Disney

The Good Dinosaur อาจเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ Pixar ที่ขาดทุน

By: arjin on Wed, 2015-12-09 09:54

มีรายงานว่าภาพยนตร์อนิเมชัน The Good Dinosaur ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดจากสตูดิโอ Pixar ของดิสนีย์ ที่มีผลงานระดับขึ้นหิ้งหลายเรื่อง และไม่เคยพลาด อาจจะประสบปัญหาขาดทุนเป็นเรื่องแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสตูดิโอ

The Good Dinosaur มีต้นทุนการผลิตราว 200 ล้านดอลลาร์ บวกกับงบโฆษณาประชาสัมพันธ์อีกราว 150 ล้านดอลลาร์ ทำให้หนังต้องทำเงินราว 500 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกจึงจะคุ้มทุน แต่รายได้รวมล่าสุดในอเมริกาตอนนี้อยู่ราว 131.1 ล้านดอลลาร์ หากรายได้ในต่างประเทศไม่ช่วย ก็อาจทำให้กลายเป็นหนังทำเงินต่ำที่สุดของสตูดิโอแทนที่ A Bug’s Life (363.4 ล้านดอลลาร์)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งสัญญาณไม่ดีตั้งแต่มีการเลื่อนฉายสองรอบ จากปี 2013 เป็น 2014 และ 2015 ล่าสุด รวมทั้งมีการเปลี่ยนตัวโปรดิวเซอร์และผู้กำกับในระหว่างการผลิต ทำให้ปีนี้เป็นปีแรกที่ Pixar มีภาพยนตร์เข้าฉายสองเรื่อง โดยอีกเรื่องคือ Inside Out ที่ประสบความสำเร็จอย่างดี

ที่มา: Variety ภาพ Facebook: The Good Dinosaur

ปัญหาใหญ่ที่ Pixar ยังแก้ไขไม่ได้: การบุกตลาดประเทศจีน

By: arjin on Mon, 2015-10-26 15:59

Rob Cain นักเขียนรับเชิญของนิตยสาร Forbes ได้เขียนบทความน่าสนใจ ถึงปัญหาของสตูดิโออนิเมชั่นแถวหน้าของโลกอย่าง Pixar (ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของดิสนีย์) ว่าถึงแม้บริษัทจะประสบความสำเร็จกับภาพยนตร์ต่อเนื่อง และทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่อนิเมชันของ Pixar กลับไม่เคยประสบความสำเร็จในตลาดภาพยนตร์ที่กำลังมาแรงที่สุดในโลกอย่างจีนได้

โดยในบรรดาภาพยนตร์ของ Pixar ที่ฉายในประเทศจีนนั้น Monster Universities สามารถทำเงินได้สูงสุดราว 33.8 ล้านดอลลาร์ที่นั่น แต่ก็คิดเป็น 4.55% ของรายได้รวมทั่วโลก ซึ่งไม่สอดคล้องกับส่วนแบ่งรายได้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก ที่ตอนนี้ตลาดจีนคิดเป็น 16% และมีแนวโน้มเติบโตเป็น 33% หรือ 1 ใน 3 ของรายได้ภาพยนตร์ทั่วโลกภายใน 10 ปีข้างหน้า

ดิสนีย์สั่งห้ามเอาไม้เซลฟี่เข้าไปในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก

By: ampaipp on Mon, 2015-06-29 11:19
Tags: 

ดิสนีย์ออกกฎห้ามเอาไม้เซลฟี่เข้าไปในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนสำหรับสวนสนุกดิสนี่ย์แลนด์ในประเทศอเมริกา ส่วนในปารีสและฮ่องกงจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

ก่อนการออกมาประกาศครั้งนี้ ดิสนีย์ได้ติดป้ายประกาศห้ามนำไม้เซลฟี่ขึ้นไปบนเครื่องเล่นอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีลูกค้าบางรายฝ่าฝืนอยู่เป็นเนืองๆ ฟางเส้นสุดท้ายน่าจะมาจากการที่มีผู้เล่นเครื่องเล่นโรลเลอร์ โคสเตอร์นำไม้เซลฟี่ออกมาถ่ายรูป ทำให้ต้องสั่งหยุดบริการเครื่องเล่นนี้เกือบ 2 ชั่วโมง จึงเป็นผลให้เกิดมาตราการนี้ขึ้นมา นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องความปลอดภัยของแขกผู้ที่มาใช้บริการและนักแสดง โดยทางสวนสนุกจะจัดให้ไม้เซลฟี่เป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้าไป และจะให้พนักงานคอยตรวจค้นที่บริเวณจุดตรวจกระเป๋าก่อน เข้าไปในสวนสนุก

ที่มา : Ars Technica

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ เลื่อนกำหนดเปิดไปเป็นปีหน้า

By: arjin on Tue, 2015-02-03 13:24

Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในว่า สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเดิมมีกำหนดเปิดให้บริการปลายปีนี้ จะเลื่อนออกไป โดยจะเปิดภายในครึ่งปีแรกของปี 2016 โดยไม่มีการให้เหตุผลเป็นทางการ ระบุเพียงมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่ายังไม่ควรเปิดให้บริการในช่วงดังกล่าว

เนื่องจากโครงการสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ เป็นการร่วมทุนกันระหว่างรัฐบาลจีนกับดิสนีย์ ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเท่ากัน ทาง WSJ จึงเชื่อว่าเหตุผลที่ไม่ต้องการเปิดสวนสนุกช่วงปลายปี อาจเชื่อมโยงกับเหตุสลด คนเหยียบกันตาย 35 ศพในวันเคาท์ดาวน์ปีใหม่ในเซี่ยงไฮ้ที่ผ่านมา ซึ่งหากสวนสนุกเปิดก่อนสิ้นปี ก็มีความเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้อีก

โครงการสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้นี้ มีขนาดใหญ่กว่าสวนสนุกที่ฮ่องกงถึง 3 เท่า และใช้เงินลงทุนรวมกว่า 5,500 ล้านดอลลาร์

ที่มา: Reuters

ห้องสมุดนอร์เวย์พบการ์ตูนดิสนีย์ที่หายไป

By: lew on Fri, 2014-12-12 09:42

ห้องสมุดนอร์เวย์ประกาศการต้นพบฟิล์มการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง Empty Socks ในอาคารหนึ่งของห้องสมุดแห่งชาตินอร์เวย์ที่ Mo i Rana เป็นการ์ตูนคริสต์มาสเรื่องแรกของดิสนีย์ มีตัวนำคือ Oswald, the Lucky Rabbit ตัวการ์ตูนต่อจากมิกกี้เม้าส์

การ์ตูนเรื่องนี้สร้างไว้ตั้งแต่ปี 1927 และก่อนหน้านี้เคยเป็นการ์ตูนเรื่องที่หายไป โดยฟิล์มก่อนหน้านี้ที่สมบูรณ์ที่สุดมีความยาวเพียง 25 วินาทีจากทั้งเรื่อง 5 นาที 30 วินาที แต่ฟิล์มที่พบใหม่ที่นอร์เวย์ขาดเพียงช่วงกลางไปเพียง 30 วินาทีเท่านั้น

ทางห้องสมุดนอร์เวย์ได้สแกนฟิล์มชุดนี้และส่งสำเนาให้ทางดิสนีย์แล้ว โดยระหว่างนี้ทางห้องสมุดจะสแกนเอกสารจำนวนมากในห้องสมุดเพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้

ที่มา - Japan Times

Disney ประกาศทำ Toy Story 4 ฉายปี 2017

By: mk on Fri, 2014-11-07 09:36

Bob Iger ซีอีโอของ Disney ประกาศว่าสตูดิโอ Pixar จะทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโออย่าง Toy Story ภาค 4 โดยมีกำหนดฉายวันที่ 16 มิถุยายน 2017 และจะได้ John Lasseter ผู้กำกับมือหนึ่งและผู้ร่วมก่อตั้ง Pixar กลับมากำกับหนังในซีรีส์นี้อีกครั้ง

Toy Story ภาค 3 ออกฉายในปี 2010 หลังจากนั้น Pixar ก็เงียบไป ไม่บอกว่าจะทำหนังภาคต่ออีกหรือไม่ (แต่ยังมีหนังสั้นออกมาเรื่อยๆ) ส่วน Lasseter ก็บอกเพียงว่าเนื้อหาของ Toy Story 4 จะดำเนินต่อจากภาค 3 และเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ความรัก" (love story)

ที่มา - CNN, /FILM

ไม่จบง่าย ๆ Deadmau5 โต้กลับดิสนีย์ว่าขโมยเพลงของเขามาโดยไม่ขออนุญาต

By: Be1con on Mon, 2014-09-08 17:45

หลังจากที่ทางดิสนีย์จ่อฟ้องศิลปิน EDM (Electronic Dance Music) อย่าง Deadmau5 ฐานลอกเลียนแบบสัญลักษณ์มิกกี้เมาส์ ตอนนี้มีปฏิกิริยาจากทางฝั่ง Deadmau5 เพิ่มเติมมาแล้ว เพราะว่าล่าสุด Deadmau5 หรือชื่อจริง ๆ คือ Joel Zimmerman ได้ออกมาโต้กลับว่าทางดิสนีย์ก็ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของเขาเช่นกัน

โดย Deadmau5 ได้นำลิงก์วิดีโอมิกกี้เมาส์เมื่อปี 2009 (ที่ดิสนีย์ได้ขโมยเพลง "Ghosts 'n' Stuff" ของเขามาใส่ในวิดีโอนั้นโดยไม่ขออนุญาตจากศิลปิน) มาโพสต์ลงทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา

ทั้งนี้ ในวิดีโอดังกล่าวเป็นหนึ่งในซีรีย์ของ Re-Mick ของทางดิสนีย์ ที่นำเพลงต่าง ๆ มาผสมผสานกับฉากเก่า ๆ ของการ์ตูนมิกกี้เมาส์

ด้านโฆษกของทางฝั่งดิสนีย์ได้เปิดเผยข้อมูลกับเว็บไซต์ Rolling Stones ว่า "ดิสนีย์ปกป้องเครื่องหมายการค้าของบริษัทอย่างรวดเร็ว และเราก็ไม่เห็นด้วยที่คุณ Zimmerman จะนำโลโก้ของเขามาจดเครื่องหมายการค้า ทั้ง ๆ ที่ใกล้เคียงกับเครื่องหมายการค้าของเราในการหาผลประโยชน์ในทางไม่ถูกต้องทางการค้าของเขา (Deadmau5)"

นอกจากนี้โฆษกของทางดิสนีย์ยังบอกอีกว่า "คำโต้แย้งของพวกเราไม่เกี่ยวกับการใช้คอสตูมของ Deadmau5 เรายืนยันว่าเพลงที่นำมาใช้นั้นได้ลิขสิทธิ์มาถูกต้องเหมาะสมแล้ว และข้ออ้างของเขานั้นไม่มีน้ำหนักมากพอ"

ต้องติดตามต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว คู่นี้จะจบอย่างไรครับ

ที่มา: The Verge

ดิสนีย์เตรียมฟ้อง Deadmau 5 เพราะโลโก้หัวหนูมีหูเหมือนมิคกี้ เม้าส์มาก

By: Flurrywong on Wed, 2014-09-03 13:14

ล่าสุดมีการเตรียมการฟ้องร้องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในวงการดนตรีเมื่อบริษัทดิสนีย์กำลังจะดำเนินการทางกฎหมายต่อ Joel Thomas Zimmerman หรือ Deadmau 5 โปรดิวเซอร์และดีเจเพลงอิเล็คทรอนิคชื่อดัง เพื่อให้โปรดิวเซอร์คนดังเลิกใช้โลโก้หัวหนูซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำตัวของเขามากกว่าสิบปี โดยให้เหตุผลว่าโลโก้ดังกล่าวได้ทำลายมูลค่าทางธุรกิจของดิสนีย์ หลังจากที่ได้ทำการสอบสวนแล้วพบว่าลักษณะของหูหนูบนโลโก้ของ Deadmau5 มีลักษณะเหมือนกับใบหูของมิคกี้ เม้าส์มาก

ดิสนีย์ซื้อกิจการ Lucasfilm ได้สิทธิ์การสร้าง Star Wars ไตรภาคที่สาม

By: mk on Wed, 2012-10-31 12:53

Disney ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงโลก ประกาศการซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์ Lucasfilm ของจอร์จ ลูคัส ผู้สร้างตำนาน Star Wars และ Indiana Jones ด้วยมูลค่า 4.05 พันล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นเงินสดและหุ้นอย่างละครึ่ง

จอร์จ ลูคัส ปัจจุบันอายุ 68 ปี ผ่านงานกำกับภาพยนตร์ Star Wars มาแล้ว 6 ภาค เขาเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าเกษียณตัวเองจากการทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแล้ว และจะหันไปทำภาพยนตร์นอกกระแสแทน หลังประกาศข่าวการซื้อกิจการครั้งนี้ เขาให้สัมภาษณ์ว่าถึงเวลาแล้วที่จะส่งต่อ Star Wars ไปยังผู้สร้างหนังรุ่นต่อไป

Lucasfilm เป็นบริษัทที่จอร์จ ลูคัส เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยภาพยนตร์ชุด Star Wars ทั้งหมดทำรายได้รวมกันทั่วโลก 4.4 พันล้านดอลลาร์ ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา (ฉายครั้งแรกปี 1977)

-ซ้ำ- ภาพยนตร์เรื่อง John Carter เรื่องเดียวอาจทำให้ดิสนีย์ขาดทุนมากถึง 200 ล้านดอลลาร์

By: toandthen on Wed, 2012-03-21 10:20

หลังจากการเปิดฉายที่มียอดต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ภาพยนตร์เรื่อง John Carter จากค่ายดิสนีย์ที่ใช้ทุนในการถ่ายทำสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์อาจทำให้ดิสนีย์เสียเงินมากถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ "เจ๊ง" แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากทุนในการถ่ายทำที่สูงแล้ว คาดว่าดิสนีย์ได้เสียเงินกับการทำการตลาดให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกถึง 100 ล้านดอลลาร์ โดยในขณะนี้รายได้ทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องนี้รอบโลกอยู่ที่ประมาณ 184 ล้านดอลลาร์ และนี่เป็นตัวเลขรายได้ที่ยังไม่ได้แบ่งกำไรให้กับโรงภาพยนตร์ ซึ่งน่าจะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของตัวเลขนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับนายหทารที่ถูกส่งไปยังดาวอังคาร จากรีวิวของ BBC เอง บอกว่าตลอดความยาว 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ของเรื่อง เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเลยนอกจากความน่าเบื่อ

ดิสนีย์คงจะต้องหวังว่าภาพยนตร์ต่อ ๆ ไปในปีนี้จะทำให้ผลประกอบการของตัวเองดีขึ้น โดยรายชื่อภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของดิสนีย์ในปีนี้ได้แก่ The Avengers ซึ่งจะออกฉายเดือนพฤษภาคมนี้ และ Brave จากค่ายพิกซ่าซึ่งจะออกฉายเดือนมิถุนายนนี้

ที่มา - BBC

ดิสนีย์คาดเจ๊งจากหนัง John Carter 200 ล้านดอลลาร์

By: arjin on Tue, 2012-03-20 06:24

วอลต์ดิสนีย์ออกมาประกาศกับนักลงทุนว่าบริษัทคาดว่า John Carter ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดของสตูดิโอที่ไม่ประสบความสำเร็จใน Box Office อาจต้องบันทึกขาดทุนถึง 200 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างราว 250 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการขาดทุนในภาพยนตร์เรื่องเดียวครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของดิสนีย์ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์มองว่า John Carter เป็นความผิดพลาดครั้งร้ายแรงของดิสนีย์ที่เลือกลงทุนสูงเกินไปกับโครงการภาพยนตร์ที่ยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ถึงแม้ถ้าหนังประสบความสำเร็จก็อาจจะมีรายการแฟรนไชส์ต่อยอดตามสไตล์ดิสนีย์ได้มากมายก็ตาม ซึ่งหลังจากนี้ดิสนีย์ควรกลับไปเล่นเกมปลอดภัยด้วยการทุ่มเงินกับโครงการหนังเรื่องใหม่ของ Pixar หรือซีรี่ส์ภาคต่อของ Pirates of Caribbean มากกว่า

ที่มา: Bloomberg

Swampy - วิธีใหม่ในการสร้างคาแรกเตอร์ของ Disney

By: arjin on Mon, 2011-11-21 10:41

Angry Birds คือกรณีศึกษาของการสร้างคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนสมัยใหม่ มันเริ่มต้นจากเกมบนอุปกรณ์พกพาที่ได้รับความนิยมสูงจนบริษัท Rovio จากประเทศฟินแลนด์สามารถต่อยอดคาแรกเตอร์บรรดานกโมโหทั้งหลายได้อีกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกอย่างเสื้อ กล่องอาหาร เรื่อยไปจนถึงหนังสือและภาพยนตร์จอใหญ่ วันนี้ตัวพ่อแห่งวงการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ประกาศเลือกเดินเส้นทางนี้แล้วนั่นคือ Disney

Where's My Water? คือเกมราคา 99 เซนต์บนอุปกรณ์พกพาที่ Disney พัฒนาขึ้นโดยสร้างคาแรกเตอร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด ตัวเอกของเกมคือ Swampy จระเข้ตัวเขียวที่อยากอาบน้ำตลอดเวลา หน้าที่ของผู้เล่นเกมคือพยายามขุดทางน้ำให้ผ่านท่อต่างๆ จนไปถึงเจ้า Swampy ที่รออาบน้ำอยู่ให้สำเร็จ ตัวเกมได้กระแสตอบรับที่ดี สามารถล้มแชมป์หลายสมัยอย่าง Angry Birds จนขึ้นอันดับ 1 ใน App Store ได้ถึง 3 สัปดาห์

Subscribe to RSS - Disney