู่ต่ำกว่าเดิมถึง 50% เพราะกรีซจะตกอยู่ในสถานะเกือบล้มละลาย

ทุบสถิติใหม่ ชาวสเปนตกงานสูงถึง 5.64 ล่้านคน

By: toandthen on Mon, 2012-04-30 09:41

ตัวเลขผู้ว่างงานในประเทศสเปนปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาสูงถึง 5,639,500 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราว่างงานเท่ากับ 24.4% หรือว่าง่าย ๆ เกือบ 1 ส่วน 4 ของประเทศ นับว่าเป็นอัตราว่างงานที่สูงที่สุดในสหภาพยุโรป โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นการยืนยันว่าประเทศกำลังพบกับห้วงเวลาเศรษฐกิจถดถอย

รัฐบาลสเปนกล่าวว่าตลาดแรงงานภายในประเทศจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ได้แก่ การยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยโดยนายจ้าง และการจำกัดการขึ้นเงินเดือนทุกชนิด ที่อาจส่งผลให้เงินเฟ้อมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เริ่มทำให้สหภาพแรงงานต่าง ๆ ไม่พอใจ และขู่ว่าจะเริ่มนัดหยุดงานประท้วง

หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร HSBC กล่าวว่า พวกเขาเริ่มที่จะเห็นปัญหาในสเปน คล้ายกับปัญหาในประเทศกรีซมากยิ่งขึ้น และทุกครั้งที่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง รัฐบาลเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยการเริ่มมาตรการรัดเข็มขัด และผลที่ตามมาก็คือประเทศจะต้องเดินถอยหลังอีกสองก้าวเสมอ

ในขณะนี้ผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปีของประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.96% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 5.81% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มกลัวว่าสเปนจะไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้ เช่นเดียวกับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ S&P ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือของสเปนมาอยู่ที่ BBB+ แทน

ที่มา - BBC

IMF อนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซรอบสองจำนวน 280,000 ล้านยูโรแล้ว

By: Flurrywong on Fri, 2012-03-16 01:13

หลังจากการเจรจาเพื่อให้เงินช่วยเหลือรอบสองแก่กรีซล้มเหลวไปในช่วงปลายปีที่แล้ว ในที่สุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ก็ออกมาประกาศว่าจะอนุมัติเงินช่วยเหลือรอบสองจำนวน 280,000 ล้านยูโรให้แก่กรีซ ภายใต้ข้อตกลงรอบล่าสุดที่เพิ่งได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปวานนี้ ซึ่งกำหนดไว้เป็นสัญญาเงินกู้ระยะเวลา 4 ปี โดยให้เงินกู้จำนวน 1,650 ล้านยูโรในทันที ส่วนที่เหลือเป็นทยอยให้

ผลจากข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ข้อตกลงเดิมที่เคยทำมาถูกยกเลิก ทำให้กรีซไม่ต้องชำระหนี้จำนวน 9,700 ล้านยูโรที่กู้มาจาก IMF ก่อนหน้านี้ไปโดยปริยาย

ที่มา- Bloomberg

งบช่วยเหลือฮังการีของ EU ต้องหยุดชั่วคราว เนื่องจากฮังการียังมีงบขาดดุล

By: toandthen on Wed, 2012-03-14 00:50

นี่เป็นครั้งแรกที่สหภาพยุโรปได้ตัดสินใจที่จะเลื่อนการให้เงินช่วยเหลือจำนวน 495 ล้านยูโรแก่ฮังการี ที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ เนื่องจากฮังการีไม่สามารถที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายของรัฐได้ดีพอ ส่งผลให้งบของประเทศขาดดุล

โดยการตัดสินใจในครั้งนี้ทำให้ออสเตรียไม่พอใจเป็นอย่างมาก และกล่าวหาว่าสหภาพยุโรป "สองมาตรฐาน" เพราะก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปได้ให้การช่วยเหลือแก่ประเทศสเปน อีกทั้งยังยินยอมให้สเปนมีงบขาดดุลเรื่อย ๆ โดยหัวหน้าฝ่ายการคลังของสหภาพยุโรป นาย Olli Rehn ได้ออกมาบอกว่าการที่ทั้งสองประเทศมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน และมีกำหนดการชำระเงินคืนที่ต่างกัน ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบกรณีปัญหาของสเปนและฮังการีโดยตรงได้

IMF: เศรษฐกิจโลกอยู่ในห้วงอันตรายอีกครั้งจากปัญหาเศรษฐกิจยูโรโซน

By: toandthen on Wed, 2012-01-25 09:27

IMF ออกมาบอกอีกครั้งว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมตอนนี้อยู่ในห้วงอันตรายอีกครั้ง เนื่องจากความเสี่ยงของเขตเศรษฐกิจยูโรโซน ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกโต 3.25% ในปีนี้จากเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 4% ในขณะที่เขตเศรษฐกิจยุโรปจะต้องเจอกับช่วงเศรษฐกิจถดถอยที่ไม่รุนแรงมากนัก ที่ตัวเลขจีดีพีจะหดลง 0.5% จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 1.1% เนื่องจากประเทศที่อุ้มยูโรโซนไว้อย่างเยอรมนีและฝรั่งเศสจะโตน้อยลง

แต่แม้ว่า IMF จะปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของประเทศต่าง ๆ ในยุโรป IMF ยังขอยืนยันตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐไว้คงเดิมที่ 1.8% เนื่องจากยอดผลผลิตที่แข็งแรงและตลาดแรงงานที่ยังไม่มีปัญหา

ในขณะเดียวกัน ปัญหาของยูโรโซน จะทำให้เขตเศรษฐกิจใหม่อย่างยุโรปตะวันออกและเอเชียตะวันออกได้รับผลกระทบไปด้วย แม้ว่าที่ผ่านมากลุ่มประเทศเหล่านี้จะสามารถต้านปัญหาต่าง ๆ ได้ สิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ในปัญหาครั้งนี้คือความมั่นใจในการทำธุรกิจตกลงมาก

IMF ได้กล่าวว่าทุกประเทศควรจะมียืนหยัดในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ​ เพื่อที่จะดึงเอาความมั่นใจกลับคืนมา นอกจากนี้ประเทศต่าง ๆ ควรเลือกที่จะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนนโยบายของตัวเอง, รักษาความคล่องตัว (liquidity) ไว้และเลือกใช้นโยบายการเงิน (monetary policy) ในการสู้กับปัญหา

ที่มา - BBC

อิตาลีผ่านนโยบายปรับปรุงรูปแบบเศรษฐกิจแล้ว

By: toandthen on Sat, 2012-01-21 12:23

รัฐบาลอิตาลีได้อนุมัติแผนการปรับปรุงรูปแบบเศรษฐกิจหลายอย่างแล้ว ด้วยความหวังว่าการปรับปรุงเชิงนโยบายในครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น โดยมาตรการต่างๆ รวมไปถึงการอนุญาตให้เพิ่มจำนวนรถแท็กซี่ การยินยอมให้ร้านขายยาลดราคายา ยินยอมให้ปั๊มน้ำมันสามารถซื้อน้ำมันจากแหล่งไหนก็ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังปรับให้ไม่มีค่ารักษาพยาบาลและค่าบริการทางกฎหมายขั้นต่ำอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลอิตาลียังได้เผยตัวเลขการลงทุนประเภทโครงสร้างให้กับประเทศ โดยจะมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเพิ่มในตอนใต้ของประเทศ รวมไปถึงการสร้างโรงเรียน และที่พักพิงให้กับผู้ไร้บ้าน

สำหรับผลกระทบในตอนนี้ สหภาพผู้ขับขี่แท็กซี่ก็เริ่มส่งเสียงแสดงความไม่พอใจออกมา เนื่องจากการเพิ่มจำนวนแท็กซี่ จะทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้นในตลาด

ธนาคารกลางอิตาลี (Bank of Italy)​ คาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจของประเทศน่าจะหดตัวลงอีก 1.5% ในปีนี้ ในขณะที่รายงานจาก IMF ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในสัปดาห์หน้านี้คาดเดาไว้แย่กว่ามากที่ 2.2%

ที่มา - BBC

IMF ประกาศเพิ่มทุน 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

By: Flurrywong on Fri, 2012-01-20 03:31

กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ออกมาประกาศระดมทุนเพิ่ม 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำมาเป็นเงินสำรองสำหรับกู้ยืมซึ่งคาดว่าเพื่อนำมาช่วยประคับประคองชาติสมาชิกสหภาพยุโรปให้ผ่านพ้นจากวิกฤตหนี้สาธารณะในปัจจุบัน โดยที่ 194,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ น่าจะมาจากข้อตกลงล่าสุดที่สหภาพยุโรปทำกับ IMF ไว้ แต่อย่างไรก็ดีทาง IMF เองได้ให้ข้อมูลเพียงแค่ว่า ในขั้นต้นทาง IMF กำลังอยู่ระหว่างการสรรหาวิธีที่ทำให้ได้มาซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวและจะไม่ให้ความเห็นอื่นใดจนกว่าจะบรรลุการเจรจากับชาติสมาชิก นอกจากนี้ IMF ยังแถลงอีกว่าในปีหน้ากองทุนอาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณเงินสำรองเพื่อปล่อยกู้อีก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

สำหรับความสามารถในการปล่อยกู้ของ IMF ในปัจจุบันนั้นอยู่ที่ 590,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปล่อยกู้ไปแล้ว 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - BBC

นักเศรษฐศาสตร์อังกฤษยอมรับเศรษฐกิจอังกฤษเข้าสู่ภาวะชะงักงันแล้วในทางเทคนิค

By: Flurrywong on Thu, 2012-01-19 16:41

หลังจากที่ปล่อยให้ชาติสมาชิกประชาคมยุโรปอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะรอบนี้กันมานาน สหราชอาณาจักรก็เป็นชาติล่าสุดที่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเหมือนคนอื่นเสียที ปีเตอร์ สเปนเซอร์ (Peter Spencer) หัวหน้าที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ Item Club ได้เปิดเผยว่า ระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของสหราชอาณาจักรในช่วงไตรมาสสุดท้ายลดลงและจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก 3 ปี อันเนื่องมาจากปริมาณการบริโภค การใช้จ่ายภาคเอกชนและการส่งออกลดลงซึ่งเป็นผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป และถึงแม้ว่าวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้ เศรษฐกิจอังกฤษก็จะกลับมาเติบโตได้เพียงแค่ร้อยละ 1.78 ในปี 2013 และร้อยละ 2.8 ในปี 2014

นอกจากนี้ Chartered Institute of Personnel and Development ยังรายงานว่าระดับการว่างงานในปีหน้า 2.9 ล้านคนและจะยังคงสูงกว่า 2.5 ล้านคนไปจนถึงปี 2016

ที่มา - BBC

Pages

Subscribe to RSS - EU Debt Crisis