China

โลกาภิวัตรย้อนกลับ เลอโนโวเปิดโรงงานประกอบโน้ตบุ๊กในสหรัฐฯ

By: lew on Wed, 2012-10-03 14:15

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดูจะเป็นเรื่องซับซ้อนแบบทั้งรักและเกลีด ในขณะที่คนสหรัฐฯ ไม่ชอบจีนที่ดูจะแย่งงานไป แต่ก็ชอบที่มีสินค้าราคาถูกไหลเข้าประเทศจำนวนมาก ในปี 2005 ตอนที่ไอบีเอ็มขายธุรกิจพีซีให้เลอโนโวก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคง

แต่วันนี้เลอโนโวกลับทำธุรกิจสวนกระแสด้วยการประกาศเปิดโรงงานใหม่ในแคลิฟอร์เนียเหนือ แม้จะเป็นโรงงานขนาดเล็ก จ้างงานเพียงร้อยกว่าคนแต่ก็นับว่าสวนทางกับบริษัทอเมริกันอื่นๆ ที่ย้ายฐานการผลิตไปจีนจนหมดแล้ว

โรงงานใหม่นี้จะผลิตคอมพิวเตอร์ที่ลูกค้าปรับออปชั่นต่างๆ เป็นหลัก โดยเลอโนโวระบุว่าที่ตัดสินใจเปิดโรงงานนี้เพราะส่วนแบ่งในสหรัฐฯ มากพอสำหรับการเปิดโรงงานแล้ว

เลอโนโวเป็นบริษัทเดียวในบรรดาบริษัทพีซีขนาดใหญ่ที่ยังผลิตเครื่องด้วยตัวเองกว่าครึ่ง ในขณะที่คู่แข่งอย่างเอชพี, เดลล์, หรือแอปเปิล ล้วนแต่จ้างบริษัทผลิต

ที่มา - TechCrunch

โรงงานญี่ปุ่นในจีนหยุดสายการผลิตจากความขัดแย้งในหมู่เกาะ

By: lew on Tue, 2012-09-18 14:53

ความขัดแย้งกรณีหมู่เกาะเซ็นคาคุ (ชื่อญี่ปุ่น) หรือหมู่เกาะเตียวหยู (ชื่อจีน) มีทีท่าจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเกิดม๊อบนับพันประท้วงชาวญี่ปุ่นในจีน ส่งผลให้โรงงานของพานาโซนิคและแคนนอนในจีนต้องปิดตัวลง

โรงงานของแคนนอนที่ปิดตัวนั้นเป็นสายการผลิตเครื่องถ่ายเอกสาร, กล้องดิจิตอล, และเลเซอร์พรินเตอร์ โดยประกาศปิดทำการสองวัน ขณะที่พานาโซนิคนั้นระบุว่าสายการผลิตในโรงงานถูกลอบทำลายจนเสียหาย และจะเปิดทำการได้หลังจากตรวจสอบความเสียหายเรียบร้อยแล้ว ทางด้านโซนี่นั้นก็ต้องหยุดการผลิตในบางโรงงานไปด้วยเช่นเดียวกัน

โรงงานรถยนต์ที่หยุดการผลิตไปแล้วได้แก่โตโยต้า, มาสด้า, และนิสสัน ส่วนร้านค้าปลีกที่หยุดไปก็เช่น Uniqlo ต้องหยุดไป 39 สาขาจากที่มีถึง 42 สาขา ร้านขายของชำ Ito Yokado ต้องหยุดไปทั้ง 13 สาขาและ 7-11 ต้องหยุดไป 198 สาขา Jusco ต้องปิดร้านไป 30 สาขา

มูลค่าการค้าระหว่างจีนและญี่ปุ่นนั้นสูงถึง 340 พันล้านดอลลาร์ (กว่าสิบล้านล้านบาท)

เจ้าของปัจจุบันของเกาะเซ็นคาคุเป็นเอกชนชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง (ที่ทางการจีนไม่ยอมรับ) แต่คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพิ่งอนุมัติให้ทางการโตเกียวใช้เงินรัฐบาลเข้าซื้อเกาะนี้เพื่อยืนยันว่าพื้นที่เกาะคืออาณาเขตของญี่ปุ่น

ที่มา - Bloomberg, CNN, Reuters (1), Reuters (2)

จีนสร้าง "หมู่บ้านก๊อป" จากเมืองในออสเตรีย

By: lew on Fri, 2012-06-08 02:07

ถ้าเราเห็นของก๊อปจากจีนกันจนชิน นี่อาจจะเป็นมิติใหม่ เพราะหมู่บ้าน Hallstätter See ในออสเตรียบริเวณเทือกเขาแอลป์ถูกสำเนาทุกอย่างไปสร้างในจังหวัดกวางตุ้งด้วยมูลค่าโครงการถึง 940 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 31,200 ล้านบาท

จีนซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านด้วยสกุลเงินหยวน

By: Flurrywong on Wed, 2012-05-09 03:15

โดยทั่วไปแล้วการซื้อขายน้ำมันดิบจะใช้ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย แต่จากการประกาศคว่ำบาตรอิหร่านที่มีสหรัฐ เป็นแกนนำ ทำให้การค้าน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นเรื่องยากทันที ส่งผลให้จีนตัดสินใจซื้อขายน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วยสกุลเงินหยวนแทน Mohammed Reza Fayyad เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดเผยว่า ปกติแล้วแต่ละปีจีนจะซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านคิดเป็นมูลค่า 20,000-30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จากการที่สหรัฐฯ กดดันให้จีนร่วมคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันดิบกับอิหร่าน หลังจากรัฐบาลกรุงเตหะรานโดนสงสัยว่ากำลังพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์อยู่ ทำให้จีนจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการดังกล่าว โดยใช้การโอนเงินจากธนาคารในรัสเซียแทนการใช้บริการธนาคารในประเทศ ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก Financial Times ว่า ยูนิเปค (Unipec บริษัทลูกของวิสาหกิจน้ำมันของจีนขนาดใหญ่ซิโนเปค (Sinopec) และจูไห่เจิ้งหรง (Zhuhai Zhenrong) ได้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านด้วยวิธีนี้จริง

หรือนี่จะเป็นความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลปักกิ่งที่จะโปรโมตสกุลเงินหยวนให้กลายเป็นสกุลเงินกลางแข่งกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ?

ที่มา - BBC

จีนเตือนเวียดนามให้หยุดบุกรุกน่านน้ำ

By: lew on Fri, 2012-03-23 19:56

ความขัดแย้งในน่านน้ำทะเลจีนใต้หรือทะเลตะวันออก (ชื่อที่เวียดนามเรียก) หนักขึ้นเมื่อทางการจีนจับกุมชาวประมง 21 คนที่เข้าไปยังน่านน้ำใกล้หมู่เกาะพาราเซล ส่วนทางการเวียดนามนั้นเรียกร้องให้จีนปล่อยตัวชาวประมงทั้งหมดในทันที

ทางการเวียดนามระบุว่าชาวประมงทั้งหมดถูกจับเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 11,000 ดอลลาร์ แต่ทางการเวียดนามแนะนำให้ญาติไม่จ่ายเงินค่าไถ่และเรียกร้องให้ทางการจีนปล่อยตัวทันที

ปัญหาทะเลจีนใต้ไม่ได้อยู่แค่เวียดนามและจีน หมู่เกาะที่หลายประเทศมีปัญหาความขัดแย้งนั้นทำให้มีผลต่อน่านน้ำของประเทศฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, บรูไน, และใต้หวัน โดยเฉพาะเมื่อทะเลในบริเวณนั้นมีน้ำมันอยู่

ที่มา - Voice of America

จีนบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตรากับออสเตรเลีย

By: lew on Fri, 2012-03-23 13:51

ข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินโดยตรงระหว่างดอลลาร์ออสเตรเลียกับเงินหยวนของจีนผ่านการเห็นชอบของทั้งสองรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้อาจจะมีเงินแลกเปลี่ยนกันโดยตรงระหว่างธนาคารกลางของทั้งสองประเทศได้สูงสุดสามหมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียภายในระยะเวลาสามปีข้างหน้า

ทางการจีนนั้นแสดงความตั้งใจที่จะทำให้สกุลเงินหยวนเป็นสกุลเงินกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนทั่วโลก นับแต่การแลกเปลี่ยนเงินโดยตรงกับเงินเยน เป็นต้นมา

ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในชาติที่ขายสินค้าสำคัญให้กับจีนนั่นคือแร่และวัตถุดิบพื้นฐานที่ทางการจีนจำเป็นต้องนำเข้าเพื่ออุตสาหกรรมในประเทศ การแลกเปลี่ยนเงินโดยตรงจะทำให้สองชาติสามารถทำการค้ากันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ที่มา - BBC

จีนครอง 4 ตำแหน่งใน 10 หน่วยงานที่จ้างงานมากที่สุดในโลก

By: lew on Wed, 2012-03-21 23:05

สำนักข่าว BBC เสนอผลสำรวจหน่วยงานที่มีพนักงานมากที่สุดในโลกสิบอันดับพบว่าหน่วยงานของจีนนั้นครองไปถึงสิบอันดับ โดยสิบอันดับนั้นได้แก่

  1. กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 3.2 ล้านคน
  2. กองทัพจีน 2.3 ล้านคน
  3. วอลมาร์ต 2.1 ล้านคน
  4. แมคโดนัล 1.9 ล้านคน
  5. สาธารณสุขสหราชอาณาจักร 1.7 ล้านคน
  6. การปิโตเลียมจีน 1.6 ล้านคน
  7. การไฟฟ้าจีน 1.5 ล้านคน
  8. การรถไฟอินเดีย 1.4 ล้านคน
  9. กองทัพอินเดีย 1.3 ล้านคน
  10. Foxconn 1.2 ล้านคน

ความแตกต่างกันของหน่วยงานเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการสำรวจนี้ หน่วยงานเช่นกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นั้นรับรวมทั้งทหารและราชการพลเรือนไว้ด้วยกัน ขณะที่กองทัพจีนนั้นนับเฉพาะทหารเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นจีนก็ยังครองไปถึงสี่อันดับ ที่น่าสนใจคือมี Foxconn ที่มีข่าวด้านลบในช่วงนี้อยู่บ่อยครั้งติดอันดับสิบเข้ามาด้วย

การสำรวจนี้ทำให้ภาพที่ว่าการรถไฟอินเดียที่คนมักเชื่อกันว่าเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ที่จริงแล้วมีหน่วยงานที่ใหญ่กว่าอีกหลายหน่วยงาน นอกจากนี้การรถไฟจีนนั้นที่จริงแล้วก็มีคนจำนวนมาก แต่เนื่องจากแยกหน่วยงานออกเป็นหลายหน่วยงานทำให้ตัวเลขลดลง

ที่มา - BBC

จีนขึ้นราคาน้ำมันครั้งที่สองในรอบปี

By: lew on Tue, 2012-03-20 23:49

บ้านเราอาจจะชินกับข่าวการขึ้นราคาน้ำมันกันเรื่อยๆ แล้ว แต่นโยบายพลังงานของจีนนั้นต่างออกไป โดยจะขึ้นเป็นรอบๆ ทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4% นาน 22 วันและจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นไม่หยุดในเดือนที่ผ่านมา ทางจีนก็ต้องขึ้นราคาดีเซลอีก 6% และเบนซินอีก 7%

ราคาดีเซลขายปลีกในจีนตอนนี้กลายเป็น 1.22 ดอลลาร์หรือ 37.56 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินอยู่ที่ 1.17 ดอลลาร์หรือ 36.02 บาทต่อลิตร

ภาวะความตรึงเครียดระหว่างชาติตะวันตกและอิสราเอลกับอิหร่านน่าจะกดดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อไปอีกพักใหญ่ๆ

ที่มา - BBC

หัวหน้า IMF บอกจีนต้องเริ่มเปลี่ยนลักษณะของเศรษฐกิจและค่าเงินของตัวเอง

By: toandthen on Mon, 2012-03-19 19:23

หัวหน้าของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ​ (IMF) นาง Christine Largade บอกว่าจีนต้องหยุดพึ่งการส่งออกและการลงทุนที่มากเกินไป ระหว่างที่เธอกำลังเดินทางเพื่อเยี่ยมประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกใหม่สองประเทศซึ่งก็คือประเทศจีน และอินเดีย

เธอยังบอกอีกว่าเงินหยวน มีโอกาสที่จะกลายเป็นค่าเงินสำรองใหม่ของโลกนี้ได้ แต่จีนจะต้องยอมปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของตัวเองให้ปรับสภาพเองได้อย่างอิสระตามกลไกของตลาด เช่น การมีค่าเงินที่ลอยตัวอย่างแท้จริง, การยกเลิกการควบคุมเงินไหลเข้าออกที่เข้มงวด, และการเปิดบัญชีทุน (capital account) ของประเทศ

ที่สำคัญที่สุด เธอบอกว่าหลังจากการประชุมกับกลุ่มผู้นำระดับสูงสุดของประเทศจีนแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมากที่ประเทศจีนให้ความสนใจ และเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่ IMF เสนอจากการมาเยือนจีนในครั้งนี้

ที่มา - BBC

ราคาที่ดินในจีนลดลงติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 เดือนแล้ว

By: toandthen on Mon, 2012-03-19 09:49

มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในเกือบทุกเมืองของประเทศจีนได้ลดลงมาติดต่อกันเป็นเวลา 5 เดือนแล้ว แสดงให้เห็นว่านโยบายการควบคุมการเก็งกำไรที่ดินของรัฐบาลจีนได้ผลจริง หลังจากที่ผู้นำจีนเผยว่าราคาที่ดินในประเทศสูงเกินไปจากการเก็งกำไร

หนึ่งในผู้นำของประเทศจีนกล่าวว่า ราคาที่ดินปัจจุบันยังสูงกว่าราคาควรจะเป็นอยู่มาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะยังเข้าควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศต่อไป โดยวิธีที่รัฐบาลจีนใช้ในการควบคุมราคาได้แก่การจำกัดจำนวนบ้านที่ประชาชนจีนสามารถถือไว้ในครอบครองได้ รวมไปถึงการเพิ่มภาษีในเมืองบางเมือง

ก่อนหน้านี้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากรัฐบาลของจีนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2008 โดยรัฐบาลจีนให้เหตุผลว่าหากปล่อยให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเกิดปัญหาฟองสบู่แตกได้

ที่มา - BBC

อาเซียน+3 เตรียมเพิ่มขนาดข้อตกลงเชียงใหม่เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์

By: lew on Sun, 2012-03-18 20:24

กลุ่มชาติอาเซียนและอีกสามชาติ คือ ญี่ปุ่น, จีน, และเกาลีใต้ เตรียมเพิ่มขนาดข้อตกลงเชียงใหม่ (Chiang Mai Initialtive) เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่มีข้อตกลงไว้ 120,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2009

ข้อตกลงเชียงใหม่เป็นการทำข้อตกลงเพื่อให้ชาติสมาชิกสามารถเข้ามาขอแลกเปลี่ยนเงินของตัวเองเป็นดอลลาร์ จากปริมาณเงินที่ตัวเองมีส่วนร่วมคูณกับตัวคูณการซื้อที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เช่น ญี่ปุ่นนั้นมีตัวคูณ 0.5 นั่นคือเมื่อญี่ปุ่นต้องการเงินดอลลาร์สามารถเข้ามาซื้อเงินจากกองกลางได้ครึ่งเดียวที่นำเงินเข้ามาวางไว้ ส่วนอินโดนีเซียนั้นมีตัวคูณ 2.5 ทำให้สามารถเข้าซื้อเงินดอลลาร์ได้มากกว่าเงินที่วางไว้มาก เพื่อนำไปใช้ต่อสู้ค่าเงินในกรณีที่ถูกโจมตี

กองทุนนี้ปัจจุบันเงิน 80% มาจากจีน, ญี่ปุ่น, และเกาหลีใต้ ส่วนอีก 20% เป็นของชาติอาเซียน ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าขนาดเงินกองกลาง 120,000 ล้านดอลลาร์นั้นจะไม่เพียงพอต่อการต่อสู้ค่าเงิน

คณะทำงานได้ส่งคำแนะนำไปยังชาติสมาชิกให้เพิ่มขนาดเงินกองกลางจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะมีการประชุมในวันที่ 28 มีนาคมนี้ที่กัมพูชา หากตกลงกันได้ ขนาดเงินกองกลางนี้ก็จะได้รับการสมทบเพิ่มขึ้นต่อไป

การรวมเงินกองกลางนี้มีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติเมื่อปี 1997 หรือวิกฤติ พ.ศ. 2540 ที่ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท

ที่มา - Wall Street Journal, The Jakarta Post

Citigroup รายงานสิงคโปร์เป็นเมืองที่ความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในเอเชีย

By: lew on Tue, 2012-03-13 22:53

รายงานจาก Economist Intelligence Unit (EIU) ของ Citigroup ออกมาวิเคราะห์ถึงความสามารถในการแข่งขันของเมืองต่างๆ ในโลกสำหรับการทำธุรกิจ หรือเรียกว่า Global City Competitive Index โดยพิจารณาด้านความดึงดูดธุรกิจ, ประสิทธิภาพการทำงาน, ความมั่นคงทางการเงิน, และสิ่งแวดล้อม พบว่าสิงคโปร์เป็นเมืองที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในเอเชีย

EIU ระบุว่าสิงคโปร์และฮ่องกงนั้นมีความสามารถในการแข่งขันรวมใกล้เคียงกันในหลายๆ ด้าน แต่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความน่าลงทุนในระดับโลกแล้วสิงคโปร์สามารถเอาชนะในเรื่องนี้ไปได้

ในระดับโลกแล้ว สิบอันดับแรกได้แก่ นิวยอร์ค, ลอนดอน, สิงคโปร์, ปารีสและฮ่องกง, โตเกียว, ซูริค, วอร์ชิงตันดีซี, ชิคาโก, และบอสตัน ส่วนในยี่สิบอันดับแรกของโลกนั้นมี 15 เมืองอยู่ในเอเชียและในจำนวนนั้น 12 เมืองอยู่ในจีน

ที่มา - Citigroup

ญี่ปุ่นดันเงินหยวน เข้าซื้อตราสารหนี้จากจีนกว่า 6.5 พันล้านหยวน

By: Blltz on Tue, 2012-03-13 16:00

ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีน และญี่ปุ่นจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วหลังจากที่เพิ่งแลกเปลี่ยนเงินตรากันโดยตรง ไม่ผ่านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว

ล่าสุดนาย Jun Azumi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศว่าญี่ปุ่นได้สิทธิผ่านในการซื้อตราสารหนี้จากรัฐบาลจีนเป็นมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านหยวน ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และผลักดันเงินสกุลหยวนสู่นานาชาติอย่างชัดเจน

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว จีนยังได้ทำสัญญาในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย เบลารุส และอาร์เจนตินา ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนจากเดิมเพียง 0.7% ในปี 2010 เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในปี 2011 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ญี่ปุ่น และจีนเองต่างก็เป็นผู้ถือสกุลเงินสำรองต่างชาติรายใหญ่ของโลก โดยจีนถือไว้ถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนญี่ปุ่นถือไว้ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - Reuters

ลัมโบกินี่เผยเศรษฐกิจในจีนชะลอตัว กระทบยอดขายรถหรู

By: Blltz on Mon, 2012-02-20 02:48

หลายคนคงรู้จักกันดีกับลัมโบกินี่ หรือแบรนด์ผลิตรถหรูโลโกกระทิงป่าจากอิตาลี ที่ช่วงหลังกอบโกยเงินไปได้มหาศาลจากจำนวนของเศรษฐีในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อปีที่แล้วมียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 และโตต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าสองปีแล้ว

แต่ในปี 2012 นี้ Christian Mastro ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สัมภาษณ์กับ Businessweek ทางโทรศัพท์ว่า "ผู้คนที่สามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ได้จำกัดลง และมีบางสิ่งที่ทำให้คนพวกนั้นเริ่มหยุดรอ" เช่นเดียวกับทางฝั่งของ Torsten Mueller-Oetvoes ซีอีโอของโรลส์-รอยซ์ แบรนด์รถหรูอีกเจ้าที่ให้เหตุผลใกล้เคียงกันว่าการเติบโตของตลาดรถหรูในจีนจะไม่โตแรงๆ เหมือนก่อนหน้า เนื่องมาจากยอดขายรถยนต์ปีที่แล้วเริ่มชะลอตัว หลังจากสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มผ่อนลงมาแล้วด้วย

อย่างไรก็ตามลัมโบกินี่ตั้งเป้าว่าในปีนี้จะเร่งยอดขายให้ได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ถึง 30 โดยมีแผนเร่งผลิตรถรุ่น Aventadors (คันละประมาณสิบล้านบาท ไม่รวมภาษี!) ส่งมอบให้ผู้สั่งจองได้ตามเป้า ส่วนตลาดรถหรูในจีนปีนี้คาดว่าจะโตอีกราวร้อยละ 25 ไปอยู่ที่ประมาณ 2,000 คันในปีนี้ นับเป็นสองเท่าของปี 2011 เลยทีเดียว

ส่วนเบอร์สองในจีนอย่างออดี้ ที่เพิ่งถูกคว่ำลงจากบัลลังก์ไปหมาดๆ ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศแผนในปีนี้เป็นพิเศษ

ที่มา - Businessweek

Pages

Subscribe to RSS - China