lew's blog

อินเดียเปลี่ยนใจไม่ห้ามส่งออกฝ้ายแล้ว

By: lew on Mon, 2012-03-12 22:35

หลังจากประกาศห้ามส่งออกฝ้ายได้เพียงไม่กี่วัน รัฐบาลอินเดียก็ยกเลิกคำสั่งนี้แล้ว โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าต้องปกป้องผู้ผลิตฝ้ายในประเทศ

กลุ่มผู้เสียหายจากการสั่งห้ามได้แก่กลุ่มเกษตรกรรวมถึงผู้ซื้อเช่นจีนต่อว่าต่อการออกคำสั่งนี้ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่มีความรับผิดชอบ

อินเดียเป็นชาติที่ปลูกฝ้ายมากเป็นอันดับสองของโลก และมีกำลังผลิตมากเกินความต้องการในประเทศตลอดมา

ที่มา - BBC

[ข่าวลือ] มาเลเซียเตรียมประกาศค่าแรงขั้นต่ำ เดือนละ 800-900 ริงกิต

By: lew on Mon, 2012-03-12 14:55

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวภายในว่าคณะรัฐมนตรีมาเลเซียกำลังจะประกาศค่าแรงขั้นต่ำเร็วๆ หลังจากผ่านร่างกฏหมายไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยจะอยู่ในช่วง 800 ถึง 900 ริงกิต หรือประมาณ 8,000 ถึง 9,000 บาทแล้วแต่พื้นที่

ที่น่าสนใจคือมาเลเซียไม่เคยมีกฏหมายค่าแรงขั้นต่ำมาก่อน แม้เส้นความยากจนของมาเลเซียจะอยู่ที่ 763 ถึง 1048 ริงกิตต่อครัวเรือนต่อเดือนในปี 2009

เช่นเดียวกับทุกประเทศ ผู้ประกอบการในมาเลเซียต่อต้านกฏหมายค่าแรงขั้นต่ำอย่างต่อเนื่องด้วยเหตุผลว่าจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง

แหล่งข่าวระบุว่ากฏหมายฉบับนี้ผ่านรัฐมนตรีแล้วเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และระหว่างนี้กำลังทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ

ที่มา - Reuters, The Malaysia Insider

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอาจจะเปิดไอพีโอหุ้นในตลาดสิงคโปร์ในปีนี้

By: lew on Sun, 2012-03-11 10:26

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเคยเตรียมการเปิดขายหุ้นไอพีโอในตลาดสิงคโปร์มาก่อนหน้านี้แต่หยุดแผนการไปหลังจากตลาดหุ้นสิงคโปร์ตกลงไปถึง 17% ในปีที่แล้ว เมื่อสถานะการณ์ในปีนี้ดีขึ้นก็ได้เวลากลับมาพิจารณาแผนการอีกครั้ง

แผนการเดิมของทีมฟุตบอลที่ได้แชมป์ 19 สมัยนี้คือการเปิดขายหุ้นไอพีโอมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกำไรสุทธิก่อนหักภาษีในปีที่แล้วอยู่ที่ 46.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ยังไม่มีความแน่นอนว่าทางทีมจะขายหุ้นในตลาดหุ้นสิงคโปร์แน่นอนหรือไม่ แหล่งข่าวบางแหล่งอ้างว่าทางทีมพิจารณาตลาดฮ่องกงอยู่ด้วยเช่นกัน

ซื้อหุ้นแล้วจะได้ตั๋วเข้าไปดูฟรีไหม?

ที่มา - BusinessWeek

อินโดนีเซียออกกฏหมายห้ามต่างชาติรับตำแหน่งซีอีโอบริษัทท้องถิ่น

By: lew on Sun, 2012-03-11 10:17

ดูเหมือนอินโดนีเซียจะมีแนวทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากออกกฏหมายลดสัดส่วนหุ้นจากต่างชาติในกิจการเหมืองแร่ไปแล้ว กฏหมายอีกฉบับที่ออกมาใกล้ๆ กันคือการห้ามชาวต่างชาติมารับตำแหน่งซีอีโอบริษัทท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานอธิบายว่ากฏหมายฉบับนี้จะไม่มีผลต่อบริษัทที่ลงทุนโดยต่างชาติ โดยทางรัฐบาลจะทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่อไป แต่ตอนนี้กฏหมายฉบับนี้ก็สร้างความสับสนว่ามีบริษัทใดบ้างที่จะเข้าเงื่อนไข

สมาคมนายจ้างอินโดนีเซียออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฏหมายฉบับนี้เพราะแรงงานที่มีความสามารถยังมีจำนวนจำกัดในอินโดนีเซีย และกฏหมายฉบับนี้แสดงความเป็นชาตินิยมอย่างใจแคบ พร้อมทั้งระบุว่าเจ้าของบริษัทควรมีอิสระที่จะเลือกพนักงานสำหรับบริษัทของตัวเอง

ที่มา - Reuters

Singapore Airlines เสนอนักบินให้หยุดงานได้สองปี

By: lew on Fri, 2012-03-09 18:05

สายการบินสิงคโปร์กำลังพบกับการแข่งขันอย่างหนักเช่นเดียวกับสายการบินอื่นๆ จนกระทั่งกำไรลดลงถึง 53% ในปีที่ผ่านมา และแผนรับมือของสายการบินในช่วงนี้คือการอนุญาตให้นักบินหยุดงานแบบไม่รับเงินเดือนได้สูงสุดสองปี

การอนุญาตนี้รวมถึงการไปรับงานกับสายการบินคู่แข่ง หรือจะไปสมัครงานกับสายการบินโลว์คอสในเครืออย่าง Scoot ก็ได้เช่นกัน โดยโครงการนี้เป็นโครงการแบบสมัครใจ ทำให้สายการบินไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการปลดพนักงานขณะที่ลดค่าใช้จ่ายเงินเดือนลง

ที่มา - Fox Business

กระทรวงต่างประเทศแจง งานสัมมนาในหอการค้าญี่ปุ่นมีล่ามพร้อม

By: lew on Fri, 2012-03-09 17:53

กระทรวงต่างประเทศชี้แจงกรณีนายกรัฐมนตรีไปกล่าวสุนทรพจน์ที่หอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japan Chamber of Commerce and Industry - JCCI) ที่มีข่าวออกมาว่านายกกล่าวเป็นภาษาไทยโดยไม่มีล่ามนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติเมื่องานมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และในงานเองก็มีล่ามเตรียมไว้ให้กับนักธุรกิจไทยและญี่ปุ่นไว้พร้อม

กระทรวงต่างประเทศได้ทำหนังสือเพื่อชี้แจงไปยัง Wall Street Journal เพื่อทำความเข้าใจและแสดงความผิดหวังด้วย

ที่มา - กระทรวงต่างประเทศ

อินโดนีเซียเปลี่ยนนโยบายเหมืองแร่ ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49%

By: lew on Fri, 2012-03-09 00:04

รัฐบาลอินโดนีเซียออกข้อบังคับใหม่ห้ามไม่ให้ต่างชาติถือหุ้นในเหมืองแร่อินโดนีเซียเกินกว่า 49% จากเดิมที่ถือครองได้ 80%

อธิบดีกรมการพลังงานและเหมืองแร่ยืนยันว่าข้อบังคับนี้ไม่มีผลต่อใบอนุญาตเดิมที่ได้รับไปแล้ว แต่ฝั่งรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและทรัยากรธรณีกลับให้สัมภาษณ์ว่าสัญญาเดิมที่ทำไว้ก็ต้อง "เจรจากันใหม่"

เหมืองขนาดใหญ่ของอินโดนีเซียไม่ว่าจะเป็นเหมืองทอง, ถ่านหิน, สังกะสี, หรือทองแดง ล้วนมีต่างชาติลงทุนในสัดส่วนที่สูง

ที่มา - The Sydney Morning Herald

ยิ่งลักษณ์อธิบายแผนป้องกันน้ำท่วมที่หอการค้าญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย

By: lew on Thu, 2012-03-08 23:41

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางไปยังญี่ปุ่นในช่วงนี้ ภารกิจหลักคงเป็นการสร้างความมั่นใจถึงแผนการสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมมูลค่า 350,000 ล้านบาทว่าจะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากภัยน้ำท่วมในอนาคตได้อย่างไรบ้าง

แต่การกล่าวสุนทรพจน์ที่หอการค้าญี่ปุ่น (Japanese Chamber of Commerce) เมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าฟังเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาไทยโดยไม่มีล่ามร่วมแปลให้ มีเพียงเอกสารที่แปลไว้ล่วงหน้าแจกให้ผู้เข้ารับฟัง

รายงานขององค์กรการค้านอกประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization) รายงานว่า 67% ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในไทยหรือส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมา

คงต้องถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงต่างประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นถึงไม่มีล่ามในการกล่าวสุทนรพจน์ครั้งนี้

ที่มา - Wall Street Journal

แม่บ้านสิงคโปร์ได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ปีหน้า

By: lew on Thu, 2012-03-08 14:02

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มาตรฐานความเป็นอยู่สูงที่สุดในอาเชียน แต่แม่บ้านที่มักจะเป็นแรงงานต่างชาติกลับไม่ได้รับวันหยุดแม้แต่วันเดียวในรอบสัปดาห์ จนกระทั่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน นายตัน ชวนจิน ได้ออกมาประกาศว่าตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า แม่บ้านทั้งหมดจะต้องได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือค่าชดเชยในกรณีที่ต้องมาทำงาน

แรงงานที่เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์นั้นมีกว่าสองแสนคน ส่วนมากมาจากอินโดนีเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, และศรีลังกา โดยได้ค่าแรงประมาณ 390 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือ 9,250 บาทต่อเดือน

เรื่องน่ากังวลคือนายจ้างส่วนมากอาจจะเลือกที่จะจ่ายค่าชดเชยเป็นประจำแทนที่จะยอมให้แม่บ้านเหล่านี้หยุดงานพักผ่อนตามเจตนาของประกาศ ทำให้ผลลัพธ์อาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการขึ้นค่าแรงให้กับเหล่าแม่บ้านเท่านั้น

ประเทศในแถบเอเชียที่นำเข้าแรงงานแม่บ้านเหมือนกันคือฮ่องกง และใต้หวัน ล้วนมีข้อบังคับให้มีวันหยุดมาก่อนสิงคโปร์เป็นเวลานานแล้ว

ที่มา - Wall Street Journal, Washington Post, Digital Journal

อินโดนีเซียรณรงค์ไม่กินข้าววันอังคาร, เวียดนามส่งออกข้าวได้น้อยลง

By: lew on Wed, 2012-03-07 23:29

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวเป็นจำนวนมากจากการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อการบริโภค และพื้นที่เพาะปลูกยังลดน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อลดการนำเข้า งานนี้เทศบาลเมือง Depok ถึงกับห้ามร้านค้าในบริเวณศูนย์ราชการขายข้าวในวันอังคาร

ร้านค้าในศูนย์อาหารบ่นว่าเสียลูกค้าไปจำนวนมากเนื่องจากไม่สามาถขายข้าวได้ ขณะที่ลูกค้าบ่นว่าต้องไปหาอาหารนอกศูนย์ราชการกินทุกวันอังคารเช่นกัน ส่วนเลขานุการของศูนย์ราชการระบุว่านโยบายนี้จะช่วยรณรงค์การลดการบริโภคข้าวของประชาชนได้ และการเสียรายได้ของร้านค้าจะเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น

รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินเดียไม่รู้เรื่องการห้ามส่งออกฝ้าย

By: lew on Wed, 2012-03-07 22:20

ข่าวอินเดียห้ามส่งออกฝ้ายกลายเป็นความยุ่งเหยิงในรัฐบาลอินเดียเอง เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร คือ นาย Sharad Pawar ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาเองไม่รู้เรื่องการออกคำสั่งห้ามส่งออกนี้แต่อย่างใด

นาย Pawar ระบุว่าได้แจ่งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วว่าขอให้ทบทวนคำสั่งนี้เพราะราคาฝ้ายในอินเดียกำลังตกลง และปีนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาเหมือนปีที่แล้ว ฝ้ายชุดใหม่กำลังจะออกมาสู่ตลาดในปริมาณปรกติ

ที่มา - BBC

อินเดียประกาศห้ามส่งออกฝ้าย มีผลทันที

By: lew on Tue, 2012-03-06 01:14

ปีนี้ผลผลิตฝ้ายของอินเดียอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงจากการเกิดโรคระบาดและคำสั่งซื้อจากจีนมีเข้ามามาก ทำให้ทางการอินเดียเลือกที่จะปกป้องอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศด้วยการสั่งห้ามส่งออกฝ้ายในทันที โดยมีผลรวมถึงผู้ส่งออกที่ได้รับใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้แล้ว

ความซวยตกอยู่กับผู้ที่เซ็นสัญญาซื้อขายไว้ล่วงหน้า โดยตอนนี้ผู้ส่งออกในอินเดียทำสัญญาส่งออกฝ้ายไว้ทั้งหมด 10 ล้านหีบหรือ 1,700 ล้านตันในปีส่งออกนี้ (นับถึงสิ้นเดือนมีนาคม) เฉพาะเดือนมกราคมที่ผ่านมาเดือนเดียวยอดส่งออกฝ้ายก็สูงถึง 8.5 ล้านหีบแล้ว

ผลจากการประกาศทำให้ราคาฟิวเจอร์ฝ้ายในสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 4% ในทันที ส่วนผู้ค้าฝ้ายในอินเดียออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศนี้เพราะจะทำให้ราคาฝ้ายในประเทศตกต่ำ ส่งผลเสียต่อเกษตรกรและพ่อค่าฝ้ายของอินเดียก็จะเสียความน่าเชื่อถือ

ที่มา - BBC

โกดักหยุดสายการผลิตฟิล์มสไลด์

By: lew on Mon, 2012-03-05 01:55
Tags: 

เมื่อถึงคราวล้มละลาย ตอนนี้โกดักก็คงต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อตัดกิจการที่ไม่ทำเงินออกไป หนึ่งในนั้นคือฟิล์มสไลด์ สินค้าหลักตัวหนึ่งของโกดักในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟิล์มสไลด์สามตัวสุดท้ายของโกดักคือ EKTACHROME E100G, EKTACHROME E100VS, และ ELITE Chrome Extra Color 100

จากยอดขายในช่วงนี้ โกดักคาดว่าฟิล์มเหล่านี้จะหมดไปจากหน้าร้านภายในเวลา 6 ถึง 9 เดือน ส่วนน้ำยา E-6 ที่ใช้ล้างนั้นจะยังมีขายต่อไป ส่วนฟิล์มเนกาทีฟและฟิล์มขาวดำก็ยังมีการผลิตต่อไปเช่นกัน

นับเป็นความเศร้าของตากล้องยุคกล้องฟิล์มที่ต้องเห็นบริษัทระดับตำนานค่อยๆ ปลดสินค้าไปช้าๆ แบบนี้

ที่มา - Kodak

GM ปลดคนงาน 1,300 หยุดสายการผลิต Chevy Volt

By: lew on Mon, 2012-03-05 01:45

General Motors ดูจะยังไม่ฟื้นดีนักหลังการฟื้นฟูในช่วงหลัง ยอกขายรถไฟฟ้าอย่าง Chevy Volt นั้นเคยถูกตั้งเป้าไว้ถึง 10,000 คันในปี 2011 และคาดว่าจะขายได้ถึง 60,000 คันในปี 2012 แต่ปรากฏว่าปี 2011 ขายได้จริงเพียง 7,671 คัน ส่วนปีนี้ยิ่งแย่หนัก เพราะสองเดือนที่ผ่านมาขายได้เพียง 1,626 คัน ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจหยุดสายการผลิตเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และปลดคนงานออก 1,300 คน

ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือรถไฟฟ้าอย่าง Chevy Volt นั้นถูกสร้างขึ้นเพราะความต้องการของรัฐบาลที่จะผลักดันนโยบายรถไฟฟ้าด้วยมาตรการสนับสนุนโดยไม่มีความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ หรือไม่ แต่คู่แข่งอย่าง Nissan LEAF กลับยอดขายได้ถึง 9,700 คันในปี 2011 แม้จะคาดหวังยอดขายไว้ถึง 20,000 คันแต่ยอดรวมก็ยังดีกว่ามาก และตอนนี้เอง Nissan ก็ขาย LEAF ได้มากกว่า 22,000 คันทั่วโลกแล้ว ดังนั้นปัญหาอาจจะอยู่ที่ความสามารถในการแข่งขันของ GM เองที่ตั้งราคา Volt ไว้สูงถึงเกือบ 40,000 ดอลลาร์ แพงกว่า LEAF เกือบ 5,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา GM ระบุว่ายอดขายของ Volt นั้นแซงหน้า LEAF ด้วยจำนวนส่งมอบ 1,023 คันเทียบกับ LEAF ที่ขายได้เพียง 478 คัน เป็นเดือนแรกที่ Volt แซงหน้า LEAF ขึ้นมาได้

ในแง่ของภาษีนั้นรถไฟฟ้าได้รับสนับสนุนผ่านการลดภาษีรัฐบาลกลางสูงสุด 7,500 ดอลลาร์เพื่อให้ราคาที่ต้องจ่ายจริงสำหรับรถเหล่านี้ใกล้เคียงกับรถใช้น้ำมันมากขึ้น

ที่มา - HybridCars, PRNewsWire

Ofcom เตรียมปล่อยราคาสแตมป์ลอยตัว

By: lew on Wed, 2012-02-29 20:18

บริการ Royal Mail ซึ่งเป็นบริการแบบเดียวกับไปรษณีย์ไทยในบ้านเรากำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก โดยบริการรับส่งไปรษณีย์นั้นขาดทุนไปถึง 120 ล้านปอนด์ในปี 2010 ทำให้ต้องขอขึ้นราคา จากเดิมสแตมป์ชั้นหนึ่งอยู่ 46 เพนนีหรือ 22 บาท ส่วนสแตมป์ชั้นสองอยู่ที่ 36 เพนนีหรือ 17 บาท

แผนการใหม่นี้จะอนุญาตให้ Royal Mail ตั้งราคาสแตมป์ชั้นหนึ่งได้เอง และสแตมป์ชั้นสองมีเพดานราคาที่ 45 ถึง 55 เพนนี หรือ 22 ถึง 27 บาท โดยทาง Royal Mail นั้นยืนยันว่าการขึ้นราคานี้จะไม่สร้างภาระให้กับครัวเรือนในอังกฤษมากเกินไปเพราะค่าสแตมป์แบบชั้นหนึ่งทุกวันนี้เป็นราคาแค่หนึ่งในสี่ของค่ารถเมลในลอนดอนเท่านั้น

แผนการนี้ยังอยู่ในระหว่างการปรึกษากันระหว่าง Ofcom กับคณะกรรมมาธิการด้านธุรกิจของสภาผู้แทน

ที่มา - BBC

Pages

Subscribe to RSS - lew's blog