Digital Business

แผ่นเสียงไม่มีวันตาย! ยอดขายโตขึ้นเกือบแปดเท่าในรอบห้าปี

By: Blltz on Thu, 2013-10-03 23:24

ในยุคที่การซื้อคอนเทนต์แบบดิจิทัลกำลังมาแรง และโตวันโตคืน อุตสาหกรรมเพลงถือเป็นส่วนที่ถูกกระแทกแรงมากจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อันเห็นได้จากยอดขายแผ่นที่ตกลง สวนกับยอดดาวน์โหลดที่เติบโตต่อเนื่อง

แต่ในขณะที่ยอดดาวน์โหลดโตขึ้นไม่หยุดนั้น แผ่นเสียง หรือแผ่นไวนิล อุปกรณ์เก็บเสียงที่เก่าแก่ชิ้นหนึ่งของมนุษยชาติกลับยอดขายโตขึ้นเช่นกัน นับตั้งแต่ปี 2008 ที่ดิจิทัลดาวน์โหลดเข้ามามีบทบาทมากแล้ว แผ่นเสียงก็ยังโตขึ้นมาถึง 745%

คาดกันว่าการที่ยอดขายแผ่นเสียงยังโตขึ้นได้ เนื่องมาจากวัฒนธรรมอินดี้ของคนยุคนี้ที่เกิดมาพร้อมกับการซื้อเพลงผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ ฯลฯ แต่ก็ยังต้องการลิ้มลองอารยธรรมดั้งเดิมของการฟังเสียงดนตรีอยู่ และเป็นอเมซอนที่จับกระแสนี้ได้ด้วยการเปิดบริการ AutoRip ที่ให้ผู้ใช้เลือกซื้อแผ่นเสียง หรือแผ่นซีดี แล้วสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ด้วย กลยุทธ์นี้ทำให้อัลบั้มเพลงที่รองรับ AutoRip ยอดขายสูงกว่าแบบที่ไม่มี AutoRip ถึง 62% และผลักให้ยอดของแผ่นเสียงโตขึ้นมาถึง 66% นับตั้งแต่เปิดบริการนี้ช่วงต้นปี 2013

ที่มา - ReadWrite

ยอดขายเพลงแบบดิจิทัลในอังกฤษ แซงแผ่นจริงเป็นครั้งแรก

By: Blltz on Thu, 2012-05-31 23:45

ยุคของดิจิทัลยังคงกลืนสื่อเก่าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมบันเทิง ที่ British Photographic Industry (BPI) ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสื่อบันเทิงในอังกฤษรายงานสัดส่วนยอดขายไตรมาสแรกของปี 2012 นับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน ยอดขายเพลงแบบดิจิทัลนั้นมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 55.5% แซงยอดขายแบบแผ่นเป็นครั้งแรก

จำนวนยอดขายดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นนั้น BPI ระบุว่ามาจากความนิยมในการใช้งานแบบเหมาจ่ายรายเดือน (subscription) และบริการฟังเพลงฟรีแบบพ่วงโฆษณา ซึ่งตรงกับแนวโน้มจากข่าวเก่าที่ทาง IFPI คาดการณ์ไว้

ส่วนยอดขายของเพลงแบบแผ่นในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมานั้นตกลงไปอีก 15.1% ตีเป็นตัวเลขได้ 69.3 ล้านปอนด์ และฝั่งดิจิทัลโตขึ้นมา 23.6% อยู่ที่ 85.6 ล้านปอนด์ ภาพรวมของอุตสาหกรรมเพลงโตขึ้น 2.7% อยู่ที่ 155.8 ล้่านปอนด์

จากทั้งการเติบโตฝั่งดิจิทัลทั้งอังกฤษ และสหรัฐฯ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าโมเดลการทำงานแบบนี้ใช้ได้จริง หวังว่าในไทยจะมีผู้ให้บริการแนวนี้บ้างครับ

ที่มา - BPI

อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกเริ่มฟื้นแม้ยังขาดทุน, ดิจิทัลครองสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามแล้ว

By: Blltz on Wed, 2012-03-28 16:29

ถือเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก หลังจากที่ IFPI องค์กรไม่แสวงกำไรที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดนตรีได้เผยตัวเลขรายได้ในปี 2011 ที่แม้ว่ายังขาดทุนอยู่ แต่ก็ขาดทุนน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ตอบรับกับสภาพอุตสาหกรรมโดยรวมที่เปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัลแล้ว

  • รายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ดิจิทัลยังตกอย่างต่อเนื่อง ในปี 2011 ลดลงอีกราวร้อยละ 8.7 จากปี 2010 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 972 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ตกน้อยลงจากปี 2010 ที่ร่วงไปถึงร้อยละ 13.8)
  • รายได้ส่วนดิจิทัลปีนี้สูงขึ้นอีกร้อยละ 8 จากปี 2010 คิดมูลค่าประมาณ 389 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และทำให้ยอดขายจากดิจิทัลมีสัดส่วนร้อยละ 31 จากทั้งหมดแล้ว

IFPI เชื่อว่าบริการเพลงออนไลน์อย่าง Spotify และ iTunes Match ที่เชื่อมกับเฟซบุ๊ก ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเพลงได้อย่างไม่จำกัด เป็นตัวช่วยให้อุตสาหกรรมเพลงในสหรัฐฯ ฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง โดยครองตลาดเฉพาะในสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 51 แล้วในปัจจุบัน

ที่มา - paidContent

AmEx จับมือทวิตเตอร์เปิดแคมเปญเปลี่ยนทวีตเป็นคูปองส่วนลด

By: Blltz on Wed, 2012-03-07 15:42

ช่วงนี้เราได้เห็นบริษัทที่กำลังขาขึ้นอย่างทวิตเตอร์ เริ่มมีโมเดลหาเงินมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งการขายโฆษณา และการขายข้อมูลทวีต แต่ดูเหมือนจะยังไม่หมดแค่นั้นหลังจากเพิ่งไปจับมือกับ American Express (AmEx) เพื่อเปลี่ยนให้ทวีตที่ติดแฮชแท็กพิเศษกลายเป็นคูปองส่วนลดได้ (ตัวอย่าง ส่วนลด McDonalds ด้วยแฮชแท็ก #AmexMcDonalds)

ก่อนใช้สิทธิดังกล่าวผู้ใช้บัตรของ AmEx ต้องซิงก์บัญชีทวิตเตอร์เข้ากับบัตรเสียก่อนผ่านลิงก์นี้ ก็สามารถรับสิทธิต่างๆ หลังจากทวีต หรือรีทวีตที่มีแฮชแท็กดังกล่าวได้แล้ว

เพื่อเป็นการยืนยันว่าสิทธินั้นยังไม่หมดอายุ AmEx จึงได้สร้างแอคเคาท์ @AmexSync เพื่อบอกข้อมูลเกี่ยวกับดีลดังกล่าว วิธีการใช้ และวันหมดอายุ (ตัวอย่าง)

แคมเปญนี้ช่วยให้ห้างร้านต่างๆ สามารถจับกลุ่มลูกค้าออนไลน์ได้มากขึ้น และดูจะได้รับความสนใจพอสมควร ในเบื้องต้น AmEx ได้ทำดีลไว้กับบริการหลายแห่งซึ่งเชคได้จากที่นี่

... เห็นแบบนี้แล้วก็เริ่มอยากให้บัตรบ้านเรามีดีลแบบนี้บ้าง

ที่มา - VentureBeat

โกดักได้เงินจากการยื่นขอล้มละลาย 950 ล้านดอลลาร์

By: Be1con on Thu, 2012-02-16 21:51

นี่ถือว่าเป็นภาคต่อของโกดักหลังจากได้ยื่นขอล้มละลายจากชั้นศาล ซึ่งล่าสุดตอนนี้ทางศาลได้ออกคำอนุมัติให้เงินกับทางบริษัทโกดักจำนวน 950 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 28,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ทางโกดักจะนำเงินไปฟ้องร้องบริษัทที่ละเมิดสิทธิบัตรของตน

ที่มา : Engadget

โกดักประกาศเตรียมเลิกขายกล้อง หันไปเน้นธุรกิจพิมพ์รูปภาพแทน

By: Blltz on Thu, 2012-02-09 22:50

หลังจากที่บริษัทผลิตฟิล์มชื่อดังอย่างโกดักเพิ่งยื่นขอล้มละลายไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการปรับแผนในบริษัทเพื่อลดรายจ่าย โดนส่วนแรกที่ถูกยุบทิ้งก่อนเลยก็คือแผนกของกล้องดิจิทัล และวิดีโอ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินให้บริษัทมากถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และยังสามารถทำเงินได้จากการขยายการขายไลเซนส์สิทธิบัตรในประเภทอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพอีกด้วย

ส่วนที่โกดักจะเน้นต่อไปคือธุรกิจในส่วนของผู้บริโภค อาทิ การพิมพ์รูปภาพทั้งแบบออนไลน์ และตามร้าน รวมไปถึงเครื่องปริ้นท์ อุปกรณ์เสริมกล้องถ่ายรูป แบตเตอรี่ และแอพบนเฟซบุ๊กด้วย ในส่วนของภาคธุรกิจก็เน้นเกี่ยวกับการพิมพ์รูปภาพเช่นกัน แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของการให้บริการ กราฟิก และฟิล์มเข้าไปด้วย

ท้ายนี้โกดักพูดถึงธุรกิจดิจิทัลว่าทำเงินได้ถึงสามในสี่ของรายได้ทั้งหมดแล้ว

ที่มา - The Wall Street Journal

กูเกิลประกาศความร่วมมือทางด้านการสอนและงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจในฝรั่งเศส

By: Flurrywong on Tue, 2012-02-07 04:56

กูเกิลพี่ใหญ่แห่งวงการเสิร์จเอนจินได้ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาการสอนและงานวิจัยเป็นครั้งแรกร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจ (Business School) ชั้นนำของฝรั่งเศสอย่าง HEC Paris ภายใต้โครงการ Google@HEC ซึ่งจะเป็นการจัดการบรรยาย ประชุมและสัมมนาให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัย HEC โดยแบ่งออกเป็น 4 ความร่วมมือดังนี้

  1. Google Track วิชาเกี่ยวกับ E-Businessและเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy): วิชาสำหรับนักศึกษาปริญญาโทชั้นปีที่ 1และ 2
  2. Google Creativity Talk: การประชุมระหว่างนักศึกษา ผู้ประกอบการ ดีไซเนอร์ และครีเอทีฟ
  3. Google-HEC Initiative: สัมมนาเพื่อเป็นนำไปสู่การคิดโปรเจคทางด้าน E-Business
  4. Start-up Weekends: โครงการพิเศษที่เปิดใน HEC สำหรับนักศึกษาในสาขาอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น เช่นวิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ เป็นต้น

ซึ่งทั้ง 4 โครงการนี้จะมีผู้ประกอบการธุรกิจดิจิตอลตัวจริงและบุคลากรของกูเกิลเป็นผู้จัดการเรียนการสอน

ที่มา - HEC Press release, The New York Times

Subscribe to RSS - Digital Business