เรื่องหนึ่งที่แอปเปิลสู้ไมโครซอฟท์กับกูเกิลไม่ได้ - การบริหารผลตอบแทนการลงทุน

By: arjin on Wed, 2012-02-15 15:45

ในด้านตัวเลขทางการเงินแล้วสิ่งที่บริษัทแอปเปิลถูกจับตามองอย่างมากคือเงินสดอันล้นเหลือ ซึ่งในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีสูงถึง 9.76 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่า ณ ขณะนี้แอปเปิลน่าจะมีเงินสดเกินแสนล้านดอลลาร์แล้ว จึงเกิดคำถามยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมาจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ โดยที่ผ่านมาแอปเปิลยังปฏิเสธที่จะจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล บอกแค่เพียงต้องเก็บไปใช้ลงทุนยามจำเป็น ถ้าเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เงินมหาศาลก้อนนี้แอปเปิลทำอะไรกับมันอยู่?

Richard Leong จากสำนักข่าว Reuters ได้ทำการตรวจสอบการบริหารเงินสดของแอปเปิลเพราะสำหรับบริษัทใดๆ ก็ตามแล้ว พวกเขาจะนำเงินสดส่วนที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่จะฝากบัญชีธรรมดาซึ่งก็พบความน่าสนใจดังนี้ครับ

ในงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2011 แอปเปิลรายงานว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการนำเงินสดไปลงทุนได้เพียง 0.77% เท่านั้น แต่ยังเยอะกว่าผลตอบแทนปี 2010 ที่อยู่ที่ 0.75% โดยถ้าย้อนไปช่วงปี 2009 นั้นแอปเปิลสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ถึง 3.44% ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตอบแทนปีที่ผ่านมานี้ช่างน้อยยิ่งนัก ลองเทียบกับฝากประจำระยะเวลา 1 ปีของธนาคารพาณิชย์ในไทยเฉลี่ยแล้วยังได้เยอะกว่านี้เลย

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามตัวแทนทางแอปเปิลก็ได้คำตอบว่า นโยบายการลงทุนของแอปเปิลนั้นคือพยายามรักษาเงินต้นไว้ และทำให้มีสภาพคล่องมากพอในเวลาจำเป็น รวมถึงการที่ลงทุนนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ถึงแม้นโยบายเช่นนี้จะทำให้ผลตอบแทนที่ออกมาแลดูต่ำเกินไป แต่นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ให้ความเห็นว่าแอปเปิลไม่พยายามทำตัวเป็นกองทุนเก็งกำไร แต่แค่จัดสรรเงินลงทุนโดยเน้นให้บริษัทมีสภาพคล่องเป็นหลักก็เท่านั้น เพราะการหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน

มาลองดูบริษัทเทคโนโลยีอื่นบ้าง กูเกิลนั้นล่าสุดมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ 4.46 หมื่นล้านดอลลาร์ บริษัทไม่ได้ชี้แจงผลตอบแทนการลงทุนในงบการเงินอย่างชัดเจน แต่เมื่อคำนวณผลตอบแทนของที่ผ่านมาแล้วอยู่ที่ราว 2% ส่วนไมโครซอฟท์ที่มีเงินสดตอนนี้ 5.93 หมื่นล้านดอลล่าร์ ก็สร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้ราว 2% เช่นกัน ซึ่งนโยบายการลงทุนนั้นไมโครซอฟท์ระบุว่าเน้นหุ้นสามัญเป็นหลัก แต่ก็มีบางส่วนที่ลงทุนในสัญญาล่วงหน้าน้ำมัน โลหะ ตลอดจนออปชัน เมื่อเทียบกันแบบนี้แล้วก็จะเห็นว่าแอปเปิลสร้างผลตอบแทนได้น้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ที่ปรึกษาการเงินรายหนึ่งให้ความเห็นว่าการเปรียบเทียบแบบนี้เหมือนทำเพื่อโจมตีซีเอฟโอ Peter Oppenheimer ว่าไร้ประสิทธิภาพ แต่แท้จริงแล้วภารกิจหลักของบริษัทแอปเปิลก็คือการเอาเงินก้อนนั้นไปทำผลิตภัณฑ์ขายจนได้ผลตอบแทนที่ดีอย่าง iPhone ไม่ใช่หรือ แท้จริงแล้วเรื่องนี้ก็อาจมีเบื้องหลังอยู่ เพราะในช่วงปี 1990 แอปเปิลประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างหนักและขาดสภาพคล่อง คนในแอปเปิลที่อยู่ช่วงเวลานั้นย่อมรู้สึกหวาดระแวงในเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลมาถึงนโยบายการดูแลเงินสดที่ต้องอนุรักษ์นิยมให้มากที่สุด

อ่านถึงตรงนี้คุณคงเดาว่าแอปเปิลน่าจะลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้เป็นหลักผลตอบแทนเลยน้อย แต่แท้จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น งบการเงินระบุว่าแอปเปิลลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารทุนอย่างหุ้นสามัญถึง 40% ของพอร์ทขณะที่กูเกิลลงทุน 14% และไมโครซอฟท์ 17% เท่านั้น จะเห็นว่าเอาเข้าจริงแอปเปิลมีการลงทุนที่เสี่ยงกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ แต่ได้ผลตอบแทนรวมแย่กว่าจริงๆ มากกว่านั้นการกระจายการลงทุนของแอปเปิลเองก็เป็นตราสารหนี้สหรัฐน้อยกว่าอีกสองรายมาก แถมผลตอบแทนของการลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐช่วงปีที่ผ่านมานั้นดีมาก

อย่างไรก็ตามในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด แอปเปิลได้ย้ายเงินลงทุนไปไว้ในตราสารหนี้เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว โดยตอนนี้เงิน 6.74 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในรูปของตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งถ้าแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ในปีนี้แอปเปิลก็น่าจะทำอัตราผลตอบแทนสิ้นปีได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับกูเกิลและไมโครซอฟท์

ที่มา: The Huffington Post

6 Comments

ZiiT's picture

"ส่วนไมโครซอฟท์ที่มีเงินสดตอนนี้ 5.93 หมื่นดอลล่าร์" น่าจะตกคำว่าล้านไปนะครับ

tekkasit's picture

แต่ถ้ายังคิดว่าหุ้นแอปเปิลยังเป็นหุ้นบลูชิบและพุ่งกระฉูดแบบนี้อยู่

การเก็บไว้เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูง เพื่อใช้ในการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งได้กำไรงามกว่าลงทุนได้ดอกเบี้ยที่ไม่ถึง 4% มิใช่หรือ?

pat4310's picture

ถึงพัฒนาผลิตภัทฑ์ใหม่ได้แต่ถ้าสินทรัพย์โดยรวมยังทำกำไรได้ต่ำเยี่ยงนี้ ROE ออกมาก็ต่ำครับ นักลงทุนไม่ชอบ