ผลวิจัยพบ เวลาออมแสง (DST) ช่วยลดการก่ออาชญากรรม

By: chayaninw on Mon, 2013-05-27 22:47

หลายประเทศในเขตอบอุ่น มีการใช้ระบบเวลาออมแสง (daylight saving time) ซึ่งจะปรับเวลาเวลาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน แล้วปรับกลับมาในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งการปรับเวลาให้เร็วขึ้นในช่วงฤดูร้อนให้เร็วขึ้น ก็เพื่อให้มีเวลาที่ยังสว่างในช่วงเย็นมากขึ้น ถึงแม้ว่าเหตุผลหลักของการใช้เวลาออมแสงซึ่งเป็นเรื่องประหยัดพลังงาน ยังคงมีข้อถกเถียงกันอยู่มาก แต่งานวิจัยเชิงประจักษ์ฉบับหนึ่ง ได้สรุปผลออกมาว่า การมีแสงสว่างมากขึ้นในช่วงเย็นนั้น ช่วยลดการเกิดอาชญากรรมได้มากทีเดียว

นักเศรษฐศาสตร์ Nicholas Sanders จาก College of William and Mary ร่วมกับ Jennifer Doleac จาก University of Virginia ได้นำข้อมูลอาชญากรรมจาก National Incidence-Based Reporting System (NIBRS) ของสหรัฐอเมริกา มาวิจัยหาผลของการเปลี่ยนแปลงเวลาออมแสง กับการเกิดอาชญากรรมในช่วงสามสัปดาห์ก่อนและหลังวันที่เปลี่ยนเวลา แล้วก็พบว่า จำนวนการปล้นในชั่วโมงที่ได้รับผลจากเวลาออมแสงมากที่สุด (ช่วงเย็นที่จากมืด กลายเป็นยังคงสว่างอยู่หลังปรับเวลา) ลดลงอย่างชัดเจน

Sanders ใช้ข้อมูลการรายงานอาชญากรรมจากปี 2005-2008 ซึ่งได้ข้ามผ่านปี 2007 ซึ่งสภาของสหรัฐได้เลื่อนวันเปลี่ยนเวลาให้เร็วขึ้นอีกสามสัปดาห์ด้วย ทำให้สามารถควบคุมตัวแปรเรื่องช่วงเวลาของปี (เช่น อุณหภูมิที่อุ่นขึ้น) ได้มากขึ้นด้วย ซึ่งผลจากแบบจำลองทางเศรษฐมิติ ก็ยังคงชี้ไปในแนวทางที่ว่า การเกิดอาชญากรรมนั้นลดลงจากการเปลี่ยนเวลา

ผลจากการวิจัยนี้ นอกจากนี้จะช่วยในการตัดสินใจด้านนโยบายการใช้เวลาออมแสงแล้ว สมมติฐานที่ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาชญากรรมคือความสว่างภายนอก ยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการติดไฟให้ความสว่างภายนอกของรัฐด้วย

งานวิจัย Under the Cover of Darkness: Using Daylight Saving Time to Measure How Ambient Light Influences Criminal Behavior สามารถเข้าอ่านฉบับเต็มได้ครับ

ที่มา - Phys.org