เวรกรรม! หญิงอเมริกันจ่ายค่าเช่าบ้านไม่ได้หลังโดน Uber เก็บค่าแท็กซี่ 326 ดอลลาร์

By: toandthen on Tue, 2014-11-04 13:13

เมื่อคืนวันเทศกาลฮาโลวีนที่ผ่านมา Gabby Wathen สาวอเมริกันรายหนึ่งได้เรียกรถแท็กซี่ของ Uber กลับบ้านหลังจากที่ได้กินดื่มกับเพื่อน ๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคืนนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีผู้เรียกใช้แท็กซี่ของ Uber เป็นจำนวนมาก หากเทียบกับจำนวนรถของ Uber ที่มีวิ่งอยู่ ทำให้ค่าแท็กซี่ของ Uber ในช่วงเวลานั้นมีราคาแพงกว่าปรกติถึง 9 เท่า ทริป 20 นาทีบนแท็กซี่ของเธอจึงมีราคาอยู่ที่ 326 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,700 บาท

เมื่อเธอทราบว่าค่าแท็กซี่ของเธอสูงมาก เธอจึงได้เปิดใช้ระบบ Fare Dispute ของ Uber เพื่อแย้งว่าค่าแท็กซี่ของเธอนั้นสูงมาก และไม่น่าจะเป็นจริงได้ และด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเช่าบ้านราคา 450 ดอลลาร์ไหว

อย่างไรก็ตาม ทาง Uber ยืนยันว่าการคิดราคาค่าแท็กซี่นั้นถูกต้อง เพราะทางแอพพลิเคชั่นของ Uber ได้มีการแจ้งเตือนว่าอัตราค่าเดินทาง ณ​ เวลานั้นจะสูงกว่าปรกติถึง 9 เท่า และได้บังคับให้เธอยืนยันอัตราค่าบริการที่สูงเป็นพิเศษอีกครั้ง ด้วยการพิมพ์เลข 9.0 เข้าไปก่อนที่จะเรียกแท็กซี่ได้

เมื่อหมดหนทาง เธอจึงได้ไปเปิดโครงการระดมทุนที่เว็บ GoFundMe เพื่อให้คนทั่วไปช่วยเธอจ่ายค่าเช่าบ้าน โดยได้ระบุว่า “ถ้าเห็นด้วยว่าสิ่งที่ Uber ทำมันงี่เง่าสิ้นดี ช่วยบริจากด้วย แม้ว่ามันจะเป็นจำนวนเงินแค่ 1 ดอลลาร์ก็ตาม”

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่พอสมควร จนตัวแทนจาก Uber ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า Uber จะทำการแจ้งเตือนการคิดราคาสูงเป็นพิเศษ (surge pricing) ก่อนทุกครั้ง และเพื่อเป็นการป้องกันการผิดพลาดหรือการเข้าใจผิด ตัวแอพพลิเคชั่นของ Uber จะบังคับให้ผู้ใช้พิมพ์ตัวเลขจำนวนจำนวนเท่าของราคาที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะสามารถเรียกรถแท็กซี่ได้

การคิดราคาค่าแท็กซี่สูงขึ้นเป็นพิเศษ หรือ surge pricing ของ Uber จะพบเจอได้ในช่วงที่มีจำนวนผู้ต้องการใช้บริการเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนรถของ Uber ที่วิ่งอยู่ ในช่วงวันหยุด คนขับรถ Uber อาจจะเลือกที่จะอยู่บ้านและใช้เวลากับครอบครัว ทำให้มีรถวิ่งอยู่ในระบบจำนวนน้อย Uber จึงใช้หลักการอุปสงค์และอุปทานในการปรับราคาค่าแท็กซี่ให้สูงขึ้น เพื่อดึงดูดและจูงใจให้คนขับรถหันกลับมาขับรถในช่วงที่มีรถวิ่งน้อย แทนการอยู่บ้านกับครอบครัว

ที่มา - E! Online

1 Comment

hisoft's picture

เคยเจอครับ ย้ำแล้วย้ำอีกรวมถึงพิมพ์ยืนยันจนรู้ชัดแน่ๆ ว่าอัตราเป็นเท่าไหร่ ถ้าไม่สักแต่ว่ากดๆ ไปหรือเมาอยู่นี่คงไม่พลาดกันง่ายๆ

ถึงราคาจะแพงมหาโหดขนาดนี้ แต่ผมว่ารอบนี้ Uber ไม่ผิดนะครับ