E-books

Amazon ระบุ ลดราคา e-book จาก 14.99 ดอลลาร์เหลือ 9.99 ดอลลาร์ ขายได้มากขึ้น 1.74 เท่า

By: lew on Thu, 2014-07-31 06:09

เมื่อสองเดือนก่อนอเมซอนมีปัญหากับสำนักพิมพ์ Hachette โดยที่คนภายนอกไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ดีๆ ทางอเมซอนก็หยุดขายหนังสือของสำนักพิมพ์ไปทั้งหมด รวมถึงหนังสือของ J.K. Rowling เล่มใหม่ที่เคยสั่งล่วงหน้าได้ เมื่อวานนี้ทาง Amazon Books Team ก็ออกมาเขียนถึงประเด็นนี้เพิ่มเติม

ทางอเมซอนระบุว่าเป้าหมายสำคัญของอเมซอนคือการลดราคาอีบุ๊กลง อีบุ๊กเองมีความได้เปรียบหลายอย่าง ได้แก่ ไม่ต้องพิมพ์ล่วงหน้า, ไม่ต้องรับหนังสือพิมพ์เหลือกลับสำนักพิมพ์, ไม่ต้องคาดเดาตลาด, ไม่เสียยอดขายหากไม่มีสินค้า, ไม่มีค่าจัดเก็บค่าขนส่ง, และไม่มีตลาดหนังสือมือสอง

นอกจากนี้ทางอเมซอนยังเคยศึกษาราคาหนังสือในหลายเล่ม พบว่าหากลดราคาหนังสือจาก 14.99 ดอลลาร์เหลือ 9.99 ดอลลาร์ หนังสือจะขายได้มากขึ้น 1.74 เท่า และทำรายได้รวมให้สำนักพิมพ์ได้เพิ่มขึ้น 16%

อเมซอนยังระบุว่าหนังสือทุกวันนี้ไม่ได้แข่งกับหนังสือด้วยกันเองเท่านั้น แต่ต้องแข่งกับอุตสาหกรรมสื่ออื่นๆ ทั้งหมด นับตั้งแต่โทรทัศน์, ภาพยนตร์, เกม, ไปจนถึงเฟซบุ๊ก การที่อเมซอนพยายามลดราคาหนังสืออย่างหนักเพื่อให้อุตสาหกรรมหนังสือแข่งขันได้

โครงสร้างราคาหนังสือทุกวันนี้ทางอเมซอนจะเก็บ 30% และส่งเงิน 70% ให้ทางสำนักพิมพ์ไปแบ่งกับผู้เขียนเอาภายหลัง โดยอเมซอนเชื่อว่านักเขียนควรได้รับครึ่งหนึ่งจากสำนักพิมพ์แต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับว่าตัวนักเขียนตกลงไว้อย่างไรเอง

การลดราคาแล้วยอดขายดีขึ้นคงเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่การแถลงของอเมซอนก็นับเป็น "ความจริงด้านเดียว" จากฝั่งอเมซอนเอง การที่รายได้เพิ่มขึ้นจากอเมซอนก็ไม่ได้หมายความว่าสำนักพิมพ์จะรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะในมุมมองสำนักพิมพ์ลูกค้าที่ซื้ออีบุ๊กก็จะไม่ซื้อหนังสือกระดาษที่ราคาแพง

ที่มา - Amazon

สงครามสำนักพิมพ์กับอเมซอน หนังสือเล่มใหม่ของ J.K. Rowling หยุดรับสั่งล่วงหน้า

By: lew on Tue, 2014-05-27 12:52

แม้ว่าอเมซอนจะเป็นช่องทางจำหน่ายหนังสือขนาดใหญ่ของสำนักพิมพ์ต่างๆ แต่ความสัมพันธ์ของอเมซอนเองกับสำนักพิมพ์กลับลุ่มๆ ดอนๆ เรื่อยมา โดยเฉพาะความพยายามควบคุมราคาหนังสือของสำนักพิมพ์ ขณะที่อเมซอนพยายามกดราคาให้ถูกเพื่อจะขายปริมาณมากๆ ล่าสุดหน้าเว็บของอเมซอนก็หยุดรับสั่งหนังสือของสำนักพิมพ์ Hachette ไปโดยไม่บอกเหตุผล

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่บอกรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ทางอเมซอนจึงต้องถอดหนังสือออกจากการจำหน่าย แต่ทาง Hachette ก็ให้ความเห็นว่า ทางสำนักพิมพ์มีหน้าที่ต้องปกป้องคุณค่าของหนังสือ, และแรงงานที่สำนักพิมพ์ลงไปกับการแก้ไขหนังสือและการจัดจำหน่าย

หนังสือที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้รวมถึง The Silkworm หนังสือเล่มที่สองของ Robert Galbraith ที่เป็นนามปากกาของ J.K. Rowling ที่ก่อนหน้านี้ทางอเมซอนรับสั่งซื้อล่วงหน้า แต่ก็หยุดรับสั่งไป

Nina Laden นักเขียนคนหนึ่งที่เขียนหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ Hachette โพสเฟซบุ๊กระยุว่าอเมซอนกดดันให้สำนักพิมพ์ลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง และหากสำนักพิมพ์ไม่ยอมทำตามก็จะถูกแกล้งด้วยการโฆษณาหนังสือ "ที่คล้ายกันแต่ถูกกว่า" ในหน้าขายหนังสือเอง หรือบางครั้งหนังสือที่อยู่ในสต็อกก็กลับขึ้นสถานะรอส่ง 3-5 สัปดาห์

งานนี้ร้านหนังสือขนาดเล็กที่เคยต้องถอยร่นให้กับอเมซอนเรื่อยมาก็พากันโฆษณาว่ามีหนังสือของ Hachette ขายกันเป็นการใหญ่ บางร้านเพิ่มส่วนลดพิเศษในโอกาสนี้

ที่มา - TechCrunch, The New York Times

นิยายฮิต Fifty Shades ช่วยอุ้มผลประกอบการ Barnes & Noble

By: chayaninw on Wed, 2012-08-22 15:41

ซีรีส์นิยายอีโรติกยอดฮิต Fifty Shades of Grey ช่วยให้เชนร้านหนังสือใหญ่ของสหรัฐ Barnes & Noble มียอดขายจากร้านหนังสือมากขึ้น และมีผลประกอบการขาดทุนลดลง

Barnes & Noble เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนกรกฎาคม มีผลขาดทุนสุทธิ 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 28% และต่ำกว่าตัวเลขขาดทุนที่นักวิเคราะห์ Thomson Reuters ประเมินไว้ 20%

ในส่วนของยอดขายจากร้านหนังสือดั้งเดิม (ที่ไม่ใช่ดิจิทัล) เพิ่มขึ้น 2% ไปอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าในรายงานจะไม่ได้แจกแจงตัวเลขเฉพาะของ Fifty Shades แต่ซีอีโอของหน่วยค้าปลีกของบริษัทก็ได้เปิดเผยว่า Fifty Shades of Grey มีผลต่อยอดขายอย่างมาก

ในฟากของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยอดขายเครื่องอ่าน Nook ที่ต่ำลงและราคาเครื่องที่ถูกลง ทำให้ยอดขายในฝั่งดิจิทัลไม่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะขายอีบุ๊กได้มากขึ้นก็ตาม

ที่มา - CNN Money

Subscribe to RSS - E-books