รีวิวภาพยนตร์ The Big Short: เมื่อ Hegde Fund กลายเป็นพระเอก

By: lew on Fri, 2016-01-08 09:12

เมืองไทยมักมองเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund) หรือกองทุนบริหารความเสี่ยงที่ทำกำไรจากการเก็งว่าหลักทรัพย์ใดๆ กำลังมีความผันผวน เป็นกองทุนปิศาจที่เป็นต้นเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจไทยเมื่อปี 2540 แต่ภาพยนตร์เรื่อง The Big Short แสดงภาพกลับว่าคนเหล่านี้คือผู้มองเห็นความฉ้อฉลในระบบ และพวกเขาก็ทำกำไรจากความฉ้อฉลนั้น

ภาพยนตร์เรื่อง The Big Short สร้างขึ้นบนฐานของเรื่องจริงในหนังสือ The Big Short ของ Micheal Lewis เล่าถึงชีวิตของผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยงสามกลุ่ม ได้แก่ Micheal Burry, Mark Baum, และสองคู่หู Charlie Geller และ Jamie Shipley ที่เลือกเปิดสถานะ short เก็งว่าตลาดเงินกู้ที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ กำลังพัง โดยเริ่มเก็งตั้งแต่ปี 2005

The Big Short ต่างจากภาพยนตร์การเงินเรื่องอื่นๆ ที่มักจับเอาเฉพาะอารมณ์ร่วมกับตัวละครโดยไม่ได้พยายามอธิบายรายละเอียดของสถานะการณ์นัก เช่น Margin Call (2011) หรือ Too Big To Fail (2011) แต่ตัวหนังกลับพยายามอธิบายด้วยบทพูดยาวๆ เป็นระยะว่าหลักทรัพย์แต่ละตัวที่กำลังสร้างปัญหานั้นคืออะไร

ตัวหนังวาดภาพกลับ โดยแสดงว่าความฉ้อฉลของระบบการเงินสหรัฐฯ และมองกองทุนบริหารความเสี่ยงว่าเป็นเพียงผู้ที่มองเห็นความฉ้อฉลเหล่านี้ก่อนคนอื่นๆ แล้วเข้ามาทำกำไรกับมัน โดยที่ผู้บริหารกองทุนเหล่านี้ก็ไม่ได้มีความสุขกับวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ตลอดเรื่องภาพยนตร์แสดงความเครียดของผู้จัดการกองทุนที่เครียดกับภาวะตลาดที่ไม่ตรงตามที่พวกเขาคาดการณ์ แม้สถานะการณ์เงินกู้ที่อยู่อาศัยจะแย่ลงตามที่พวกเขาคิด แต่กองทุนเงินกู้กลับวิ่งสวนทาง บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือกลับคงเรตติ้งความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับสูง

โดยรวมแล้ว The Big Short ยังคงความสนุกไว้ได้แม้พยายามจะใส่รายละเอียดเข้ามาเป็นจำนวนมาก ใครอยากได้ภาพว่าปัญหาซับไพรม์ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นได้อย่างไร มันเป็นภาพยนตร์ที่ใครสนใจวงการเงินควรหาโอกาสไปดูกัน

The Big Short เข้าฉายในไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมนี้