Apple

แอปเปิลออกพันธบัตรระดมทุนในสกุลเงินยูโรเป็นครั้งแรก

By: mk on Wed, 2014-11-05 10:09

แอปเปิลออกพันธบัตรเป็นเงินยูโร โดยระดมทุนทั้งหมดรวมแล้ว 2.8 พันล้านยูโร แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ พันธบัตรอายุ 8 ปี (ผลตอบแทน 1.082%) และ 12 ปี (ผลตอบแทน 1.671%)

เป้าหมายของแอปเปิลคือระดมเงินสดเพื่อไปซื้อหุ้นคืนและจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นเดิม เหตุผลที่แอปเปิลไม่ควักเงินสดที่ตัวเองมีอยู่ในมือมาจ่ายปันผล เป็นเพราะเงินสดส่วนใหญ่อยู่นอกสหรัฐ (จากการขายสินค้านอกประเทศแม่) การนำเงินเหล่านี้กลับมาจะโดยอัตราภาษีที่สูงกว่า (ต้นทุนทางการเงินสูงกว่า) ส่วนเหตุผลที่ออกพันธบัตรเป็นเงินยูโรก็เพราะวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปทำให้อัตราการจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรเป็นเงินยูโรลดลง แอปเปิลจึงสามารถจ่ายผลตอบแทนที่น้อยกว่าการออกพันธบัตรเป็นเงินดอลลาร์ได้ (แต่ก็ยังมีอัตราการตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรยูโรที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศยุโรปหลายแห่ง จูงใจให้คนซื้อได้ง่ายขึ้น)

การออกพันธบัตรของแอปเปิลไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะทำมาหลายครั้งแล้ว (ระดมทุนจากพันธบัตรได้ 29 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2013) เพียงแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ออกเป็นสกุลเงินยูโร

ที่มา - Bloomberg, WSJ

บริษัทผลิตจอแซฟไฟร์ส่งให้แอปเปิลยื่นล้มละลายหลังเซ็นสัญญาไม่ถึงปี

By: lew on Tue, 2014-10-07 00:16

GT Advanced Technologies ผู้ผลิตหน้าจอแซฟไฟร์, เซลล์แสงอาทิตย์, และเส้นใยโพลีซิลิกอน ที่เพิ่งเซ็นสัญญากระจกหน้าจอแซฟไฟร์กับแอปเปิลเมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา ยื่นล้มละลายแล้วในัวันนี้

ทางบริษัทมีเงินสดอยู่ 85 ล้านดอลลาร์ ปริมาณเงินสดของบริษัทลดลงเรื่อยๆ สิ้นไตรมาสสามปีที่แล้ว บริษัทมีเงินสด 258.5 ล้านดอลลาร์ สิ้นปี 2012 บริษัทมีเงินสด 479.2 ล้านดอลลาร์

หลังจากนี้จะหาแหล่งทุนเพิ่มเติม เพื่อให้ดำเนินงานต่อไปได้ โดยซีอีโอบริษัทระบุว่าการยื่นขอความคุ้มครองตาม chapter 11 ไม่ได้หมายความบริษัทกำลังเลิกกิจการ แต่การยื่นขอความคุ้มครองจะให้โอกาสบริษัทกลับมาทำตามแผนธุรกิจต่อไปได้

สัญญาระหว่างแอปเปิลและ GT Advanced ลงนามกันปีที่แล้ว โดยแอปเปิลจะจ่ายเงินให้ 578 ล้านดอลลาร์แบ่งจ่าย 5 ปี เป็นค่าติดตั้งเครื่องมือและดำเนินการในโรงงานของแอปเปิล (แต่เครื่องจักรเป็นของ GT) เมื่อดูจากระยะเวลาแล้วก็เป็นไปได้ว่ากระจกหน้าจอ Apple Watch จะมาจากโรงงานนี้

ที่มา - GT Advanced

ผลสอบเบื้องต้นอียู: ข้อตกลงภาษีระหว่างไอร์แลนด์-แอปเปิล อาจผิดกฎหมาย

By: chayaninw on Tue, 2014-09-30 23:38

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission: EC) ได้เผยแพร่ผลการสอบสวนเบื้องต้น ว่าข้อตกลงด้านภาษีระหว่างประเทศไอร์แลนด์ กับบริษัทแอปเปิล อาจจะเข้าข่ายการอุดหนุนจากรัฐ (state aid) ที่ผิดกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรป

ประเด็นที่ EC มองว่า ไอร์แลนด์อาจกระทำผิด เป็นเรื่องหลักเกณฑ์การกำหนดราคาสำหรับธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือ (transfer pricing) ซึ่งมีลักษณะที่อาจจะเกิดจากการตกลงร่วมกันบนพื้นฐานอื่นอย่างการจ้างงานในประเทศ

transfer pricing คือการกำหนดราคาสำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสองบริษัทในเครือเดียวกัน ซึ่งมีผลอย่างมากต่อกำไรทางบัญชีของบริษัทที่เกี่ยวข้อง การกำหนดราคาระหว่างกันนี้สามารถใช้ในการโยกย้ายผลกำไรให้อยู่ในบริษัทที่ต้องการ (เช่น บริษัท A อาจลงบัญชีซื้อสินค้าจากบริษัท B ในราคาต้นทุนแพง ทำให้กำไรอยู่ในบัญชีของบริษัท B ที่อยู่ในเขตที่เสียภาษีอัตราต่ำกว่า เป็นต้น) บริษัทผู้เสียภาษีอาจมีการตกลงหลักเกณฑ์การกำหนดราคาระหว่างกันนี้ล่วงหน้าร่วมกับรัฐที่เก็บภาษี เรียกว่า advanced pricing arrangement (APA)

ในเอกสารฉบับเผยแพร่ต่อสาธารณชนที่เผยแพร่ออกมาในวันนี้ (30) EC ได้ระบุว่า จากหลักฐานในเบื้องต้น พบว่า การเอกสารการเจรจาตกลงหลักเกณฑ์ transfer pricing ระหว่างไอร์แลนด์กับบริษัทแอปเปิล มีการต่อรองกันเรื่องอัตรากำไรที่จะใช้ มีการกำหนดเป้าหมายรายได้เพื่อที่จะคิดย้อนกลับ (reverse engineer) ให้ได้อัตราที่ต้องการ และมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการจ้างงานในประเทศ ที่ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการพิจารณาด้านภาษีทำให้ EC เห็นว่า ข้อตกลงระหว่างไอร์แลนด์กับแอปเปิล อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจ ซึ่งขัดต่อกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรป ที่ห้ามรัฐสมาชิกให้การอุดหนุนจากรัฐต่อสินค้าหรือธุรกิจในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อการค้าเสรีภายในตลาดร่วมของสมาชิกสหภาพยุโรป

ขั้นตอนต่อไป EC ได้ข้อเอกสารเพิ่มเติมจากไอร์แลนด์ เพื่อทำการพิจารณาและตัดสิน ซึ่งหากมีคำตัดสินว่าขัดต่อข้อบังคับจริง แอปเปิลอาจถูกบังคับให้จ่ายภาษีคืนเพิ่มเติมได้

ทั้งรัฐบาลไอร์แลนด์และบริษัทแอปเปิล ได้ปฏิเสธว่าไม่มีการกระทำผิดกฎหมายข้อบังคับเกิดขึ้น

นอกจากคดีระหว่างแอปเปิลกับไอร์แลนด์แล้ว วันนี้ EC ยังได้เผยแพร่เอกสารลักษณะเดียวกัน ระหว่างบริษัท Fiat Finance and Trade กับประเทศลักเซมเบิร์กด้วย

ที่มา - Financial Times (ต้องสมัครสมาชิกฟรีเพื่ออ่าน), European Commission

นักวิเคราะห์คาดแอปเปิลแตกหุ้น 7 ต่อ 1 อาจหวังถูกนำไปคำนวณดัชนีดาวโจนส์

By: arjin on Fri, 2014-04-25 15:15

ในการประกาศผลประกอบการของแอปเปิลไตรมาสล่าสุด นอกจากรายได้-กำไรที่ยังเพิ่มขึ้น ตลอดจนการประกาศเพิ่มอัตราเงินปันผล ประเด็นหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจ คือการที่แอปเปิลประกาศแตกหุ้นบริษัท 7 ต่อ 1 ในเดือนมิถุนายน เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าแอปเปิลจะทำ

การแตกหุ้น คือการเพิ่มจำนวนหุ้นบริษัทให้มีจำนวนมากขึ้น ไม่มีผลกระทบกับมูลค่ากิจการรวม การเปลี่ยนแปลงคือผู้ถือหุ้นเดิมจะมีหุ้นเพิ่มขึ้นแต่ราคาต่อหุ้นก็จะลดลงตามสัดส่วน ปัจจัยหลักที่บริษัทเลือกแตกหุ้นคือทำให้ราคาต่อหุ้นลดลง นักลงทุนทั่วไปก็สามารถซื้อหุ้นกิจการได้ด้วยเงินที่ลดลง (ในตลาดหุ้นไทยมักใช้คำว่าแตกพาร์)

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่แอปเปิลเลือกแตกหุ้นในอัตราส่วน 7 ต่อ 1 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยมีบริษัททำกันนัก และแอปเปิลเองก็ไม่ได้ให้คำอธิบายในตัวเลขดังกล่าว อย่างกูเกิลที่เพิ่งแตกหุ้นไปก็ใช้อัตราส่วน 2 ต่อ 1 ส่วนบริษัทไทยก็นิยมใช้ 2:1 หรือ 10:1 โดยนักวิเคราะห์จาก Sanford C. Bernstein ราคาหุ้นแอปเปิลที่ลดลงบนอัตราส่วนนี้ ทำให้บริษัทมีโอกาสถูกเลือกไปคำนวณดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ได้ง่ายขึ้น

บทวิเคราะห์: กรณีเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นได้กับแอปเปิล

By: arjin on Wed, 2014-03-19 08:54
Tags: 

Jim Edwards แห่ง Business Insider เขียนบทความวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของแอปเปิล ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของโลก โดยประเมินกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดได้กับบริษัท (Worst-Case Scenario) โดยประเมินแยกเป็นหัวข้อได้ ดังนี้

  • iPhone อาจเป็นธุรกิจที่ไม่โตอีกแล้ว - iPhone เป็นตัวสร้างกำไรหลักของแอปเปิล (68%) ยอดขายในอเมริกาเป็นส่วนแบ่งไม่ถึง 10% และการวิเคราะห์ก็ชี้ว่า iPhone หาลูกค้าใหม่ได้น้อยลง มีแต่ลูกค้าอัพเกรดมากกว่า
  • ตลาดสมาร์ทโฟนราคาจะถูกลงกว่านี้ - iPhone สร้างกำไรให้แอปเปิลได้เพราะสามารถขายได้แพง แต่เทรนด์สินค้าเทคโนโลยีมีแต่ถูกลงเรื่อยๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วในตลาดคอมพิวเตอร์ ว่าสุดท้ายโลกจะเลือกสินค้า "ถูก-ดี-พอใช้ได้" มากกว่า
  • ปัญหาการตั้งราคาสินค้า - iPhone 5c มียอดขายที่ไม่ดี เพราะแอปเปิลไม่ขายมันให้ถูกมากพอ และในขณะเดียวกัน iPhone 5s ก็มีปัญหาผลิตไม่พอขาย โดยเฉพาะรุ่นสีทองในช่วงแรก
  • ส่วนแบ่งแท็บเล็ตที่ลดลง - ส่วนแบ่ง iPad ลดลงต่อเนื่อง แม้จะขายเครื่องได้มากขึ้น และอาจไปในทิศทางเดียวกับสมาร์ทโฟน บทความยังยกตัวอย่าง BlackBerry ว่าการยึดมั่นถือมั่นอาจสร้างปัญหาในระยะยาว

แอปเปิลฝรั่งเศสถูกบุกค้น หลังถูกข้อหาผูกขาด

By: lew on Mon, 2013-07-01 22:22
Tags: 

สำนักงานแอปเปิลในฝรั่งเศสพร้อมกับคู่ค้ารายใหญ่อีกหลายรายถูกบุกตรวจโดยเจ้าหน้าที่ด้านควบคุมการแข่งขันทางการค้า (Competition Authority) หลังจากมีคู่ค้ารายหนึ่งของแอปเปิล คือ eBizcuss ยื่นคำร้องว่าแอปเปิลให้สิทธิพิเศษแก่หน้าร้านขายปลีกของตัวเองทำให้ไม่สามรถแข่งขันได้จนกระทั่งต้องปิดกิจการไป

eBizcuss คล้ายหน้าร้านขายสินค้าแอปเปิลทั่วไปที่ขายแต่สินค้าแอปเปิลเป็นหลัก ระบุว่าแอปเปิลอาศัยความพึ่งพิงที่ร้านต้องพึ่งแอปเปิลมาเป็นเครื่องมือทำให้ร้านไม่สามารถอยู่รอดได้ ด้วยการกันสินค้าให้หน้าร้านของตัวเองก่อน ขณะที่หน้าร้านของคู่ค้ากลับไม่สามารถสั่งสินค้ารุ่นใหม่ที่ขายดี

แอปเปิลยังคงติดคดีการต่อต้านการแข่งขันในการกำหนดราคาอีบุ๊กในสหภาพยุโรปอีกคดี

ที่มา - Les Echos

Macmillan ยอมความคดีอีบุ๊กกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แล้ว เหลือเพียงแอปเปิลรายเดียว

By: lew on Sat, 2013-02-09 01:43

คดีอีบุ๊กระหว่างแอปเปิลและสำนักพิมพ์อีกห้าสำนักพิมพ์อีกห้าสำนักพิมพ์ใกล้เข้าจุดจบลงเรื่อยๆ เมื่อสำนักพิมพ์ที่ห้าคือ Macmillan ยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เป็นสำนักพิมพ์สุดท้าย ทำให้คดีนี้เหลือคู่กรณีเหลือเพียงแอปเปิลรายเดียวเท่านั้น

ข้อตกลงเป็นแบบเดียวกับสำนักพิมพ์อื่นๆ คือ Macmillan ต้องยกเลิกข้อตกลงกับแอปเปิลและสัญญาว่าจะไม่ทำสัญญาแบบเดียวกันอีกไปถึงปี 2014

John Sargent ซีอีโอของ Macmillan ระบุว่าบริษัทไม่ใหญ่พอที่จะเสี่ยงกับผลที่เลวร้ายที่สุดหาก Macmillan ปล่อยให้คดีขึ้นสู่ศาลแล้วถึงที่สุดได้ โดยก่อนตัดสินใจยอมความทางสำนักพิมพ์ได้ประเมินความเสียหายสูงสุดและพบว่าสูงกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท

คดีนี้นัดไต่สวนในศาลเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ และตอนนี้เหลือเพียงแอปเปิลที่จะขึ้นศาลในคดีนี้

ที่มา - ArsTechnica

นักวิเคราะห์ทำนายราคาหุ้นแอปเปิลจะตกเหลือเพียง 270 เหรียญในอีก 12 เดือนข้างหน้า

By: Blltz on Thu, 2012-12-20 23:31
Tags: 

หลังจากแอปเปิลเริ่มมีผลประกอบการต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ทำนายไว้ หุ้นของแอปเปิลก็ร่วงลงมาเรื่อยๆ หลังจากทำลายกำแพงสูงสุดเมื่อตอนเปิดตัว iPhone 5 มากกว่า 700 เหรียญต่อหุ้น

ผ่านไปราวสามเดือน ปัจจุบันหุ้นของแอปเปิลลงมาอยู่ราวๆ 500 เหรียญแล้ว ล่าสุดมีนาย Edward Zabitsky นักวิเคราะห์จาก ACI Research ออกมาบอกว่าหุ้นของแอปเปิลจะตกลงจนเหลือเพียง 270 เหรียญต่อหุ้นภายในอีก 12 เดือนข้างหน้า

Zabitsky ให้เหตุผลว่ามาจากสี่ประเด็นใหญ่ๆ คือจากคู่แข่งในตลาดอย่างไมโครซอฟท์ที่เริ่มมีบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ซัมซุงที่เริ่มแซงในฐานะผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ประเด็นเรื่องเว็บแอพ และปัญหาการบริการภายในของแอปเปิล ที่ตลอดหนึ่งปีแทบไม่มีนวัตกรรมออกมาเลย

ที่มา - BloombergBusinessweek

หุ้นแอปเปิลร่วง จากการคาดหวังสูงเกินไปติดต่อกันหลายครั้ง

By: toandthen on Thu, 2012-11-08 22:10

ช่วงเปิดตัว iPhone 5 ที่ผ่านมานี้ หุ้นแอปเปิลทำลายสถิติมูลค่าสูงสุดตั้งแต่มีการซื้อขายหุ้นของบริษัท แต่หลังจากนั้นไม่นาน หุ้นแอปเปิลก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว หากนับที่มูลค่าวันนี้ มูลค่าในตลาดของแอปเปิลหายไปแล้ว 130 พันล้านดอลลาร์ หรือหายไป 21% ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ ถามว่าเพราะอะไร? คำตอบก็คงหนีไม่พ้นการความคาดหวังของตลาดที่สูงเกินไป

ก่อนหน้านี้นักวิจัยตลาดได้ออกมาทำนายผลประกอบการของแอปเปิลที่สูงมาก แต่ผลประกอบการจริงของแอปเปิลไม่ได้สูงตามที่คาดไว้ เช่น แอปเปิลกำไรไตรมาสที่แล้วได้ 8.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่ทำนายไว้, และเมื่อแอปเปิลขาย iPad ใหม่และ iPad mini ได้เพียงแค่ 3 ล้านเครื่อง นั้นก็ต่ำกว่าเป้าที่ทำนายไว้ ทำให้ตอนนี้นักเคราะห์ตลาดหลายรายเริ่มเปลี่ยนทิศทาง เช่น Jeffrey Gundlach จาก DoubleLine Capital ที่คาดว่าราคาหุ้นของแอปเปิลอาจจะเหลือเพียงแค่ 425 ดอลลาร์

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่มูลค่าหุ้นของแอปเปิลตกลงมามากขนาดนี้ ไม่ได้หมายความว่าแอปเปิลจะเริ่มมีปัญหาทางการเงิน หรือในธุรกิจ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแอปเปิลอยู่ในช่วงขาลง) หากมาดูในวันเปิดตัว iPhone 5 ที่ผ่านมา แอปเปิลก็ทำลายสถิติยอดขายที่ตัวเองเคยทำไว้ แต่ปัญหาจริง ๆ อยู่ที่การคาดเดายอดจำหน่ายที่มากเกินจริง เช่น Piper Jaffray จาก Gene Munster ที่ออกมาบอกว่าแอปเปิลน่าจะขาย iPhone 5 ในสุดสัปดาห์แรกมากถึง 10 ล้านเครื่อง (จริง ๆ ขายได้ 5 ล้านเครื่อง)

ที่มา - BGR

สามสำนักพิมพ์ยอมตกลงกับกระทรวงยุติธรรมจ่ายค่าปรับตรึงราคาอีบุ๊ก

By: lew on Wed, 2012-09-05 00:30

คดีการตรึงราคา (price fixing) ของสำนักพิมพ์หลายเจ้าที่ไป้เข้าร่วมกับ iBook เริ่มปิดคดีได้บางส่วน เมื่อสามสำนักพิมพ์ที่ถูกสอบสวนคือ Hachette Book Group, HarperCollins, และ Simon & Schuster ได้ยอมที่จะจ่ายค่าปรับรวมกัน 69 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีนี้ พร้อมกับยกเลิกสัญญาการขายหนังสือแบบ "ตัวแทนจำหน่าย" (agency model)

ก่อนหน้าที่ iBook จะเข้ามาทำตลาด Amazon เคยซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ในรูปแบบ "ผู้ค้าส่ง" ที่จ่ายราคาตามที่ตกลงกับสำนักพิมพ์ได้ แต่หลังจากนั้นสามารถตั้งราคาได้ตามใจชอบ ทำให้ Amazon เลือกลดราคาหนังสือยอดนิยมหลายเล่มจนขาดทุนเพื่อเรียกความสนใจให้ลูกค้าเข้ามาอ่านอีบุ๊ก และซื้อหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ทำกำไรในภายหลัง แต่หลังจาก iBook เข้ามาและสำนักพิมพ์ไปเซ็นสัญญา กลับมีการตกลงว่าสำนักพิมพ์จะเป็นผู้กำหนดราคาเอง และจะต้องกำหนดให้ iBook ไม่แพงกว่าเจ้าอื่นๆ ทำให้ราคาโดยรวมของ Amazon นั้นต้องขึ้นมาเท่ากับ iBook ไปด้วย

ค่าปรับ 69 ล้านดอลลาร์จะถูกกระจายกลับไปให้กับผู้ที่ซื้ออีบุ๊กในช่วงเวลาที่กำหนด โดยแบ่งตามรัฐต่างๆ สักพักเราคงเห็นแนวทางการกระจายเงินกลับสู่ผู้ซื้อ

ที่ว่าคดีนี้ปิดไปเพียงบางส่วนเพราะยังมีอีกสองสำนักพิมพ์คือ Macmillan และ Penguin พร้อมกับตัว Apple เองที่ยังถูกดำเนินคดีอยู่ โดยไม่ยอมความกันนอกศาล กระบวนการต่อสู้ในศาลนั้นจะเริ่มไต่สวนปีหน้า

ที่มา - ArsTechnica

รายงานเชิงลึกเผย แอปเปิลเลี่ยงจ่ายภาษีก้อนโต, แอปเปิลโต้ ช่วยสร้างงานกว่า 5 แสนตำแหน่ง

By: nuntawat on Mon, 2012-04-30 06:45
Tags: 

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์เปิดเผยรายงานวิเคราะห์เชิงลึกต่อบริษัทแอปเปิล และได้สรุปว่า แอปเปิลเป็นผู้ริเริ่มการเลี่ยงจ่ายภาษีก้อนโต และบริษัทอื่นที่ต้องการเลี่ยงจ่ายภาษีก็ได้ใช้วิธีการของแอปเปิลเป็นเทมเพลตไปแล้ว

แอปเปิลตอบโต้ว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่จ่ายภาษีมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้การดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ บริษัทได้ทำให้รัฐบาลกลาง หน่วยงานรัฐท้องถิ่น ได้ภาษีไปเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนั้นความมุ่งหมายด้านนวัตกรรมของบริษัทช่วยสร้างงานในสหรัฐฯ มากกว่า 5 แสนตำแหน่งด้วยกัน

ใครต้องการศึกษารายงานวิเคราะห์ของนิวยอร์กไทม์ก็เชิญอ่านได้ที่นี่ครับ

ที่มา: นิวยอร์กไทม์ - 1, 2

เผยแอปเปิลจะเริ่มให้เงินปันผลผู้ถือหุ้น และซื้อหุ้นคืน

By: toandthen on Mon, 2012-03-19 20:07

เป็นที่ทราบกันดีว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่มีเงินสดจำนวนมหาศาลที่มูลค่าเกือบ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ​ ล่าสุดแอปเปิลได้เผยรายละเอียดว่าจะทำอะไรกับจำนวนเงินมหาศาลนี้แล้วผ่านการประชุมแบบ Conference Call กับผู้ถือหุ้น

สำหรับรายละเอียดแผนการลดเงินสดของตัวเองในครั้งนี้ ขั้นแรก แอปเปิลเลือกที่จะปันผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้เป็นจำนวน 2.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับขั้นที่สองแอปเปิลจะเริ่มซื้อหุ้นของตัวเองคืนที่มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มเข้าซื้อหุ้นของตัวเองปลายเดือนกันยายนนี้

ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิลเผยว่าแอปเปิลมีแผนที่จะใช้เงินจำนวน 45 พันล้านของตัวเองในช่วงเวลาสามปีหลังจากนี้ และเป็นไปได้ว่าแอปเปิลอาจจะเลือกที่จะซื้อหุ้นคืนและปันผลอีกในอนาคต

ที่มา - BBC

นักวิเคราะห์คาดหุ้นแอปเปิลทะลุ 700 ดอลลาร์

By: lew on Thu, 2012-03-15 13:39

หลังยอดขายไอแพดใหม่ถล่มตลาดได้อย่างสวยงามอีกรอบ นักวิเคราะห์จากสี่สถาบันก็ปรับราคาเป้าหมายของแอปเปิลอยู่สูงกว่า 700 ดอลลาร์กันแล้ว เช่น Bloomberg ตั้งเป้าไว้ที่ 710 ดอลลาร์ Morgan Stanley นั้นตั้งเป้าหมายไว้ที่ 720 ดอลลาร์

ราคาปัจจุบันของหุ้นแอปเปิลอยู่ในช่วง 580-590 ดอลลาร์ หากไปถึงราคาเป้าหมายจริงแสดงว่าหุ้นกำลังจะขึ้นไปอีกถึงเกือบ 20%

บางทีสิ่งที่ควรตัดสินใจซื้อในงานเปิดตัวสินค้าของแอปเปิลก็คือหุ้นแอปเปิลเอง

ที่มา - Washington Post

หุ้นแอปเปิลกลายเป็นหุ้นเก็งกำไรระยะสั้นยอดนิยมของวอลล์สตรีท

By: arjin on Tue, 2012-03-06 16:10

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) มีความผันผวนระหว่างวันในช่วงการซื้อขายสูงมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Wedgewood Partners ให้ความเห็นว่านักเก็งกำไรเริ่มเข้ามาซื้อขายหุ้นแอปเปิลกันแบบระยะสั้นมากขึ้น นับตั้งแต่แอปเปิลกลายเป็นบริษัทที่ 6 ในประวัติศาสตร์อเมริกาที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาดหลักทรัพย์เกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ อีกทั้งแอปเปิลยังมีเป็นหุ้นประเภท "มีข่าว" ออกมาอยู่ต่อเนื่อง อย่างล่าสุดก็คือการเก็งกำไรประเด็น iPad รุ่นถัดไป จึงเหมาะมากสำหรับการเล่นเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น

ปัจจุบันแอปเปิลมีมูลค่ากิจการที่สูงจนถ่วงน้ำหนักถึง 4% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 พูดได้ว่าการขึ้นลงของหุ้นแอปเปิลส่งผลได้สูงต่อดัชนีเอสแอนด์พี 500 มาก เมื่อรวมกับความผันผวนระหว่างวันที่สูงขึ้นมาก โดยกรอบการขึ้นลงระหว่างวันปัจจุบันอยู่ที่ $12 ส่วนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหุ้นแอปเปิลมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อจบการซื้อขายของวันระดับบวกลบเกิน 1% ถึง 12 วัน ปัจจัยเหล่านี้เองที่ส่งผลให้หุ้นแอปเปิลเริ่มเป็นที่นิยมของบรรดาเฮดจ์ฟันด์ ตลอดจนการซื้อขายในตลาดออปชันอีกด้วย

ที่ผ่านมาบริษัทในอเมริกาที่เคยมีมูลค่าเกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ได้แก่ ไมโครซอฟท์, Exxon Mobil, ซิสโก้, อินเทล และ GE ซึ่งทุกบริษัทปัจจุบันมีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์แล้วทั้งสิ้น เหล่านักเก็งกำไรจึงไม่เชื่อว่าแอปเปิลจะ "สร้างประวัติศาสตร์ใหม่" ขึ้นมาได้สำเร็จ มองว่าวันหนึ่งหุ้นแอปเปิลก็จะเข้าสู่ขาลงและมีมูลค่าต่ำกว่าตัวเลข 5 แสนล้าน

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานแบบหุ้นคุณค่าแล้ว หุ้นแอปเปิลซื้อขายกันที่อัตราส่วน P/E 15 เท่า ขณะที่กำไรสุทธิปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 83% และอยู่ในระดับนี้หลายปีแล้ว จึงอาจกล่าวในอีกด้านหนึ่งได้ว่าตลาดหุ้นยังกดราคาหุ้นแอปเปิลไม่ให้สูงอยู่นั่นเอง ความเชื่อที่ว่าหุ้นเกิน $500 แล้วแพงจึงอาจไม่ถูกเสียทีเดียว

Pages

Subscribe to RSS - Apple