Economy

ยอดขายตู้เซฟในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว หลังธนาคารกลางใช้นโยบายดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ

By: arjin on Tue, 2016-02-23 17:03

สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลได้ประกาศอัตราดอกเบี้ยติดลบ เพื่อหวังให้ประชาชนนำเงินออกมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นแทนเงินฝากดูเหมือนจะยังไม่ส่งผลตามคาด โดยร้าน Shimachu ซึ่งจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ในบ้าน เปิดเผยว่ายอดขายตู้เซฟในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าครึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน อีกทั้งสินค้าก็หมดสต็อก ต้องรอประมาณหนึ่งเดือน

พนักงานขายร้าน Shimachu แห่งหนึ่งบอกว่า ลูกค้าที่มาซื้อตู้เซฟส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมองว่าในเมื่อฝากเงินที่ธนาคารแล้วมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น การซื้อตู้เซฟมาจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ขณะที่ผู้สูงอายุอีกรายก็บอกว่าเขาไม่ได้ซื้อตู้เซฟ แต่เริ่มพิจารณาการนำเงินฝากมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ดูมีความปลอดภัย เช่น ทองคำ

ในขณะที่การนำเงินไปซื้อในผลิตภัณฑ์เช่นประกันออมทรัพย์ก็มีปัญหาเช่นกัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นศูนย์ ทำให้หลายบริษัทประกันเริ่มหยุดการขายประกันในบางประเภทแล้ว

อีกสาเหตุที่ทำให้ตู้เซฟขายดี ก็คือการเริ่มใช้ระบบ My Number ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องซื้อตู้เซฟเพื่อเก็บเอกสารตัวเลขยืนยันตัวตนของพนักงานไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ที่มา: WSJ

อาเบะโนมิกส์ ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาโตได้...นิดนึง

By: toandthen on Tue, 2015-02-17 09:03

เศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับที่สามของโลก สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว หลังจากที่อยู่ในสภาวะถดถอยต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลได้ปรับเพิ่มอัตราภาษีจากการขาย ซึ่งทำให้ยอดการจับจ่ายภายในประเทศลดลง ทั้งนี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่แล้วโตขึ้น 0.6% จากก่อนหน้านี้ที่มีคาดการณ์กันเอาไว้ว่าจะโต 0.9% ซึ่งถือว่ายังเป็นที่น่าผิดหวัง

หลังจากที่นายอาเบะ ชินโซ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนปฏิรูปเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วยนโยบายหลักสามประการ (หลายสื่อเรียกว่า “อาเบะโนมิกส์”) ซึ่งได้แก่การอัดฉีดเงินรัฐบาลเข้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ, การผ่อนคลายทางการเงิน (QE) และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศและระบบธนาคาร ผลที่ตามมา คือราคาของหุ้นและอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ค่าเงินเย็นตกลง ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการส่งออกรวยขึ้น และคนที่รวยอยู่แล้วก็รวยขึ้นกว่าเดิม

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจาก BBC เชื่อว่าผลของอาเบะโนมิกส์นั้นสิ้นสุดลงที่การกระตุ้นการส่งออก ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่วนที่เหลือก็ยังคงประสบปัญหาเดิม ๆ นั่นก็คือรายได้ของประชาชนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ราคาสิ้นค้าทุกชนิดกลับดีดตัวขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกว่าตัวเองจนลง แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คืออัตราการว่างงานของประเทศร่วงลงมาอยู่ที่ 3.5%

สิ่งที่เกิดขึ้นอีกอย่างคือบริษัทส่งออกขนาดใหญ่หลายรายมีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงมาก แต่บริษัทเหล่านี้กลับไม่มีแผนในการนำกำไรที่ได้ นำมาใช้ลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต หรือถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ยังไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นดีขึ้นจริง จึงได้เลือกที่จะเก็บเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แทนความพยายามที่จะเตรียมพร้อมรับยอดขายที่อาจเติบโตขึ้น

สุดท้ายนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งได้อนุมัติเงินก้อนใหญ่จำนวน 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาอัดฉีดให้แก่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศแทบจะทันทีหลังจากที่นายอาเบะ ได้กลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีติดต่อกันเป็นรอบที่สอง หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

ที่มา – BBC

บราซิลเริ่มเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย GDP ติดลบต่อกัน 2 ไตรมาส

By: mk on Fri, 2014-08-29 22:30

บราซิลต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession) ครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย GDP ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2014 ติดลบ 0.6% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2013 และเป็นการติดลบติดต่อกันไตรมาสที่สอง หลังจากไตรมาสแรกของปีนี้ -2%

ดัชนีทางเศรษฐกิจตัวอื่นๆ ก็ออกมาไม่ดีนัก เช่น อัตรการลงทุน -5.3% จากไตรมาสแรก

สถานการณ์นี้ไม่เป็นผลดีนักต่อประธานาธิบดี Dilma Rousseff ที่จะต้องสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่ในเดือนตุลาคมนี้ แม้ว่าเธอจะพยายามกอบกู้เศรษฐกิจด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ลดภาษี หรืออัดฉีดรายจ่ายภาครัฐ แต่ก็ยังไม่เป็นผลนัก ส่วนคู่แข่งของเธอคือ Marina Silva อดีตรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลการหยั่งเสียงมีคะแนนนำ Rousseff พอสมควร

ที่มา - Bloomberg

ผู้เชี่ยวชาญคาด เศรษฐกิจไทย "ซึมยาว" หลังรัฐประหาร

By: mk on Fri, 2014-05-23 11:57

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากต่างประเทศหลายคนก็ออกมาประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2557 ที่ออกมาในเชิงลบ

ความเห็นจาก Josh Kurlantzick นักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสถาบัน Council on Foreign Relations ของสหรัฐ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะซึมไปอีกนาน แม้จะสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาวแต่ก็ไม่เร็วแน่นอน

ส่วน Mark Williams หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝั่งเอเชียของ Capital Economics แสดงความเห็นว่าถึงแม้ประเทศไทยเผชิญกับรัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง แต่ในช่วงหลังๆ เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นมาก ทำให้ปัจจัยเรื่องสถาบันหลักของประเทศมีผลต่อเศรษฐกิจมากขึ้น การที่การเมืองมีปัญหาและช่องทางการขับเคลื่อนนโยบายติดขัด ย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ และในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนจากนอกประเทศเริ่มถอนตัวออกจากประเทศไทยมาโดยตลอด

Rajiv Biswas หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝั่งเอเชียแปซิฟิกของ IHS บอกว่าผู้บริโภคเริ่มไม่กล้าใช้จ่ายเงิน บวกกับการที่ไม่มีรัฐบาล ทำให้อนาคตของเศรษฐกิจไทยดูไม่ดีนัก ประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ในยามปกติสามารถเติบโตได้ปีละ 4-5% แต่เมื่อไม่มีรัฐบาลมาขับเคลื่อนก็ไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างที่ควรจะเป็น

ที่มา - IBTimes

อัตราการเติบโต GDP ไทย ไตรมาส 1/2557 ติดลบ 0.6% เพราะปัญหาการเมือง

By: mk on Mon, 2014-05-19 22:56

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ที่เรียกกันย่อๆ ว่า สภาพัฒน์) เผยรายงานตัวเลขสถิติทางเศรษฐกิจของประเทศไทยประจำไตรมาส 1/2557

- GDP ไตรมาสแรก -0.6% เทียบจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง -2.1% จากไตรมาส 4/2556
- เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการว่างงานต่ำกว่า 0.9%, อัตราเงินเฟ้อ 2.0%, บัญชีเดินสะพัดเกินดุล 8.8% ของ GDP
- เศรษฐกิจติดลบเกิดจาก demand ภาคเอกชนในประเทศลดลง โดยแยกเป็นการใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง 3%, การลงทุนรวมลดลง 9.8%
- อย่างไรก็ตาม การที่ค่าใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น 2.9% โดยเฉพาะส่วนของเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง ทำให้เศรษฐกิจรวมไตรมาสแรกไม่ลดลงจนเกินไป
- การส่งออกเพิ่มขึ้น 0.9% เติบโตเล็กน้อยตามสภาพเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ สภาพัฒน์คาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของ GDP ตลอดทั้งปี 2557 ว่าจะอยู่ที่ 1.5-2.5% ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดไว้เดิมคือ 3-4% เนื่องจกาปัญหาการเมืองยืดเยื้อกว่าที่คาด เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และนักท่องเที่ยวลดลงเพราะปัญหาการเมือง

รายละเอียดสามารถดูได้จากเอกสารแนบ และดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ตามลิงก์ด้านล่าง

ที่มา - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เศรษฐกิจปี 57 จะพังจริงหรือ?

By: mk on Thu, 2014-05-15 16:02

รอบสัปดาห์นี้ แวดวงเศรษฐกิจไทยเต็มไปด้วย "ข่าวร้าย" ทั้งตัวเลขเชิงสถิติของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ออกมาแย่ และการคาดการณ์ของกูรูเศรษฐกิจหลายๆ คนที่ออกมาทางเดียวกันว่า "แย่" ข่าวนี้จึงจะสรุปประเด็นเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 57 มาให้ดูกันแบบรวมๆ ครับ เริ่มจากข้อมูลเชิงสถิติก่อน

  • GDP ไตรมาส 1/2557 ตัวเลขอย่างเป็นทางการจะออกในวันที่ 19 พ.ค. (จันทร์หน้า) แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่า GDP จะติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2556 - กรุงเทพธุรกิจ
  • อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวกับสถานการณ์ทางการเมืองมาก ออกมาคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะลดลงจากเป้าเดิมที่คาดว่าทั้งปี 28 ล้านคน มาเหลือที่ 26.7-27 ล้านคน ถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีนับจากการปิดสนามบินในปี 52 เป็นต้นมา และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยยังลดลงต่อเนื่องจาก 10% ของระดับปกติแล้ว แถมคนไทยเองก็ระวังในการเดินทางไปภาคใต้ (ระเบิด) และภาคเหนือ (แผ่นดินไหว) - ฐานเศรษฐกิจ, ประชาชาติธุรกิจ
  • อุตสาหกรรมรถยนต์ ตลาดรถยนต์ไตรมาสแรกหดตัว 46% ถือว่าเยอะกว่าที่คาดไว้ (ปีก่อนมีเรื่องรถคันแรก ทำให้ยอดปีนี้ต้องตกแน่นอน แต่กลับตกเยอะกว่าที่คิด) ทำให้ค่ายรถยนต์ต้องปรับตัวและออกแคมเปญส่งเสริมการขายที่รุนแรงขึ้น - กรุงเทพธุรกิจ
  • อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์เผยข้อมูลว่า 4 เดือนแรกของปี 57 โครงการที่อยู่อาศัยเปิดตัวน้อยลง เพราะตลาดคอนโดเริ่มล้นเกินความต้องการ - ไทยรัฐ
  • หนี้บัตรเครดิต หนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน (NPL) เดือนมีนาคม 2557 เพิ่มขึ้น 36% จากเดือนมีนาคม 2556 ส่วนอัตราการใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 9.62% จากปีก่อน (นับตาม transaction) และปริมาณเงินที่ใช้ผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 7.82% - ประชาชาติธุรกิจ
  • ปริมาณเงินหมุนเวียน ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาเผยว่ายอดการพิมพ์ธนบัตรใหม่ลดลงจากราว 3,000 ล้านฉบับต่อปี เหลือ 2,850 ล้านฉบับในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ ธปท. ลดการพิมพ์ธนบัตรใหม่ลง - ประชาชาติธุรกิจ
  • ราคาทองคำ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ คาดว่าราคาทองคำน่าจะลดต่ำกว่า 20,000 บาท โดยอาจต่ำถึง 16,700 บาท ปัจจัยมีทั้งเศรษฐกิจโลกและการเมืองไทย - ประชาชาติธุรกิจ

กระทรวงคลังประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก 2557 GDP ติดลบ

By: mk on Wed, 2014-04-30 12:30

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ออกมาแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่หนึ่งของปี 2557 โดยคาดว่า GDP ไทยไตรมาสนี้จะติดลบ เนื่องจากปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ส่วนยอดการส่งออกไตรมาสแรกติดลบ 1% แล้ว

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. คาดว่า GDP ไตรมาสสองจะกลับมาเป็นบวก และยอด GDP รวมทั้งปี 2557 ยังน่าจะอยู่ที่ 2.6% โดยคาดว่าปัญหาการเมืองจะคลี่คลายได้ภายในไตรมาสที่สาม และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะกลับมาในไตรมาสที่สี่ของปี

ที่มา - FPO, กรุงเทพธุรกิจ, Voice TV, Manager

ภาคเอกชนในเขตยูโรโซนหดตัวอย่างรุนแรงในเดือนที่ผ่านมา

By: toandthen on Fri, 2012-05-04 20:24

ค่า Purchasing Managers' Index (PMI) หรือค่าที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจของผู้จัดการต่าง ๆ ในกลุ่มธุรกิจภาคเอกชนของเดือนเมษายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 46.7 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ 49.2 บ่งบอกให้เห็นว่าธุรกิจภาคเอกชนหดตัวลง (ตัวเลขต่ำกว่า 50 แปลว่ามีการหดตัว) ซึ่งถือว่าเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้ว โดย Markit บริษัทวิจัยตลาดบอกว่าเหตุผลของการหดตัวในครั้งนี้เกิดจากธุรกิจเกิดใหม่ที่น้อยลงกว่าเดิมมาก กับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกที่ไม่แข็งแรง

หากมาดูรายประเทศ จะพบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกของอิตาลีมีผลผลิตต่ำที่สุดในรอบสามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประเทศพี่ใหญ่ที่คอยอุ้มเศรษฐกิจของยูโรโซนทั้งหมดอย่างเยอรมนีก็เริ่มจะเห็นสัญญาณการเติบโตที่ช้าลง หากมาดูมุมมองของผู้บริโภค จะพบว่าความมั่นใจของผู้บริโภคในเขตยูโรโซนเริ่มลดลงอีกครั้ง ต่างจากเมื่อต้นปีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น

สุดท้ายแล้ว ค่า PMI สามารถนำมาใช้ในการคาดการณ์ตัวเลขการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจได้ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของเขตยูโรโซนโดยรวมแล้วจะติดลบที่ 0.5% ในไตรมาสนี้

ที่มา - BBC

กลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศโตต่อเนื่องในปี 2011

By: Blltz on Mon, 2012-03-26 20:50

เป็นที่รู้กันว่าเศรษฐกิจตอนนี้กำลังมุ่งไปทางดิจิทัล ซึ่งมีธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเป็นพระเอกสำคัญของตลาดนี้ และเมื่อปี 2010 นั้นธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงถึง 625,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีล่าสุดมีมูลค่าสูงถึง 684,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่น่าสนใจคือสัดส่วนของธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเมื่อเทียบกับจีดีพีของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4 10 .7 ของทั้งหมดแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต หลังจากที่ธุรกิจรายใหญ่มีแผนจะก้าวไปสู่ดิจิทัลเร็วๆ นี้

นอกจากสหรัฐฯ แล้วกลุ่มประเทศมหาอำนาจอื่นที่มีสัดส่วนธุรกิจอินเทอร์ต่อจีดีพีสูงได้แก่ สหราชอาณาจักรที่ร้อยละ 8.3 เกาหลีใต้ที่ร้อยละ 7.3 จีนที่ร้อยละ 5.5 และญี่ปุ่นที่ร้อยละ 4.7 เท่ากับสหรัฐฯ

Boston Consulting Group บริษัทผู้เปิดเผยรายงานชิ้นดังกล่าวคาดว่าสัดส่วนของธุรกิจอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศจะโตขึ้นอีกประมาณร้อยละ 10 ไปจนถึงปี 2016 และจะโตเป็นสองเท่าในแถบประเทศเกิดใหม่อย่าง อาร์เจนตินา หรืออาร์เจนตินา

ที่มา - CNNMoney

อังกฤษมีสัดส่วนเศรษฐกิจบนโลกออนไลน์มากกว่าประเทศอื่น

By: toandthen on Mon, 2012-03-19 19:11

อินเทอร์เน็ตถือว่าเป็น 8.3% ของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มประเทศ​ G20 อื่น ๆ โดยอุตสาหกรรม "ออนไลน์" นี้ตีเป็นมูลค่า 121 พันล้านปอนด์หรือประมาณ 5,885 พันล้านบาท สูงกว่ามูลค่าอุตสาหกรรมสุขภาพและการพยาบาล, การก่อสร้าง, และการศึกษา หากแบ่งเป็นตัวเลขต่อหัวแล้วจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งแสนบาทต่อชาวอังกฤษหนึ่งคนต่อปี

จากการศึกษาของ Boston Consulting Group พบว่าชาวอังกฤษชอบจับจ่ายซื้อของออนไลน์มากกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ หากคิดเป็นสัดส่วน การจับจ่ายใช้สอย 13.5% จากทั้งหมดภายในประเทศทำผ่านอินเทอร์เน็ตในปี 2010 และคาดว่าตัวเลขจะสูงขึ้นมาอยู่ที่ 23% ภายในปี 2016

คณะผู้ศึกษาเชื่อว่าเศรษฐกิจออนไลน์ของอังกฤษจะโตขึ้นปีละ 11% มากกว่าสหรัฐอเมริกาที่โตเพียงปีละ 5.4% และจีนที่โตปีละ 6.9% โดยผลของการศึกษานี้นับได้ว่าเป็นข่าวดีของธุรกิจขนาดเล็กจนไปถึงขนาดกลาง ที่สามารถลดความเสี่ยงจากการเช่าที่เปิดร้านขายของตามถนนแล้วหันมาเปิดบนโลกออนไลน์แทนได้

ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือชาวอังกฤษส่วนใหญ่ยอมที่จะไม่มีเซ็กส์หนึ่งปีเต็ม ๆ เพื่อที่จะแลกกับการไม่ถูกตัดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

ที่มา - BBC

อุตสาหกรรมในสหรัฐ: พลังงานทดแทน-อินเทอร์เน็ต ดาวรุ่ง, หนังสือพิมพ์-ภัตตาคาร ดาวร่วง

By: mk on Sun, 2012-03-11 13:28

LinkedIn รวบรวมข้อมูลจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (Council of Economic Advisors - CEA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐระหว่างปี 2007-2011 แยกรายอุตสาหกรรม

ผลคืออุตสาหกรรมในกลุ่ม "ดาวรุ่ง" ที่ขนาดของอุตสาหกรรมเติบโตสูงสุดคือกลุ่มพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโตขึ้นเกือบ 50% ในรอบ 5 ปี ตามด้วยอินเทอร์เน็ต-สื่อออนไลน์ โตเกือบ 30%

ส่วนอุตสาหกรรม "ดาวร่วง" อันดับหนึ่งคือหนังสือพิมพ์กระดาษ ติดลบไปเกือบ 30% ตามด้วยภัตตาคาร โกดังสินค้า ตลาดทุน และซูเปอร์มาร์เก็ต

รายละเอียดและกราฟประกอบดูได้ตามลิงก์

ที่มา - LinkedIn Blog

ดัชนีวัดสภาพเศรษฐกิจตัวใหม่ - รองเท้าส้นสูง

By: arjin on Mon, 2011-11-28 14:06

ถ้าบ้านเราราคาไข่ไก่คือตัววัดสภาพเศรษฐกิจ ต่างประเทศเขาก็มีข้อเสนอเป็นตัววัดอื่นที่น่าสนใจเหมือนกัน อย่างล่าสุดทีมวิจัยของไอบีเอ็มก็ได้เก็บข้อมูลจากบล็อกต่างๆ เพื่อดูว่าระดับความสูงส้นรองเท้าส้นสูงที่นิยมกันนั้นมีความสัมพันธ์อย่างไรกับสภาพเศรษฐกิจ ได้ข้อสรุปดังนี้ครับ

ทีมวิจัยกล่าวว่าผู้หญิงจะนิยมใส่รองเท้าส้นสูงที่ส้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากสภาพเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว พวกเขารู้สึกเหมือนมีความมั่นใจและอยากแสดงออกหรือเปิดเผยมากขึ้น ขณะที่ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างตอนนี้ ผู้หญิงก็จะลดการแสดงออกโดยลดระดับความสูงของส้นรองเท้าลงมา ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าค่ามัธยฐานของความสูงส้นรองเท้ามีค่าสูงสุดช่วงปลายปี 2009 อยู่ที่ราว 5-9 นิ้ว ขณะที่ในปี 2011 นี้ค่ามัธยฐานความสูงส้นรองเท้าลดลงมาเหลือราว 2 นิ้วเท่านั้น แสดงให้เห็นความรู้สึกไม่มั่นใจกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

ในอดีตก็เคยมีการเสนอดัชนีเกี่ยวกับผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจ ทั้งดัชนีความสั้นของกระโปรงที่ว่าถ้าผู้หญิงยิ่งใส่กระโปรงสั้นแสดงว่าเศรษฐกิจดี (ด้วยแนวคิดแบบรองเท้าส้นสูงคือ ความรู้สึกอยากเปิดเผย) หรือที่ผ่านมาไม่นานอย่างดัชนียอดขายลิปสติก ที่ว่าถ้าหากลิปสติกขายดีแสดงว่าเศรษฐกิจเริ่มไม่ดีแล้ว เพราะผู้หญิงจะเริ่มหาวิธีอย่าหยุดสวยที่มีค่าใช้จ่ายน้อยลงอย่างเช่นการใช้ลิปสติกนั่นเอง

ที่มา: The Huffington Post และ The Christian Science Monitor

นักเศรษฐศาสตร์ชี้การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น สวนทางเศรษฐกิจชะลอตัว

By: Blltz on Wed, 2011-07-20 00:06

แม้ว่าในปีนี้จะมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตขึ้นอย่างชะลอตัว ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีอัตราการว่างงานสูงขึ้น แต่ทว่าจากการเปิดเผยการสำรวจรายไตรมาสล่าสุดของสมาคมนักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจนานาชาติพบว่ามีแนวโน้มการจ้างงานที่สูงจากที่คาดการณ์ไว้

โดยร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าบริษัทที่ทำงานอยู่มีแนวโน้มจะเพิ่มการจ้างงานในช่วงหกเดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนเมษายน และยังเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในปีนี้ ที่น่าสนใจกว่าคือร้อยละ 73 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าบริษัทไม่มีแผนปลดพนักงานอย่างมีนัยยะสำคัญ แม้ว่าร้อยละ 8 จะคาดการณ์ว่าบริษัทจะลดสัดส่วนพนักงานลง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนเมษายนที่ร้อยละ 4 ทั้งนี้ภาคผลิตที่มีแนวโน้มจ้างงานเพิ่มขึ้นได้แก่ ธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่ง สาธารณูโภค การสื่อสาร และสารสนเทศ เป็นต้น

ตัวเลขการว่างงานที่สูงละลิ่วนี้ เป็นหนึ่งในความกังวลของภาคเศรษฐกิจ ปัจจัยบวกที่น่าจะมีผลดีคือการเพิ่มจำนวนการจ้างงาน แต่ถึงอย่างนั้นแล้วร้อยละ 49 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าบริษัทจะมีการจ้างงานมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ก็ตาม

ที่มา - MSNBC

Subscribe to RSS - Economy