Business

Kickstarter ปรับบริษัทเป็นบริษัทเพื่อสังคม

By: lew on Tue, 2015-09-22 12:17

Kickstarter Inc. บริษัทผู้ดำเนินการเว็บ Kickstarter ประกาศเปลี่ยนบริษัทเป็น Kickstarter PBC. บริษัทเพื่อสังคม (Public Benefit Corporation)

PBC เป็นประเภทของนิติบุคคลที่แสวงหากำไร แต่ประกาศแนวทางไว้ชัดเจนว่ากิจกรรมของนิติบุคคลเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะร่วมกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น

พร้อมกับการประกาศเปลี่ยนประเภทนิติบุคคล ทาง Kickstarter ก็ประกาศกฎบัตร 5 ข้อของบริษัท ได้แก่

  1. ช่วยเหลือให้โครงการสร้างสรรค์เป็นจริงขึ้นมา
  2. ดำเนินกิจการอย่างโปร่งใส คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ไม่ขายข้อมูลให้บริษัทอื่น
  3. ช่วยเหลือให้โลกเป็นธรรมขึ้น ด้วยการบริจาคกำไร 5% หลังจ่ายภาษีไปเพื่อศิลปะ, ดนตรี, การศึกษา, และความเท่าเทียม
  4. ช่วยเหลือผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ได้ทำเพื่อการค้า
  5. ต่อสู้ต่อความไม่เท่าเทียม รายงานความหลากหลายในองค์กร, เปิดเผยอัตราค่าจ้างผู้บริหารต่อพนักงานทั่วไป

นอกจากนี้ Kickstarter จะรายงานการดำเนินการทุกปีในช่วงเดือนกุมพาพันธ์

ที่มา - Kickstarter

6 แบรนด์ที่ท่าไม่ดี อาจอยู่ไม่รอดพ้นปี 2015

By: mk on Sun, 2015-01-04 11:58

เว็บไซต์ Inc.com คัดเลือกบริษัท-แบรนด์ที่สภาพแย่ อาการหนักที่อาจอยู่ไม่รอดในปี 2015 มา 6 บริษัท ดังนี้

  • Radio Shack ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยของคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตไม่ได้ แม้จะปรับมาเป็นร้านรับซ่อมอุปกรณ์ไอทีแต่ก็ยังไม่กระเตื้อง
  • American Apparel แบรนด์เสื้อผ้าของอเมริกาขาดทุนอย่างหนักในรอบหลายปีที่ผ่านมา บริษัทอาจต้องขายกิจการ และตัวผู้ก่อตั้ง-ซีอีโอก็ประสบปัญหาโดนฟ้องร้องคดีล่วงละเมิดทางเพศอดีตพนักงาน
  • Sears Holdings Sears อดีตอาณาจักรค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถึงขนาดสร้างตึก Sears Tower ในชิคาโก ซึ่งครองตำแหน่งตึกสูงที่สุดในโลกอยู่หลายปี ช่วงหลังตกต่ำลงมาก และการควบกิจการกับร้านค้าปลีก Kmart ในปี 2005 ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนตึกก็ขายแล้วและเปลี่ยนชื่อเป็น Willis Tower
  • Abercrombie & Fitch แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่นอีกแบรนด์ที่ถดถอยลงในช่วงหลัง ตัวซีอีโอ Mike Jefferies ดูหมดพลัง และประกาศเกษียณอายุในท้ายที่สุด หวังว่าทีมผู้บริหารยุคใหม่น่าจะมากอบกู้กิจการได้
  • Martha Stewart Living Omnimedia ธุรกิจสื่อด้านบ้านและไลฟ์สไตล์ที่ก่อตั้งโดย Martha Stewart เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์เคยยิ่งใหญ่อยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะมาเผชิญคดีขายหุ้นจนต้องเข้าคุก ตัวบริษัทเปลี่ยนซีอีโอเป็น Daniel Dienst และพยายามลดค่าใช้จ่าย แต่ตัวธุรกิจสื่อแบบดั้งเดิมที่เน้นนิตยสาร-ทีวีก็อยู่ในช่วงถดถอยกันทั้งอุตสาหกรรมด้วย
  • Malaysia Airlines เผชิญวิกฤตร้ายแรงสองครั้งในปี 2014 จนความเชื่อมั่นของลูกค้าพังทลาย ต้องลดคน เพิ่มทุน และเข้าแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐบาลมาเลเซีย โดยกิจการใหม่จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปี 2015 นี้

ที่มา - Inc

แยกสาแหรกธุรกิจ กิจการทั้งหมดของซัมซุงมีอะไรบ้าง

By: mk on Thu, 2014-08-07 18:09

เห็นใน Blognone มีการพูดคุยกันบ่อยครั้งเรื่อง "ธุรกิจในเครือของซัมซุง" ว่ามีอะไรบ้าง และถ้ากิจการบางตัวของซัมซุงไม่ดีนัก จะมีผลกระทบอะไรต่อบริษัทหรือไม่? ผมเลยมาเขียนโพสต์นี้ใน Meconomics เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคตครับ

ถ้าพูดถึง Samsung Group ต้องมองว่ามันเป็น "แชโบล" (chaebol) เครือธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ ซัมซุงเป็นบริษัทที่ก่อตั้งเมื่อปี 1938 (อยู่มาเกือบ 80 ปีแล้ว) โดยเริ่มจากบริษัทการค้า (trading company) จากนั้นก็ค่อยๆ ขยายกิจการมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นแชโบลขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ หลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียปี 1997 ซัมซุงเป็นแชโบลอยู่รอดต่อมาได้ และกลายเป็นแชโบลรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ในแง่ทรัพย์สินรวม (แชโบลอื่นๆ คือ ฮุนได และแอลจี)

ปัญหาคือซัมซุงมีธุรกิจในเครือเยอะมาก และบริษัทจำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เลย ดังนั้นการดูข้อมูลการเงินของทั้งเครือจึงเป็นไปได้ยากมาก ในโพสต์นี้จะขอยึดรายชื่อบริษัทตามหน้าเว็บของซัมซุง เพื่อมาอธิบายว่าซัมซุงมีกิจการอะไรบ้าง มากกว่าตัวเลขในเชิงการเงินนะครับ

Sony Pictures หั่นส่วนภาพยนตร์ เน้นทีวีมากขึ้น

By: chayaninw on Mon, 2013-11-25 22:11

บริษัท Sony Pictures ประกาศต่อนักลงทุนว่า บริษัทมีแผนจะลดการลงทุนด้านภาพยนตร์ของบริษัทลง และให้ความสำคัญมากขึ้นกับธุรกิจรายการโทรทัศน์ซึ่งทำกำไรได้ดีกว่า หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมา Sony Pictures มีผลงานด้านภาพยนตร์ที่ไม่เข้าเป้าหลายเรื่อง เช่น ภาพยนตร์ไซไฟ After Earth และภาพยนตร์แอกชั่น White House Down

สายงานโทรทัศน์ของ Sony ได้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จมากคือ Breaking Bad ซึ่งในปีบัญชีที่ผ่านมา สร้างรายได้สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่ารายได้ที่ตั้งเป้าไว้เป็น "สิบเท่า" ในขณะที่ฝั่งภาพยนตร์ White House Down มียอดจำหน่าย 205 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ และ After Earth มียอดจำหน่าย 244 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 135 ล้านดอลลาร์

Amy Pascal ประธานร่วมของ Sony Pictures ได้กล่าวว่าในปีที่ผ่านมา ช่วงฤดูกาลหนังฟอร์มยักษ์ที่ผ่านมามีหนังออกฉายเป็นจำนวนมาก เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยในฤดูร้อนปีหน้า บริษัทจะออกภาพยนตร์เพียงสี่เรื่อง จากปีที่ผ่านมาที่ออกถึงเก้าเรื่อง

Sony ยังพูดถึงหนังที่มีแผนการของบริษัทด้วยว่า จะมีหนังใหม่จากโลกของ Spider-Man ที่กำลังผลิตอยู่ และจะมีหนังจากนิยายเรื่อง Inferno ของ Dan Brown หนัง Angry Birds และหนัง Popeye เรื่องใหม่ด้วย

ที่มา - BBC News

บริษัท News Corp แยกส่วนธุรกิจบันเทิงที่ทำกำไรได้มากกว่าออกมาเป็น 21st Century Fox

By: toandthen on Sat, 2013-06-29 17:52

เมื่อปลายปีที่แล้ว Rupert Murdoch เจ้าของเครือข่ายสื่อใหญ่ยักษ์อย่าง News Corporation ได้ออกมาประกาศว่าเขามีแผนที่จะแยกบริษัทออกเป็นสองบริษัท โดยในวันนี้ การแยกบริษัทสำเร็จลุล่วงไปแล้ว โดยบริษัทที่เกิดใหม่มีชื่อว่า 21st Century Fox จะเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจบันเทิงที่ทำกำไรได้มากกว่า เช่นเครือ 20th Century Fox, Fox Sports, FX และ Fox News Channel

ในส่วนของ News Corp เดิม จะเป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่มากเท่า และเน่้นธุรกิจประเทศข่าว และสิ่งพิมพ์มากกว่า เช่น The Wall Street Journal, the New York Post, The Times of London และ HarperCollins

ทั้งสองบริษัท จะยังคงอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ที่น่าสนใจ คงจะเป็นมูลค่าของ News Corp ในตลาดหุ้น เพราะเราจะได้รู้กันทันทีว่านักลงทุนในตลาด มีความเห็นอย่างไรกับอุตสาหกรรมตีพิมพ์ในรูปแบบเดิม

ที่มา - The Verge

ผลประชามติสวิส: ประชาชนอยากให้คุมรายได้ผู้บริหารบริษัทต่าง ๆ ในประเทศ

By: toandthen on Mon, 2013-03-04 01:57

ผลประชามติล่าสุดของประเทศสวิสเซอร์แลนด์เผย ประชาชนกว่า 68% ที่ได้มาใช้สิทธิในการโหวตประชามติสนับสนุนแผนของรัฐบาลกลางสวิสฯ ที่จะอนุญาตให้ผู้ถือหุ้นมีอำนาจในการหยุดไม่ให้บริษัทต่าง ๆ จ่ายเงินให้กับผู้บริหารของตัวเองมากจนเกินไป ในขณะที่กลุ่มนักธุรกิจทั้งหลายอ้างว่าแผนนี้ของรัฐบาล จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการแข่งขันของสวิสเซอร์แลนด์ลดลง

ประชามตินี้มีขึ้นหลังจากที่สหภาพยุโรปได้ผ่านมติที่จะจำกัดโบนัสของพนักงานในอุตสหกรรมการเงิน แม้ว่าสวิสเซอร์แลนด์จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปก็ตาม แต่นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า คนสวิสเริ่มที่จะกังวลปัญหาช่องว่างรายได้ในประเทศที่เริ่มแย่ลง

สิ่งที่ทำให้คนสวิสเริ่มไม่พอใจ อาจจะเกิดจากผลประกอบการของบริษัทสัญชาติสวิส ที่ต่างก็ติดลบกันมากมาย แต่ทีมผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้น กลับได้เงินเดือนและโบนัสที่สูงมากเช่นเดิม หากแผนของรัฐบาลกลางสวิสนี้จะกลายเป็นนโยบายที่นำมาใช้จริง สวิสเซอร์แลนด์ จะกลายเป็นประเทศที่มีมาตรการคุมรายได้ของผู้บริหารฝั่งเอกชนที่เข้มงวดที่สุดของโลกทันที

ที่มา - BBC UK

Burger King กลับมาแล้วในฝรั่งเศสหลังจากปิดสาขาหมดในปี 1997

By: toandthen on Thu, 2012-12-27 18:08

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Burger King ร้านอาหารจานด่วนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก​ ได้เปิดสาขาแรกในฝร่ังเศสที่สนามบิน Marseilles ครั้งแรกตั้งแต่ 39 สาขาทั้งหมดในประเทศถูกปิดลงในปี 1997 เพราะไม่สามารถทำกำไรได้

สำนักข่าว AP อ้างว่าสาเหตุที่ Burger King ไม่สามารถที่จะทำกำไรได้ในฝรั่งเศสในตอนนั้น อาจเป็นเพราะว่ารสชาติไม่ถูกปากคนท้องถิ่น ในการกลับมารุกตลาดฝรั่งเศสอีกครั้ง Burger King จะต้องกลับมาสู้กับ McDonalds หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันติดปากไปแล้วว่า "แมค-โด" เชนร้านอาหารจานด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลกที่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากในฝรั่งเศส และมีสาขาแล้วกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ

ความสำเร็จของ "แมค-โด" อาจจะอยู่ที่เมนูที่ถูกปรับให้ถูกปากคนท้องถิ่นมากกว่า เช่นเบอร์เกอร์ที่ใช้ขนมปังฝรั่งเศสแทนอย่าง McBaguette หรือแม้กระทั่ง Alpine Burger ที่ลูกค้ามีตัวเลือกในการเปลี่ยนชีสเป็นแบบที่ตัวเองชอบที่สุดได้

คราวนี้ Burger King ได้จับมือกับบริษัท Autogrill Group ที่ในขณะนี้เปิดร้านอาหารกว่า 900 สาขาแล้วทั่วฝรั่งเศสและประเทศยุโรปใกล้เคียงอื่น ๆ และก็ได้เป็นเจ้าของ Burger King กว่า 100 สาขาแล้วในอเมริกาเหนือและยุโรป

ที่มา - Time

พานาโซนิคส่งเงินเข้าอุ้มโอลิมปัสสูงสุด 50,000 ล้านเยน

By: lew on Fri, 2012-06-08 02:32

ปัญหาการตัดแต่งบัญชีของโอลิมปัสที่ทำให้ผู้บริหารถึง 19 คนถูกฟ้อง และต้องแก้ปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนต้องปลดพนักงาน 2,500 คน แต่ทางรอดในระยะยาวของโอลิมปัสคงมีทางเดียวคือการเพิ่มทุน เพื่อเอาเงินสดเข้ามากอบกู้กิจการที่หลายส่วนยังไปได้และทำกำไร ก่อนหน้านี้ฟูจิประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่ผลออกมากลายเป็นพานาโซนิคที่ส่งเงินมาช่วยโดยอยู่ระหว่างเจรจาตัวเลขในช่วง 30,000 ถึง 50,000 ล้านเยน ซึ่งจะทำให้พานาโซนิคกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในทันที

ข่าวลือเกี่ยวกับความช่วยเหลือนี้คือพานาโซนิคหวังจะสร้างสายสัมพันธ์กับโอลิมปัสที่มีจุดแข็งในตลาดการแพทย์อย่างมาก และรายได้จากตลาดนี้นิ่งกว่าตลาดสินค้าคอนซูมเมอร์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยกว่า

ที่มา - Reuters

Wired: 5 เหตุผลที่ทำให้โนเกียกลายเป็นบริษัท "ขยะ"

By: toandthen on Sun, 2012-04-29 11:01

Wired ได้เขียนถึงเหตุผลว่าทำไมโนเกียถึงพ่ายยอดขายมือถือโดยรวมให้กับซุมซุง และถูกปรับความน่าเชื่อถือลงสู่ระดับ "ขยะ"​ แม้ว่าตัวเองจะเป็นแชมป์ตลาดมือถือได้นานถึง 14 ปี โดยสิ่งที่ Wired คิดว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้โนเกียต้องเจอกับสถานการณ์ปัจจุบันได้แก่

  • โนเกียไหวตัวช้าเกินไป โดยก่อนหน้าที่แอปเปิลจะเปิดตัวไอโฟนในปี 2007 โนเกียเป็นผู้นำตลาดมือถือสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian มาถึงห้าปีด้วยกัน ไอโฟนเป็นสินค้าที่เปลี่ยนความหมายของคำว่า "สมาร์ทโฟน" โดยสิ้นเชิง การที่โนเกียไม่ยอมที่จะตอบสนองกับการเกิดของ iOS และ Android อย่างทันท่วงที ทำให้โนเกียต้องเสียตลาดสมาร์ทโฟนไปทันที ในขณะที่ตลาด feature phone ของตัวเองที่เคยคิดว่าแข็งแกร่งนั้น กลับมีขนาดเล็กลงเพราะคนเริ่มหันไปใช้สมาร์ทโฟนราคาถูกจากซัมซุงมากยิ่งขึ้น
  • ตัดสินใจเรื่อง OS ไม่ได้เสียที ซัมซุงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะเขาสามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการตลาดใหม่ได้ดีและรวดเร็วแล้ว ยังเลือกที่จะไม่เทเงินทั้งหมดของตัวเองไปกับระบบปฏิบัติการเดียว ทุกวันนี้ซัมซุงยังขายมือถือที่มีทั้งระบบปฏิบัติการ Android, Windows Phone หรือแม้กระทั่ง Bada ระบบปฏิบัติการของตัวเอง เผื่ออย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องล้มไป และสุดท้ายซัมซุงก็พบว่า Android เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับซัมซุง ในขณะที่โนเกียกลับทำตรงกันข้ามมาโดยตลอด ที่ทุ่มเงินเพื่อยื้อระบบปฏิบัติการของตนเอง และสุดท้ายก็เลือกที่จะเปลี่ยนมาเป็น Windows Phone ในเวลาที่อาจจะพูดได้ว่าสายเกินไปเสียแล้ว
  • โดนโจมดีทั้งตลาดบนและตลาดล่าง โนเกียไม่ได้แพ้แค่ตลาดมือถือระดับบนอย่างเดียว แต่ระดับล่าง ๆ ของตัวเองก็ถูกโจมตีโดยคู่แข่งที่มีโครงสร้างต้นทุนที่ตำกว่า เช่น HTC, หัวเหว่ย และ ZTE โดยสามบริษัทนี้ต่างก็มีความรู้ความสามารถในตลาดท้องถิ่นยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนมากกว่า
  • ภาพลักษณ์ความคลาสสิกของโนเกีย เป็นอีกปัญหาที่ทำให้โนเกียไม่สามารถสู้ในตลาดยุคปัจจุบันได้ เพราะว่าโนเกียมีภาพลักษณ์ในสายตาของผู้ใช้มือถือยุคปัจจุบันว่าเป็นแบรนด์มือถือยุคแรก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกม Snake ที่ทุกคนต่างก็เห็นเป็นความคลาสสิก ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ผู้ใช้สามารถจะเชื่อมต่อกับแบรนด์ของโนเกียได้ โนเกียไม่เคยแสดงตัวให้เห็นว่าตนเป็นผู้ผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่อย่างใด
  • แผนการบริหารจัดการที่ด้อย แอปเปิลเลือกทำตลาดมือถือของตัวเองด้วยโมเดลสินค้าตัวเดียว ภายใต้ยี่ห้อเดียว ในขณะที่ซัมซุงใช้แผนการต่อกรกับแอปเปิลโดยตรงด้วยการออกสินค้าสเปคสูงราคาแพงมาสู้ ในขณะที่ปล่อยสินค้าตระกูลต่ำกว่าออกมาด้วยพร้อม ๆ กับเป็นกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแบรนด์ Galaxy ที่มีราคาต่ำกว่าเครื่องละ 9000 บาท โนเกียไม่เคยมีแผนการที่ชัดเจนว่าจะวางตัวอย่างไรในตลาด และถึงแม้ว่าโนเกียกับไมโครซอฟท์จะเป็นสองแบรนด์ที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงในยุคหลัง ๆ แต่ทั้งสองบริษัทก็มีอาวุธมากมายที่สามารถนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตลาดได้อยู่

ที่มา - Wired

-ซ้ำ- ภาพยนตร์เรื่อง John Carter เรื่องเดียวอาจทำให้ดิสนีย์ขาดทุนมากถึง 200 ล้านดอลลาร์

By: toandthen on Wed, 2012-03-21 10:20

หลังจากการเปิดฉายที่มียอดต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ภาพยนตร์เรื่อง John Carter จากค่ายดิสนีย์ที่ใช้ทุนในการถ่ายทำสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์อาจทำให้ดิสนีย์เสียเงินมากถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ "เจ๊ง" แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากทุนในการถ่ายทำที่สูงแล้ว คาดว่าดิสนีย์ได้เสียเงินกับการทำการตลาดให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกถึง 100 ล้านดอลลาร์ โดยในขณะนี้รายได้ทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องนี้รอบโลกอยู่ที่ประมาณ 184 ล้านดอลลาร์ และนี่เป็นตัวเลขรายได้ที่ยังไม่ได้แบ่งกำไรให้กับโรงภาพยนตร์ ซึ่งน่าจะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของตัวเลขนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับนายหทารที่ถูกส่งไปยังดาวอังคาร จากรีวิวของ BBC เอง บอกว่าตลอดความยาว 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ของเรื่อง เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเลยนอกจากความน่าเบื่อ

ดิสนีย์คงจะต้องหวังว่าภาพยนตร์ต่อ ๆ ไปในปีนี้จะทำให้ผลประกอบการของตัวเองดีขึ้น โดยรายชื่อภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของดิสนีย์ในปีนี้ได้แก่ The Avengers ซึ่งจะออกฉายเดือนพฤษภาคมนี้ และ Brave จากค่ายพิกซ่าซึ่งจะออกฉายเดือนมิถุนายนนี้

ที่มา - BBC

UPS เตรียมเข้าซื้อ TNT ด้วยราคา 6.8 พันล้านดอลลาร์

By: lew on Mon, 2012-03-19 10:46

แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่ออ้างกับสำนักข่าว Bloomberg ว่าบริษัท UPS หรือ United Parcel Service Inc. ได้เจรจาตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัท TNT Express NV สำเร็จแล้วด้วยราคา 6.8 พันล้านดอลาร์ (ประมาณสองแสนล้านบาท) คิดเป็น 9.5 ยูโรต่อหุ้น และจะประกาศเป็นทางการภายในวันนี้

TNT จะเป็นกำลังสำคัญในการบุกตลาดยุโรปให้กับ UPS ที่แข็งแกร่งอยู่ในสหรัฐฯ ไว้ต่อสู้กับ DHL ที่แข็งแกร่งอยู่ในตลาดยุโปรเช่นกัน ในปี 2010 DHL มีส่วนแบ่ง 17.6%, TNT 9.6%, และ UPS 7.7%

ข่าวลือนี้มีมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือกุมภาพันธ์ ส่งผลให้หุ้นของ TNT (TNTE) กระโดดจาก 6 ยูโรมาอยู่ที่ 9.5 ยูโรในทันที

ส่งที่จะเกิดขึ้นหากทั้งสองบริษัทรวมกิจการกันจริง คือ การลดความซ้ำซ้อนของบริการลง ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าที่ประหยัดได้ 400 ล้านยูโร พนักงานจำนวนมากของ TNT อาจจะต้องถูกให้ออก โดยตอนนี้ TNT มีพนักงานทั่วโลก 77,500 คน

ที่มา - Bloomberg Businessweek

ฟูจิประกาศพร้อมช่วยเหลือ Olympus ถ้ามีการร้องขอ

By: arjin on Wed, 2012-01-18 15:00

จากปัญหาทุจริตใน Olympus ที่สร้างความเสียหายต่อบริษัทจนอาจต้องหลุดจากตลาดหุ้น จึงมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าหลายบริษัทในประเทศญี่ปุ่นอาจเข้าช่วยเหลือด้านการเงิน ล่าสุด Shigetaka Komori ประธานบริษัท Fujifilm Holdings ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทยินดีให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ Olympus ถ้าหากมีการร้องขอ

นอกจากนี้ประธาน Komori ยังกล่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นควรออกมาแก้ปัญหาค่าเงินเยนแข็งโดยเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลเสียหายต่อธุรกิจที่ต้องพึ่งรายได้จากการส่งออกอย่างมาก

ที่มา: Reuters

Olympus ฟ้องผู้บริหารตัวเอง 19 คน มูลค่ากว่า 51,000 ล้านบาท

By: lew on Wed, 2012-01-11 01:24

มหากาพย์ Olympus เริ่มเข้าสู่ช่วงของคดีความเมื่อบริษัทได้ยื่นฟ้องต่อผู้บริหารทั้งอดีตและปัจจุบันทั้งหมด 19 คนต่อศาลโตเกียว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นพุ่งขึ้นทันที 28% มูลค่าความเสียหายในคำฟ้องคือ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 51,000 ล้านบาท ส่วนมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงินนั้นทาง Olympus ชี้แจงว่าอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์หรือ 33,000 ล้านบาท

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหารุงรังที่การฉ้อโกงครั้งนี้ทิ้งไว้อีกมากก็ตาม แต่ตลาดหุ้นก็ตอบสนองต่อข่าวนี้เป็นอย่างดี หุ้น Olympus พุ่งกลับขึ้นมายืนอยู่เหนือ 1,200 เยนต่อหุ้นได้หลังจากร่วงเกือบ 2,500 เยนก่อนการแฉปัญหานี้ของอดีตซีอีโอ Michael C. Woodford

ทางฝั่ง Woodford นั้นกำลังฟ้องกลับไปยัง Olympus ที่ไล่เขาออกก่อนหมดสัญญาจากการงัดข้อกับบอร์ดบริหารในคดีนี้ โดยตอนนี้ได้ฟ้องที่ศาลอังกฤษแล้วและเขาคาดว่าจะฟ้องเพิ่มเติมในศาลญี่ปุ่นด้วย

ที่มา - BusinessWeek

Subscribe to RSS - Business