Acquisition

สิงห์บุกตลาดอสังหาฯ เต็มตัว ควัก 8 พันล้านซื้อบริษัทบ้าน/คอนโด 'รสา' RASA

By: mk on Thu, 2014-04-17 19:13

กลุ่มทุนน้ำเมา "สิงห์" ควักเงินเกือบ 8 พันล้านบาท ซื้อบริษัทคอนโดและบ้านจัดสรร รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (RASA) ตั้งเป้าบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เต็มตัว

การบุกตลาดอสังหาฯ ของสิงห์ถือว่าสะท้อนยุทธศาสตร์ด้านการกระจายรายได้จากธุรกิจแอลกอฮอล์มายังธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เดียวกับที่กลุ่มทุนน้ำเมาคู่แข่งคือ "ไทยเบฟ/ศิริวัฒนภักดี" ใช้มาแล้วด้วยบริษัทในเครือ TCC

รอบนี้สิงห์ใช้บริษัทลูก 2 รายคือ บริษัท สันติบุรี และบริษัท เอส ไบรท์ฟิวเจอร์ ซึ่งบริษัทลูกของบริษัท สิงห์พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ อีกทีหนึ่ง เข้ามาควบรวมกิจการกับรสา และเตรียมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "สิงห์ แอทเตท" (Singha Estate)

รสาเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์รายเล็กของไทย โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือนาย เขมไชย รสานนท์ บริษัทมีโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมประมาณ 10 โครงการในกรุงเทพและปริมณฑล ภายใต้ชื่อโครงการ "รสา" และ "ปฐมพร" มีโครงการใหม่ประมาณปีละ 1-2 โครงการเท่านั้น

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรายงานข่าววงในว่า สิงห์สนใจซื้อรสามาตั้งแต่ปลายปี 2556 และรสามองว่าบริษัทของตนเป็นรายเล็กที่แข่งขันยาก จึงตัดสินใจขายให้ทุนใหญ่อย่างสิงห์ในที่สุด

ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ

Vodafone ควักหมื่นล้านเหรียญ ซื้อบริษัทเคเบิลทีวีสเปน Ono

By: mk on Tue, 2014-03-18 15:29

Vodafone กลุ่มทุนโทรคมนาคมรายใหญ่สัญชาติอังกฤษ ควักเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์หรือ 7.2 พันล้านยูโร (สามแสนกว่าล้านบาท) ซื้อบริษัท Grupo Corporativo Ono SA ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีของสเปน

Ono มีลูกค้าเคเบิลทีวีจำนวน 1.9 ล้านรายในสเปน ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของ Vodafone ในการรุกคืบมายังตลาดเคเบิลทีวีเพื่อแข่งขันกับกลุ่มทุนโทรคมนาคม-สื่อของยุโรปกลุ่มอื่นๆ เช่น Orange ของฝรั่งเศส และ Telefonica ของสเปน (ที่เป็นเจ้าของ O2 โอเปอเรเตอร์อังกฤษ คู่แข่งของ Vodafone) ก่อนหน้านี้ Vodafone เคยซื้อบริษัท Kebel ของเยอรมนีซึ่งให้บริการทั้งอินเทอร์เน็ตและเคเบิลทีวีในยุโรปมาแล้ว

ฝั่งของ Vodafone เองก็มีข่าวว่า AT&T ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของอเมริกาสนใจเข้าซื้อกิจการ ซึ่งทาง Vodafone เองก็ยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน Vodafone มีเงินสดอยู่ในมือประมาณ 3-4 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อช็อปปิ้งซื้อกิจการมาเสริมทัพ โดยเงินจำนวนนี้มาจากการขายหุ้นของ Verizon Wireless คืนให้กับ Verizon ของสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว (ข่าว Blognone)

ที่มา - Bloomberg

เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทในเครือช่อง 3 ซื้อกิจการโรงเรียนสอนภาษาวอลล์สตรีท อิงลิช

By: arjin on Tue, 2014-03-11 10:10

บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (SET:WAVE) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท เอ็ฟฟิเชียนท์ อิงลิช เซอร์วิสเซส จำกัด (EES) โดยชำระเป็นเงินสดเป็นเงินไม่เกิน 800 ล้านบาท (ยังอยู่ในขั้นตอนการต่อรอง)

บริษัท เอ็ฟฟิเชียนท์ อิงลิช เซอร์วิสเซส จำกัด ปัจจุบันดำเนินธุรกิจโรงเรียนเอกชน สถาบันสอนภาษา ภายใต้ชื่อทางการค้า วอลล์สตรีท อิงลิช มีกำไรสุทธิในปี 2555 รวม 37.83 ล้านบาท

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดิสนีย์ซื้อกิจการ Lucasfilm ได้สิทธิ์การสร้าง Star Wars ไตรภาคที่สาม

By: mk on Wed, 2012-10-31 12:53

Disney ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงโลก ประกาศการซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์ Lucasfilm ของจอร์จ ลูคัส ผู้สร้างตำนาน Star Wars และ Indiana Jones ด้วยมูลค่า 4.05 พันล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นเงินสดและหุ้นอย่างละครึ่ง

จอร์จ ลูคัส ปัจจุบันอายุ 68 ปี ผ่านงานกำกับภาพยนตร์ Star Wars มาแล้ว 6 ภาค เขาเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าเกษียณตัวเองจากการทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแล้ว และจะหันไปทำภาพยนตร์นอกกระแสแทน หลังประกาศข่าวการซื้อกิจการครั้งนี้ เขาให้สัมภาษณ์ว่าถึงเวลาแล้วที่จะส่งต่อ Star Wars ไปยังผู้สร้างหนังรุ่นต่อไป

Lucasfilm เป็นบริษัทที่จอร์จ ลูคัส เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยภาพยนตร์ชุด Star Wars ทั้งหมดทำรายได้รวมกันทั่วโลก 4.4 พันล้านดอลลาร์ ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา (ฉายครั้งแรกปี 1977)

สิ้นสุดดีล Universal Music ซื้อกิจการ EMI Music เสร็จสิ้นแล้ว

By: Be1con on Tue, 2012-10-02 02:47

หลังจากที่มีดีลช็อควงการเพลงเมื่อ Citigroup ประกาศขายกิจการ EMI ให้กับ Sony Music และ Universal Music ล่าสุดทางคณะกรรมาธิการยุโรปและ FTC ของสหรัฐอเมริกา อนุมัติการซื้อกิจการแผนกการบันทึกเสียงของ EMI ใหักับทาง Universal Music เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยดีลปิดอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 5.89 แสนล้านบาท ซึ่งทาง Universal Music ยืนยันว่า การซื้อกิจการของฝ่ายบันทึกเสียงของ EMI (ซึ่งรวมไปถึงค่ายเพลงต่าง ๆ ของ EMI) จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ของศิลปินในค่าย EMI เลย อีกทั้งยังจะสนับสนุนศิลปินดาวรุ่งอย่าง Katy Perry, Lady Antebellum และผลักดันการขายเพลงของศิลปินระดับตำนานอย่าง The Beatles ต่อไป

ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานการซื้อกิจการฝ่ายแผนกการขายเพลงของ EMI ให้กับ Sony Music เลยแม้แต่น้อย ส่วนเรื่องที่ผู้อ่านสงสัยอยู่ก็คือการจัดจำหน่าย ซึ่ง Warner Music จะยังคงจัดการเกี่ยวกับแผนกนี้ต่อไป (ซึ่ง Warner Music ได้ถือครองส่วนนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังคงเป็นของ Citigroup อยู่)

ที่มา : The New York Times

ข้อเสนอซื้อ Yahoo! รอบใหม่ 25 พันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2011-12-01 16:17

บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ Yahoo! ตกเป็นข่าวจะถูกซื้อกิจการอีกครั้ง คราวนี้เป็นกลุ่มบริษัททุน Blackstone Group และ Bain Capital จากสหรัฐ ร่วมกับบริษัทอินเทอร์เน็ต Alibaba Group จากจีน และ SoftBank จากญี่ปุ่น มีข่าวว่าจะเสนอซื้อบริษัท มูลค่า 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดีลนี้ยังไม่ได้มีการเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยฝั่ง Alibaba นั้นยังไม่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมซื้อ Yahoo! ทั้งบริษัทหรือไม่ แต่ต้องการที่จะซื้อหุ้น Alibaba 40% ที่ทาง Yahoo! ถืออยู่คืนมา

ราคาหุ้นของ Yahoo! ในตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 16 ดอลลาร์ ในขณะที่ข้อเสนอซื้อน่าจะมีให้ราคาหุ้นละมากกว่า 20 ดอลลาร์

ทั้ง Alibaba และ SoftBank ต่างก็เป็นบริษัทที่มีสายสัมพันธ์กับ Yahoo! โดย Alibaba นั้นเป็นเจ้าของเว็บไซต์ Yahoo! China ในขณะที่ SoftBank ก็เป็นเจ้าของ Yahoo! Japan

ที่มา - Reuters

ค่ายเพลง EMI ขายกิจการให้ Universal และ Sony Music

By: mk on Sat, 2011-11-12 17:07

ในโลกของอุตสาหกรรมเพลงภาษาอังกฤษ มีค่ายเพลงใหญ่อยู่ 4 ค่ายที่เรียกรวมๆ ว่า Big Four Music Label ซึ่งเรียงตามส่วนแบ่งตลาดได้แก่ Universal Music, Sony Music (เมื่อก่อนคือ Sony BMG), Warner Music และ EMI

ทั้งสี่ค่ายมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 80% และถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของวงการเพลงซีกโลกตะวันตก

แต่ล่าสุด Big Four จะกลายเป็น Big Three เสียแล้ว เพราะ Citigroup กลุ่มธุรกิจการเงินที่เป็นเจ้าของผู้เล่นหมายเลขสี่ EMI ประกาศว่าสามารถตกลงกับ Universal และ Sony เรื่องการขายกิจการได้แล้ว

สถานการณ์หลังข่าวโซนีใกล้รวบอิริคสัน : หุ้นโซนีร่วง-อิริกสันพุ่ง

By: Blltz on Fri, 2011-10-07 23:31

หลังจากที่มีข่าวว่าโซนีใกล้จะปิดดีลกับอีริคสันได้แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงทันทีคือมูลค่าหุ้นของอีริคสันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั่นเอง โดยถีบตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 6.9 ทันทีที่มีข่าวออกมา ราคาปิดตลาดอยู่ที่ 10.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ในขณะที่ฝั่งโซนี หุ้นปรับตัวลงร้อยละ 3.7 ปิดตลาดที่ 1,415 เยน ณ ตลาดหุ้นนิเคอิของญี่ปุ่น โดยสัญญาณดังกล่าวมาจากความไม่มั่นใจในโซนีว่าจะสามารถกลับมารุกในตลาดสมาร์ทโฟนได้อีกหรือไม่ หลังจากที่มียอดขายมือถือทั่วโลกเพียงร้อย 1.7 ของทั่วโลกในช่วงไตรมาสที่สอง ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ตัวเลขอยู่ราวร้อบละ 3 ตามข้อมูลของการ์ทเนอร์

ที่มา - Bloomberg Businessweek, FNN Online

โซนีใกล้ซื้ออีริคสัน หลังร่วมทุนกว่าสิบปี เตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตเต็มตัว

By: Blltz on Thu, 2011-10-06 23:23

หลังจากเป็นบริษัทร่วมทุนกันมากว่า 10 ปีเพื่อเข้าสู่ตลาดของมือถือ ในที่สุดยักษ์ใหญ่ในหลายๆ วงการอย่างโซนีได้เตรียมปิดดีลของ Telefon AB L.M. Ericsson แห่งสวีเดน หรือที่คุ้นกันในชื่ออีริคสันนั่นเอง

โดยตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาโซนีได้ทำการร่วมทุนกับอีริคสันในอัตราส่วน 50:50 และก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตมือถืออันดับที่หกของโลก มาวันนี้โซนีมีเป้าหมายใหม่คือการรวบรวมธุรกิจสมาร์ทโฟนเข้ากับ แท็บเล็ต เครื่องเกมพกพา และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เพื่อลดค่าใช้จ่าย และการเชื่อมโยงที่ดีกว่าในการพัฒนาสมาร์ทโฟน กับทรัพยากรอันล้นเหลือของโซนี

นั่นหมายความว่าโซนีจะเตรียมเข้าซื้ออีริคสันทั้งหมดนั่นเอง โดยประเมินจากมูลค่าของอีริคสันแล้วคาดว่าโซนีต้องใช้เงินประมาณ 1 - 1.25 พันล้านยูโรเลยทีเดียว (ยังน้อยกว่าที่กูเกิลซื้อโมโตโรลาเยอะ)

สิ่งที่โซนีจะได้รับหลังจากเข้ารวมอีริคสันเป็นหนึ่งเดียวกันได้แล้ว นอกจากลดความซับซ้อนในแง่ของการพัฒนาที่ลดลง ยังได้ในเรื่องของสิทธิบัตรอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่มีไว้เพื่อเร่งเครื่องในตลาดสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ไปแข่งกับสองยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล และซัมซุงได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น

ที่มา - WSJ

Business Insider หยอดใส่ Yahoo! "ซื้อเราสิ เดี๋ยวไปบริหารให้"

By: Blltz on Thu, 2011-09-08 00:12

มี่ข่าวใหญ่สายฟ้าแล่บสองข่าวเกิดขึ้นติดกันอย่างการถูกไล่ออกผ่านทางโทรศัพท์ของ Carol Bartz ซีอีโอหญิงแกร่งแห่ง Yahoo! ตามมาด้วย Yahoo! ประกาศขายบริษัท ในวันเดียวกัน

ล่าสุดมีข้อเสนอจาก Henry Blodget ซีอีโอแห่ง Business Insider ออกมาแสดงตัวว่าเป็นแฟนตัวยงของ Yahoo! มาตั้งแต่ปี 1990 พร้อมพูดเปรยๆ ว่ามีแผนจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ Yahoo! และยังจะพากลับมาในแนวทางที่ถูกต้องอีกซะด้วย

แต่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ Business Insider บอกว่าการจะซื้อกลุ่มบริษัท Yahoo! ได้หมดคงใช้เม็ดเงินมหาศาลถึง 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นน่าจะง่ายกว่าหาก Yahoo! เข้าซื้อ Business Insider ด้วยวงเงินราว 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วแต่ตั้งตนขึ้นเป็นซีอีโอคอยบริหาร Yahoo! แทนเสียเลย

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่มีอะไรชัดเจนเท่าไหร่ (อ่านแล้วเหมือนหยอกเล่นมากกว่า) แต่ทาง Henry Blodget ทิ้งท้ายไว้ว่า "But if Yahoo! would like to entertain our offer, we would be happy to discuss it" (แต่ถ้า Yahoo! สนใจข้อเสนอของเรา ทางเราก็ยินดีที่จะคุยเรื่องนี้ด้วย)

ที่มา : Business Insider

Pages

Subscribe to RSS - Acquisition