Entertainment

Kakao เข้าซื้อค่ายบริษัทบันเทิง LOEN Entertainment รวมมูลค่า 1.9 ล้านล้านวอน

By: lew on Mon, 2016-01-11 17:57

Kakao ผู้ให้บริการแอปแชต KakaoTalk และเว็บท่า Daum ประกาศเข้าซื้อหุ้น 76.4% ของบริษัทธุรกิจบันเทิง LOEN Entertainment ที่มีธุรกิจสำคัญคือบริการสตรีมเพลง MelOn มูลค่าการซื้อขายคิดเป็น 1.9 ล้านล้านวอน หรือเกือบหกหมื่นล้านบาท

ทาง Kakao จะออกหุ้นระดมเพิ่มเติมอีกกว่าเจ็ดแสนล้านวอนเพื่อระดมทุน ที่เหลือจะจ่ายเป็นเงินสดโดยอาจจะต้องกู้เพิ่มเติมหรือหานักลงทุนภายนอก

เป้าหมายของเข้าซื้อครั้งนี้คือการรวมเอาธุรกิจคอนเทนต์ของเพื่อเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ แต่จะสำเร็จหรือไม่คงเป็นคำถามใหญ่เพราะทั้ง KakaoTalk และ MelOn เองก็มีฐานผู้ใช้นอกเกาหลีไม่มากนัก

คู่แข่งสำคัญของ Kakao คือ NAVER ที่มีแอปแชตอย่าง LINE และยังมีบริการด้านคอนเทนต์จำนวนมาก ที่ทำตลาดในบ้านเราเยอะสักหน่อยคือ V App หรือ LINE TV

ที่มา - Reuters, Pulse News

วง AKB48 ทำยอดขายซิงเกิลรวม 36 ล้านชุด สูงที่สุดในญี่ปุ่น

By: lew on Thu, 2015-12-10 22:59

Oricon รายงานยอดขายซิงเกิล "唇にBe My Baby" ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 42 ของวง AKB48 ทำยอดขายในวันอังคารที่ผ่านมารวม 810,000 แผ่น เมื่อรวมยอดขายซิงเกิลทั้งหมดที่ผ่านมา ทำให้วง AKB48 มียอดขายรวม 36,158,000 ชุด สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ชิงสถิติจากวง B'z ที่ออกซิงเกิลมาแล้ว 49 ครั้ง รวมยอดขาย 35,809,000 ชุด

วงการเพลงของญี่ปุ่นยังคงมีการซื้อขายซีดีในปริมาณค่อนข้างสูง แม้ยอดจะตกลงเรื่อยๆ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เมื่อปี 2014 ยอดขายเหลือเพียง 1.8 แสนล้านเยน จากที่เคยสูงถึง 3.7 แสนล้านเยนในปี 2004 และซิงเกิลดังๆ ในสมัยก่อนก็เคยทำยอดขายทะลุล้านกันได้เสมอๆ

Alibaba ลงทุนในหนังเกาหลี นำแสดงโดย Kim Soo-hyun จาก My Love from the Star

By: lew on Thu, 2015-10-15 22:38

Alibaba สนใจลงทุนทำภาพยนตร์ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาผ่านทาง Alibaba Pictures โดยเริ่มลงทุนภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Mission: Impossible - Rogue Nation ตอนนี้เรื่องที่สองที่ทาง Alibaba ประกาศเป็นผู้ลงทุนคือ Real ภาพยนตร์เกาหลีเขียนบทและกำกับโดย Lee Jung-Sub และแสดงนำโดย Kim Soo-Hyun จากเรื่อง My Love from the Star

พิธีเซ็นสัญญาลงทุนจัดที่งาน Busan Film Festival โดยไม่ระบุจำนวนเงินลงทุนแต่อย่างใด

จีนจำกัดจำนวนภาพยนตร์จากต่างประเทศที่จะเข้าฉายได้เพียงปีละ 34 เรื่อง แต่คาดว่าในเร็วๆ นี้ทางจีนจะเพิ่มโควต้าขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อทุนจากในประเทศเริ่มไปลงทุนภาพยนตร์ต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้

ที่มา - South China Morning Post

ที่มาภาพ - Stay in Memory

ไม่ต้องกลัววงแตก SNSD เซ็นสัญญากับ SM Entertainment ต่อไปอีกสามปี

By: lew on Mon, 2014-09-15 13:09

วง Girls' Generation หรือ SNSD เซ็นสัญญากับค่ายเพลง SM มาตั้งแต่ปี 2007 และสิ้นสุดสัญญา 7 ปีไปเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้มีข่าวว่าทางค่ายต่อสัญญาฉบับใหม่กับทั้งเก้าคนเรียบร้อยแล้ว

สัญญาฉบับใหม่มีอายุ 3 ปี โดยเงื่อนไขของแต่ละคนต่างกันไปและเนื้อหาในสัญญาเป็นความลับ แต่ทั้งเก้าคนตกลงสัญญาฉบับใหม่กับทางค่ายได้เรียบร้อยก่อนสัญญาฉบับเดิมจะสิ้นสุดลง

ที่มา - Koreaboo, munwha.com

Sony Pictures หั่นส่วนภาพยนตร์ เน้นทีวีมากขึ้น

By: chayaninw on Mon, 2013-11-25 22:11

บริษัท Sony Pictures ประกาศต่อนักลงทุนว่า บริษัทมีแผนจะลดการลงทุนด้านภาพยนตร์ของบริษัทลง และให้ความสำคัญมากขึ้นกับธุรกิจรายการโทรทัศน์ซึ่งทำกำไรได้ดีกว่า หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมา Sony Pictures มีผลงานด้านภาพยนตร์ที่ไม่เข้าเป้าหลายเรื่อง เช่น ภาพยนตร์ไซไฟ After Earth และภาพยนตร์แอกชั่น White House Down

สายงานโทรทัศน์ของ Sony ได้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จมากคือ Breaking Bad ซึ่งในปีบัญชีที่ผ่านมา สร้างรายได้สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่ารายได้ที่ตั้งเป้าไว้เป็น "สิบเท่า" ในขณะที่ฝั่งภาพยนตร์ White House Down มียอดจำหน่าย 205 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ และ After Earth มียอดจำหน่าย 244 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 135 ล้านดอลลาร์

Amy Pascal ประธานร่วมของ Sony Pictures ได้กล่าวว่าในปีที่ผ่านมา ช่วงฤดูกาลหนังฟอร์มยักษ์ที่ผ่านมามีหนังออกฉายเป็นจำนวนมาก เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยในฤดูร้อนปีหน้า บริษัทจะออกภาพยนตร์เพียงสี่เรื่อง จากปีที่ผ่านมาที่ออกถึงเก้าเรื่อง

Sony ยังพูดถึงหนังที่มีแผนการของบริษัทด้วยว่า จะมีหนังใหม่จากโลกของ Spider-Man ที่กำลังผลิตอยู่ และจะมีหนังจากนิยายเรื่อง Inferno ของ Dan Brown หนัง Angry Birds และหนัง Popeye เรื่องใหม่ด้วย

ที่มา - BBC News

บริษัท News Corp แยกส่วนธุรกิจบันเทิงที่ทำกำไรได้มากกว่าออกมาเป็น 21st Century Fox

By: toandthen on Sat, 2013-06-29 17:52

เมื่อปลายปีที่แล้ว Rupert Murdoch เจ้าของเครือข่ายสื่อใหญ่ยักษ์อย่าง News Corporation ได้ออกมาประกาศว่าเขามีแผนที่จะแยกบริษัทออกเป็นสองบริษัท โดยในวันนี้ การแยกบริษัทสำเร็จลุล่วงไปแล้ว โดยบริษัทที่เกิดใหม่มีชื่อว่า 21st Century Fox จะเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจบันเทิงที่ทำกำไรได้มากกว่า เช่นเครือ 20th Century Fox, Fox Sports, FX และ Fox News Channel

ในส่วนของ News Corp เดิม จะเป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่มากเท่า และเน่้นธุรกิจประเทศข่าว และสิ่งพิมพ์มากกว่า เช่น The Wall Street Journal, the New York Post, The Times of London และ HarperCollins

ทั้งสองบริษัท จะยังคงอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ที่น่าสนใจ คงจะเป็นมูลค่าของ News Corp ในตลาดหุ้น เพราะเราจะได้รู้กันทันทีว่านักลงทุนในตลาด มีความเห็นอย่างไรกับอุตสาหกรรมตีพิมพ์ในรูปแบบเดิม

ที่มา - The Verge

ผลสำรวจชาวต่างชาติเชื่อกระแสบันเทิงเกาหลีจะหมดลงใน 4-5 ปี

By: arjin on Tue, 2012-05-22 09:42

กระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศเกาหลีใต้ได้ทำการสำรวจความเห็นจากชาวต่างชาติใน 9 ประเทศรวมทั้งประเทศไทยจำนวน 3,600 คน พบว่า 60% ของกลุ่มที่สำรวจเชื่อว่าความนิยมบันเทิงจากประเทศเกาหลีใต้ ทั้งดนตรี ภาพยนตร์และละครชุดจะเริ่มเสื่อมลงใน 4-5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้กระแสความนิยมบันเทิงจากเกาหลีใต้นั้นเริ่มแรงตั้งแต่ปี 2002 จากละครชุด Winter Sonata (เพลงรักในสายลมหนาว)

เมื่อถามถึงเหตุผลว่าทำไมกระแสความนิยมจะลดน้อยลง 20.5% ของกลุ่มที่สำรวจบอกว่าเพราะบันเทิงเกาหลีนั้นเริ่ม "เหมือนกันไปหมด" อย่างเช่นในดนตรีเกาหลีที่เรียกว่า K-Pop นั้น ท่าเต้น เนื้อหาเพลง การแต่งกาย ก็แทบไม่แตกต่างกันเลย ส่วนละครชุดนั้นเนื้อหาก็มีพล็อตวนเวียนว่าด้วยความลับในอดีตของตัวละคร

ตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรมฯ กล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีจะต้องคิดใหม่ทำใหม่ให้มากขึ้น การลอกแนวทางต่อกันไปไม่ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้เลย โดยเฉพาะในระดับโลกที่มีการแข่งขันอย่างสูง

ที่มา: The Korea Times

-ซ้ำ- ภาพยนตร์เรื่อง John Carter เรื่องเดียวอาจทำให้ดิสนีย์ขาดทุนมากถึง 200 ล้านดอลลาร์

By: toandthen on Wed, 2012-03-21 10:20

หลังจากการเปิดฉายที่มียอดต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ภาพยนตร์เรื่อง John Carter จากค่ายดิสนีย์ที่ใช้ทุนในการถ่ายทำสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์อาจทำให้ดิสนีย์เสียเงินมากถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ "เจ๊ง" แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากทุนในการถ่ายทำที่สูงแล้ว คาดว่าดิสนีย์ได้เสียเงินกับการทำการตลาดให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกถึง 100 ล้านดอลลาร์ โดยในขณะนี้รายได้ทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องนี้รอบโลกอยู่ที่ประมาณ 184 ล้านดอลลาร์ และนี่เป็นตัวเลขรายได้ที่ยังไม่ได้แบ่งกำไรให้กับโรงภาพยนตร์ ซึ่งน่าจะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของตัวเลขนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับนายหทารที่ถูกส่งไปยังดาวอังคาร จากรีวิวของ BBC เอง บอกว่าตลอดความยาว 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ของเรื่อง เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเลยนอกจากความน่าเบื่อ

ดิสนีย์คงจะต้องหวังว่าภาพยนตร์ต่อ ๆ ไปในปีนี้จะทำให้ผลประกอบการของตัวเองดีขึ้น โดยรายชื่อภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของดิสนีย์ในปีนี้ได้แก่ The Avengers ซึ่งจะออกฉายเดือนพฤษภาคมนี้ และ Brave จากค่ายพิกซ่าซึ่งจะออกฉายเดือนมิถุนายนนี้

ที่มา - BBC

ข้อมูลน่าสนใจ: โซนี่ทำเงินจากบริการทางการเงินมากกว่าการขายสินค้าอิเล็กโทรนิกส์

By: toandthen on Sun, 2011-11-13 11:36

แม้ว่าโซนี่จะมีชื่อเสียงจากสินค้าอิเล็กโทรนิกส์เช่นทีวีจอแบน คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป หรือเครื่องเล่นเกม PlayStation แต่จริง ๆ แล้วนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำกำไรให้กับบริษัทแม้แต่น้อย

Dan Frommer จาก SplatF ชี้ว่าธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและอิเล็กโทรนิกส์ของโซนี่ทำให้โซนี่ขาดทุนเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส ในขณะที่ธุรกิจประเภทเอ็นเทอร์เทนเมนท์ อย่างค่ายเพลงและภาพยนตร์ภายในเครือ กลับทำกำไรให้กับบริษัท แต่นี่ก็ไม่มากเท่ากับธุรกิจประเภทการเงิน (เช่นการประกันและธุรกรรมทางธนาคาร) ที่ทำกำไรให้กับบริษัทมากกว่าธุรกิจอื่น ๆ ของโซนี่

สามารถเข้าไปดูชาร์ทที่แยกกำไรตามกลุ่มธุรกิจของโซนี่ได้จากที่มาครับ

ที่มา - Business Insider

Subscribe to RSS - Entertainment