E-Commerce

แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4

By: kbutphrom on Tue, 2016-02-02 09:18

ข่าวประชาสัมพันธ์
แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4

กรุงเทพฯ 01 กุมภาพันธ์ 2559 - บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ iTruemart และ WeLoveShopping แถลงความสำเร็จในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา พร้อมต่อยอดกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จเหนือคู่แข่งในประเทศไทยในการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ
บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2558 ด้วยยอดออเดอร์ (ยอดคำสั่งซื้อสินค้า) เฉลี่ยต่อวันเติบโตมากถึงร้อยละ 65 และสามารถสร้างฐานลูกค้ารายใหม่จากการเป็นพันธมิตรกับ แบรนด์ชั้นนำต่างๆ โดยมีจำนวนออเดอร์เฉลี่ย 14,000 รายการต่อวัน และมีจำนวนออเดอร์สูงสุดอยู่ที่ 30,000 รายการ ต่อวัน และกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกค้าทั้งหมดกลับมาซื้อสินค้าเพิ่มในเดือนเดียวกัน

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “นี่คือก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของเราที่มุ่งมั่นนำสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่าสู่ผู้บริโภคออนไลน์ในตลาดเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราได้นำกลยุทธ์ที่ทำให้เราเป็นผู้นำและประสบความสำเร็จในแต่ละประเภทสินค้าในตลาดประเทศไทยไปปรับใช้กับตลาดอื่นๆในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จากกระแสตอบรับที่ดีของลูกค้าปัจจุบัน ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การชอปปิ้งออนไลน์ในแบบของคนเมือง ให้แก่คนอีกหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยให้ทุกคนมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
iTrueMart คือ ร้านค้าปลีกออนไลน์ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับผู้บริโภค ส่วน WeLoveShopping คือ ตลาดสินค้าออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดย่อม ให้พื้นที่แก่ผู้ประกอบการเข้ามาขายสินค้า โดยมีกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ซึ่งแพลตฟอร์มทั้งสองธุรกิจนี้เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นที่แรก และปัจจุบัน iTrueMart ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มตลาดอาเซียนอีกด้วย

ผลการดำเนินงานที่โดดเด่น
ในปี 2558 บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ได้ลงทุนสร้างศูนย์บริการครบวงจรเป็นของตนเอง เพื่อควบคุมกระบวนการให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การจัดซื้อสินค้าไปจนถึงการจัดส่งสินค้า นายปุณณมาศ กล่าวว่า “เป้าหมายหลักในการลงทุนครั้งนี้ คือการมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง”
iTruemart.com ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากความรวดเร็วในการจัดส่ง โดยร้อยละ 98 ของออเดอร์ในเขตกรุงเทพมหานครจะได้รับสินค้าในวันรุ่งขึ้น ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด จะได้รับสินค้าภายใน 2 วัน ทำให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการ ล่าสุดนี้ iTruemart ได้เริ่มเปิดให้บริการในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน ยอดออเดอร์ ผ่าน WeLoveShopping เติบโตเกือบร้อยละ 300 ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว อีกทั้งยังมีผู้ขายรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 1,300 ราย และการที่ WeLoveShopping.com ได้ทำสัญญากับผู้ขายรายใหม่ๆเพิ่มขึ้น ยังช่วยเพิ่มยอดออเดอร์ทั้งจากกลุ่มลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่อีกด้วย

นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไป ไอทรูมาร์ท บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงต้นปี 2558 ที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวนั้น บริษัทมียอดออเดอร์เพียงไม่กี่ร้อยรายการต่อวัน แต่ภายในปีเดียวกัน บริษัทมียอดออเดอร์เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 700 ซึ่งมาจากการที่เราใช้กลยุทธ์มุ่งมั่นการเป็นผู้นำในสินค้าแต่ละประเภทก่อน และจะนำเสนอสินค้าในหมวดหมู่ใหม่ก็ต่อเมื่อมั่นใจแล้วว่าสินค้าประเภทนั้นมีจุดแข็งพอที่จะนำเสนอต่อผู้บริโภคต่อไป กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ บริษัทจึงเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในตลาดอื่นๆเช่นกัน”

นายดีน เครเสตฟสกี ประธานภูมิภาคฝ่ายปฏิบัติการอีคอมเมิร์ซ บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า “iTruemart.ph ประสบความสำเร็จเกินคาด แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มดำเนินกิจการในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และก้าวสู่การเป็นตลาดหลักอีกแห่งสำหรับเรา ทั้งนี้บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ยังคาดว่า iTrueMart.ph ในตลาดฟิลิปปินส์จะมีการเจริญเติบโตไปในทิศทางที่ดี และจะขยายกลุ่มสินค้าและบริการการจัดส่งอย่างต่อเนื่อง”

#

เกี่ยวกับ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด

บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด คือหนึ่งในผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ดูแลการประกอบกิจการและดำเนินงานของ iTrueMart ผู้นำการค้าปลีกออนไลน์ในประเทศไทยที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้บริโภค และ WeLoveShopping ผู้นำตลาดสินค้าอีคอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับผู้บริโภคไว้ด้วยกัน บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด เป็นธุรกิจในเครือบริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป ที่ขยายออกมาจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. กรุ๊ป บริษัทภายใต้เครือ แอสเซนด์ กรุ๊ป ประกอบด้วย บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด, บริษัท ทรูไอดีซี จำกัด, บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด, บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด, บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด และ เอเดน ฟุลฟีลเม็นท์
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอสเซนด์ กรุ๊ป กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.ascendcorp.com

สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

คุณแสงเดือน สีแดง ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ บริษัท แอสเซ็นด์ กรุ๊ป จำกัด

โทร. 08 5805 8550, 08 1850 5508

อีเมล saengduan.sid@ascendcorp.com

JD.com ฟ้อง Alibaba กดดันร้านค้าให้ออกโปรวันคนโสดบนเว็บตัวเองเท่านั้น

By: lew on Thu, 2015-11-05 13:27

JD.com คู่แข่งรายสำคัญของ Alibaba ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานควบคุมอุตสาหกรรมและการค้า (State Administration for Industry & Commerce - SAIC) ระบุว่า Alibaba กดดันร้านค้าไม่ให้เข้าร่วมโปรโมชั่นวันคนโสดของ JD.com แต่ต้องจัดโปรโมชั่นบน Alibaba เท่านั้น

ทาง JD.com ระบุว่าร้านค้าจำนวนมากรายงานมายังเว็บว่าถูกกดดันจาก Alibaba ไม่ให้เข้าร่วมการจัดรายการโมรโมชั่น ขณะที่ทาง Alibaba ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าการแข่งขันเป็นประโยชน์กับ Alibaba เอง

วันคนโสด หรือ 11 เดือน 11 (1111) เป็นเทศกาลที่ธุรกิจออนไลน์ของจีนสร้างขึ้นมาเพื่อหาเหตุผลลดราคาและจัดโปรโมชั่น แม้จะเป็นเทศกาลสร้างขึ้นใหม่แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง ปีที่แล้วยอดขายบน Alibaba เว็บเดียววันเดียวสูงถึง 57.1 ล้านหยวน จากปริมาณการซื้อขายธุรกิจออนไลน์ทั้งปี 2.8 ล้านล้านหยวน

ที่มา - Taipei Times

ภาพโดย - Tookapic

โสดกันเถอะเรา Alibaba ประกาศยอดขายพันล้านดอลลาร์ภายใน 17 นาทีแรกของเทศกาลคนโสด

By: lew on Tue, 2014-11-11 09:50

เทศกาลจับจ่ายครั้งใหญ่ที่สุดของชาวจีนเริ่มต้นในวันนี้ทาง Alibaba ก็ออกมาประกาศตัวเลขการจับจ่ายว่าเกินพันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 17 นาทีแรกเท่านั้น โดยกว่าครึ่งเป็นการซื้อผ่านสมาร์ตโฟน ขณะที่ยอดขายสองพันล้านดอลลาร์ก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 12 นาทีเท่านั้น

ยอดขายนี้นับรวมจากเว็บในเครือ Alibaba ได้แก่ Tmall, Taobao, Aliexpress, และ Tmall Global โดยปีนี้เป็นปีแรกที่ Aliexpress ที่เน้นทำตลาดนอกจีนแผ่นดินใหญ่จะร่วมเทศกาลนี้ด้วย

Alibaba ระบุว่าทางบริษัทใช้เทคโนโลยี big data เพื่อปรับแต่งการแสดงสินค้าให้กับลูกค้าและคาดเดาว่าลูกค้าต้องการสินค้าอะไร

ที่มา - Alizila

Burger King บุกตลาดอินเดีย เปิดตัวด้วยการขายแฮมเบอร์เกอร์ผ่าน eBay

By: mk on Tue, 2014-11-04 16:09

Burger King เตรียมบุกตลาดอินเดีย โดยแผนการตลาดคือเปิดตัวด้วยแฮมเบอร์เกอร์แบรนด์หลักของบริษัท "Whopper" ที่ปรับรสชาติให้เหมาะกับค่านิยมทางศาสนาคือ รสไก่ แกะ และมังสวิรัต (ไม่มีเวอร์ชันหมูและเนื้อเลย)

เบื้องต้น Burger King จะเปิดร้านสาขาเพียงไม่กี่แห่งในเมืองสำคัญของอินเดียก่อน (สาขาแรกจะอยู่ที่เมืองหลวงนิวเดลี) ส่วนแคมเปญการตลาดของ Burger King น่าสนใจมากเพราะเลือกขายเบอร์เกอร์ล็อตแรกผ่าน eBay ครับ

แน่นอนว่าการขายเบอร์เกอร์เป็นชิ้นๆ ผ่าน eBay ย่อมทำไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ และจริงๆ แล้วมันคือการขายคูปองแลกเบอร์เกอร์แทน โดยผู้สั่งซื้อจะได้รับคูปองกระดาษทางไปรษณีย์ แล้วนำไปแลกเป็นเบอร์เกอร์ได้ที่ร้านสาขาแห่งแรกในนิวเดลี คูปองราคา 128 รูปีหรือประมาณ 68 บาท ขายระหว่าง 3-5 พ.ย. และนำไปแลกได้ถึงวันที่ 9 พ.ย. โดยผู้ที่นำคูปองไปแลกจะได้เสื้อยืดแถมด้วยอีกหนึ่งตัว

ใครมีสิทธิซื้อหาหรืออยากเข้าไปดูเฉยๆ ลองกดกันไปตามลิงก์ eBay

ปัจจุบันอินเดียมีร้านฟาสต์ฟู้ดเข้าไปทำตลาดแล้วมากมาย ทั้ง KFC, Pizza Hut, McDonald's, Dunkin Donut, Dominos, Subway โดยส่วนใหญ่ต้องปรับเมนูให้เหมาะสมกับหลักศาสนาของอินเดีย ที่มีข้อห้ามด้านอาหารมากมาย (อิสลามไม่กินหมู ฮินดูไม่กินเนื้อวัว ซิกข์ไม่กินเนื้อสัตว์ใดๆ)

ที่มา - Digits

Flipkart เว็บอีคอมเมิร์ซอินเดีย ระดมทุนครั้งใหญ่ 1 พันล้านดอลลาร์

By: mk on Wed, 2014-07-30 14:29

Flipkart เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ประกาศว่าสามารถระดมทุนรอบใหม่ที่ได้เงินมากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ โดยระดมทุนจากบริษัทลงทุนหลายสิบราย

ตอนนี้มูลค่าบริษัทของ Flipkart อยู่ที่ 7 พันล้านดอลลาร์แล้ว โดยบริษัทบอกว่าจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนด้านอุปกรณ์พกพาเพื่อเจาะตลาดอินเดียต่อไป

ปัจจุบัน Flipkart มีลูกค้าที่ลงทะเบียน 22 ล้านราย และขายสินค้าได้ 5 ล้านรายการต่อเดือน ส่วนคู่แข่งของ Flipkart คือ Snapdeal และ Amazon ที่หันมาบุกตลาดอินเดียเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา - TechCrunch

Rakuten เข้าถือหุ้น 18% ในสายการบิน AirAsia Japan

By: arjin on Tue, 2014-07-01 15:08

Rakuten ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ชจากประเทศญี่ปุ่น (และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ Tarad.com ในไทย) ประกาศเข้าถือหุ้น AirAsia Japan เป็นสัดส่วน 18% ของหุ้นทั้งหมด เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจสู่สายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) ในญี่ปุ่น

ทั้ง Rakuten และ AirAsia Japan ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าดีลดังกล่าว แต่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า AirAsia Japan ต้องการเพิ่มทุนให้ได้เงินรวมราว 7 พันล้านเยน หรือ 69 ล้านดอลลาร์

สายการบินโลว์คอสต์ยังไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นมากนัก หากเทียบกับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง AirAsia ก็เป็นบริษัทจากประเทศมาเลเซีย โดยเริ่มมีผู้ประกอบธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2012

Rakuten คาดหวังว่าดีลนี้จะช่วยต่อยอดส่วนธุรกิจ Rakuten Travel ซึ่งปัจจุบันเน้นไปที่บริการจองห้องพักและโรงแรม ซึ่งการร่วมมือกับ AirAsia น่าจะช่วยให้บริษัทขยายตลาดสู่ภูมิภาคอื่นในเอเชียได้ดีมากขึ้น

ที่มา: Rakuten

[ข่าวลือ] Alibaba เตรียมขายหุ้น IPO ในสหรัฐ

By: mk on Sun, 2014-03-16 08:16

Bloomberg รายงานข่าววงในว่ายักษ์ใหญ่ของวงการอีคอมเมิร์ซจีน Alibaba เตรียมเข้าขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กช่วงเดือนเมษายนนี้

กรณีของ Alibaba มีความน่าสนใจเพราะจะเป็นการขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง (เทียบได้กับการขายหุ้นของ Facebook) ปัจจุบัน Alibaba มีมูลค่าตามราคาหุ้นที่ 153 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท (ตัวเลขมาจากการประเมินของนักวิเคราะห์) ใกล้เคียงกับมูลค่าของ Amazon ที่ 172 พันล้านดอลลาร์

ตอนแรก Alibaba อยากขายหุ้นในตลาดฮ่องกง แต่ประสบปัญหาด้านกฎระเบียบเลยทำให้บริษัทเปลี่ยนใจมาขายหุ้นในอเมริกาแทน

ที่มา - Bloomberg

เบื้องหลัง UPS ส่งพัสดุช่วงคริสต์มาสไม่ทันเพราะ "เครื่องบินไม่พอ"

By: mk on Sun, 2013-12-29 10:20

เทศกาลคริสต์มาสในอเมริกาปีนี้ คนซื้อของออนไลน์เยอะเป็นประวัติการณ์ และก็เกิดปัญหาตามมาคือ "ส่งของไม่ทันตามที่สัญญาไว้" จนผู้ขายสินค้าแบบอีคอมเมิร์ซ (เช่น Amazon) ต้องแก้ปัญหาโดยแจกคูปองเงินสดหรือบัตรของขวัญให้ลูกค้าเป็นการแก้ตัว

Wall Street Journal มีบทความเจาะลึกว่า "ทำไมถึงส่งของไม่ทัน" โดยปัญหาเกิดจากบริษัท UPS ที่กินส่วนแบ่งตลาดด้านการส่งพัสดุสำหรับอีคอมเมิร์ซในสหรัฐ โดยคอขวดสำคัญอยู่ที่ฝูงบินขนส่งสินค้าของ UPS ที่ไม่พอเพียงกับความต้องการ

UPS มีศูนย์กลางการบินอยู่ที่เมือง Louisville ในรัฐเคนตักกี้ (มีชื่อเรียกว่า Worldport) โดยพัสดุจากทั่วอเมริกาจะมากองรวมกันอยู่ที่นี่แล้วใช้เครื่องบินกระจายไปยังรัฐต่างๆ จากนั้นค่อยใช้รถบรรทุกกระจายต่อไปยังปลายทางอีกครั้ง ปัญหาของ UPS คือมีฝูงบินขนาดไม่เยอะนัก (237 ลำ) ในขณะที่คู่แข่งอย่าง FedEx มีฝูงบิน 581 ลำและเช่าอีก 66 ลำ (FedEx ไม่มีปัญหานี้ในช่วงคริสต์มาส)

ศักยภาพของ Worldport สามารถรองรับพัสดุได้วันละ 1.6 ล้านชิ้น แต่ปริมาณการส่งสินค้าในคืนวันคริสต์มาสอีฟทะลุตัวเลขนี้ไปมาก (แม้ว่า UPS จะเตรียมรับมือเรื่องนี้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม) เหตุผลอีกประการหนึ่งคือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเองก็สัญญากับลูกค้าแบบโอเวอร์เกินไป (สั่งแบบ last minute ก็ยังส่งทันในวันรุ่งขึ้น หรือลดราคาแบบพิเศษสุดๆ ในวินาทีสุดท้าย) ทำให้ลูกค้านิ่งนอนใจและหันมาสั่งสินค้าช่วงนาทีสุดท้ายกันหมด คนส่งของเลยลำบาก

ที่มา - Wall Street Journal

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายภาษีการค้าออนไลน์

By: lew on Wed, 2013-04-24 18:52

การค้าออนไลน์ของสหรัฐฯ มีความได้เปรียบการค้าปลีกตามร้านมาเป็นเวลานานจากช่องทางการค้าข้ามรัฐที่ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นหากลูกค้าอยู่คนละรัฐกับตัวร้านที่เปิดเว็บก็ไม่ต้องเสียภาษีเลย

กฎหมาย Marketplace Fairness Act จะเปิดให้รัฐต่างๆ สามารถร่วมมือกันออกข้อตกลงการเก็บภาษีข้ามรัฐ ทำให้ธุรกิจที่อยู่ในรัฐต้นทางและขายสินค้าไปยังรัฐปลายทาง สามารถส่งเงินภาษีที่เก็บจากผู้ซื้อไปยังรัฐปลายทางได้อย่างเป็นระบบ ในกรณีที่บางรัฐไม่ต้องการใช้ข้อตกลงเดียวกับรัฐอื่นๆ ก็สามารถออกข้อกำหนดการค้าออนไลน์ข้ามรัฐของตัวเองได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายนี้ให้ไว้

กฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 74 ต่อ 20 ก่อนจะตราเป็นกฎหมายจะต้องผ่านสภาผู้แทนและให้ประธานาธิบดีลงนามอีกครั้ง

ที่มา - ArsTechnica

Hointer ร้านขายเสื้อผ้าแบบ "กึ่งออนไลน์"

By: lew on Tue, 2012-12-18 23:43

สิบปีก่อนเมื่อครั้ง e-commerce เกิดขึ้นใหม่ๆ เรามีความเชื่อกันว่าการค้าออนไลน์จะมาแทนที่ร้านค้าแบบเดิมๆ ได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด แต่แม้ทุกวันนีการค้าออนไลน์จะเติบโตอย่างมาก ร้านค้าก็ไม่ได้ถูกบีบไปเสียทุกด้าน โดยเฉพาะร้านเสื้อผ้าที่ลูกค้าต้องการลองสินค้าก่อน

Nadia Shouraboura อดีตรองประธานอเมซอนออกมาเปิดร้านเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ของตัวเองที่อาศัยแนวทาง "กึ่งออนไลน์" ด้วยการแสดงแบบกางเกงยีนเอาไว้เพียงแบบละหนึ่งตัวโดยไม่สนใจไซส์ ทุกตัวจะมี QR code แปะไว้อย่างครบถ้วน

Rakuten ฮุบ Play.com เสริมแกร่งตลาดอีคอมเมิร์ซยุโรป

By: Blltz on Wed, 2011-09-21 22:21

Rakuten หนึ่งในบริษัทที่ให้บริการทั้งในส่วนของธุรกิจ และผู้บริโภคผ่านระบบอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของโลกประกาศเข้าซื้อ Play.com เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแห่งสหราชอาณาจักรแล้ว ด้วยมูลค่าราว 3.3 พันล้านเยน (ราว 1.2 พันล้านบาท)

Play.com นั้นเป็นเว็บไซต์ขายปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร มีสมาชิกมากถึง 14 ล้านคน และมีสิ้นค้าถึง 7 ล้านรายการ โดยมากเป็นแผ่นดีวีดี เพลง อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ

การเข้าซื้อ Play.com ในครั้งนี้เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการบุกตลาดต่างประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเข้าซื้อเว็บไซต์ที่ให้บริการขายปลีกออนไลน์มาแล้วสองแห่งในทวีปยุโรปได้แก่ Trodoria ประเทศเยอรมนี และ PriceMinister ประเทศฝรั่งเศส รวมถึงการลงทุนเป็นเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับเว็บไซต์ประเภทเดียวกันในรัสเซียอย่าง Ozon.ru อีกด้วย

ในประเทศไทยเอง Tarad.com ที่เป็นเว็บไซต์ในข่ายของ Rakuten และเป็นรายใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งถูก Rakuten เข้าถือหุ้นส่วนมากของบริษัทไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2009 และล่าสุด Rakuten ได้ให้บริการอีคอมเมิร์ซไปแล้วกว่าสิบประเทศทั่วโลก

ที่มา - TechCrunch

Subscribe to RSS - E-Commerce