nrad6949's blog

The Economist Group ประกาศปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น เข้าซื้อหุ้นคืนจาก Pearson

By: nrad6949 on Fri, 2015-08-14 09:41

บริษัท The Economist Group เจ้าของนิตยสาร The Economist ที่เรารู้จักกันดี (และจริงๆ มีแผนกวิจัย ทำอีเวนท์ และอื่นๆ ด้วย) ประกาศว่าเตรียมจะปรับโครงสร้างของผู้ถือหุ้นบริษัท โดยการร่วมกับ Exor บริษัทลงทุนของอิตาลี ซื้อคืนหุ้นที่ Pearson สำนักพิมพ์รายสำคัญของโลกถืออยู่ในบริษัท โดยหุ้นที่ซื้อคืนจะไปอยู่ในรูปของกองทุนแทน

การเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ The Economist Group ระบุว่าเพื่อเป็นการรับประกันความเป็นกลางในการดำเนินงานของบริษัทและตัวนิตยสาร (editorial independent) เป็นสำคัญ ซึ่งจะมีการเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้แก้ไขข้อบังคับของบริษัทไม่ให้ผู้ถือหุ้นรายใดรายหนึ่งถือหุ้นได้เกินกว่า 50% และไม่ให้ออกเสียงได้เกินกว่า 20% ของจำนวนเสียงทั้งหมดที่มี

สำหรับเงินที่จะนำมาซื้อหุ้นคืนนั้น ฝั่ง The Economist Group จะขายอาคารดำเนินงาน (The Economist Complex) ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะใช้เงินทั้งสิ้น 182 ล้านปอนด์ ส่วนฝั่ง Exor จะใช้เงินในการซื้อหุ้นครั้งนี้ 287 ล้านปอนด์ครับ

ที่มา - The Economist Group

GE ขายส่วนกิจการด้านสินเชื่อรายย่อยในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้กับกลุ่มทุนยุโรปและอเมริกา

By: nrad6949 on Sun, 2015-03-15 18:22

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กลุ่มกิจการร่วมทุนจากยุโรปและอเมริกา อันประกอบไปด้วยบริษัทลงทุนอย่าง KKR & Co LP, Varde Partners และ Deutsche Bank ธนาคารจากเยอรมนี ประกาศบรรลุข้อตกลงกับ GE Capital บริษัทลูกของ GE ในการเข้าซื้อส่วนกิจการสินเชื่อรายย่อยของ GE Capital ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในวันนี้ โดยมูลค่าของการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้อยู่ที่ 8.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2 แสนล้านบาท)

การขายกิจการในครั้งนี้ของ GE เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างภายในของบริษัท ซึ่งเริ่มมีการขายหน่วยธุรกิจบางอย่างออกไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ธุรกิจถือครองที่ดิน หรือการลดสัดส่วนของการถือหุ้นในบริษัทร่วมด้านสื่ออย่าง NBCUniversal ด้วย

ที่มา - Reuters

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 1.75%

By: nrad6949 on Wed, 2015-03-11 15:04

วันนี้ (11 มี.ค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนแบบอัตราหนึ่งวัน (one-day bond repurchase) ลงเหลือ 1.75% ตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 4 ต่อ 3 ที่ให้ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบปี

นักวิเคราะห์การเงินจากกลุ่ม DBS ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันทางการเงินของสิงคโปร์ ออกมาระบุว่า การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในสภาวะถดถอย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวก่อนหน้านี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาระบุถึงการกดดันให้รัฐบาลลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก DBS ออกมาระบุว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คิด

ที่มา - Bloomberg, ไทยรัฐ

กษัตริย์ของสเปน ประกาศลดเงินเดือนตัวเองลง 20%

By: nrad6949 on Mon, 2015-02-16 17:35

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังของสเปนได้ออกแถลงการณ์ว่า Felipe VI กษัตริย์องค์ปัจจุบันของราชอาณาจักรสเปน ประกาศลดเงินเดือนตัวเองที่ได้รับจากรัฐบาลลง 20% จากปีละ 293,000 ยูโร (ประมาณ 10 ล้านบาท) ซึ่งเป็นอัตราเก่าในสมัยของกษัตริย์ Juan Carlos พระราชชนก เหลือเพียง 234,204 ยูโร (ประมาณ 8 ล้านบาท) คิดเป็นรายเดือนแล้วตกเดือนละประมาณ 720,000 บาท

สาเหตุสำคัญของการปรับลดเงินเดือนนี้ มาจากการที่กษัตริย์ Felipe VI ต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ของสเปน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงว่ามีวิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือยและเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย ขณะที่สเปนกลับต้องเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม งบประมาณรายปีของสำนักพระราชวังกลับไม่ได้ลดลงแต่อย่างไร โดยยังได้เงินคงที่เท่าเดิมจากปีงบประมาณก่อนหน้า อยู่ที่ประมาณ 7.7 ล้านยูโร (ประมาณ 288 ล้านบาท)

ที่มา - CNBC, ภาพประกอบข่าวจาก Wikipedia

Kering ประกาศเข้าซื้อกิจการนาฬิกาหรูของสวิส Ulysse Nardin

By: nrad6949 on Sun, 2014-08-03 11:07

บริษัท Kering ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านสินค้าหรู (ตัวอย่างแบรนด์ดังๆ ภายใต้การบริหารเช่น Gucci, Alexander McQueen, Puma) ของฝรั่งเศส ประกาศเข้าซื้อกิจการ Ulysse Nardin หนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาหรูชั้นนำของสวิส โดยไม่ระบุมูลค่าของการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ เพียงแต่ระบุว่ามูลค่าทั้งหมดที่เข้าซื้อในครั้งนี้มีมูลค่ามากถึง 13 เท่า ของรายได้รวมก่อนการหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ภาษี, ดอกเบี้ย, ค่าเสื่อมมูลค่า และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA)

เหตุผลการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ก็ตรงไปตรงมา เพราะ Kering ต้องการเสริมทัพสินค้าหรูด้านนาฬิกาและเครื่องประดับ ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าจะมีอยู่แล้วบางส่วน (เช่น JeanRicard หรือ Girard-Perregaux) แต่ถ้าให้เทียบชื่อชั้นกับ Ulysse Nardin ก็คงลำบาก การได้มาเสริมทัพจึงทำให้กิจการส่วนนี้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

สำหรับ Ulysse Nardin ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาหรูอันดับต้นๆ ของโลก (อยู่ระดับเดียวกับ Patek Philippe, IWC) ก่อตั้งเมื่อปี 1846 และมีชื่อเสียงในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เนื่องจากระบบนาฬิกาส่วนใหญ่ของเรือในกองทัพกว่า 50 ประเทศ ใช้ของ Ulysse Nardin ทั้งสิ้น ก่อนจะผันตัวมาทำนาฬิกาข้อมือในตลาดหรู โดยตัวที่มีราคาต่ำสุดก็ยังว่ากันที่ระดับหลักแสนบาทขึ้นไปทั้งสิ้น

ที่มา - Forbes

DTAC แจ้งถอนหุ้นจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์

By: nrad6949 on Wed, 2014-06-11 13:01

วันนี้ (11 มิถุนายน) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (หรือที่รู้จักกันในนาม DTAC) โดยนายบุญชัย เบญจรงคกุล ได้แจ้งมติคณะกรรมการเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ว่า คณะกรรมการมีมติให้เพิกถอนหุ้นของบริษัท ออกจากกระดานซื้อขายหลักของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (delist) ภายในวันที่ 29 กันยายน นี้

เหตุผลหลักของการเพิกถอนการซื้อขายในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปริมาณของหลักทรัพย์ (ในที่นี้คือหุ้น) ซึ่งไหลเวียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์นั้นมีค่อนข้างต่ำ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีระดมทุนที่จะมาใช้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทน โดยผลที่จะได้รับในทางอ้อมคือประหยัดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนในการดำเนินการของบริษัทด้วย

ทั้งนี้ วันที่ซื้อขายสุดท้ายสำหรับ DTAC ในตลาดสิงคโปร์คือวันที่ 16 กันยายน ก่อนที่วันรุ่งขึ้น (17 กันยายน) จะเข้าสู่ช่วงระงับการซื้อขาย และหลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการในการโอนหุ้นจากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ของสิงคโปร์มายังไทย ก่อนที่จะถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กันยายน

ที่มา - RYT9, ผู้จัดการออนไลน์

Vertu เปลี่ยนมาจัดจำหน่ายมือถือของตัวเองทั้งหมดด้วยตนเอง ในรัสเซีย

By: nrad6949 on Fri, 2014-04-25 23:11

หนังสือพิมพ์ The Moscow Times รายงานว่า Vertu ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือหรูหราเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ประกาศเปลี่ยนวิธีจัดจำหน่ายในประเทศรัสเซีย จากเดิมที่ใช้ระบบผู้จัดจำหน่าย (distributor) มาเป็นการดำเนินการด้วยตัวเองทั้งหมด โดยระบุว่าการเปลี่ยนวิธีจัดจำหน่ายในครั้งนี้จะทำให้การจัดจำหน่ายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สาเหตุประการหนึ่งที่ทาง Vertu ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจในรัสเซียนั้น ทาง The Moscow Times ระบุว่าเกิดจากการที่รัสเซียเป็นตลาดที่สำคัญมาก และสร้างรายได้มหาศาลให้กับทาง Vertu แต่ที่ผ่านมากลับประสบปัญหาในประเด็นผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งพยายามปลอมแปลงหรือหลอกลวงลูกค้าว่าได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ตลาดรัสเซียถือเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับ Vertu โดยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากตลาดในทวีปเอเชียทั้งหมด แม้ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดรัสเซียจะได้รับผลกระทบ ทั้งจากสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองในประเด็นของยูเครน และปัญหาด้านสังคมในรัสเซียเองก็ตามที

ที่มา - The Moscow Times

Subscribe to RSS - nrad6949's blog