ASEAN

คาร์ฟูร์ขายกิจการในอินโดนีเซียให้ CT Corp เรียบร้อยแล้ว

By: lew on Thu, 2012-11-22 14:31

แนวทางการขายกิจการในประเทศต่างๆ ออกไปเป็นแนวทางของคาร์ฟูร์ทั่วโลก หลังจากบ้านเราเพิ่งขายให้กับกลุ่มบิ๊กซีไปไม่นาน ก็ถึงคิวของอินโดนีเซีย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนการถ่ายโอนไปยัง CT Corp. บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของอินโดนีเซีย โดยมูลค่ากิจการสูงถึง 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

CT Corp. หวังให้กิจการที่ซื้อมาเติบโตปีละ 30% จากเดิมที่เติบโตขึ้นปีละ 10% เพื่อให้สามารถจ่ายเงินกู้สำหรับการซื้อกิจการได้ แต่ทางเลือกอื่นสำหรับการจ่ายเงินกู้ก็อาจจะเป็นการออกพันธบัตรหรือการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นก็ได้

คาร์ฟูร์มีแผนใหญ่คือเน้นเฉพาะตลาดยุโรปและจีนเท่านั้น ทำให้การขายกิจการออกไปมีอย่างต่อเนื่อง เร็วๆ นี้ก็เพิ่งขายกิจการในมาเลเซียไปให้ Aeon ของญี่ปุ่นด้วยมูลค่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - The Jakarta Post

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ "ไร้อารมณ์" ที่สุดในโลก, ฟิลิปปินส์เจ้าอารมณ์ที่สุดในโลก

By: lew on Thu, 2012-11-22 14:22

สำนักโพล Gallup สำรวจสิ่งที่เข้ามากระทบต่ออารมณ์ประชาชนกว่า 150 ประเทศทั่วโลก โดยถามคำถามว่าได้พบเจออะไรที่ทำให้อารมณ์ดีหรือไม่ในวันที่ผ่านมา 5 ข้อ และเจออะไรที่ทำให้อารมณ์เสียหรือไม่อีก 5 ข้อ พบว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีคนตอบ "ใช่" เพียงแค่ 36% ทำให้เป็นประเทศที่ "ไร้อารมณ์" อันดับหนึ่งของโลก

ในด้านตรงข้าม ประเทศฟิลิปปินส์มีผู้ตอบว่า "ใช่" ถึง 60% กลายเป็นประเทศที่ "เจ้าอารมณ์" ที่สุดในโลก ทำให้อาเซียนภูมิภาคเดียวกลายเป็นจุดพบกันของสังคมสองแบบที่ต่างกันคนละด้าน

กลุ่มประเทศที่ไร้อารมณ์นอกจากสิงคโปร์ มักเป็นประเทศแถบยุโรปตะวันตก เช่น ลิธัวเนียร์, รัสเซีย, ยูเครน, คาซัคสถาน ส่วนกลุ่มเจ้าอารมณ์มักเป็นอเมริกาใต้ เช่น เอล ซาวาดอร์, โคลัมเบีย, ชิลี, คอสตาริกา, เอกวาดอร์

อารมณ์และความรู้สึกต่อชีวิตเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงหลังต่อเนื่องจาก ตัวเลข GDP และชั่วโมงการทำงาน

รายงานฉบับเต็มต้องซื้อจากทาง Gallup โดยจะระบุถึงรายงานด้านดีหรือด้านแย่ของอารมณ์ของคนในแต่ละประเทศ เช่นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางเป็นกลุ่มที่อารมณ์เสียที่สุดในโลก ขณะที่กลุ่มอเมริกาใต้เป็นกลุ่มที่อารมณ์ดีที่สุดในโลก

ที่มา - Gallup

Lion Air อินโดนีเซียสู้ศึกต้นทุนต่ำ เปิดสายการบินใหม่ในมาเลเซีย

By: chayaninw on Tue, 2012-09-11 20:27

PT Lion Mentari Airlines หรือ Lion Air สายการบินเอกชนรายใหญ่ของอินโดนีเซีย เตรียมเปิดสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศมาเลเซีย ประเทศบ้านเกิดของ AirAsia เจ้าตลาดในภูมิภาค

สายการบินใหม่ที่จะตั้งนี้ ใช้ชื่อว่า Malindo Airways มี Lion Air เป็นผู้ถือหุ้น 49% ส่วนอีก 51% นั้นเป็นของบริษัทจากมาเลเซีย National Aerospace & Defense Industries Sdn. โดยจะเริ่มบินระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคม มีเครื่องบินเริ่มต้นเป็น Boeing 727 จำนวน 12 ลำ และวางแผนจะขยายขนาดฝูงบินเป็น 100 ลำในเวลาสิบปี

Rusdi Kirana ประธานของ Lion Air ประกาศว่า Malindo จะตั้งราคาค่าโดยสารที่เท่ากันหรือถูกกว่า AirAsia และเครื่องบินของสายการบินจะมีบริการความบันเทิงบนเครื่อง พื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น และเสิร์ฟอาหารแบบเบาๆ ด้วย ต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ AirAsia ก็พยายามเจาะเข้าไปยังอินโดนีเซียมากขึ้น โดยเข้าซื้อสายการบิน Batavia Air ของอินโดนีเซีย และตั้งสำนักงานสำหรับภูมิภาคอาเซียนในกรุงจาการ์ตา

Lion Air เป็นเจ้าของคำสั่งซื้อที่ใหญ่ที่สุดของ Boeing โดยปีที่แล้วสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัท 230 ลำ มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ AirAsia ก็ครองสถิติของฝั่ง Airbus จากการสั่งซื้อ A320 จำนวน 200 ลำ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ที่มา - BusinessWeek, Reuters

ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียให้ความเห็น "กลุ่มไม่เชื่อในพระเจ้าและคอมมิวนิสต์มีสิทธิเสรีภาพเช่นกัน"

By: lew on Wed, 2012-07-18 23:52

ประธานศาสรัฐธรรมนูญอินโดนีเซีย Mohammad Mahfud MD ได้กล่าวกับนาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมันในการเข้าเยี่ยมเยียนว่าชาวอินโดนีเซียแม้จะเป็นกลุ่มคนไม่เชื่อในพระเจ้าหรือคอมมิวนิสต์ก็มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

คำกล่าวนี้สวนทางการคำพิพากษาของศาลแขวง Negeri Muaro ที่เพิ่งพิพากษาจำคุก Alexander Aan เป็นเวลาสองปีครึ่งเพราะประกาศตัวเองในเฟซบุ๊กว่าเป็นกลุ่มคนไม่เชื่อในพระเจ้า โดยผู้พิพากษาในคดีนั้นระบุว่าการประกาศตัวว่าไม่มีศาสนาในพื้นที่เปิด เช่น เฟชบุ๊กนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เพราะหลักการ Pancasila ที่เป็นเสาหลักของอินโดนีเซียนั้นระบุให้ทุกคนต้องเชื่อในพระเจ้า

เลขาธิการ Muhammadiyah องค์กรอิสลามอันดับที่สองออกมาสนับสนุนคำพูดของนาย Mahfud ว่าแม้หลัก Pancasila จะระบุให้ทุกคนมีศาสนาแต่ภาระผูกพันของอินโดนีเซียต่อสิทธิมนุษยชนสากล

ท่าทีของผู้นำหรือนักวิชาการมุสลิมหลายคนให้ความเห็นว่าอินโดนีเซียนั้นรองรับการนับถือศาสนาหรือไม่นับถือศาสนาหากเป็นการกระทำเป็นการส่วนตัว แต่จะมีปัญหาหากบุคคลแสดงท่าทีในที่สาธารณะ

ที่มา - The Jakartra Post

IDC ชี้ อุตสาหกรรมไอทีพม่าจะเติบโตปีนี้ 15%

By: lew on Tue, 2012-07-10 00:16

IDC ออกรายงานวิเคราะห์การเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีในพม่า ระบุว่าการปฎิรูปการเมืองของพม่าจะเปิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมากโดยเฉพาะภาคไอทีที่พม่าต้องการเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับโลกภายนอก โดยคาดว่าปีนี้อัตตราการเติบโตจะสูงถึง 15% และโดยรวมไปจนถึงปี 2016 จะโตขึ้นฉลี่ยปีละ 14%

รายงานระบุว่าสองส่วนหลักของการเติบโต คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนไอทีของภาคธุรกิจ

ปีที่ผ่านมาการใช้จ่ายสำหรับไอทีของพม่ายังคงเป็นฮาร์ดแวร์ถึง 87% และเป็นบริการ 8% ส่วนซอฟต์แวร์นั้นมีเพียง 5%

เตรียมไปเปิดบริษัทเดินเน็ตเวิร์ค ยิง Wi-Fi ข้ามเมืองหรือหมู่บ้านน่าจะดี

ที่มา - IDC

ออสเตรเลียลดการคว่ำบาตรเมียนมาร์, อองซานขอให้ยุโรปยกเลิกคว่ำบาตร

By: lew on Tue, 2012-04-17 02:19

ออสเตรเลียแสดงความพอใจต่อท่าทีที่เปิดกว้างขึ้นของรัฐบาลเมียนมาร์ และประกาศยกเลิกคว่ำบาตร หลังจากเมียนมาร์เปิดให้มีการเลือกตั้งและปล่อยนักโทษการเมืองออกมา ตลอดจนการแก้กฎหมายเพื่อรองรับสิทธิในการแสดงออก, สิทธิแรงงาน, และการมีส่วนร่วมทางการเมือง

การลดการคว่ำบาตรมีผลให้รายชื่อชาวเมียนมาร์ผู้ต้องห้ามทางการเงินและการเดินทางเข้าประเทศของออสเตรเลีย ลดลงจาก 392 คนเหลือ 113 คน เช่น ประธานาธิปดีของเมียนมาร์และสมาชิกรัฐบาลที่มีส่วนในการปฏิรูปประเทศ

ประกาศนี้มีขึ้นหลังจากที่วันศุกร์ที่ผ่านมา นายเดวิด คาเมนรอนได้เข้าพบนางออกซาน ซูจี โดยหลังจากพูดคุยกันนางอองซานได้เรียกร้องให้สหราชอาณาจักรลกเลิกการคว่ำบาตรต่อพม่าซึ่งนายเดวิดเองก็เห็นด้วยและออกมาเรียกร้องให้สหภาพยุโรป "หยุดพัก" การคว่ำบาตรไว้ชั่วคราว ท่าทีเช่นนี้ทำให้น่าจับตามองว่าสหภาพยุโรปที่กำลังตัดสินใจประเด็นนี้ภายในสิ้นเดือน จะทำตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรหรือไม่

ที่มา - Wall Street Journal, CNN

นายกสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ศุกร์นี้

By: lew on Tue, 2012-04-10 18:42

นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ในวันศุกร์นี้ แม้สหภาพยุโรปยังคงคว่ำบาตรเมียนมาร์อยู่ก็ตาม โดยการเดินทางของนายเดวิด รอบนี้จะไปพร้อมกับตัวแทนธุรกิจอีก 35 คน ทั้งด้านการทหาร, พลังงาน, ก่อสร้าง, และธุรกิจอื่นๆ โดยคาดว่าผลประโยชน์ในสหราชอาณาจักรสนใจ คือ ธุรกิจ พลังงาน, เหมือง, การเงิน, โทรคมนาคม, และการท่องเที่ยว

การเดินทางรอบนี้ไม่ใช่การเดินทางสู่เมียนมาร์โดยตรง แต่เป็นการเดินทางไปยัง ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย

เมียนมาร์เคยเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรสมัยยังเป็นประเทศพม่า และการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีนั้นมีขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1955 หลังจากนั้นพม่าก็มีรัฐประหารในปี 1962 ก็ไม่มีการเยือนอย่างเป็นทางการอีก

ทางด้านสหภาพยุโรปนั้นอาจจะยกเลิกคำสั่งคว่ำบาตรเมียนมาร์ได้ แต่การพิจารณาจะมีขึ้นในวันที่ 23 เมษายนที่จะถึงนี้

ที่มา - Reuters

เมียนมาร์เตรียมรุกตลาดข้าวโลก หวังเพิ่มการส่งออกเป็นหนึ่งล้านตัน

By: lew on Sun, 2012-04-08 21:10

ความพยายามเปิดประเทศของเมียนมาร์นอกจากเรื่องของการเมืองที่เริ่มปล่อยให้นางอองซาน ซูจี เข้าแข่งขันในสนามเลือกตั้ง และการเปิดเสรีทางการเงินแบบมีการควบคุมแล้ว ตอนนี้ตลาดการค้าก็เริ่มมีการปรับตัวแล้วเช่นเดียวกัน โดยทางการ โดยทางการพม่าประกาศว่าจะเพิ่มการส่งออกข้าวในปี 2012 ถึง 2013 นี้ให้เพิ่มเป็น 1 ล้านตัน

ทางการเมียนมาร์ระบุว่าปีที่แล้วมีการส่งออกข้าว 844,200 ตันคิดเป็นมูลค่า 324 ล้านดอลลาร์ แต่ในสมัยที่เมียนมาร์ยังเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรในปี 1934 นั้นเมียนมาร์เคยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณส่งออกถึง 3.4 ล้านตัน ขณะที่ปี 2010 นั้นไทยส่งออกข้าวได้ 8.5 ล้านตัน และเวียดนามส่งออกข้าวได้ 6.5 ล้านตัน หากเมียนมาร์กลับมาเข้าตลาดโลกได้ ศักยภาพการผลิตก็ยังคงมีอยู่อีกมาก

เมียนมาร์ประกาศให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับผู้ส่งออกไปจนถึงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยข้าวเมียนมาร์นั้นมีลูกค้าสำคัญ คือ ชาติแอฟริกัน, ฟิลิปปินส์, บังคลาเทศ, และจีน อย่างไรก็ดีการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และยุโรปยังคงมีอยู่ แม้ทางการเมียนมาร์จะพยายามเอาใจชาติเหล่านี้อย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาก็ตาม

ที่มา - Reuters, Reuters, Bloomberg

กฏหมายเปิดเสรีค่าเงินเมียนมาร์เริ่มมีผล 1 เมษายน เตรียมปล่อยเงินกู้เพิ่มให้รัฐวิสาหกิจ

By: lew on Thu, 2012-03-29 23:36

กฏหมายปล่อยเสรีค่าเงินของเมียนมาร์จะเริ่มมีผลบังคับในวันที่ 1 เมษายนนี้ คาดว่าค่าเงินจ๊าดจะตกลงมาอยู่ที่ 800 จ๊าดต่อดอลลาร์ จากเดิมที่ธนาคารกลางผูกค่าเงินตายตัวไว้ที่ 6.51 จ๊าดต่อดอลลาร์ (ซึ่งเป็นอัตราที่หาซื้อจริงไม่ได้) อย่างไรก็ดีรัฐวิสาหกิจของพม่านั้นใช้อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการทำให้ได้รับผลกระทบจากอัตราค่าเงินนี้

ทางการพม่าเตรียมเงินกู้เพิ่มเติมให้กับหน่วยงานเหล่านี้เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อย่างไรก็ดีภาพรวมของระบบเศรษฐกิจนั้นคงไม่กระทบมากนักเพราะหน่วยงานเหล่านี้มีผลต่อระบบเศรษฐกิจเมียนมาร์ประมาณ 10% เท่านั้น

ที่มา - Reuters, BusinessWeek

อาเซียน+3 เตรียมเพิ่มขนาดข้อตกลงเชียงใหม่เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์

By: lew on Sun, 2012-03-18 20:24

กลุ่มชาติอาเซียนและอีกสามชาติ คือ ญี่ปุ่น, จีน, และเกาลีใต้ เตรียมเพิ่มขนาดข้อตกลงเชียงใหม่ (Chiang Mai Initialtive) เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่มีข้อตกลงไว้ 120,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2009

ข้อตกลงเชียงใหม่เป็นการทำข้อตกลงเพื่อให้ชาติสมาชิกสามารถเข้ามาขอแลกเปลี่ยนเงินของตัวเองเป็นดอลลาร์ จากปริมาณเงินที่ตัวเองมีส่วนร่วมคูณกับตัวคูณการซื้อที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เช่น ญี่ปุ่นนั้นมีตัวคูณ 0.5 นั่นคือเมื่อญี่ปุ่นต้องการเงินดอลลาร์สามารถเข้ามาซื้อเงินจากกองกลางได้ครึ่งเดียวที่นำเงินเข้ามาวางไว้ ส่วนอินโดนีเซียนั้นมีตัวคูณ 2.5 ทำให้สามารถเข้าซื้อเงินดอลลาร์ได้มากกว่าเงินที่วางไว้มาก เพื่อนำไปใช้ต่อสู้ค่าเงินในกรณีที่ถูกโจมตี

กองทุนนี้ปัจจุบันเงิน 80% มาจากจีน, ญี่ปุ่น, และเกาหลีใต้ ส่วนอีก 20% เป็นของชาติอาเซียน ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าขนาดเงินกองกลาง 120,000 ล้านดอลลาร์นั้นจะไม่เพียงพอต่อการต่อสู้ค่าเงิน

คณะทำงานได้ส่งคำแนะนำไปยังชาติสมาชิกให้เพิ่มขนาดเงินกองกลางจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะมีการประชุมในวันที่ 28 มีนาคมนี้ที่กัมพูชา หากตกลงกันได้ ขนาดเงินกองกลางนี้ก็จะได้รับการสมทบเพิ่มขึ้นต่อไป

การรวมเงินกองกลางนี้มีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติเมื่อปี 1997 หรือวิกฤติ พ.ศ. 2540 ที่ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท

ที่มา - Wall Street Journal, The Jakarta Post

เมียนมาร์ร่างกฏหมายการลงทุนใหม่: ปลอดภาษี 5 ปี, ไม่ต้องร่วมทุนกับคนท้องถิ่น

By: lew on Fri, 2012-03-16 23:57

หลังจากเตรียมเปิดเสรีทางการเงิน (บางส่วน) เมียนมาร์ก็เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ที่เป็นมิตรกับนักลงทุนมากขึ้น โดยเปิดให้ทุนต่างชาติสามารถลงทุนในบริษัทได้เต็ม 100% หรือร่วมกับทุนท้องถิ่นโดยต้องเป็นทุนต่างชาติอย่างน้อย 35%

บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิเช่าที่ดินได้สูงสุด 30 ปีขึ้นกับประเภทธุรกิจ และสามารถต่อสัญญาไปได้อีกสองรอบ รอบละ 15 ปี การจ้างงานนั้นจะไม่อนุญาตให้จ้างแรงงานไร้ฝีมือต่างชาติ ส่วนแรงงานมีฝีมือนั้นจะต้องเป็นชาวเมียนมาร์อย่างน้อย 25% หลังดำเนินกิจการไป 5 ปี 50% ภายใน 10 ปี และหยุดที่ 75% ภายใน 15 ปี กฏหมายนี้รับรองว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปยึดกิจการแต่หากจะแปลงเป็นของรัฐจะเป็นการเข้าซื้อกิจการที่ราคาตลาด แม้จะยังน่ากลัวว่าราคาตลาดที่รัฐบาลเมียนมาร์จะจ่ายนั้นจะเป็นอย่างไร แต่การรับรองนี้ก็ดีกว่าการไม่มีหลักประกันอะไรเหมือนก่อนหน้านี้

ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากคือกิจการเหล่านี้สามารถผลิตเพื่อขายในเมียนมาร์ได้แล้ว หลังจากการก่อนหน้านี้กิจการของชาวต่างชาติจะต้องเป็นกิจการเพื่อการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ชาวเมียนมาร์ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้าหลายอย่าง

ร่างกฏหมายนี้น่าจะผ่านสภาภายในเดือนนี้ หลังจากนั้นประธานาธิปดีเมียนมาร์มีเวลาลงนามภายใน 15 วัน จึงจะมีผลบังคับ

ทุนไทยน่าจะเป็นชาติหนึ่งที่เข้าไปลงทุนอย่างสูงในเมียนมาร์หลังการเปิดประเทศครั้งนี้

ที่มา - Chicago Trubune

ฮอนด้าประกาศเพิ่มกำลังผลิตสกูตเตอร์ในอินโดนีเซียอีก 25%

By: lew on Tue, 2012-03-13 23:06

ฮอนด้าประกาศลงทุน 340 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานผลิตสกูตเตอร์แห่งใหม่ที่จะขยายกำลังผลิตให้กับฮอนด้าเป็น 5.3 ล้านคันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังผลิต 4.2 ล้านคันต่อปี โดยตอนนี้ฮอนด้าครองตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดอินโดนีเซีย คาดว่าโรงงานใหม่จะแล้วเสร็จในปีหน้า

ปีที่แล้วเศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตถึงร้อยละ 6.5 และคาดว่าปีนี้จะเติบโตอีกร้อยละ 6 ส่วนเงินลงทุนนั้นสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีที่แล้วเพียงปีเดียว

ทางฝั่งรถยนต์นั้นโตโยต้าที่เป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่ก็มีแผนจะขยายกำลังการผลิตเช่นเดียวกัน โดยเตรียมจะขยายอีกถึงเท่าตัวภายในปี 2014

ที่มา - Wall Street Journal

เมียนมาร์เตรียมเปิดระบบประมูลเงินตรา

By: lew on Tue, 2012-03-13 10:16

การเปลี่ยนแปลงในเมียนมาร์หลังการเลือกตั้งมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยนักโทษการเมือง หรือการลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อย แม้จะยังไม่ประสบผลในหลายๆ ประเด็นก็ตาม แต่การเปิดตลาดครั้งใหม่อาจจะเป็นการเปิดเสรีทางการเงิน

การเปิดนี้คืออนุญาตให้ธนาคารเอกชนทั้ง 11 แห่งสามารถประมูลเงินดอลลาร์จากธนาคารกลางได้ โดยการเปิดในช่วงแรกจะเปิดแบบมีการจัดการ เริ่มจากวันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป แต่ยังไม่มีแผนการต่อไปว่าจะเปิดให้ลอยตัวเมื่อใด โดยอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มต้นนั้นจะอยู่ที่ 800 จ๊าดต่อดอลลาร์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับในตลาดมืดในช่วงนี้

ทุกวันนี้เมียนมาร์ผูกค่าเงินแบบตายตัวโดยประกาศค่าเงินไว้ที่ 6.51 จ๊าดต่อดอลลาร์ แต่ค่าเงินนี้เป็นค่าเงินที่ไม่มีการซื้อขายจริง เพราะค่าเงินจ๊าดของเมียนมาร์อ่อนค่ากว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารกลางประกาศไว้มาก โดยอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืดนั้นจะอยู่ที่ 750 ถึง 1,350 จ๊าดต่อดอลลาร์

ที่มา - Reuters

อินโดนีเซียออกกฏหมายห้ามต่างชาติรับตำแหน่งซีอีโอบริษัทท้องถิ่น

By: lew on Sun, 2012-03-11 10:17

ดูเหมือนอินโดนีเซียจะมีแนวทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากออกกฏหมายลดสัดส่วนหุ้นจากต่างชาติในกิจการเหมืองแร่ไปแล้ว กฏหมายอีกฉบับที่ออกมาใกล้ๆ กันคือการห้ามชาวต่างชาติมารับตำแหน่งซีอีโอบริษัทท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานอธิบายว่ากฏหมายฉบับนี้จะไม่มีผลต่อบริษัทที่ลงทุนโดยต่างชาติ โดยทางรัฐบาลจะทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่อไป แต่ตอนนี้กฏหมายฉบับนี้ก็สร้างความสับสนว่ามีบริษัทใดบ้างที่จะเข้าเงื่อนไข

สมาคมนายจ้างอินโดนีเซียออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฏหมายฉบับนี้เพราะแรงงานที่มีความสามารถยังมีจำนวนจำกัดในอินโดนีเซีย และกฏหมายฉบับนี้แสดงความเป็นชาตินิยมอย่างใจแคบ พร้อมทั้งระบุว่าเจ้าของบริษัทควรมีอิสระที่จะเลือกพนักงานสำหรับบริษัทของตัวเอง

ที่มา - Reuters

แม่บ้านสิงคโปร์ได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ปีหน้า

By: lew on Thu, 2012-03-08 14:02

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มาตรฐานความเป็นอยู่สูงที่สุดในอาเชียน แต่แม่บ้านที่มักจะเป็นแรงงานต่างชาติกลับไม่ได้รับวันหยุดแม้แต่วันเดียวในรอบสัปดาห์ จนกระทั่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน นายตัน ชวนจิน ได้ออกมาประกาศว่าตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า แม่บ้านทั้งหมดจะต้องได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือค่าชดเชยในกรณีที่ต้องมาทำงาน

แรงงานที่เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์นั้นมีกว่าสองแสนคน ส่วนมากมาจากอินโดนีเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, และศรีลังกา โดยได้ค่าแรงประมาณ 390 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือ 9,250 บาทต่อเดือน

เรื่องน่ากังวลคือนายจ้างส่วนมากอาจจะเลือกที่จะจ่ายค่าชดเชยเป็นประจำแทนที่จะยอมให้แม่บ้านเหล่านี้หยุดงานพักผ่อนตามเจตนาของประกาศ ทำให้ผลลัพธ์อาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการขึ้นค่าแรงให้กับเหล่าแม่บ้านเท่านั้น

ประเทศในแถบเอเชียที่นำเข้าแรงงานแม่บ้านเหมือนกันคือฮ่องกง และใต้หวัน ล้วนมีข้อบังคับให้มีวันหยุดมาก่อนสิงคโปร์เป็นเวลานานแล้ว

ที่มา - Wall Street Journal, Washington Post, Digital Journal

Pages

Subscribe to RSS - ASEAN