Amazon

Amazon ตีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยักษ์ใหญ่ต้องมีหนาว

By: kunpot on Fri, 2016-11-04 09:18
Tags: 

Amazon ตีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยักษ์ใหญ่ต้องมีหนาว

postimage

ร้านขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่จากอเมริกาอย่าง Amazon มีแผนตีตลาดประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานนี้ร้านค้าออนไลน์ในตลาดรายใหญ่คงจะต้องหนาว เพราะ Amazon จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาด เพื่อครองใจผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยคาดว่าแผนการตีตลาดของ Amazon นั้นจะเริ่มที่ประเทศสิงคโปร์ ต้นปี พ.ศ. 2560 เนื่องจากประเทศสิงคโปร์มีขนาดเล็กสำหรับการทดลองตลาด ผู้บริโภคมีกำลังจ่ายสูงและพร้อมที่จะใช้บริการสินค้าออนไลน์มากกว่าประเทศอื่นๆในแถบนี้ อีกทั้งระบบขนส่งและเทคโนโลยีของสิงคโปร์มีความทันเทียบกับอเมริกามากกว่าประเทศอื่น ดังนั้นสิงคโปร์จึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ของ Amazon ในครั้งนี้

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวลืออย่างหนาหูว่า Amazon จะเริ่มเปิดตลาดที่ประเทศ ประเทศอินโดนีเชีย แต่แนวโน้มดังกล่าวน่าจะยังไม่เป็นความจริงเพราะประเทศอินโดนีเชียยังขาดระบบที่จะเข้ามาสนับสนุนกลยุทธ์ของบริษัทครั้งนี้

Amazon คืออะไร ?

สำหรับใครที่ไม่รู้จักว่า Amazon คืออะไร ก่อนอื่นเลย Amazon คือร้านขายสินค้าออนไลน์หลายประเภค ซึ่งมีชื่อเสียงมากที่สุดรายหนึ่งในอเมริกา โดยประเภทของสินค้ามีความหลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, กล้อง และอื่นๆอีกมากมาย
โดยจุดขายของ Amazon คือการส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว โดยบริการซึ่งเป็นที่นิยมของ Amazon คือ Amazon Prime ซึ่งเป็นสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษกว่าการบริการแบบปกติ โดยสมาชิกจะได้รับการส่งสินค้าข้ามคืนหรืออย่างมากที่สุดเพียง 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นบริการที่เข้ามาทำให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อกลยุทธ์นี้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การส่งสินค้าข้ามคืนของ Amazon นั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการทดลองอย่างมากในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากยังไม่มีระบบการขนส่งที่ทันสมัยเทียบเท่าอเมริกา

การแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยักษ์ใหญ่อย่าง Lazada, Zalora, และ Alibaba ที่กำลังจะเข้ามาครองตลาดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ต้องจับตามองกับการเคลื่อนไหวของ Amazon ในครั้งนี้ ซึ่งการที่ Amazon เข้ามาร่วมเล่นในตลาดอี-คอมเมิร์ซ ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กและขนาดกลางจะได้ผลประโยชน์เต็มๆ กล่าวคือร้านค้ามีช่องทางใหม่ในการนำเสนอสินค้า ซึ่งการันตีได้เลยว่า Amazon จะเป็นช่องทางที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ร้านค้าเพราะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง และด้วยระบบการจัดซื้อจัดขายสินค้าที่มีมาตรฐาน ทำให้การขายสินค้าสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

หนึ่งสิ่งที่ทำให้ Amazon เป็นเจ้าตลาดในอเมริกาเพราะบริษัทมีการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยบริษัทจะมีการตรวจสอบผู้ขายสินค้าทุกรายอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าร้านค้านั้นมีสินค้าขายอยู่จริง ซึ่งข้อนี้เป็นการทำให้ผู้บริโภควางใจในการซื้อสินค้ากับทาง Amazon มากขึ้น

นอกจากนี้ร้านขายสินค้าปลีกส่งและห้างสรรพสินค้าอาจจะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่ Amazon เข้ามาเปิดตลาดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นกัน ซึ่งคาดการจากเทรนด์ในปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพราะทั้งสะดวกและประหยัดเวลา ซึ่งถ้าหากมีตัวเลือกที่เป็นตัวท็อปของวงการเข้ามาให้เลือกใช้บริการ นี่น่าจะเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับห้างสรรพสินค้าที่น่าจับตามองเช่นกัน ทุกๆหน่วยงานก็ต้องงัดไม้เด็ดออกมาแก้ไขสถานการณ์ต่างกันออกไป
มุมมองของผู้บริโภค

postimage

เพราะการเป็นเจ้าตลาดในอเมริกาและเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภคอาจจะทำให้ Amazon ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่เปิดรับวัฒนธรรมจากต่างชาติ และต้องการทดลองบริการใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทอย่าง Lazada, Zalora ที่กำเนิดในแถบเอเชีย ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคในแถบนี้มากกว่า อีกทั้งการเป็นเจ้าแรกในตลาดอี-คอมเมิร์ซ อาจจะชะลอการตีตลาดของ Amazon ได้ระยะหนึ่ง

การที่ Amazon เข้ามาในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคอย่างมาก เพราผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ต้องผูกมัดกับผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงเจ้าเดียว
ดังนั้นผู้บริโภคจึงสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามรสนิยม (Consumer’s Taste) และกำลังซื้อ (Spending Power)ที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล และประเทศไทย ก็คงต้องจับตามอง ว่า Amazon จะเข้ามาเยือนเมื่อไรกัน

ผู้เขียน กันต์พจน์ สุริวงศ์ iPrice

อเมซอนปรับนโยบายวันหยุดสำหรับพ่อแม่, แชร์วันหยุดให้คู่สมรสบริษัทอื่นได้ด้วย

By: lew on Wed, 2015-11-04 00:21

อเมซอนปรับเพิ่มวันหยุดสำหรับการลาคลอดให้อยู่ในระดับเดียวกับบริษัทไอทีชั้นนำที่มีแนวทางขยายผลประโยชน์การลาคลอดให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดไปมาก จากเดิมที่พนักงานหญิงจะมีสิทธิ์ลาคลอดได้ 8 สัปดาห์ นโยบายใหม่ จะให้ลาก่อนคลอดได้ 4 สัปดาห์, ลาคลอด 10 สัปดาห์, และลาเลี้ยงดูบุตรอีก 6 สัปดาห์ รวมเป็น 20 สัปดาห์โดยได้รับค่าจ้างทั้งหมด เฉพาะการลาเลี้ยงดูบุตรนั้นได้ทั้งพ่อและแม่

นอกจากนี้ นโยบายของอเมซอนยังไม่เหมือนใคร คือสามารถแบ่งการลาเลี้ยงดูบุตรให้กับคู่สมรสได้ หากคู่สมรสไม่มีสิทธิลาแบบได้รับค่าจ้าง เช่น หากฝ่ายหญิงลาเลี้ยงดูบุตรเพียง 3 สัปดาห์ และต้องการให้ฝ่ายชายเป็นฝ่ายเลี้ยงดูบ้างโดยที่บริษัทฝ่ายชายไม่มีสวัสดิการลาเลี้ยงดูบุตร ก็สามารถแจ้งอเมซอนได้ว่าจะยกประโยชน์อีกสามสัปดาห์ให้กับอีกฝ่าย โดยต้องยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับค่าจ้างอื่นระหว่างนั้น

นโยบายนี้มีผลเฉพาะในสหรัฐฯ เท่านั้น และมีผลทั้งพนักงานประจำรายเดือนและรายชั่วโมงที่ทำงานเกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ไม่รวมพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานชั่วคราว

ที่มา - Washington Post, TechCrunch

ภาพโดย - TawnyNina

อเมซอนเปิดร้านหนังสือร้านแรกในสหรัฐฯ ใช้ข้อมูลจากเว็บในการเลือกหนังสือลงร้าน

By: lew on Tue, 2015-11-03 13:53

อเมซอนเปิดร้านหนังสือ Amazon Books นับเป็นร้านหนังสือในโลกความเป็นจริงร้านแรกของอเมซอน โดยเปิดในมหาวิทยาลัยซีแอตเทิล

ในฐานะที่เป็นร้านหนังสือที่เป็นส่วนขยายมาจากเว็บ Amazon Books จึงมีแนวทางกรเลือกหนังสือลงร้านไม่เหมือนใคร โดยจะอาศัยข้อมูลการรีวิวบนเว็บ, ยอดจองล่วงหน้า, ยอดขายบนเว็บ, คะแนนจาก Goodreads, และการตัดสินจากทางร้าน ประกอบเข้าด้วยกัน

หนังสือในร้านมีหลายพันปก ที่น่าสนใจคืออเมซอนจะจัดชั้นหนังสือโดยหันปกออกเท่านั้น และหนังสือทุกเล่มจะมีข้อมูล เพิ่มเติม เช่น โควตจากการรีวิว, คะแนนรีวิวบนเว็บโดยเฉลี่ย, แม้แต่ชั้นหนังสือก็ไม่ได้บอกแค่ว่าเป็นหมวดอะไร แต่บอกด้วยว่าชั้นนี้ต้องได้คะแนนรีวิวขั้นต่ำเท่าใด

นอกจากหนังสือแล้วร้าน Amazon Books ยังมีซุ้มทดสอบอุปกรณ์ของอเมซอนให้เข้าไปทดสอบกันได้อีกด้วย

สำหรับคนที่ชอบซื้อหนังสือจากเว็บเพราะราคาถูก แต่ก็ยังชอบบรรยากาศของร้านหนังสือ ทางเลือกแบบนี้ก็คงน่าสนใจดี

ที่มา - Amazon

อเมซอนเปิดจุดรับสินค้าในมหาวิทยาลัย Purdue

By: lew on Wed, 2015-02-04 08:24

จุดเด่นของอเมซอนคือเป็นเว็บที่ไม่มีหน้าร้าน แต่เมื่อวานนี้ทางอเมซอนก็ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Purdue เปิดตัวจุดรับและคืนสินค้าในมหาวิทยาลัย Purdue เพื่อให้บริการกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ใช้บริการจุดรับสินค้าจะได้รับบริการส่งสินค้าภายในหนึ่งวันฟรี ความสะดวกอีกอย่างหนึ่งคือสามารถใช้จุดรับสินค้านี้ คืนหนังสือเรียนที่เช่ามาจากอเมซอนได้ด้วย

กระบวนการสั่งซื้อสินค้ายังคงทำผ่านออนไลน์เหมือนเดิม นักศึกษาจะต้องเข้าไปเปิดบัญชีในเว็บ purdue.amazon.com/ แล้วสั่งสินค้าโดยหนังสือเรียนจะมีข้อความกำกับว่าหนังสือเล่มไหนที่ใช้เรียนในมหาวิทยาลัย แต่นักศึกษาจะสามารถสั่งสินค้าได้ทุกชิ้นในเว็บ พร้อมกับได้รับบริการส่งฟรีในหนึ่งวันหากสินค้านั้นมีโลโก้ "Prime Campus" ระบุอยู่ การสั่งซื้อก็แค่ระบุที่อยู่จัดส่งเป็น "Amazon@Purdue" จะได้รับบาร์โค้ดเพื่อการสแกนเปิดตู้ล็อกเกอร์หลังสินค้ามาถึง

ที่มา - Amazon

พนักงานอเมซอนในเยอรมันประท้วงหยุดงาน

By: lew on Wed, 2014-12-17 08:22

พนักงานในโกดังของอเมซอน 6 แห่งทั่วเยอรมันนัดประท้วงหยุดงานสามวัน เริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ห้าโมงเย็นโดยจะกลับมาทำงานหลังกะดึกวันพรุ่งนี้

ตัวแทนสหภาพแรงงาน Stefanie Nutzenberger ระบุว่าอเมซอนพยายามไม่ให้มีการทำข้อตกลงกับสหภาพ

ความขัดแย้งเนื่องจากแรงงานในโกดังของอเมซอนนั้นได้รับค่าจ้างพอๆ กับอุตสาหกรรมลอจิสติก แม้ตัวอเมซอนจะอยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ปกติแล้วจะจ่ายค่าแรงสูงกว่า โดยทางอเมซอนยืนยันว่าค่าแรงของแรงงานในโกดังทั้ง 6 แห่งนั้นเท่ากับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมลิจิสติกอื่นๆ

อเมซอนมักแยกบริษัทที่ดำเนินการโกดังออกจากบริษัทหลักโดยยืนยันว่าบริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่ส่งสินค้าเท่านั้น ก่อนหน้านี้การแยกแบบนี้เป็นประโยชน์ด้านภาษีที่แม้โกดังจะอยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วโลกแต่โกดังเหล่านี้มักมีรายได้และกำไรไม่มากนักและตัวบริษัทที่รับรู้รายได้จากการค้าปลีกจะตั้งอยู่ในที่ที่ได้เปรียบทางภาษี

ทางอเมซอนระบุว่ายังสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามกำหนดเดิม โดยลูกค้าที่ต้องการให้ส่งสินค้าในวันคริสต์มาสจะต้องสั่งสินค้าภายในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ หรือ 23 ธันวาคมนี้หากสั่งแบบส่งด่วน

ที่มา - The Register

อันดับหนังสือขายดี Amazon ประจำปี 2014

By: mk on Sun, 2014-12-14 07:26

Amazon ประกาศข้อมูลหนังสือขายดีประจำปี 2014 โดยนับเฉพาะหนังสือที่ออกในปี 2014 เป็นครั้งแรก และนับยอดรวมทั้งหนังสือกระดาษและอีบุ๊ก

  • หนังสือขายดีประจำปี: The Invention of Wings โดย Sue Monk Kidd เป็นนิยายเกี่ยวกับผู้หญิงอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ตัวผู้เขียนเคยสร้างชื่อมาจากนิยายเรื่องก่อน The Secret Life of Bees
  • หนังสือเด็กและวัยรุ่น: The Heroes of Olympus Book Five: The Blood of Olympus โดย Rick Riordan นิยายเล่มที่ห้าในชุด Heroes of Olympus ซึ่งถือเป็นภาคต่อของนิยายชุด Percy Jackson ของผู้เขียนคนเดียวกัน
  • หนังสือที่คนระบุว่า "อยากได้" มากที่สุด (Most Wished for Book): All the Light We Cannot See โดย Anthony Doerr เป็นนิยายเกี่ยวกับเด็กหญิงฝรั่งเศสตาบอด ที่ต้องเอาตัวรอดในสงครามโลกครั้งที่สอง
  • หนังสือที่คนส่งเป็นของขวัญมากที่สุด: Diary of a Wimpy Kid โดย Jeff Kinney หนังสือภาพสำหรับเด็ก ในชุดออกมา 9 เล่มแล้ว

ที่มา - Amazon

Amazon ระบุ ลดราคา e-book จาก 14.99 ดอลลาร์เหลือ 9.99 ดอลลาร์ ขายได้มากขึ้น 1.74 เท่า

By: lew on Thu, 2014-07-31 06:09

เมื่อสองเดือนก่อนอเมซอนมีปัญหากับสำนักพิมพ์ Hachette โดยที่คนภายนอกไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ดีๆ ทางอเมซอนก็หยุดขายหนังสือของสำนักพิมพ์ไปทั้งหมด รวมถึงหนังสือของ J.K. Rowling เล่มใหม่ที่เคยสั่งล่วงหน้าได้ เมื่อวานนี้ทาง Amazon Books Team ก็ออกมาเขียนถึงประเด็นนี้เพิ่มเติม

ทางอเมซอนระบุว่าเป้าหมายสำคัญของอเมซอนคือการลดราคาอีบุ๊กลง อีบุ๊กเองมีความได้เปรียบหลายอย่าง ได้แก่ ไม่ต้องพิมพ์ล่วงหน้า, ไม่ต้องรับหนังสือพิมพ์เหลือกลับสำนักพิมพ์, ไม่ต้องคาดเดาตลาด, ไม่เสียยอดขายหากไม่มีสินค้า, ไม่มีค่าจัดเก็บค่าขนส่ง, และไม่มีตลาดหนังสือมือสอง

นอกจากนี้ทางอเมซอนยังเคยศึกษาราคาหนังสือในหลายเล่ม พบว่าหากลดราคาหนังสือจาก 14.99 ดอลลาร์เหลือ 9.99 ดอลลาร์ หนังสือจะขายได้มากขึ้น 1.74 เท่า และทำรายได้รวมให้สำนักพิมพ์ได้เพิ่มขึ้น 16%

อเมซอนยังระบุว่าหนังสือทุกวันนี้ไม่ได้แข่งกับหนังสือด้วยกันเองเท่านั้น แต่ต้องแข่งกับอุตสาหกรรมสื่ออื่นๆ ทั้งหมด นับตั้งแต่โทรทัศน์, ภาพยนตร์, เกม, ไปจนถึงเฟซบุ๊ก การที่อเมซอนพยายามลดราคาหนังสืออย่างหนักเพื่อให้อุตสาหกรรมหนังสือแข่งขันได้

โครงสร้างราคาหนังสือทุกวันนี้ทางอเมซอนจะเก็บ 30% และส่งเงิน 70% ให้ทางสำนักพิมพ์ไปแบ่งกับผู้เขียนเอาภายหลัง โดยอเมซอนเชื่อว่านักเขียนควรได้รับครึ่งหนึ่งจากสำนักพิมพ์แต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับว่าตัวนักเขียนตกลงไว้อย่างไรเอง

การลดราคาแล้วยอดขายดีขึ้นคงเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่การแถลงของอเมซอนก็นับเป็น "ความจริงด้านเดียว" จากฝั่งอเมซอนเอง การที่รายได้เพิ่มขึ้นจากอเมซอนก็ไม่ได้หมายความว่าสำนักพิมพ์จะรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะในมุมมองสำนักพิมพ์ลูกค้าที่ซื้ออีบุ๊กก็จะไม่ซื้อหนังสือกระดาษที่ราคาแพง

ที่มา - Amazon

สงครามสำนักพิมพ์กับอเมซอน หนังสือเล่มใหม่ของ J.K. Rowling หยุดรับสั่งล่วงหน้า

By: lew on Tue, 2014-05-27 12:52

แม้ว่าอเมซอนจะเป็นช่องทางจำหน่ายหนังสือขนาดใหญ่ของสำนักพิมพ์ต่างๆ แต่ความสัมพันธ์ของอเมซอนเองกับสำนักพิมพ์กลับลุ่มๆ ดอนๆ เรื่อยมา โดยเฉพาะความพยายามควบคุมราคาหนังสือของสำนักพิมพ์ ขณะที่อเมซอนพยายามกดราคาให้ถูกเพื่อจะขายปริมาณมากๆ ล่าสุดหน้าเว็บของอเมซอนก็หยุดรับสั่งหนังสือของสำนักพิมพ์ Hachette ไปโดยไม่บอกเหตุผล

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่บอกรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ทางอเมซอนจึงต้องถอดหนังสือออกจากการจำหน่าย แต่ทาง Hachette ก็ให้ความเห็นว่า ทางสำนักพิมพ์มีหน้าที่ต้องปกป้องคุณค่าของหนังสือ, และแรงงานที่สำนักพิมพ์ลงไปกับการแก้ไขหนังสือและการจัดจำหน่าย

หนังสือที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้รวมถึง The Silkworm หนังสือเล่มที่สองของ Robert Galbraith ที่เป็นนามปากกาของ J.K. Rowling ที่ก่อนหน้านี้ทางอเมซอนรับสั่งซื้อล่วงหน้า แต่ก็หยุดรับสั่งไป

Nina Laden นักเขียนคนหนึ่งที่เขียนหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ Hachette โพสเฟซบุ๊กระยุว่าอเมซอนกดดันให้สำนักพิมพ์ลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง และหากสำนักพิมพ์ไม่ยอมทำตามก็จะถูกแกล้งด้วยการโฆษณาหนังสือ "ที่คล้ายกันแต่ถูกกว่า" ในหน้าขายหนังสือเอง หรือบางครั้งหนังสือที่อยู่ในสต็อกก็กลับขึ้นสถานะรอส่ง 3-5 สัปดาห์

งานนี้ร้านหนังสือขนาดเล็กที่เคยต้องถอยร่นให้กับอเมซอนเรื่อยมาก็พากันโฆษณาว่ามีหนังสือของ Hachette ขายกันเป็นการใหญ่ บางร้านเพิ่มส่วนลดพิเศษในโอกาสนี้

ที่มา - TechCrunch, The New York Times

Pantry บริการขายสินค้าในครัวเรือนจาก Amazon, เตรียมเปิดตัวปีหน้า

By: Blltz on Tue, 2013-12-17 18:16

Amazon ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขยายธุรกิจค้าปลีกของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่า Amazon มีแผนจะขยายไปขายเครื่องใช้ในครัวเรือนด้วยบริการใหม่ที่ชื่อว่า "Pantry" ภายในปีหน้า

Pantry จะเป็นแผนกของ Amazon ที่วางขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือนมากกว่า 2,000 ชนิด อย่างเช่น อุปกรณ์ขัดล้าง อาหารกระป๋อง ของแห้ง อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่งต้นทางคาดว่า Amazon จะแก้ไขค่าส่งที่ค่อนข้างแพงของสินค้าประเภทนี้ (เพราะจำนวนค่อนข้างเยอะ) เพื่อไปแข่งขันกับคู่แข่งที่มีโกดังเก็บของประจำเมืองได้ ซึ่งอาจเป็นการกำหนดขนาดของสิ่งของ และแพคลงไปในกล่องที่ล็อกขนาดไว้แล้วก็เป็นได้

ถ้าหากแผนนี้ของ Amazon เป็นจริง จะเป็นการแข่งขันโดยตรงกับ Costco และ Sam's Club ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขายสินค้าปริมาณมากๆ ในราคาถูกนั่นเอง ส่วนเหตุผลที่ Amazon เลือกขยายธุรกิจมาทางนี้ น่าจะมาจากฐานผู้ซื้อของ Amazon ที่มีแนวโน้มว่าจะซื้อสินค้าประเภทนี้นั่นเอง

ที่มา - USA Today

แผ่นเสียงไม่มีวันตาย! ยอดขายโตขึ้นเกือบแปดเท่าในรอบห้าปี

By: Blltz on Thu, 2013-10-03 23:24

ในยุคที่การซื้อคอนเทนต์แบบดิจิทัลกำลังมาแรง และโตวันโตคืน อุตสาหกรรมเพลงถือเป็นส่วนที่ถูกกระแทกแรงมากจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อันเห็นได้จากยอดขายแผ่นที่ตกลง สวนกับยอดดาวน์โหลดที่เติบโตต่อเนื่อง

แต่ในขณะที่ยอดดาวน์โหลดโตขึ้นไม่หยุดนั้น แผ่นเสียง หรือแผ่นไวนิล อุปกรณ์เก็บเสียงที่เก่าแก่ชิ้นหนึ่งของมนุษยชาติกลับยอดขายโตขึ้นเช่นกัน นับตั้งแต่ปี 2008 ที่ดิจิทัลดาวน์โหลดเข้ามามีบทบาทมากแล้ว แผ่นเสียงก็ยังโตขึ้นมาถึง 745%

คาดกันว่าการที่ยอดขายแผ่นเสียงยังโตขึ้นได้ เนื่องมาจากวัฒนธรรมอินดี้ของคนยุคนี้ที่เกิดมาพร้อมกับการซื้อเพลงผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ ฯลฯ แต่ก็ยังต้องการลิ้มลองอารยธรรมดั้งเดิมของการฟังเสียงดนตรีอยู่ และเป็นอเมซอนที่จับกระแสนี้ได้ด้วยการเปิดบริการ AutoRip ที่ให้ผู้ใช้เลือกซื้อแผ่นเสียง หรือแผ่นซีดี แล้วสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ด้วย กลยุทธ์นี้ทำให้อัลบั้มเพลงที่รองรับ AutoRip ยอดขายสูงกว่าแบบที่ไม่มี AutoRip ถึง 62% และผลักให้ยอดของแผ่นเสียงโตขึ้นมาถึง 66% นับตั้งแต่เปิดบริการนี้ช่วงต้นปี 2013

ที่มา - ReadWrite

นักวิเคราะห์คาดอเมซอนจะแยกกิจการ AWS ออกไป

By: lew on Wed, 2013-02-20 14:42
Tags: 

Timothy Horan นักวิเคระาห์จาก Oppenheimer & Co. ระบุว่ากิจการของ Amazon ในส่วนของ AWS ที่ให้บริการเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ น่าจะถูกแยกออกไปจากกิจการค้าปลีกของอเมซอนในที่สุด

เหตุผลหลักของแนวทางการวิเคราะห์นี้ คือ AWS มีลูกค้าเป็นกิจการค้าปลีกคู่แข่งกับอเมซอนโดยตรงจำนวนมาก การแยกกิจการกันจะช่วยให้อเมซอนหลุดจากข้อหาว่ากลั่นแกล้ง ในกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าเหล่านี้มีปัญหา

ก่อนหน้านี้กิจการค้าปลีกที่ใช้บริการของ AWS เช่น iCloud ของแอปเปิล เนื่องจากศูนย์ข้อมูลของแอปเปิลเองยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่ในอนาคตการค้าปลีกสินค้าดิจิตอล เช่น อีบุ๊กหรือเพลง ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้งาน AWS เป็นหลัก กิจการเหล่านี้ทับซ้อนกับกิจการของอเมซอนหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น MP3 Store หรือบริการสตรีมวิดีโอ

อเมซอนไม่เคยแสดงความเห็น หรือส่งสัญญาณในการแยกกิจการเช่นนี้แต่อย่างใด

ที่มา - InformationWeek

อเมซอนได้รับสิทธิบัตรการขายสิทธิข้อมูลดิจิตอลมือสอง

By: lew on Wed, 2013-02-06 02:01

อเมซอนเพิ่งได้รับสิทธิบัตร "Secondary market for digital objects" ที่ระบุถึงการสร้างตลาดซื้อขายสินค้าดิจิตอล เช่น อีบุ๊ก, เพลง MP3, ตลอดจนสิทธิในการเข้าถึงภาพยนต์แบบรับชมออนไลน์

นอกจากเสนอรูปแบบการขายสินค้ามือสองแล้ว สิทธิบัตรฉบับนี้ยังระบุถึงการจำกัดการใช้งานเพื่อให้คงความขาดแคลน (scarcity) โดยอาจจะเป็นรูปแบบการจำกัดจำนวนครั้งของการโอนสิทธิ การจำกัดการเข้าใช้งานเช่นการดาวน์โหลดหรือการรับชม กระบวนการนี้ทำให้สิทธิทางดิจิตอลที่ปกติแล้วไม่มีการเสื่อมสลาย สามารถเสื่อมสลายไปได้ในระยะเวลาหนึ่ง รูปแบบเดียวกับสินค้าจริงเช่นหนังสือหรือวิดีโอเทป

สิทธิบัตรถูกขอไปตั้งแต่ปี 2009 และเพิ่งได้รับอนุมัติ ในอนาคตเราอาจจะสามารถขายหนังสือมือสองออกจากเครื่อง Kindle หรือขายเพลงบน Amazon MP3 Store กันได้ แต่คงต้องรอกระบวนการเจรจากับเจ้าของสิทธิกันอีกพักใหญ่

ที่มา - USPTO, Geek Wire

Amazon เตรียมเก็บภาษีออนไลน์ผู้ใช้ในรัฐแมสซาชูเซสต์, เริ่มต้นพ.ย. 2013

By: Blltz on Wed, 2012-12-19 21:13

ภาษีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ ใกล้เกิดเข้าไปทุกขณะ หลังจากยักษ์ใหญ่ขายปลีกออนไลน์ Amazon เตรียมเก็บภาษีผู้ใช้ในรัฐแมสซาชูเซตส์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2013 หลังจากมีการพูดคุยกับ Deval Patrick ผู้ว่าการรัฐฯ เป็นเวลาหลายเดือน

แม้ว่าโดยปกติแล้ว Amazon จะขัดขืนการเก็บภาษีส่วนนี้มาโดยตลอด เพราะทำให้เสียเปรียบกับคู่แข่งรายย่อยอื่นๆ แต่จากการขยายตัวของการค้าขายออนไลน์ทำให้ถูกกดดันจากทางภาครัฐมากขึ้น ก่อนหน้านี้ Amazon นั้นเก็บภาษีออนไลน์ตามกฏหมายเดิมไปแล้วแปดรัฐได้แก่ แคลิฟอร์เนีย แคนซัส เคนทักกี นิวยอร์ก นอร์ทดาโคตา เพนซิลวาเนีย เทกซัส และวอชิงตัน ส่วนแมสซาชูเซตส์นั้นจะถูกเก็บภาษีในปีหน้าพร้อมๆ กับ นิวเจอร์ซีย์ และเวอร์จิเนีย

ส่วนบ้านเราก็มีประเด็นใกล้เคียงกันอย่างภาษีอีคอมเมิร์ซ ที่ตอนนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ แต่ก็เริ่มมีผู้ค้าขายบางรายถูกสรรพากรเรียกเก็บแล้วครับ

ที่มา - Boston

อเมซอนซื้อสำนักงานราคาแพงที่สุดในซีแอตเติล มูลค่า 1.16 พันล้านดอลลาร์

By: lew on Mon, 2012-10-08 13:36

อเมซอนประกาศเตรียมเข้าซื้อสำนักงานที่ตัวเองเช่าอยู่ปัจจุบันเป็นทรัพย์สินถาวร มูลค่าถึง 1.16 พันล้านดอลลาร์ เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในปีนี้

ที่น่าสนใจคืออาคารสำนักงานนี้มีพื้นที่ 1.8 ล้านตารางฟุตประกอบด้วยอาคาร 11 หลัง คิดเป็นราคา 644 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต เทียบกับราคาเฉลี่ยของสำนักงานในซีแอตเติลที่อยู่ที่ 308 ดอลลาร์ต่อตารางฟุตเท่านั้น

บริษัทที่บริหารที่ดินอยู่ก่อนหน้านี้คือ Vulcan Real Estate หนึ่งในกลุ่มบริษัท Vulcan Inc. บริษัทลงทุนของ Paul Allen หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ โดยบริษัทระบุว่าจะใช้เงินที่ได้มานี้ไปลงทุนพัฒนาที่ดินในซีแอตเติลต่อไป

ที่มา - Reuters

Walmart ประกาศเลิกขาย Kindle จาก Amazon เพื่อตัดช่องทางการรุกรานธุรกิจค้าปลีก

By: arjin on Fri, 2012-09-21 06:54

ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ Walmart ออกแถลงการณ์ว่าร้านค้าทั้งหมดในเครือจะเลิกจำหน่ายแท็บเล็ต Kindle ของ Amazon รวมไปถึง e-reader จากค่ายนี้ด้วย อย่างไรก็ตามแท็บเล็ตของบริษัทอื่นทั้งแอปเปิล, กูเกิล หรือซัมซุงก็จะยังมีวางจำหน่ายต่อไป

นักวิเคราะห์จาก Forrester Research มองว่านี่เป็นการตอบโต้เท่าที่ทำได้ของ Walmart ในฐานะผู้ค้าปลีกแบบมีหน้าร้านของตนเอง เพราะ Amazon ซึ่งขายสินค้าที่มีอยู่แทบทุกชนิดแบบออนไลน์ได้เข้ามารุกรานธุรกิจแบบดั้งเดิมของ Walmart อย่างมาก และที่สำคัญคือ Amazon ได้ประโยชน์จากการวางระบบจัดส่งสินค้าที่ทำให้เสียภาษีต่ำกว่าด้วย แม้ที่ผ่านมา Walmart เองก็มีความตื่นตัวในภัยคุกคามจากค้าปลีกออนไลน์ โดยได้เปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ของตนเองเช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการตอบโต้ต่อการรุกรานของ Amazon เพราะก่อนหน้านี้ร้านค้าปลีก Target ก็ได้ประกาศหยุดขาย Kindle ไปแล้ว ส่วนร้านหนังสือ Barnes & Noble ก็ประกาศเลิกขายหนังสือพิมพ์เล่มของสำนักพิมพ์ Amazon ด้วยเช่นกัน ตอนนี้เหลือเพียงร้านขายสินค้าไอที Best Buy ที่ยังมี Kindle จัดจำหน่าย ซึ่งหากมองในมุมการแข่งขันทางธุรกิจแล้ว Best Buy ก็ได้รับผลกระทบจากการแผ่ขยายของ Amazon อยู่เช่นกัน

ที่มา: FT

Pages

Subscribe to RSS - Amazon