ความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์กับอัตราการก่ออาชญากรรมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

By: Flurrywong on Tue, 2012-09-04 01:40

ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีจนเกิดเป็นวาทกรรม "ทำดีตายไปขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตายไปตกนรก" ให้เราได้ยินกันมาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งผลการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์สายพฤติกรรม (Behavioral Economics) ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนวาทกรรมดังกล่าว เป็นต้นว่าศาสนาทำให้พฤติกรรมการบริจาคและจิตอาสาของคนเพิ่มขึ้น หรือในบางงานวิจัยก็พบว่าศาสนาทำให้คนมีพฤติกรรมเชิงบวกต่อสังคมในแง่ของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการให้ความร่วมมือในเชิงบวกเพิ่มขึ้น การฉ้อโกงลดลง เป็นต้น แต่จากการศึกษาล่าสุดกลับพบว่าศาสนาอาจไม่ได้ให้ผลภายนอกเชิงบวก (Positive Externality) ต่อสังคมไปเสียทุกอย่าง เพราะหากคนเชื่อในสวรรค์และการให้อภัยของพระผู้เป็นเจ้ามากกว่าเชื่อในการมีอยู่ของนรกและการลงทัณฑ์จากพระเจ้าแล้ว อัตราการเกิดอาชญากรรมก็จะสูงกว่าในประเทศที่มีสัดส่วนคนเชื่อในนรกและการลงทัณฑ์ของพระเจ้ามากกว่าการเชื่อว่าสวรรค์มีจริง

ในเว็บไซด์ PLOSONE ซึ่งเผยแพร่บทความวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์แบบเปิด ได้เผยแพร่งานวิจัยของ Azim Shariff แห่งมหาวิทยาลัยโอเรกอน (University of Oregon) และ Mijke Rhemtulla แห่งมหาวิทยาลัยแคนซัส (University of Kansas) ในหัวข้อเรื่อง "Divergent Effects of Beliefs in Heaven and Hell on National Crime Rates" ซึ่งเป็นงานศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์กับอัตราการก่ออาชญากรรมในประเทศต่างๆ โดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับสวรรค์ ความเชื่อเกี่ยวกับนรก ความเชื่อเกี่ยวกับการมีอยู่ของพระเจ้าและการนับถือศาสนาจาก World Value Survey และ European Value Survey ข้อมูลผลรวมการก่ออาชญากรรม 10 ประเภท ข้อมูลผู้นับถือศาสนา ปัจจัยทางเศรษฐกิจ (GDP เฉลี่ยต่อหัว, ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ ฯลฯ) และปัจจัยในการก่ออาชญากรรมอื่นๆ จาก 65 ประเทศทั่วโลกมาทำการประมาณค่าด้วยสมการถดถอยแบบเส้นตรง (Linear Regression Equation) โดยการประมาณค่าแยกออกเป็นกรณีผลรวมของการเกิดอาชญากรรม 10 ประเภทกับความเชื่อเกี่ยวกับสวรรค์ กรณีผลรวมของการเกิดอาชญากรรม 10 ประเภทกับความเชื่อเกี่ยวกับนรก และกรณีรวมตัวแปรนรกกับสวรรค์เข้าด้วยกัน ซึ่งได้ผลการศึกษาออกมาว่า ความเชื่อเรื่องนรกมีความสัมพันธ์กับการเกิดอาชญากรรม 10 ประเภทไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างมีนัยสำคัญ (การเพิ่มขึ้นของความเชื่อเรื่องนรก 1SD ทำให้การเกิดอาชญากรรมลดลง 2 SD) ในขณะที่ความเชื่อเรื่องสวรรค์กลับมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับอัตราการก่ออาชญากรรมอย่างมีนัยสำคัญ (การเพิ่มขึ้นของความเชื่อเรื่องสวรรค์ 1SD ทำให้การเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น 2SD) ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดอาชญากรรมกับผลต่างระหว่างความเชื่อเรื่องนรกต่อความเชื่อเรื่องสวรรค์แยกเป็นรายประเทศก็พบว่า ยิ่งผลต่างระหว่างความเชื่อเรื่องสวรรค์ต่อความเชื่อเรื่องนรกมีค่าเป็นบวกมากเท่าไหร่ อัตราการเกิดอาชญากรรมในประเทศนั้นๆ ก็จะสูงตามไปด้วย ซึ่งจากผลการศึกษาดังกล่าวอาจสรุปได้ว่าจริงๆ แล้วสำนึกในการถูกลงโทษ (ความเชื่อเรื่องนรก) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไม่กล้ากระทำความผิด ในขณะที่สำนึกในทางการให้อภัยหรือการให้รางวัล (ความเชื่อเรื่องสวรรค์) เป็นปัจจัยส่งเสริมให้คนกระทำความผิดก็เป็นได้

กราฟความสัมพันธ์สามารถดูได้จากที่มา ส่วนใครที่สนใจสนใจบทความข้างต้นสามารถอ่านฉบับเต็มได้ ที่นี่ ค่ะ

ที่มา - The Economist

ความเห็นส่วนตัวผู้เขียน : เท่าที่ดูผลจากประมาณค่าในตารางของ paper ฉบับเต็มส่วนตัวมองว่างานวิจัยชิ้นนี้ยังมีข้อบกพร่องเชิงเทคนิคทางเศรษฐมิติเยอะพอสมควร แต่หัวข้อน่าสนใจดีเลยเอามาเขียนให้อ่านกันค่ะ

5 Comments

lingjaidee's picture

จริงๆ น่าจะต้องสัมพันธ์กับระดับความรุณแรงในการลงโทษทางกฏหมายของประเทศนั้นๆ ด้วยนะครับ อย่างถ้าระดับความเชื่อในการให้อภัยมีมาก แต่ระดับความรุณแรงทางกฏหมายมีสูง จะลด หรือเพิ่ม ความกล้าเสี่ยงในการกระทำความผิดด้วยหรือเปล่าอะไรแบบนั้น .. แต่อาซิ้ม (Azim) นี่วิจัยได้น่าสนใจดีจัง ;D

hisoft's picture

น่าจะอยู่คนละส่วนกันนะครับงานวิจัยนี้เค้าเน้นไปที่ด้านนั้นด้านเดียว

ผมว่ามีผลแน่ ๆ อย่างประเทศญี่ปุ่น (ที่ศาสนาไม่ค่อยจะมีผล??) แต่กฎหมายแน่นมาก แต่ที่มีผลไม่น่าเป็นระดับความรุนแรงในการลงโทษอย่างเดียวน่าจะอยู่ที่ว่าคนบังคับใช้เน้นด้วยหรือเปล่าล่ะครับ

xxxooo's picture

เคยอ่านเจอว่า

ความรุนแรงของกฏหมาย มีผลต่อ ความรุนแรงของอาชญากรรม แต่ไม่มีผลต่อ การเกิดอาชญากรรมครับ

hisoft's picture

น่าจะอธิบายเรื่องหน่วย SD เพิ่มหน่อยนะครับ

Flurrywong's picture

ที่ไม่ได้เขียนอธิบายเอาไว้เพราะมองว่ามันเป็นแค่หลักสถิติเบื้องต้นอะค่ะ เพราะ SD ตัวนี้ก็คือค่า Standard Deviation ธรรมดาเลยคิดว่าน่าจะเข้าใจกันโดยทั่วไปอยู่แล้ว