lew's blog

UBS เปิดผลสำรวจราคาเบียร์ทั่วโลกเทียบกับค่าแรง: อินเดียแพงที่สุด สหรัฐฯ ถูกที่สุด

By: lew on Fri, 2012-09-28 20:35

ธนาคาร UBS เปิดผลสำรวจราคาเบียร์ 500 ml ทั่วโลก ที่น่าสนใจคือ UBS เลือกที่จะนำราคาปลีกมาหารเทียบสัดส่วนกับค่าแรงของแต่ละชาติ เพื่อคำนวณว่าเพื่อจะซื้อเบียร์ 500 ml ได้จะต้องทำงานเป็นเวลากี่นาที

ประเทศที่แพงที่สุดในรายการคืออินเดีย โดยคนอินเดียต้องทำงานถึง 53 นาทีถึงจะซื้อเบียร์ได้ 500 ml ขณะที่ชาวสหรัฐฯ นั้นทำงานเพียงประมาณ 5 นาทีเท่านั้นก็จะซื้อเบียร์ได้เท่ากัน สำหรับคนไทยนั้นใช้เวลาทำงาน 22 นาที ส่วนเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ใช้เวลา 38 นาที เวียดนามใช้เวลา 28 นาที สำหรับค่าเฉลี่ยทั้งโลกจะใช้เวลาทำงาน 20 นาที

สำหรับราคาเบียร์จริงๆ นั้นจะต่างออกไป เช่น ราคาเบียร์ในญี่ปุ่นแพงถึง 4.55 ดอลลาร์ต่อ 500 ml แต่เมื่อเทียบเวลาทำงานก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกโดยใช้เวลาทำงานเพียง 16 นาที ส่วนในจีนนั้นเบียร์ราคาถูกมากเพียง 0.55 ดอลลาร์ต่อ 500 ml ทำให้คนจีนใช้เวลาทำงานเพียง 9 นาทีสำหรับเบียร์หนึ่งขวด

รายได้ที่นำมาคำนวณเป็นค่ากึ่งกลาง (median) ถ้าใครชอบดื่มเบียร์อาจจะได้เวลาเลือกประเทศ

ที่มา - The Economist

โซนี่เตรียมลงทุนในโอลิมปัส 50,000 ล้านเยน

By: lew on Thu, 2012-09-27 23:21

ปัญหาทางการเงินที่รุมเร้าโอลิมปัสจากความไม่โปร่งใสในการบริหาร ทำให้สถานะทางการเงินอยู่ในสภาวะลำบาก ทำให้โอลิมปัสต้องออกหุ้นเพิ่มทุนอีก 10% เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โดยมีข่าวลือว่าผู้ที่สนใจลงทุนคือโซนี่หรือพานาโซนิคที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจเอง แต่วันนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ก็ระบุว่าแหล่งข่าวสามแหล่งยืนยันตรงกันว่าโซนี่จะเป็นผู้เข้าซื้อหุ้นมูลค่า 50,000 ล้านเยน

ถ้าโอลิมปัสได้เงินจากโซนี่ก้อนนี้ ก็น่าจะซื้อเวลาให้บริษัทได้อีกนาน แต่การหวังเงินก้อนต่อไปอาจจะยากขึ้นเพราะโซนี่เองก็มีสภาพการเงินที่ไม่น่าประทับใจนัก โดยไตรมาสล่าสุดมีกำไรเพียง 79 ล้านดอลลาร์ ในแง่รายได้ต่อรายรับแล้วก็เรียกว่าแทบไม่กำไรเลย

บ้านเรามีคนชื่นชมกล้องโอลิมปัสกันมากพอสมควร เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองโอลิมปัสก็เพิ่งเปิดตัวกล้องใหม่ไปชุดใหญ่ ก็ขอเอาใจช่วยให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ครับ

ที่มา - Reuters

โรงงานญี่ปุ่นในจีนหยุดสายการผลิตจากความขัดแย้งในหมู่เกาะ

By: lew on Tue, 2012-09-18 14:53

ความขัดแย้งกรณีหมู่เกาะเซ็นคาคุ (ชื่อญี่ปุ่น) หรือหมู่เกาะเตียวหยู (ชื่อจีน) มีทีท่าจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเกิดม๊อบนับพันประท้วงชาวญี่ปุ่นในจีน ส่งผลให้โรงงานของพานาโซนิคและแคนนอนในจีนต้องปิดตัวลง

โรงงานของแคนนอนที่ปิดตัวนั้นเป็นสายการผลิตเครื่องถ่ายเอกสาร, กล้องดิจิตอล, และเลเซอร์พรินเตอร์ โดยประกาศปิดทำการสองวัน ขณะที่พานาโซนิคนั้นระบุว่าสายการผลิตในโรงงานถูกลอบทำลายจนเสียหาย และจะเปิดทำการได้หลังจากตรวจสอบความเสียหายเรียบร้อยแล้ว ทางด้านโซนี่นั้นก็ต้องหยุดการผลิตในบางโรงงานไปด้วยเช่นเดียวกัน

โรงงานรถยนต์ที่หยุดการผลิตไปแล้วได้แก่โตโยต้า, มาสด้า, และนิสสัน ส่วนร้านค้าปลีกที่หยุดไปก็เช่น Uniqlo ต้องหยุดไป 39 สาขาจากที่มีถึง 42 สาขา ร้านขายของชำ Ito Yokado ต้องหยุดไปทั้ง 13 สาขาและ 7-11 ต้องหยุดไป 198 สาขา Jusco ต้องปิดร้านไป 30 สาขา

มูลค่าการค้าระหว่างจีนและญี่ปุ่นนั้นสูงถึง 340 พันล้านดอลลาร์ (กว่าสิบล้านล้านบาท)

เจ้าของปัจจุบันของเกาะเซ็นคาคุเป็นเอกชนชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง (ที่ทางการจีนไม่ยอมรับ) แต่คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพิ่งอนุมัติให้ทางการโตเกียวใช้เงินรัฐบาลเข้าซื้อเกาะนี้เพื่อยืนยันว่าพื้นที่เกาะคืออาณาเขตของญี่ปุ่น

ที่มา - Bloomberg, CNN, Reuters (1), Reuters (2)

ราคาหนังสือของ HarperCollins เริ่มลดราคาหลังคดีตรึงราคาอีบุ๊ก

By: lew on Wed, 2012-09-12 18:29

หลังจากสำนักพิมพ์จำนวนหนึ่งเจรจานอกศาลกับกระทรวงยุติธรรม ทำให้สิ้นสุดการบังคับให้หน้าร้านใช้ระบบตัวแทนจำหน่าย และกลับไปใช้ระบบค้าส่งในหลายหน้าร้านอีกครั้ง ราคาหนังสือของ HarperCollins ก็เริ่มลดราคาลงในหน้าร้านหลายแห่ง

อเมซอนเริ่มลดราคาหนังสืออย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถตั้งราคาด้วยตัวเองได้แล้ว หนังสือบางเล่มราคาต่ำกว่า 4 ดอลลาร์ และส่วนใหญ่ต่ำกว่า 10 ดอลลาร์ ขณะที่แอปเปิลก็เริ่มลดราคาหนังสือในร้านของตัวเองเพื่อให้แข่งขันได้ แต่โดยรวมแล้วอเมซอนยังคงถูกกว่า

การแข่งขันราคานับเป็นเรื่องที่ดีของตลาดเสรี อย่างไรก็ดียังมีนักการเมืองสหรัฐฯ หลายคนกังวลว่าผู้ค้ารายใหญ่อย่างอเมซอนจะกินตลาดจนเจ้าอื่นๆ ไม่สามารถแข่งขันได้อีก

ที่มา - ArsTechnica

APEC เจรจาข้อตกลงลดภาษีสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 54 รายการ

By: lew on Sat, 2012-09-08 14:02
Tags: 

ที่ประชุม APEC เตรียมนำข้อตกลงลดภาษีสินค้า 54 รายการเข้าที่ประชุมผู้นำหลังจากการพูดคุยอย่างหนักมาสองวัน โดยสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าในกลุ่มที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม

ข้อตกลงนี้ต่อเนื่องมาจากการประชุมปีที่แล้ว ที่ประชุม APEC ได้ตกลงกันว่าจะลดภาษีสินค้ากลุ่มเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือ 5% ภายในปี 2015

ปัญหาสำคัญในการเจรจาคือรายการสินค้าที่ยังหาข้อตกลงร่วมกันได้ไม่ชัดเจนนัก ในบรรดารายการสินค้านั้นมีสินค้าหลายรายการที่ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยตรงแต่เป็นเครื่องมือวัดที่เกี่ยวกับการผลิต ส่วนสินค้าที่ชัดเจนว่าเข้าข่ายเช่น โซลาร์เซลล์ เป็นต้น จีนนั้นต้องการให้จักรยานเข้าข่าย และบางชาติต้องการให้ "น้ำผึ้ง" เข้าข่ายด้วย แต่ทั้งสองรายการก็ไม่ได้เข้าในรายการสินค้าในที่สุด

หากข้อตกลงนี้ถูกนำไปใช้จริง ประเทศที่ดูจะได้เปรียบที่สุดคงเป็นจีนที่จะสามารถส่งออกสินค้าเช่นโซลาร์เซลล์ได้มากขึ้น แต่ทางจีนก็แสดงความกังวลว่าจะมีการใช้มาตรการอื่นๆ เช่น การต่อต้านการทุ่มตลาดมากีดกันการค้าอีก

ข้อตกลง APEC ไม่ใช่ข้อตกลงที่หนักแน่นนัก เนื่องจากประเทศสมาชิกสามารถเลือกที่จะผูกพันกับข้อตกลงบางข้อตกลงของกลุ่มได้ นอกจากนั้นยังอ้าง "สถานะการณ์ทางเศรษฐกิจ" เพื่อเลื่อนการลดภาษีออกไปได้อีก

ที่มา - Google News, China Daily

สามสำนักพิมพ์ยอมตกลงกับกระทรวงยุติธรรมจ่ายค่าปรับตรึงราคาอีบุ๊ก

By: lew on Wed, 2012-09-05 00:30

คดีการตรึงราคา (price fixing) ของสำนักพิมพ์หลายเจ้าที่ไป้เข้าร่วมกับ iBook เริ่มปิดคดีได้บางส่วน เมื่อสามสำนักพิมพ์ที่ถูกสอบสวนคือ Hachette Book Group, HarperCollins, และ Simon & Schuster ได้ยอมที่จะจ่ายค่าปรับรวมกัน 69 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีนี้ พร้อมกับยกเลิกสัญญาการขายหนังสือแบบ "ตัวแทนจำหน่าย" (agency model)

ก่อนหน้าที่ iBook จะเข้ามาทำตลาด Amazon เคยซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ในรูปแบบ "ผู้ค้าส่ง" ที่จ่ายราคาตามที่ตกลงกับสำนักพิมพ์ได้ แต่หลังจากนั้นสามารถตั้งราคาได้ตามใจชอบ ทำให้ Amazon เลือกลดราคาหนังสือยอดนิยมหลายเล่มจนขาดทุนเพื่อเรียกความสนใจให้ลูกค้าเข้ามาอ่านอีบุ๊ก และซื้อหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ทำกำไรในภายหลัง แต่หลังจาก iBook เข้ามาและสำนักพิมพ์ไปเซ็นสัญญา กลับมีการตกลงว่าสำนักพิมพ์จะเป็นผู้กำหนดราคาเอง และจะต้องกำหนดให้ iBook ไม่แพงกว่าเจ้าอื่นๆ ทำให้ราคาโดยรวมของ Amazon นั้นต้องขึ้นมาเท่ากับ iBook ไปด้วย

ค่าปรับ 69 ล้านดอลลาร์จะถูกกระจายกลับไปให้กับผู้ที่ซื้ออีบุ๊กในช่วงเวลาที่กำหนด โดยแบ่งตามรัฐต่างๆ สักพักเราคงเห็นแนวทางการกระจายเงินกลับสู่ผู้ซื้อ

ที่ว่าคดีนี้ปิดไปเพียงบางส่วนเพราะยังมีอีกสองสำนักพิมพ์คือ Macmillan และ Penguin พร้อมกับตัว Apple เองที่ยังถูกดำเนินคดีอยู่ โดยไม่ยอมความกันนอกศาล กระบวนการต่อสู้ในศาลนั้นจะเริ่มไต่สวนปีหน้า

ที่มา - ArsTechnica

เกาหลีเหนือทำข้อตกลงแลกเทคโนโลยีกับอิหร่าน

By: lew on Wed, 2012-09-05 00:19

ในบรรดาประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างเช่นอิหร่าน, เกาหลีเหนือ, หรือพม่า นั้นทางออกที่จะติดต่อกับประเทศอื่นๆ คงไม่มากนัก เช่น การติดต่อแต่ประเทศที่มีพรมแดนติดกัน หรือจะติดต่อประเทศเลือกเป็นมิตรกันง่าย ตลอดจนเลือกเปิดประเทศ ปรับตัวเข้าสู่ประชาคมประเทศส่วนใหญ่ในโลกเช่นพม่าที่ปรับท่าที่อย่างมากในช่วงสองปีหลังนี้

แต่อิหร่านและเกาหลีเหนือดูจะไม่มีท่าทีพยายามหาการยอมรับจากประเทศอื่นๆ นัก และการประกาศเป็นพันธมิตรกันเองในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศก็ดูจะยิ่งตอกย้ำท่าทีนี้ไปอีกครั้ง

เทคโนโลยีที่ทั้งสองชาติระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกันได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ, วิศวกรรมชีวภาพ, พลังงานหมุนเวียน, การเกษตรและอาหาร การระบุเพียงกว้างๆ แบบนี้ไม่บอกอะไรนัก เพราะเทคโนโลยีที่ทั้งสองประเทศมีและโดดเด่นคงเป็นเทคโนโลยีด้านอาวุธและนิวเคลียร์เท่านั้น แต่การประกาศนี้อาจจะเป็นก้าวแรกของการแลกเปลี่ยนอื่นๆ เช่นการค้าที่อาจจะตามมา

ที่มา - Reuters

สหภาพยุโรปเสนอร่างการโอนสิทธิคลื่นระหว่างเอกชน

By: lew on Tue, 2012-09-04 01:05

สหภาพยุโรปกำลังร่างข้อเสนอใหม่ที่ระบุให้บริษัทที่ถือสิทธิในคลื่นย่านต่างๆ สามารถโอนสิทธิบางส่วนไปให้กับบริษัทอื่นๆ ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่ โดยข้อเสนอนี้อาจจะนำไปสู่การจัดสรรคลื่นเป็นก้อนชนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่โดยรวมให้พอสำหรับความต้องการ

รูปแบบที่เราเห็นกันมาบ้างคือรูปแบบ MVNO ของโทรศัพท์มือถือ ที่เปิดให้ผู้ให้บริการที่ไม่ได้ถือครองคลื่นความถี่สามารถเข้าใช้เครือข่ายบางส่วนมาให้บริการได้ แต่ข้อเสนอของสหภาพยุโรปจะตีความกว้างกว่านั้น เช่น คลื่นเฉพาะกิจอย่างคลื่นที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายจุดต่อจุด ข้อเสนอนี้จะเปิดให้บริษัทถือครองคลื่นโอนสิทธิบางส่วน เช่น การเชื่อมต่อในเวลากลางคืน หรือการให้บริการในพื้นที่ที่บริษัทไม่สนใจให้บริการ ไปยังบริษัทอื่นๆ ได้

ข้อเสนอนี้ยังไม่อยู่ในระดับบังคับใช้ (non-binding) แต่หลายชาติในสหภาพยุโรปก็มีแนวทางนี้อยู่ก่อนแล้ว การทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันผ่านสหภาพยุโรปจะทำให้กฎหมายของชาติต่างๆ เป็นไปในทางเดียวกันมากขึ้น

ที่มา - Reuters

หุ้นเฟชบุ๊กร่วงไม่หยุด เหลือ 18.06 ดอลลาร์แล้ว

By: lew on Sun, 2012-09-02 23:08

นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ หุ้น Facebook (NASDAQ:FB) ก็ร่วงไม่หยุด จนตอนนี้ราจากช่วงสูงสุดที่ 45 ดอลลาร์นั้นเหลือเพียง 18.06 ดอลลาร์ต่อหุ้นเท่านั้น หรือมูลค่าตลาดรวมเหลืออยู่เพียง 38.69 พันล้านดอลลาร์

หุ้นเฟซบุ๊กเคยเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมากช่วง "ก่อน" ที่มันจะเข้าตลาดหุ้น โดยในช่วงหนึ่งมันเคยถูกตีมูลค่าบริษัทไว้ถึง 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จากปัญหารายได้ที่ยังไม่มีแนวโน้มชัดเจน และมูลค่าของโฆษณาในเว็บที่เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ หุ้นก็ตกลงตลอดมา

ในแง่ของความยิ่งใหญ่ด้านการเงินหลังยุคฟองสบู่ดอทคอม คงอดเทียบเฟชบุ๊กกับกูเกิลไม่ได้ ที่กูเกิลเข้าตลาดหุ้นด้วยราคา 85 ดอลลาร์และพุ่งไปเกิน 100 ดอลลาร์ทันทีที่เปิดตลาด พร้อมกับอยู่ในขาขึ้นเสมอมา แม้จะมีช่วงราคาตกบ้างในปี 2008-2009

ช่วงเวลาห้ามขายหุ้นของหนักงานเดิมจะหมดลงในวันที่ 15 ตุลาคมที่จะถึงนี้ หากมีบอร์ดหรือพนักงานที่ถือหุ้นจำนวนมากๆ ไว้ เทขายหุ้นมาอีกก็คงทำให้ราคาตกไปได้อีกมาก

ที่มา - ArsTechnica

พม่าเตรียมทวงอันดับหนึ่งส่งออกข้าวของโลก ตั้งเป้าสามล้านตันในปี 2015

By: lew on Thu, 2012-08-09 13:43

เราอาจจะได้ยินว่าประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่งมายาวนาน แต่ที่จริงแล้วก่อนปฎิวัติในพม่าเมื่อปี 1962 นั้นพม่าเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกมาก่อนแต่เสียอันดับไปจากการปิดประเทศและถูกคว่ำบาตรยาวนาน แต่ความสัมพันธ์กันนานาชาติที่ดีขึ้นในช่วงหลังทำให้พม่าเริ่มหวังจะมาทวงตำแหน่งคืนอีกครั้ง

พม่าคาดว่าจะส่งออกข้าวได้ในปีนี้ถึง 1.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบเท่าตัว และปี 2013 จะเพิ่มให้เป็น 2 ล้านตัน จนถึงปี 2015 จะให้เป็น 3 ล้านตัน

อย่างไรก็ดี การเติบโตนี้ไม่ง่ายนักเพราะคู่แข่งของพม่าในตอนนี้มีหลายชาติ ทั้งเวียดนาม, อินเดีย, ไทย, หรือแม้กระทั่งสหรัฐฯ ที่ช่วงหลังต่างพัฒนาการผลิตจนส่งออกได้มาก แม้ของไทยจะมีประเด็นที่รัฐบาลรับจำนำข้าวไว้จำนวนมากไม่ให้ออกมาสู่ตลาดก็ตามที

ปัญหาของพม่ายังเป็นประเด็นเงินลงทุนและเทคนิคการผลิต โดยพม่าจะเริ่มเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ดูปองท์หรือมอนซานโต้ สำหรับเกษตรกรรายย่อยพม่าเพิ่งตั้งธนาคารเพื่อให้สินเชื่อขนาดเล็กกับเกษตรกรรายย่อย ที่น่าสนใจคือธนาคารนี้เป็นของเอกชนเต็มตัว ไม่ใช่ของรัฐเหมือนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ประเด็นต่อมาในอุตสาหกรรมข้าวคือการสร้างโรงสีขนาดใหญ่ที่ยังไม่เพียงพอในพม่า โดยโรงสีขนาดเล็กจะมีปัญหาข้าวแตกเม็ดสูงกว่าของไทยและเวียดนามถึงร้อยละ 20 โดยตอนนี้เริ่มมีการก่อสร้างโรงสีขนาดใหญ่หลายแห่ง และจะมีกำลังผลิตรวมเป็นสองล้านตันต่อปีภายในปีถึงสองปีข้างหน้า

ที่นาในพม่าทุกวันนี้ยังใช้ปุ๋ยน้อยกว่าของไทยและเวียดนาม ปุ๋ยโดยรวมใช้เพียงหนึ่งล้านตันต่อไป คาดว่าในอนาคตเมื่อมีการใช้ปุ๋ยมากขึ้น ผลผลิตต่อไร่ของพม่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ราคาข้าว 25% ส่งออกของพม่าอยู่ที่ 330 ดอลลาร์ต่อตัน, เวียดนาม 375 ดอลลาร์ต่อตัน, อินเดีย 390 ดอลลาร์ต่อตัน, และของไทย 545 ดอลลาร์ต่อตัน

ที่มา - Reuters, Asian Correspondant

อินเดียไฟดับครึ่งประเทศเป็นวันที่สอง

By: lew on Wed, 2012-08-01 00:14

ระบบกริดไฟฟ้าของอินเดียล่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ทำให้เกิดไฟดับใน 20 รัฐ ส่งผลกระทบต่อประชากรถึง 600 ล้านคน โดยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอินเดียออกมาระบุว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะมีรัฐบางรัฐดึงไฟฟ้าจากระบบกริดของประเทศมากเกินไป

ไฟดับครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากเมื่อวานนี้ระบบกริดของอินเดียก็ล่มไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงมาแล้ว โดยกระทบคน 300 ล้านคน

ระบบไฟฟ้าของอินเดียนั้นไม่เสถียรนักทำให้อาคารต่างๆ มักมีระบบไฟสำรองในตัวเอง โรงพยาบาลและอาคารสำคัญยังทำงานต่อไปได้ด้วยเครื่องปั่นไฟในอาคาร แต่ระบบขนส่งมวลชนและไฟสัญญาณบนถนนนั้นหยุดทำงาน รวมถึงรถไฟที่ไม่สามารถให้บริการได้ สร้างความโกลาหล

หอการค้าอินเดียออกมาเตือนปัญหานี้ว่ากำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจอินเดียอย่างหนัก

อินเดียมีโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ยังไม่ได้เปิดเครื่องใช้งานถึง 26 กิกะวัตต์ แต่ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากขาดแคลนถ่านหิน อย่างไรก็ดีปัญหานี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบว่าเกิดจากการขาดแคลนไฟฟ้าจริงหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดจากปัญหาในระบบกริดเองก็เป็นไปได้

ที่มา - BBC, The New York Times

BitCoin มูลค่าเพิ่มเป็น 9.20 ดอลลาร์

By: lew on Fri, 2012-07-20 13:55

ปีที่แล้ว BitCoin มีข่าวร้ายๆ ออกมาเกี่ยวกับการแฮกเว็บรับแลกเงินแม้จะไม่เกี่ยวกับตัวระบบเงินเองแต่ก็ทำให้ค่าเงินของ BitCoin ตกลงไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียง 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ BTC แต่ตอนนี้ค่าเงินก็เริ่มกลับมาจนกระทั่งล่าสุดขึ้นไปถึง 9.20 ดอลลาร์ต่อ BTC

ล่าสุดหลังจากข่าวนี้ออกมา อัตราแลกเปลี่ยนก็ตกลงมาอยู่ที่ 7-8 ดอลลาร์ต่อ BTC แล้ว

BitCoin เริ่มได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้นในช่วงหลัง หลายประเทศเริ่มมีบริษัทรับแลกเงินไปจนถึงตู้ขาย BitCoin จากความไร้ศูนย์กลางของมัน

เรื่องหนึ่งที่ต้องระวังคือการใช้ BitCoin นั้นไม่ได้มีกระบวนการป้องกันการสืบกลับผู้จ่ายแต่อย่างใด BitCoin เป็นระบบเงินแบบ peer-to-peer ที่ไม่มีธนาคารใดควบคุมเงินได้ ไม่สามารถหยุดการจ่ายหรือปิดบัญชีเงินใครได้ แต่การถ่ายโอนเงินทุกครั้งจะสร้างประวัติเอาไว้ในเงินที่จ่ายไป ทำให้ย้อนรอยเงินได้แต่กระบวนการก็จะซับซ้อนมากและการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้ BitCoin ก็ต้องไปหาว่าเงินก้อนนั้นๆ เปลี่ยนจากเงินสกุลอื่นเข้ามาโดยใคร

ที่มา - ArsTechnica

WikiLeaks รับเงินบริจาคผ่านวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดอีกรอบ

By: lew on Thu, 2012-07-19 12:15

หลังจากถูกวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดแบนไปเมื่อปีที่แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี ตอนนี้วิกิลีกส์ก็กลับมารับเงินบริจาคผ่านบัตรเครดิตทั้งสองบริษัทแล้วผ่านทางองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ชื่อว่า Fonds de Défense de la Net Neutralité in French (FDNN) ที่เป็นนายหน้ารับเงินให้ผ่านทางบริษัทให้บริการในฝรั่งเศสอีกที

ทุนดำเนินการของวิกิลีกส์ในตอนนี้เหลือประมาณหนึ่งแสนดอลลาร์หลังจากที่เคยขึ้นไปสูงสุดเกือบล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2010

ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายจำนวนมากถูกใช้ไปกับการทำ "แคมเปญ" และรองลงมาคือค่าใช้จ่ายด้านลอจิสติกส์ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เราเห็นกันเช่นเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างอื่นๆ นั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณสองหมื่นดอลลาร์ พอๆ กับค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

ที่มา - ArsTechnica

ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียให้ความเห็น "กลุ่มไม่เชื่อในพระเจ้าและคอมมิวนิสต์มีสิทธิเสรีภาพเช่นกัน"

By: lew on Wed, 2012-07-18 23:52

ประธานศาสรัฐธรรมนูญอินโดนีเซีย Mohammad Mahfud MD ได้กล่าวกับนาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมันในการเข้าเยี่ยมเยียนว่าชาวอินโดนีเซียแม้จะเป็นกลุ่มคนไม่เชื่อในพระเจ้าหรือคอมมิวนิสต์ก็มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

คำกล่าวนี้สวนทางการคำพิพากษาของศาลแขวง Negeri Muaro ที่เพิ่งพิพากษาจำคุก Alexander Aan เป็นเวลาสองปีครึ่งเพราะประกาศตัวเองในเฟซบุ๊กว่าเป็นกลุ่มคนไม่เชื่อในพระเจ้า โดยผู้พิพากษาในคดีนั้นระบุว่าการประกาศตัวว่าไม่มีศาสนาในพื้นที่เปิด เช่น เฟชบุ๊กนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เพราะหลักการ Pancasila ที่เป็นเสาหลักของอินโดนีเซียนั้นระบุให้ทุกคนต้องเชื่อในพระเจ้า

เลขาธิการ Muhammadiyah องค์กรอิสลามอันดับที่สองออกมาสนับสนุนคำพูดของนาย Mahfud ว่าแม้หลัก Pancasila จะระบุให้ทุกคนมีศาสนาแต่ภาระผูกพันของอินโดนีเซียต่อสิทธิมนุษยชนสากล

ท่าทีของผู้นำหรือนักวิชาการมุสลิมหลายคนให้ความเห็นว่าอินโดนีเซียนั้นรองรับการนับถือศาสนาหรือไม่นับถือศาสนาหากเป็นการกระทำเป็นการส่วนตัว แต่จะมีปัญหาหากบุคคลแสดงท่าทีในที่สาธารณะ

ที่มา - The Jakartra Post

แคลิฟอร์เนียกำลังพิจารณากฎหมายให้รับรองพ่อแม่มากกว่าสองคน

By: lew on Tue, 2012-07-17 17:39

หลังการต่อสู้สิทธิการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน ตอนนี้รัฐแคลิฟอร์เนียกำลังมีประเด็นถัดจากนั้นคือสิทธิในการเป็นพ่อแม่ เนื่องจากกฎหมายเดิมถือว่าพ่อแม่ต้องเป็นชายหญิงที่แต่งงานหรืออยู่กินด้วยกันเท่านั้น กฎหมาย SB 1476 จะนิยามพ่อแม่ใหม่ทำให้ศาลสามารถพิจารณาความเป็นผู้ปกครองของเด็กได้ตามสัดส่วนการเลี้ยงดูจริง

กฎหมายนี้จะเปิดให้เด็กสามารถมีพ่อหรือแม่ได้มากกว่าหนึ่งคน และรวมผู้ปกครองได้เกินสองคนตามสภาพการเลี้ยงดูจริงโดยไม่จำกัดขั้นสูงสุดว่าเด็กจะมีผู้ปกครองได้กี่คน

กฎหมายนี้ผลักดันโดยสว. Mark Leno ที่ผลักดันให้กฎหมายรับรองการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เคยมีคดีคู่แต่งงานเลสเบี้ยนที่เป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงคนหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่งผู้หญิงคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลส่วนอีกคนถูกจำคุก ในช่วงเวลานั้นพ่อจริงๆ ของเด็กหญิงกลับไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้ปกครองได้เพราะกฎหมายไม่ได้รับรองไว้

กฎหมายฉบับนี้จะรับรองครอบครัวแบบใหม่ๆ อีกหลายรูปแบบ เช่น แม่อุ้มบุญที่รับตั้งครรภ์แทนหากได้รับความยินยอมก็อาจจะเป็นแม่ร่วมกับแม่เจ้าของไข่ที่ตั้งครรภ์ได้

สหรัฐฯ มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 เพียง 60% ที่อยู่กับพ่อแม่ที่แต่งงานกัน ส่วนอีก 40% นั้นสว. Leno อ้างว่ามีจำนวนมากที่ต้องการการรับรองพ่อแม่ในรูปแบบที่ต่างออกไป

ที่มา - TDN

Pages

Subscribe to RSS - lew's blog