lew's blog

ธนบัตรแคนาดาเริ่มถูกปลอมเพราะปลอดภัยเกินไป

By: lew on Mon, 2013-05-20 21:45

การต่อสู้ระหว่างธนบัตรปลอมของธนาคารชาติต่างๆ เป็นเรื่องที่ต่อสู้กันมานาน อย่างประเทศไทยเองก็เริ่มมีการใช้ธนบัตรพลาสติกที่มีจุดปลอมแปลงยากอยู่หลายจุด ในแคนาดาเองธนบัตร 100$ รุ่นใหม่ก็ใช้พลาสติกที่มีช่องพลาสติกใสพร้อมพิมพ์ภาพโฮโลแกรมที่ปลอมแปลงได้ยาก จนได้ชื่อว่าเป็นธนบัตรที่ปลอมยากที่สุดนับแต่แคนาดาออกธนบัตรมา แต่ล่าสุดก็เริ่มมีรายงานธนบัตร 100$ ปลอมในเขตเมืองแวนคูเวอร์

ช่วงเดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์รายงานเข้าไปยังตำรวจสองครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นการซื้อของในร้านขายของชำ และอีกครั้งหนึ่งเป็นการฝากเงินในธนาคาร ตำรวจยังไม่สามารถตามตัวชายที่ใช้ธนบัตรปลอมซื้อของชำได้ แต่ในกรณีการฝากเงินที่ธนาคารนั้นตำรวจเชื่อว่าลูกค้าธนาคารที่นำเงินมาฝากก็ไม่รู้ว่าเงินนั้นเป็นของปลอม

ปัญหาของธนบัตร 100$ ที่ปลอดภัยมากเช่นนี้สร้างนิสัยไม่ตรวจสอบ ให้กับผู้ใช้ธนบัตรโดยทั่วไป คนจำนวนมากเห็นเงินพลาสติกก็รับมาโดยแทบไม่ตรวจสอบอะไรเพราะรู้ว่าเงินประเภทนี้ปลอมแปลงได้ยากมาก

ธนบัตรพลาสติกรุ่นใหม่มีหมุนเวียนใช้ในแคนาดาแล้วถึง 500 ล้านฉบับ และจับแต่ออกใช้งานมา ยังพบการปลอมแปลงเพียง 56 คดีเท่านั้น แต่ธนาคารกลางก็ออกมาเตือนว่าควรตรวจสอบทั้งจุดโปร่งใสและรอยนูนตามจุดสังเกตต่างๆ ของธนบัตรด้วย

ที่มา - GlobalPost

Dwolla ถูกห้ามให้บริการ BitCoin

By: lew on Fri, 2013-05-17 12:54

บริการจ่ายเงินออนไล์ Dwolla ถูกคำสั่งศาลที่ร้องขอโดย กระทรวงความมั่นคง (Department of Homeland Security - DHS) ให้หยุดให้บริการกับบัญชี Mt. Gox ที่เป็นช่องทางการซื้อขายเงิน BitCoin เนื่องจากไม่ทำตามข้อบังคับของการควบคุมบริการการเงิน

Mt. Gox ให้บริการจาก Dwolla ด้วยการเปิดบัญชีกับ Well Fargo ด้วยบริษัท Mutum Sigillum LLC ที่เป็นตัวแทน Mt. Gox ในสหรัฐฯ โดยหมายศาลระบุว่าเอกสารเปิดบัญชีนั้นระบุว่า Mutum Sigillum LLC ไม่ได้ให้บริการการเงิน จึงอาจจะเป็นที่มาของการสั่งหยุดให้บริการนี้ เพราะ Dwolla กลายเป็นทางเข้าออกของการโอนเงินใน BitCoin ในสหรัฐฯ

Mt. Gox ระบุว่ายังไม่ได้รับเอกสารจาก DHS และไม่ทราบว่าคำสั่งนี้มีเหตุผลหรือความครอบคลุมแค่ไหน จึงให้ความเห็นเพิ่มเติมไม่ได้

ที่มา - TechCrunch, Mt. Gox

วงเกิลกรุ๊ปญี่ปุ่นใช้แนวทาง "ความยาวกระโปรงกลับกับดัชนีตลาดหุ้น"

By: lew on Thu, 2013-05-16 13:06

วง Machikado Keiki Japan เป็นวงเกิลกรุ๊ปสี่คมีสมาชิกอายุในช่วง 16 ถึง 23 ปี แม้ทั้งสี่คนจะไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ แต่วงนี้ก็ผูกตัวเองเข้ากับเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งเนื้อเพลงที่พูดถึงเรื่องนโยบายการเงินของญี่ปุ่น, อัตราการเติบโต GDP, และกฎของธนาคารกลาง แม้แต่ชื่ออัลบั้มก็ยังเป็น "Abeno Mix"

นโยบายของวงนี้คือหากดัชนีหุ้นนิเคอิเพิ่มขึ้นทุกๆ 1,000 จุด ทั้งสี่คนจะใส่กระโปรงแสดงสั้นลง 1 นิิ้ว หากหุ้นลดลงก็จะเพิ่มความยาวกระโปรงไปด้วยเช่นกัน

อินเดียตั้งเป้า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มูลค่าเกินหมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020

By: lew on Wed, 2013-05-15 12:24
Tags: 

NASSCOM หรือสมาคมบริษัทซอฟต์แวร์และบริการไอทีของอินเดียตั้งเป้าว่าจะขยายอุตสาหกรรมไอทีในอินเดียให้มีมูลค่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณสามแสนล้านบาทภายในปี 2020 เทียบกับประมาณการปีนี้ มูลค่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะมีมูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของ NASSCOM คือการสร้างผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของตัวเอง เป็นคณะกรรมการผลิตภัณฑ์ (Product Council) เพื่อให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอินเดียมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตัวเอง

NASSCOM ระบุว่าปี 2012 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไอทีของอินเดียมีมูลค่า 101 พันล้านดอลลาร์ เป็นมูลค่าส่งออก 69 พันล้านดอลลาร์ ส่วนในปี 2020 นั้น NASSCOM คาดว่ามูลค่าจะพุ่งไปถึง 300 พันล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์นั้นยังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของอุตสาหกรรมไอทีในอินเดีย

ที่มา - NASSCOM, The Register

บั๊กใน Diablo 3 ทำเงินเฟ้อในเกมพุ่ง ระบบเศรษฐกิจปั่นป่วน

By: lew on Wed, 2013-05-08 22:53

Diablo 3 รุ่น 1.0.8 มีฟีเจอร์ใหม่คือการประมูลสินค้าในเกมด้วยเงินจริง แต่ปรากฎว่าฟังก์ชั่นนี้กลับมีบั๊ก ทำให้ผู้ใช้สามารถ "สำเนา" ทองได้ไม่จำกัด รายงานผู้เล่นตอนนี้จำนวนมาก มีเงินนับพันล้านหน่วยทองคำจากบั๊กนี้ และผู้เล่นรายหนึ่งมีเงินถึง 371 ล้านล้านหน่วยทองคำ ผู้เล่นรายหนึ่งสามารถใช้บั๊กนี้ทำทองเข้ากระเป๋าตัวเองได้ 420,000 ล้านหน่วยภายในนาทีเดียว

ทาง Blizzard ปิดระบบประมูลทันทีหลังจากมีรายงานบั๊กนี้ แต่ยังไม่ระบุว่าจะทำอย่างไรกับเงินที่หลุดออกมาจำนวนมหาศาลนี้ โดยทีมงานกำลังพิจารณาว่าอาจจะล็อกบัญชีเหล่านี้ไว้ชั่วคราว ไปจนถึงการแบนถาวร

สักวันคงมีเกมสักเกมใช้ BitCoin เป็นเงินในเกมจริงๆ

ที่มา - The Escapist, Polygon

สำนักพิมพ์ Tor ทดสอบขายหนังสือไม่มี DRM หนึ่งปี ไม่มีผลต่อยอดขาย

By: lew on Tue, 2013-05-07 10:59

สำนักพิมพ์ Tor ผู้จัดพิมพ์หนังสือไซไฟโดยเฉพาะหนังสือขายดีอย่างชุด Ender's Game ได้ทดลองขายหนังสือบางส่วนโดยไม่มี DRM ติดไปด้วยเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม และไม่พบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างสังเกตได้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนปลด DRM

สำนักพิมพ์ Tor ตีพิมพ์หนังสือไซไฟเป็นหลัก กลุ่มผู้อ่านจึงเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างใกล้ชิดเทคโนโลยีอยู่แล้ว จึงเป็นไปได้ว่าคนที่ละเมิด ก็ละเมิดอยู่แล้วไม่ว่าจะ DRM หรือไม่ แต่กการทดลองของ Tor ก็เป็นตัวอย่างสำคัญว่าธุรกิจบางกลุ่มไม่ต้องการการปกป้องจาก DRM ที่มักทำให้คนที่จ่ายเงินอย่างถูกต้องต้องถูกจำกัดด้วยรูปแบบต่างๆ ของ DRM

สำนักพิมพ์ Tor ได้รับการสนับสนุนจากนักเขียนบางส่วนอย่างมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนทีี่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ สำนักพิมพ์ Hachette ในอังกฤษแสดงความไม่เห็นด้วยโดยส่งจดหมายถึงนักเขียนในสังกัดและบ่งบอกว่าอาจจะมีสัญญาผูกมัดว่าหนังสือที่จะขายสิทธิิให้กับสำนักพิมพ์ จะต้องบังคับให้สำนักพิมพ์อื่นที่ตีพิมพ์ในประเทศอื่นๆ จะต้องมี DRM เสมอ

ความกลัวการละเมิดของฝั่งธุรกิจ ที่อยากใช้ DRM แม้จะมีการแกะจนไร้ประสิทธิภาพมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนคงเป็นปริศนาที่เข้าใจได้ยากกันต่อไป

ที่มา - ArsTechnica, Tor

อุตสาหกรรมสื่อเบลเยี่ยมฟ้องขอค่าธรรมเนียมอินเทอร์เน็ต 3.4%

By: lew on Fri, 2013-05-03 17:37

สมาคมนักประพันธ์, นักแต่งเพลง, และสำนักพิมพ์แห่งเบลเยี่ยมฟ้องต่อศาลขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจ่ายค่าธรรมเนียม 3.4% จากรายได้เพื่อชดเชยค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์

อีกประเทศที่มีการเก็บภาษีสินค้าหรือบริการที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ได้แก่แคนาดาที่มีการเก็บภาษีซีดีเปล่าที่ระบุว่า "สำหรับการบันทึกเพลง"

ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องฟ้องศาล

ที่มา - ArsTechnica, TechWorld

แคนาดาประกาศเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับจ่ายเงินเศษ

By: lew on Thu, 2013-05-02 19:57

ปัญหา "ไม่มีทอน" เป็นปัญหาทั่วโลก ที่ผ่านมามักเป็นหน้าที่ของบริษัทรับจ่ายเงินทั้งหลาย เช่น Octopus ในฮ่องกง หรือ Rabbit ในประเทศไทยที่พยายามทำระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ระดวกต่อการพกพาและการจ่ายเงินย่อยๆ แต่ในแคนาดา The Royal Canadian Mint หรือสำนักกษาปณ์ของแคนาดาก็เตรียมทดสอบใช้ MintChip เงินอิเล็กทรอนิกส์ที่จะมาใช้ในการจ่ายเงินต่ำกว่า 10 ดอลลาร์ทั้งหมด

MintChip ถูกออกแบบมานับปีแล้ว โดยเริ่มโครงการหาสิ่งทดแทนเงินจริงมาตั้งแต่ปี 2009 การเปิดตัว MintChip ครั้งนี้เป็นการรับฟังความเห็นจากนักพัฒนาและภาคการเงิน และก่อนที่จะใช้งานจริง ต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อรองรับสถานะเงินของ MintChip เหล่านี้เสียก่อน

จุดสำคัญของ MintChip คือกระบวนการทำงานจะเหมือนกับเงินสดทุกประการ กระบวนการรับจ่ายจะไม่มีรายงานบันทึก กระบวนการโอนจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม มูลค่าของเงินจะถูกบรรจุอยู่ในชิปซึ่งอาจจะฝังอยู่ใน USB, โทรศัพท์, หรือแท็บเล็ตก็ได้ กระบวนการเช่นนี้ทำให้ตลาดสามารถโอนเงินมูลค่าต่ำมากๆ เช่นเงินสองสามบาทเพื่อซื้อบทความในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ หรือค่ารถสาธารณะ

โดยรวมแล้วหาก MintChip ประสบความสำเร็จ จะลดค่าใช้จ่ายที่สำนักกษาปณ์ต้องแบกรับในการดูแลรักษาเงินสดที่ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นเรื่อยๆ

นักพัฒนาหลักร้อยคนได้รับ MintChip ในรูปแบบ microSD ไปล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว

ที่มา - The Star

แคนาดาเริ่มเก็บภาษี BitCoin

By: lew on Mon, 2013-04-29 13:56

สรรพากรแคนาดาประกาศเก็บภาษีจากการทำกำไรในระบบเงิน BitCoin โดยถือว่าเป็นธุรกรรมแบบสินค้าแลกสินค้า (barter trade) โดยจะตีมูลค่าสินค้าแลกเปลี่ยนตามมูลค่า ณ วันที่ส่งมอบ และสำหรับผู้ที่ซื้อขายเงิน BitCoin จะต้องเสียภาษีกำไรส่วนทุน (capital gain tax)

นักลงทุนที่ลงทุนในเงิน BitCoin บางคนระบุว่าเสียภาษีตามกฎหมายแคนาดาอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีระบบการตรวจสอบใดๆ ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของนักลงทุนที่จะระบุรายได้กับสรรพากรเอง

BitCoin นั้นออกแบบมาเพื่อเลี่ยงการควบคุมของธนาคารกลาง ไม่ให้สามารถควบคุมกระบวนการรับจ่ายเงินได้ แต่ความจริงของชีวิตคนเราคงไม่สามารถหนีได้สองอย่างคือความตายและภาษี

ที่มา - CBC

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายภาษีการค้าออนไลน์

By: lew on Wed, 2013-04-24 18:52

การค้าออนไลน์ของสหรัฐฯ มีความได้เปรียบการค้าปลีกตามร้านมาเป็นเวลานานจากช่องทางการค้าข้ามรัฐที่ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นหากลูกค้าอยู่คนละรัฐกับตัวร้านที่เปิดเว็บก็ไม่ต้องเสียภาษีเลย

กฎหมาย Marketplace Fairness Act จะเปิดให้รัฐต่างๆ สามารถร่วมมือกันออกข้อตกลงการเก็บภาษีข้ามรัฐ ทำให้ธุรกิจที่อยู่ในรัฐต้นทางและขายสินค้าไปยังรัฐปลายทาง สามารถส่งเงินภาษีที่เก็บจากผู้ซื้อไปยังรัฐปลายทางได้อย่างเป็นระบบ ในกรณีที่บางรัฐไม่ต้องการใช้ข้อตกลงเดียวกับรัฐอื่นๆ ก็สามารถออกข้อกำหนดการค้าออนไลน์ข้ามรัฐของตัวเองได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายนี้ให้ไว้

กฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 74 ต่อ 20 ก่อนจะตราเป็นกฎหมายจะต้องผ่านสภาผู้แทนและให้ประธานาธิบดีลงนามอีกครั้ง

ที่มา - ArsTechnica

สวรรค์ของนักช้อป 36% ของนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยใช้จ่ายเกินงบประมาณ

By: lew on Fri, 2013-04-12 23:54

รายงานจากบริษัท BMRS Asia ที่ได้รับการสนับสนุนโดย Western Union สำรวจนักท่องเที่ยว 300 คนในกรุงเทพฯ และพัทยาระบุว่า นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยนั้นมีการคาดการณ์งบประมาณไว้ล่วงหน้า 85% แต่ในจำนวนนั้นกลับใช้จ่ายจริงเกินงบประมาณถึง 36%

เมื่อนับรวมทั้งหมด ค่าใช้จ่ายที่มักทำให้เกินงบประมาณได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 37%, ที่พัก 25%, และการช้อปส่วนตัว 18% แต่หากเป็นหญิงชาวเอเชียที่อายุเกิน 34 ปี จะเปลี่ยนเป็นการช้อปส่วนตัวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

แนวโน้มนี้มีมากในชาวเอเชียเหนือ เช่น จีน, เกาหลีใต้, ใต้หวัน, และญี่ปุ่น

ที่มา - TTG Asia

Facebook เริ่มกดดันทางการเมืองให้สหรัฐฯ เปิดรับแรงงานต่างชาติผ่าน FWD.us

By: lew on Fri, 2013-04-12 13:08

มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ FWD.us (อ่านว่า forward us) เรียกร้องให้สหรัฐฯ เปิดรับแรงงานต่างชาติมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่มีความสามารถได้ต่อไป

FWD.us เป็นนิติบุคคลไม่หวังผลกำไรตามกฎหมายสหรัฐฯ สามารถรับเงินบริจาคได้เต็มรูปแบบ

ในวันเดียวกับการประกาศ มาร์คก็ยังเขียนบทความพิเศษลงหนังสือพิมพ์ Washington Post ระบุว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศแห่งคนอพยพ กลับมีนโยบายที่แปลกประหลาดสำหรับแรงงานอพยพ และนโยบายเหล่านั้นก็ไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบัน ด้วยนโยบายปัจจุบัน นักเรียนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 40% ต้องออกจากสหรัฐฯ หลังเรียนจบ เพราะไม่สามารถหาวีซ่า H1-B สำหรับทำงานในสหรัฐฯ ได้

ข้อเรียกร้องของมาร์คมีสามข้อด้วยกัน ได้แก่ 1) ให้ปรับกระบวนการของอพยพเข้าทำงานในสหรัฐฯ ให้คนทำงานที่มีความสามารถและขยันสามารถเข้ามาเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ได้ไม่ว่าจะเกิดที่ใดก็ตาม 2) ปรับปรุงกระบวนการศึกษา เน้นหนักกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์, วิศวกรรม, คณิตศาสตร์, และเทคโนโลยี 3) ลงทุนกับการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และปรับปรุงให้ผลสำเร็จของงานวิจัยส่งผลดีต่อสาธารณะ ไม่ใช่แค่คนกลุ่มเล็กๆ

ที่มา - Washington Post, Facebook, FWD.us

ลาวเริ่มเจรจาโครงการกู้เงินสร้างรถไฟความเร็วสูง 2 แสนล้านบาทจากจีน

By: lew on Wed, 2013-04-10 14:08

ทางการลาวเริ่มเจรจาเงื่อนไขเงินกู้โครงการรถไฟความเร็วสูง มูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 200,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าถึง 90% ของ GDP ลาวที่มีมูลค่ารวมเพียง 8,300 ล้านดอลลาร์ โดยเงินกู้ก้อนแรกจะมาจากธนาคารเพื่อการส่งออกของจีน

โครงการรถไฟความเร็วสูงของลาวมีระยะทางรวม 420 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากคุนหมิงมายังเวียงจัน ห่างจากชายแดนไทยไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร หากโครงการนี้สามารถเชื่อมต่อกับโครงการของไทย ทางจีนจะสามารถส่งสินค้าเข้ามายังไทย และสามารถเข้าถึงท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าได้โดยไม่ต้องพึ่งเรือสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาทางเดียวเช่นเดิม

แต่หนี้ถึง 90% ของ GDP นับว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอย่างมาก หน่วยงานทางการเงินระหว่างประเทศอย่าง ADB หรือ IMF ล้วนเตือนว่าลาวอาจจะไม่สามารถหาเงินมาจ่ายเงินกู้ได้ตามกำหนด และนำประเทศเข้าสู่ความเสี่ยงทางการเงิน

ที่มา - Financial Times

สตาร์บั๊กเตรียมบุกสองชาติอาเซียนเพิ่ม อินโดนีเซีย 100 สาขา ฟิลิปปินส์ 100 สาขา

By: lew on Fri, 2013-04-05 00:27

สตาร์บั๊กประกาศแผนบุกสองชาติอาเซียนคือ อินโดนีเซีย 100 สาขาในสามปีข้างหน้าและฟิลิปปินส์อีก 100 สาขาใน 4 ปีข้างหน้า จากตอนนี้ที่สตาร์บั๊กมีสาขาใน 6 ชาติอาเซียนได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, และเวียดนาม รวม 700 สาขา

ซีอีโอของสตาร์บั๊กระบุว่าภูมิภาคนี้มีโอกาสเติบโตที่สูงมากจากประชากรรวมถึง 600 ล้านคน และสตาร์บั๊กตื่นเต้นกับการคาดการณ์ที่ดูดีของภูมิภาคนี้

ไม่มีรายงานว่าจะเปิดเพิ่มในไทยอีกกี่สาขา แต่คงไม่พอสำหรับโปรโมชั่นหนึ่งแถมหนึ่งอยู่ดี

ที่มา - Fox Business

กลต. สหรัฐฯ อนุญาตให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย

By: lew on Thu, 2013-04-04 02:14

กลต. สหรัฐฯ (Securities and Exchange Commission - SEC) ตั้งทีมสอบสวนกรณี Reed Hastings ซีอีโอของ Netflix ประกาศว่าบริษัทมียอดดาวน์โหลดมากกว่าพันล้านครั้งบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่ากระบวนการเปิดเผยข้อมูลเช่นนี้ถือว่าไม่ผิดตามหลักการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นธรรม (Fair Disclosure - FD) ตราบใดก็ตามที่มีการแจ้งผู้ลงทุนว่าจะเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ตามช่องทางใดบ้าง

ทาง SEC ระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียก็ไม่ต่างไปจากการเปิดเผยผ่านเว็บและบล็อกที่ได้รับอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2008 ดังนั้นโซเชียลมีเดียก็ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นธรรมเช่นกัน

การโพสข้อความของ Hastings ในวันที่ 3 กรกฎาคมปีที่แล้ว ทำให้หุ้นของ Netflix ขึ้นจาก 70.45 ไปปิดตลาดที่ 81.72 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ที่มา - SEC

Pages

Subscribe to RSS - lew's blog