13 เทคนิคปรับอารมณ์ เพื่อรับมือมนุษย์ลุง-มนุษย์ป้าในที่ทำงาน

By: mk on Mon, 2014-10-27 12:12

Dr. Travis Bradberry ผู้เขียนหนังสือ Emotional Intelligence 2.0 และผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกฝนทางอารมณ์สำหรับผู้นำทางธุรกิจ (เขาจบการศึกษาด้านจิตวิทยาสำหรับองค์กร) เขียนแนะนำวิธีการรับมือกับ "มนุษย์พลังลบ" ในที่ทำงาน (สมัยนี้อาจเรียก "มนุษย์ป้า/มนุษย์ลุง" หรือไม่ก็ "มนุษย์เยอะ") ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้เสมอตามสำนักงานทุกแห่ง

Bradberry (ตามภาพประกอบ) ใช้คำเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "toxic people" หมายถึง "มนุษย์ที่เป็นพิษกับคนรอบตัว" โดยคนกลุ่มนี้จะสร้างมลภาวะทางอารมณ์ ก่อความเครียดให้กับเพื่อนร่วมงาน จนส่งผลต่อสุขภาพกาย-สุขภาพจิตในภาพรวม

คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มักมีเทคนิคในการรับมือกับ toxic people เหล่านี้ โดยเทคนิคต่างๆ มีดังนี้

  1. หาวิธีปลีกตัว ไม่ต้องฟังเสียงบ่น มนุษย์พลังลบมักเรียกร้องให้คนรอบตัวต้องมารับฟังคำบ่นของตัวเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ต้องจำใจยอมฟังด้วยมารยาททางสังคม แต่ครั้นจะยอมทนฟังอยู่ตลอดก็ไม่ไหว ซึ่งกรณีแบบนี้ Braderry แนะนำว่าให้มองคนขี้บ่นเหมือนกับการยืนคุยกับคนที่สูบบุหรี่อยู่ และมองเสียงบ่นเหมือนควันบุหรี่ที่เราต้องสูดดมเข้าร่างกายหากยืนคุยด้วย เราไม่ควรยืนฟังเสียงบ่นจนเสพพลังลบเข้ามาในร่างกายเยอะเกินไป ดังนั้นเราควรหาวิธีปลีกตัวจากมาจากคนเหล่านี้แบบเดียวกับการปลีกตัวจากคนสูบบุหรี่ เทคนิคที่ดีเยี่ยมในการปลีกตัวคือถามมนุษย์ลบว่า "คิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร" คนเหล่านี้มักจะเงียบหรือเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเมื่อเจอปัญหานี้
  2. ถนอมกำลัง ไม่ลงไปฟัดสู้ การเปิดหน้าลุยต่อสู้กับมนุษย์ลบแบบตรงๆ เป็นเรื่องไม่คุ้มค่า เพราะเราจะบาดเจ็บสาหัสในแง่อารมณ์ ดังนั้นถ้าถึงเวลาต้องสู้ก็ควรเลือกสมรภูมิให้ดี เลือกการต่อสู้ที่เราชนะแน่ๆ หาจังหวะเวลาที่เหมาะสม และให้ระลึกอยู่เสมอว่าเราต้องสู้กับมนุษย์ลบเหล่านี้ต่อในระยะยาว ดังนั้นไม่ควรสู้แบบแผลเหวอะหวะ และถนอมกำลังของตัวเองไปสู้ต่อในวันข้างหน้าด้วย
  3. ตัดอารมณ์ออกไป รู้จักเพิกเฉย มนุษย์ลบมักไม่มีตรรกะใดๆ การคุยกันด้วยเหตุผลย่อมไม่เวิร์ค เราไม่ควรติดกับของคนเหล่านี้ และเอาความรู้สึกดีๆ ของเราไปแลก ทางออกที่เหมาะสมคือตัดอารมณ์ออกไป และมองพวกเขาเป็นเหมือนวัตถุอย่างหนึ่งแทน (เปรียบเทียบได้อีกแบบคือมองว่าพวกเขาคือคนไข้ทางจิต และเราเป็นจิตแพทย์ที่เห็นคนเหล่านี้จนชาชิน พูดได้คุยได้แต่ไม่มีเยื่อใยทางอารมณ์ต่อกัน)
  4. หาเวลาตั้งสติ การรักษาระยะทางอารมณ์กับมนุษย์ลบนั้น ตัวเราต้องมี "สติ" อยู่เสมอ เพราะถ้าเราเผลอใจไม่มีสติควบคุมตัวเองเมื่อใด มนุษย์ลบมักเข้ามาแหย่ให้เราอารมณ์พุ่งอยู่ง่ายๆ เมื่อเจอปัญหาลักษณะนี้ เราต้องหาเวลาหยุดพักตั้งสติเพื่อวางแผนรับมืออย่างมีเหตุผล (ตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาคุยกับเราว่าเขาคือประธานาธิบดี เราคงไม่สนใจเขามากนักและเดินผ่านไป ดังนั้นเมื่อเจอเพื่อนร่วมงานทำตัวงี่เง่าไร้สาระ บางครั้งวิธีการตอบโต้ที่ดีคือยิ้มให้และพยักหน้าก็เพียงพอแล้ว)
  5. วางแผนรักษาระยะห่าง เมื่อเราเพิกเฉยและไม่หลงตอบโต้ไปกับมนุษย์ลบแล้ว ขั้นต่อไปเราจะเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบพฤติกรรมของคนเหล่านี้ที่ซ้ำๆ กันเป็นแพทเทิร์น ซึ่งช่วยให้เราวางแผนรับมือได้ง่ายขึ้น ว่าเมื่อไรที่เราจะปะทะกับคนพวกนี้ และเมื่อไรที่เราจะหลีกเลี่ยง เช่น เราอาจทำงานเป็นกลุ่มใหญ่ร่วมกับคนแบบนี้ได้ (เพราะมีคนอื่นร่วมอยู่ด้วย) แต่เลี่ยงจะทำงานคู่กันตรงๆ ในภาพรวมแล้วเราต้องสร้างระยะป้องกันตัวจากคนเหล่านี้ โดย "จงใจ" วางแผนว่าจะรักษาระยะอย่างไร เพราะถ้าเราไม่มีแผนการแล้วปล่อยไปตามธรรมชาติ เรามักจะตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนที่ต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ลบอยู่เรื่อยๆ
  6. สร้างเกราะป้องกันตัวเองจากพลังลบของคนอื่น คนที่ประสบความสำเร็จจะไม่นำเสียงวิจารณ์ของคนอื่นๆ มากระตุกต่อมความสุขของตัวเอง ดังนั้น ถึงแม้เราคงไม่สามารถเพิกเฉยต่อเสียงวิจารณ์ทุกเรื่องได้สมบูรณ์ 100% แต่เราก็สามารถบังคับตัวเอง ไม่ให้เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ รวมถึงฝึกคัดกรองเสียงวิจารณ์ของคนอื่นๆ เฉพาะเท่าที่พอเหมาะ ถ้าเราฝึกตัวเองแบบนี้ได้ ไม่ว่ามนุษย์ลบจะคิดหรือพูดอะไรก็ตาม เราก็ไม่หวั่นไหวเพราะมีเกราะป้องกันตัวเองจากพลังลบเหล่านี้
  7. อย่าหมกมุ่นที่ตัวปัญหา ให้โฟกัสที่ทางแก้ไข การหมกมุ่นอยู่ที่ "ตัวปัญหา" จะทำให้เราเครียด เมื่อเจอปัญหาควรคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาดีกว่า เมื่อต้องเผชิญกับมนุษย์ลบ เราต้องหยุดคิดว่าคนเหล่านี้สร้างความลำบากให้กับเราอย่างไร และโฟกัสไปที่วิธีการรับมือกับคนพวกนี้แทน การคิดแบบนี้จะช่วยให้เราควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น และลดความเครียดจากการรับมือกับมนุษย์ลบลงได้ในภาพรวม
  8. ปล่อยวางง่ายๆ จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น คนที่รับมือปัญหาทางอารมณ์ได้ดีจะให้อภัยมนุษย์ลบได้เร็ว การให้อภัยเป็นผลดีต่อตัวเราเองเพื่อปล่อยวางไปทำเรื่องอื่นๆ แทน เราควรปล่อยวางให้เร็ว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเคยโดนอะไรไว้ และมองวิธีป้องกันตัวหรือหลีกเลี่ยงจากภัยของมนุษย์ลบในอนาคตแทน
  9. หยุดตัวเองไม่ให้คิดลบ เมื่อเราได้รับพลังลบจากผู้อื่น เรามักรู้สึกแย่ และสถานการณ์อาจยิ่งแย่กว่าเดิมถ้าวิธีคิดของตัวเรามัก "คิดลบ" เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (แถมแย่แบบวนลูปเพราะคิดลบต่อไปเรื่อยๆ) ดังนั้นเราต้องหลีกเลี่ยงการคิดลบทั้งปวง เพื่อไม่ให้พลังลบของผู้อื่นถูกขยายผลโดยความคิดของเราเอง
  10. ควบคุมคาเฟอีน การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน จะช่วยให้สมองหลั่งอะดรีนาลีน ซึ่งช่วยเร่งปฏิกิริยาให้เราตัดสินใจว่า "จะสู้หรือถอย" ให้มากขึ้น การเร่งปฏิกิริยาลักษณะนี้ส่งผลให้เราคิดด้วยเหตุผลน้อยลง (เพราะถูกเร่งให้ตัดสินใจเร็วขึ้นโดยเราไม่รู้ตัว) การควบคุมระดับของคาเฟอีนแต่พอดีจะช่วยให้เรารับมือกับปัญหาจากมนุษย์ลบได้ดีขึ้น
  11. นอนให้พอ การนอนหลับจะช่วยให้สมองได้พักผ่อนและชาร์จพลังใหม่ แถมยังเป็นการจัดเรียงความทรงจำใหม่ ทิ้งความทรงจำบางอย่างออกไป ผลคือตอนเช้าเราตื่นขึ้นมาพร้อมกับสมองที่สดชื่นแจ่มใส ดังนั้นเราควรนอนให้เพียงพอเพื่อรักษาระดับของอารมณ์และควบคุมความเครียดให้พอดี
  12. หาที่ปรึกษา การดีลกับมนุษย์ลบ เราต้องรู้ตัวว่าจุดอ่อนของวิธีการรับมือของเราคืออะไร และเราต้องรู้จักหาพรรคพวกช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ โดยหาคนที่เราไว้ใจได้ เปิดใจคุยได้ ขอคำปรึกษาเพื่อดูว่ามุมมองของคนอื่นต่อวิธีการรับมือมนุษย์ลบของเราดีแค่ไหน (แถมคนกลุ่มนี้ไม่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์แบบเรา จิตใจก็แจ่มใสมองเห็นสถานการณ์ภาพรวมได้ดีกว่า) บางครั้งแค่การที่เราได้เล่าเรื่องอัดอั้นและมีคนรับฟังก็ช่วยให้เรามองเห็นทางออกใหม่ๆ ด้วยตัวเองแล้ว
  13. หมั่นฝึกฝน เทคนิคต่างๆ ข้างต้นจำเป็นต้องฝึกฝน เราต้องหัดฝึกพฤติกรรมใหม่ๆ ในการต่อกรกับมนุษย์ลบ บางครั้งเราอาจสู้กับเขาไม่สำเร็จ แต่สมองของเราจะถูกฝึกให้รับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น จนฝีมือของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว

หวังว่าชาว Meconomics จะสามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้งาน และรับมือกับ "มนุษย์พลังลบ" ในที่ทำงานได้ดีขึ้นครับ

ที่มา - LinkedIn ผ่าน Quartz