Copyright

นักวิชาการท้าทายคำอ้างมูลนิธิ Anne Frank, เผยแพร่ต้นฉบับบันทึก

By: lew on Sat, 2016-01-02 20:16

Olivier Ertzscheid นักวิชาการจากฝรั่งเศส และ Isabelle Attard ผู้แทนราษฎรจากพรรค Green โพสบันทึกของ Anne Frank ฉบับภาษาเนเธอร์แลนด์บนเว็บไซต์ แม้มูลนิธิ Anne Frank จะออกมาประกาศอ้างว่าบันทึกนี้เป็นการประพันธ์ร่วมกับ Otto Frank บิดาของ Anne Frank

ตัว Otto Frank เสียชีวิตเมื่อปี 1980 หากนับอายุลิขสิทธิ์ 70 ปีหลังจากผู้ประพันธ์เสียชีวิต บันทึกก็จะมีอายุลิขสิทธิ์ถึงปี 2050 อีกข้อโต้แย้งคืองานประพันธ์นี้ตีพิมพ์หลังตัว Anne และ Otto เสียชีวิต ทำให้ต้องนับอายุลิขสิทธิ์ไป 50 ปีซึ่งทางมูลนิธิอ้างลิขสิทธิ์ฉบับที่ตีพิมพ์โดย Dutch State Institute for War Documentation ที่ตีพิมพ์ในปี 1986 ทำให้ลิขสิทธิ์ฉบับนี้จะอยู่ไปอีกถึงปี 2037 ห้าสิบปีหลังจากผู้ประพันธ์เสียชีวิต

ผู้โพสหนังสือลงออนไลน์ทั้งสองคนระบุว่าคล้ายกันว่าผู้เขียนจะได้รับการยกย่องมากกว่าเดิมหากหนังสือถูกเผยแพร่ได้โดยเสรี

หนังสืออีกเล่มที่หมดอายุในปี 2015 คือ Mein Kampf โดยอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่เขียนกล่าวโทษชาวยิว หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง มีการตีพิมพ์หลายล้านเล่ม ก่อนที่จะหมดลิขสิทธิ์ สิทธิ์ถือไว้โดยรัฐบาลแคว้นบาวาเรียและไม่มีการยกสิทธิ์ให้ใครตีพิมพ์จนกระทั่งมันหมดลิขสิทธิ์

ที่มา - ABC, The Guardian

มูลนิธิ Anne Frank ยืดอายุลิขสิทธิ์หนังสือ ด้วยการระบุ "ผู้ประพันธ์ร่วม"

By: chayaninw on Wed, 2015-11-18 18:43

หนังสือพิมพ์ New York Times รายงานว่า มูลนิธิ Anne Frank Fonds (AFF) ผู้ถือลิขสิทธิ์หนังสือ "บันทึกลับแอนน์ แฟรงค์" แจ้งเตือนว่า Otto Frank พ่อของ Anne Frank มีสถานะเป็นผู้ประพันธ์ร่วมของหนังสือนี้ ซึ่งจะทำให้ลิขสิทธิ์หนังสือไม่หมดอายุตอนสิ้นปีที่จะถึงนี้

กฎหมายลิขสิทธิ์ในยุโรปส่วนใหญ่ จะกำหนดอายุของลิขสิทธิ์ว่าสิ้นสุดลง 70 ปีหลังจากผู้ประพันธ์เสียชีวิต ซึ่ง Anne Frank เสียชีวิตในค่ายกักกัน Bergen-Belsen ในปี 1945 แต่ Otto Frank เสียชีวิตในปี 1980 การระบุว่า Otto เป็นผู้ประพันธ์ร่วม ทำให้ลิขสิทธิ์หนังสือมีอายุถึงปี 2050 แทนที่จะหมดอายุในสิ้นปีนี้ ซึ่งครบรอบ 70 ปีที่ Anne Frank เสียชีวิต

ถ้าลิขสิทธิ์หมดอายุแล้ว เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ก็จะถือว่าเป็นสาธารณสมบัติ (public domain) สามารถเผยแพร่ได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต แทนที่จะต้องขออนุญาตและจ่ายค่าไลเซนส์ให้กับมูลนิธิ

Yves Kugelmann หนึ่งในกรรมการของมูลนิธิ กล่าวว่า เมื่อหกปีก่อน มูลนิธิเคยได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ในหลายประเทศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หนังสือ ซึ่งได้รับคำตอบว่า การรวบรวม ตัดทอน และปรับแก้ในลักษณะงานบรรณาธิการของ Otto Frank ถือเป็นผลงานอันมีลิขสิทธิ์ชิ้นใหม่

มูลนิธิ AFF ยืนยันว่า เป้าหมายของมูลนิธิคือการปกป้อง Anne Frank "ให้ Anne Frank ยังคงเป็น Anne" และไม่ใช่เรื่องเงิน แต่แนวทางของมูลนิธิได้รับการต่อต้านจากบางส่วน ทั้งในแง่ความเป็นผู้ประพันธ์ ที่ก่อนหน้านี้ยืนยันว่า Anne Frank เป็นผู้เขียนบันทึกนี้เพียงคนเดียว และในแง่การขัดเจตนารมณ์ของกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย ผู้ไม่เห็นด้วยบางส่วนประกาศว่า จะเผยแพร่เนื้อหาของหนังสือผ่านทางเว็บไซต์แม้ว่าจะไม่ได้รับอนุญาตจากมูลนิธิ

หากว่าหนังสือของ Anne Frank ยังคงไม่หมดอายุลิขสิทธิ์ในปีนี้ อาจจะกระทบกับแผนงานของพิพิธภัณฑ์บ้าน Anne Frank (Anne Frank Huis) ซึ่งเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่เป็นเอกเทศจากมูลนิธิ AFF และเคยมีข้อขัดแย้งทางกฎหมายกับ AFF มาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเป็นเจ้าของเอกสารและเครื่องหมายการค้า พิพิธภัณฑ์บ้าน Anne Frank ใช้เวลาห้าปี เตรียมตัวเผยแพร่เนื้อหาจากบันทึกแบบละเอียดบนเว็บไซต์ ที่มีการศึกษาวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์และตัวบทรวมอยู่ด้วย ซึ่ง Maatje Mostart ระบุว่า ทางพิพิธภัณฑ์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเผยแพร่เมื่อใดหรือแบบใด แต่ก็ระบุด้วยว่า Otto Frank หรือใครก็ตาม ไม่ใช่ผู้ประพันธ์ร่วมของบันทึกเล่มนี้

Otto Frank ผู้รวบรวมและจัดให้มีการตีพิมพ์บันทึกของ Anne Frank ได้จัดตั้งมูลนิธิ Anne Frank Fonds ในสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1963 เพื่อเก็บรายได้จากค่าลิขสิทธิ์หนังสือ และบริจาคให้กับงานการกุศลต่างๆ เช่น Unicef และมูลนิธิอื่นๆ

ที่มา - The New York Times

ไม่จบง่าย ๆ Deadmau5 โต้กลับดิสนีย์ว่าขโมยเพลงของเขามาโดยไม่ขออนุญาต

By: Be1con on Mon, 2014-09-08 17:45

หลังจากที่ทางดิสนีย์จ่อฟ้องศิลปิน EDM (Electronic Dance Music) อย่าง Deadmau5 ฐานลอกเลียนแบบสัญลักษณ์มิกกี้เมาส์ ตอนนี้มีปฏิกิริยาจากทางฝั่ง Deadmau5 เพิ่มเติมมาแล้ว เพราะว่าล่าสุด Deadmau5 หรือชื่อจริง ๆ คือ Joel Zimmerman ได้ออกมาโต้กลับว่าทางดิสนีย์ก็ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของเขาเช่นกัน

โดย Deadmau5 ได้นำลิงก์วิดีโอมิกกี้เมาส์เมื่อปี 2009 (ที่ดิสนีย์ได้ขโมยเพลง "Ghosts 'n' Stuff" ของเขามาใส่ในวิดีโอนั้นโดยไม่ขออนุญาตจากศิลปิน) มาโพสต์ลงทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา

ทั้งนี้ ในวิดีโอดังกล่าวเป็นหนึ่งในซีรีย์ของ Re-Mick ของทางดิสนีย์ ที่นำเพลงต่าง ๆ มาผสมผสานกับฉากเก่า ๆ ของการ์ตูนมิกกี้เมาส์

ด้านโฆษกของทางฝั่งดิสนีย์ได้เปิดเผยข้อมูลกับเว็บไซต์ Rolling Stones ว่า "ดิสนีย์ปกป้องเครื่องหมายการค้าของบริษัทอย่างรวดเร็ว และเราก็ไม่เห็นด้วยที่คุณ Zimmerman จะนำโลโก้ของเขามาจดเครื่องหมายการค้า ทั้ง ๆ ที่ใกล้เคียงกับเครื่องหมายการค้าของเราในการหาผลประโยชน์ในทางไม่ถูกต้องทางการค้าของเขา (Deadmau5)"

นอกจากนี้โฆษกของทางดิสนีย์ยังบอกอีกว่า "คำโต้แย้งของพวกเราไม่เกี่ยวกับการใช้คอสตูมของ Deadmau5 เรายืนยันว่าเพลงที่นำมาใช้นั้นได้ลิขสิทธิ์มาถูกต้องเหมาะสมแล้ว และข้ออ้างของเขานั้นไม่มีน้ำหนักมากพอ"

ต้องติดตามต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว คู่นี้จะจบอย่างไรครับ

ที่มา: The Verge

นักสร้างหนังยื่นฟ้องเรื่องลิขสิทธิของเพลง Happy Birthday

By: mr_tawan on Mon, 2013-06-17 16:19

ทุกคนคงรู้จักเพลง Happy Birthday และก็คงได้ร้องเพลงนี้ปีละหลายครั้ง แต่หลายคนคงไม่ทราบว่า Warner/Chappell Music ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Time Warner อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงนี้ Warner/Chappell Music สามารถทำรายได้ได้ถึงปีละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐจากการเก็บค่าใบอนุญาตการใช้งานเพลงนี้จากบรรดารายการทีวีต่าง ๆ

แต่ลิขสิทธิของเพลงนี้แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music เมื่อนักสร้างสารคดีอย่าง Good Morning To You ได้ยื่นฟ้องในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้นั้นหมดอายุไปนานแล้ว และมีเพลงอื่น ๆ ที่มีเนื้อเพลงเหมือนกับเพลงนี้มากอย่าง Good Morning to All ที่ตีพิมพ์ในหนังสือ Song Stories for the Kindergarten ในปี 1893 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ก่อนที่จะมีการอ้างความเป็นเจ้าของในปี 1935 ของ Warner/Chappell Music

ที่จริงมีการพยายามพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้ไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music มาอย่างต่อเนื่อง จากการค้นคว้าเอกสารจากมหาวิทยาลัย George Washington นั้นพบว่า เพลงนี้ไม่ได้คุ้มครองด้วยลิขสิทธิค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ประพันธ์, คำประกาศลิขสิทธิที่ไม่สมบูรณ์, และความล้มเหลวในการยื่นขอต่ออายุลิขสิทธิใหม่

คดีนี้กำลังจะเป็นการดำเนินคดีกลุ่ม (Class Action) โดยผู้ฟ้องร้องหวังว่าผู้ที่เคยจ่ายค่าใบอนุญาตทุกคนจะได้รับการเงินชดเชยจาก Warner/Chappell Music ครับ

ที่มา: Ars Technica

อุตสาหกรรมสื่อเบลเยี่ยมฟ้องขอค่าธรรมเนียมอินเทอร์เน็ต 3.4%

By: lew on Fri, 2013-05-03 17:37

สมาคมนักประพันธ์, นักแต่งเพลง, และสำนักพิมพ์แห่งเบลเยี่ยมฟ้องต่อศาลขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจ่ายค่าธรรมเนียม 3.4% จากรายได้เพื่อชดเชยค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์

อีกประเทศที่มีการเก็บภาษีสินค้าหรือบริการที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ได้แก่แคนาดาที่มีการเก็บภาษีซีดีเปล่าที่ระบุว่า "สำหรับการบันทึกเพลง"

ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องฟ้องศาล

ที่มา - ArsTechnica, TechWorld

ผลวิจัยยุโรป ไม่พบหลักฐานว่าการดาวน์โหลดเพลงผิดกฎหมาย ทำให้ยอดขายออนไลน์ลดลง

By: chayaninw on Tue, 2013-03-26 16:55

งานวิจัยจาก Institute for Prospective Technological Studies (หน่วยงานของ Joint Research Centre ของคณะกรรมาธิการยุโรป) ได้นำเสนอผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคงานเพลงบนอินเทอร์เน็ตใน 5 ประเทศในยุโรป ซึ่งได้ผลออกมาว่า การดาวน์โหลดงานเพลงแบบผิดกฎหมายนั้นไม่มีผลทดแทนการซื้อเพลงออนไลน์แบบถูกกฎหมายแต่อย่างใด

ผลงานวิจัยของ Luis Aguiar และ Bertin Martens ซึ่งใช้ชื่อว่า Digital Music Consumption on the Internet: Evidence from Clickstream Data ได้นำข้อมูลจาก Nielsen NetView ซึ่งเก็บข้อมูลตัวอย่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลที่ผู้วิจัยใช้นั้น ประกอบด้วยข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตจากประชากรห้าประเทศขนาดใหญ่ ได้แก่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และสหราชอาณาจักร แต่ละประเทศประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 คน ข้อมูลของแต่ละคนประกอบด้วยข้อมูลด้านเศรษฐกิจสังคม เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ครัวเรือน ฯลฯ และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการคลิกเข้าเว็บไซต์ทั้งหมดในช่วง 1 มกราคม 2011 ถึง 31 ธันวาคม 2011 มีข้อมูลเป็น URL ที่เข้า เวลาที่เข้า ระยะเวลาที่เข้า และหมวดหมู่เนื้อหาของหน้าเว็บดังกล่าว ซึ่งเว็บไซต์ท้ังหมดจัดได้เป็น 15 หมวดหมู่หลัก และ 83 หมวดหมู่ย่อย

คดีหนังสือมือสองในสหรัฐฯ ถึงจุดสิ้นสุด ศาลสูงสุดระบุการขายสินค้ามือสองได้รับความคุ้มครองแม้ข้ามประเทศ

By: lew on Wed, 2013-03-20 02:47

คดีของดร.สุภาพ เกิดแสง กับสำนักพิมพ์ John Wiley & Sons กลายเป็นคดีที่วางแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งใหญ่อีกครั้งในสหรัฐฯ เมื่อศาลสูงสุด (Supreme Court) กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งหมด โดยระบุว่าการกระทำของดร.สุภาพทั้งหมดได้รับความคุ้มครองจาก "หลักการขายครั้งแรก" (first sale doctrine) ที่ถูกวางรากฐานไว้ด้วยคำพิพากษาของศาลสูงเอง และถูกตราเป็นกฎหมายในมาตรา 109 ของประมวลกฎหมายสหรัฐฯ และค่าปรับมูลค่า 600,000 ดอลลาร์เป็นอันตกไป

หลักการขายครั้งแรก ระบุให้ผู้ที่ซื้อทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วสามารถขายต่อ หรือให้ยืมโดยไม่หวังกำไร จากสินค้าที่ซื้อไปแล้วได้ หลักการนี้ได้รับการยอมรับในสหรัฐฯ มาเป็นเวลานานแต่ในกรณีของดร.สุภาพ เป็นการนำหนังสือเรียน (ของจริง) จากนอกสหรัฐฯ ไปขายในสหรัฐฯ ทำให้สำนักพิมพ์โต้แย้งว่าสำนักพิมพ์มีสิทธิที่จะตั้งราคาหนังสือนอกสหรัฐฯ ได้ตามต้องการโดยไม่ควรมีใครสามารถทำกำไรจากความต่างของราคาได้

ความสำคัญของคดีนี้คือหลักการที่ให้สิทธิในการขายสินค้ามือสองจะได้รับความคุ้มครองแม้เป็นการส่งออกข้ามประเทศหรือไม่ ผู้ค้าในอินเทอร์เน็ตกังวลเพราะเกิดความเสี่ยงทางกฎหมาย เช่น ซีดีเก่าแก่หายากที่วางขายในบางประเทศจะไม่สามารถส่งออกข้ามประเทศได้เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิที่นำสินค้าทรัพย์สินทางปัญญามาขายในประเทศที่มีผู้ขายที่ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาระบุว่ามาตรา 109 ไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ใดๆ แต่ระบุเพียงว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ "สร้างขึ้นอย่างถูกกฎหมาย" ซึ่งการทำสำเนาสำหรับขายต่างประเทศก็เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นอย่างถูกกฎหมายเช่นกัน และการเพิ่มข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์จะทำให้จุดมุ่งหมายของกฎหมายลิขิสิทธิ์ที่ "สนับสนุนความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และศิลปะที่เป็นประโยชน์" ผิดไป

ที่มา - ArsTechnica, Supreme Court (PDF)

ศาลฎีกาแคนาดาตัดสินคดีลิขสิทธิ์ เคลียร์ประเด็นเพลงออนไลน์

By: chayaninw on Fri, 2012-07-13 14:14

ศาลฎีกาของแคนาดา ได้ตัดสินคดีห้าคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมของเจ้าของสิทธิงานดนตรีกับการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกอบไปด้วยการซื้องานเพลงออนไลน์ การใช้บริการสตรีมเพลง การซื้อขายเกมที่มีดนตรีประกอบผ่านช่องทางออนไลน์ และการให้บริการฟังตัวอย่างเพลงของร้านค้าเพลงออนไลน์ด้วย

ในคดีที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การซื้องานดนตรีโดยดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต มีค่าเท่ากับการซื้องานผ่านทางช่องทางดั้งเดิมเช่นการซื้อซีดี ไม่เข้าข่ายการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์พยายามกล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้ ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีความว่าการให้ดาวน์โหลดเพลงนั้นเป็นการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมที่กฎหมายระบุ (ซึ่งใช้หมายถึงการเผยแพร่แบบในวิทยุ)

ในคดีเดียวกัน ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า การให้บริการสตรีมเพลง (streaming) นั้นมีความแตกต่างจากการขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีลักษณะของการสื่อสาร แม้ว่าบริการนั้นจะมีลักษณะออนดีมานด์ที่ผู้ใช้บริการผู้เรียกเพลงที่จะฟังและไม่ได้มีการรับฟังพร้อมกันก็ตาม ทำให้บริการสตรีมเพลงนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับสิทธิในการกระจายเสียง

ในอีกคดีหนึ่ง ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการฟังตัวอย่างงานเพลงก่อนที่จะซื้อผ่านทางบริการขายออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การให้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นเข้าข่ายการใช้งานค้นคว้า นับเป็นการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานเพิ่มเติม หากคำตัดสินศาลออกมาในทางตรงกันข้ามแล้ว บริการขายเพลงออนไลน์ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สำหรับการให้บริการตัวอย่างเพลงด้วย

ศาลฎีกาได้เน้นย้ำว่า หลักการลิขสิทธิ์นั้นควรเป็นกลางต่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดจำหน่าย โดยในคดีระหว่างตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรี กับฝั่งผู้ผลิตเกม ศาลได้ตัดสินว่า การดาวน์โหลดเกมที่มีดนตรีประกอบนั้น ไม่ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านทางโทรคมนาคม เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่เกมนั้นถูกดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนที่จะเป็นการซื้อเกมที่ร้านหรือทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารหนังสือเพื่อใช้ในการประกอบการเรียน โดยศาลได้ตัดสินว่าการถ่ายเอกสารส่วนสั้นๆ ของหนังสือโดยอาจารย์เพื่อให้นักเรียนใช้นั้น เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่คัดค้านคำตัดสินของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (Copyright Board) ก่อนหน้านี้

ที่มา - CBC, คำตัดสิน (CBC)

BitTorrent มีผลกับภาพยนตร์ที่เปิดตัวในต่างประเทศช้า

By: lew on Sun, 2012-02-12 11:45

การแชร์ไฟล์ผ่านเครือข่ายอย่าง BitTorrent นั้นเป็นเป้าให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ว่าเป็นต้นเหตุแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยตลอด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ได้ศึกษาว่าโปรโตคอลนี้เป็นสาเหตุแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ โดยเปรียบเทียบอัตราการลดลงของรายได้ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในต่างประเทศช้ากว่าสหรัฐฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วระยะเวลาที่เข้าฉายช้าลงจะทำให้รายได้นั้นลดลงไปตามระยะเวลา

รายงานระบุว่าหลังจากปี 2004 ช่วงเวลาที่เข้าฉายในต่างประเทศช้าลง ทำให้รายได้ของภาพยนตร์ในต่างประเทศลดลงรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะภาพยนตร์ในหมวด Sci-Fi นั้นมีอัตราการลดลงของรายได้อยู่ที่ 2% ต่อสัปดาห์ที่ฉายช้ากว่าสหรัฐฯ หลังจากปี 2004 เป็นต้นมา ขณะที่ก่อนหน้านั้นอัตราการลดลงของรายได้อยู่ที่ 0.7% เท่านั้น ขณะที่ภาพยนตร์หมวดอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบในรูปแบบเดียวกันแต่เบากว่าโดยรวมแล้วหลังปี 2004 เป็นต้นมา อัตราการลดลงของรายได้เพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงก่อนหน้า โดยตัวงานวิจัยได้ข้อสรุปว่าการเปิดตัวภาพยนตร์ในต่างประเทศให้เร็วขึ้น น่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผลสำหรับการต่อสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ์

เรื่องน่าสนใจคืองานวิจัยนี้ใช้ปี 2004 เป็นจุดตัดโดยอ้างว่าเป็นปีหลังการเปิดตัว BitTorrent ทั้งที่ BitTorrent เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2001 และควรระวังว่างานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นร่างเท่านั้น

ที่มา - SSRN, TorrentFreak

ศาลสหราชอาณาจักรพิพากษาให้รูปถ่ายคนละรูปกันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

By: lew on Thu, 2012-01-26 22:25

ศาลสิทธิบัตรแห่งลอนดอนได้พิพากษาคดีลิขสิทธิ์ภาพของ Temple Island Collection ว่าถูกละเมิดโดยภาพที่ใช้ทำเป็นฉลากสินค้าของ New English Teas ที่เป็นภาพรถเมลสองชั้นสีแดงในลอนดอนวิ่งที่อยู่ในถนนในมุมที่ฉากหลังเป็นอาคารรัฐสภา โดยฉากหลังทั้งหมดเป็นภาพขาวดำ และตัวรถเมลเป็นสีแดง แม้ว่าภาพทั้งสองจะถูกถ่ายกันในเวลาที่ต่างกันก็ตาม

ผู้พิพากษา Birss QC ยอมรับว่าการตัดสินว่ามีการละเมิดหรือไม่จากองค์ประกอบภาพ เช่น ฟ้าใส, อาคารรัฐสภาในภาพขาวดำ และรถเมลสีแดงนั้นเป็นการละเมิดหรือไม่ แต่ผลคำตัดสินก็ออกมาว่าความเหมือนของสองภาพนั้นมีน้ำหนักเพียงพอ โดยผู้พิพากษาได้ให้เหตุผลว่าภาพถ่ายนี้ไม่ใช่เพียงภาพถ่ายปรกติ แต่มีการตกแต่งต่อจากการถ่ายภาพ ที่ถูกลอกเลียนจนเหมือนกัน

คำพิพากษาค่อนข้างน่าสนใจ ผู้พิพากษาให้ความเห็นว่าผู้พิพากษาเสียใจกับจำเลยที่ต้องการใช้สัญลักษณ์ของลอนดอนแสดงบนสินค้า และยืนยันว่าการกระทำนั้นทำได้อย่างไม่มีความผิด แต่การที่ภาพมีองค์ประกอบเหมือนกันก็ยังทำให้มีความผิดอยู่ดี

วงการภาพถ่ายของสหราขอาณาจักรอาจจะต้องตื่นตระหนกกับคำพิพากษานี้ เพราะนั่นหมายถึงการทำตามภาพที่เคยเห็นมาทั้งมุมมองภาพและกระบวนการตกแต่ง จะกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไป

ที่มา - Amateur Photographer

ศาลสโลวาเกียพิพากษาให้บทความข่าวหนังสือพิมพ์ไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์

By: lew on Wed, 2012-01-11 01:54

ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญายังคงเป็นประเด็นที่ต่อสู้กันอย่างหนักในแถบยุโรป และศาลแขวง Bratislava ในประเทศสโลวาเกียก็ได้พิพากษาให้ข่าวในหนังสือพิมพ์ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์

โดยทั่วไปแล้วกฏหมายลิขสิทธิ์ทั่วโลกมักไม่คุ้มครองข้อเท็จจริงในตัวข่าว ทำให้เราสามารถเล่าเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริงได้ แต่มักจะคุ้มครองคำพูดในตัวข่าวเอาไว้ ทำให้ผู้ที่นำไปเล่าต่อต้องเขียนข่าวขึ้นใหม่โดยอาศัยข้อเท็จจริงเดิม (เช่นรายการเล่าข่าวทั้งหลายหรือเว็บในเครือ Blognone) แต่คำพิพากษานี้ทำให้ประเทศสโลวาเกียคุ้มครองน้อยลงไปอีกขั้น คือบทความข่าวนั้นถูกพิพากษาว่าเป็นบทความที่มีแต่ข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และการแสดงด้วยภาษา (linguistic expression) ในเนื้อข่าวนั้นก็ไม่มากพอที่จะได้รับความคุ้มครอง

การตัดสินครั้งนี้นับว่ามีผลต่อวงการข่าวในสโลวาเกียอย่างมาก และเส้นแบ่งความสร้างสรรค์ของทรัพย์สินทางปัญญาอีกหลายอย่างในสโลวาเกียอาจจะถูกตั้งคำถามว่าต้องสร้างสรรค์มากแค่ไหนจึงได้รับการคุ้มครอง

สโลวาเกียเป็นประเทศในยุโรปกลาง เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร

ที่มา - 1709 Blog

Subscribe to RSS - Copyright