Flurrywong's blog

ดิสนีย์เตรียมฟ้อง Deadmau 5 เพราะโลโก้หัวหนูมีหูเหมือนมิคกี้ เม้าส์มาก

By: Flurrywong on Wed, 2014-09-03 13:14

ล่าสุดมีการเตรียมการฟ้องร้องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในวงการดนตรีเมื่อบริษัทดิสนีย์กำลังจะดำเนินการทางกฎหมายต่อ Joel Thomas Zimmerman หรือ Deadmau 5 โปรดิวเซอร์และดีเจเพลงอิเล็คทรอนิคชื่อดัง เพื่อให้โปรดิวเซอร์คนดังเลิกใช้โลโก้หัวหนูซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำตัวของเขามากกว่าสิบปี โดยให้เหตุผลว่าโลโก้ดังกล่าวได้ทำลายมูลค่าทางธุรกิจของดิสนีย์ หลังจากที่ได้ทำการสอบสวนแล้วพบว่าลักษณะของหูหนูบนโลโก้ของ Deadmau5 มีลักษณะเหมือนกับใบหูของมิคกี้ เม้าส์มาก

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ธุรกรรมทั้งหมดเกี่ยวกับ Bitcoin เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

By: Flurrywong on Tue, 2013-07-30 11:32

เว็บไซด์ bitcoin.co.th ประกาศว่าจะหยุดทำการให้บริการธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมดในประเทศไทยจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยให้เหตุผลว่าจากการที่บริษัท Bitcoin จำกัดได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Bitcoin และการดำเนินกิจการของบริษัท ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. เมื่อธปท.พิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติบังคับใช้เกี่ยวกับ Bitcoin เป็นการเฉพาะและ Bitcoin ส่งผลกระทบต่อการใช้นโยบายควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) ทำให้ธปท. ไม่สามารถควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนได้เต็มที่ นอกจากนี้ตัว Bitcoin เองมีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างการเป็นเงินตราในประเทศกับต่างประเทศ จึงประกาศให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

  1. การซื้อ Bitcoin
  2. การขาย Bitcoin
  3. การซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin
  4. การซื้อสินค้าหรือบริการด้วย Bitcoin
  5. การส่ง Bitcoin ให้กับบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร
  6. การรับ Bitcoin จากบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดีธปท. ได้ประกาศว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาต่อไปในอนาคต แต่ไม่ได้กำหนดเป็นเวลาตายตัวว่าจะเป็นเมื่อใด นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบไปยังเว็บไซด์ของธปท. เองก็ยังไม่ปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยถูกควบคุมโดยพรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ผู้ที่จะประกอบกิจการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้กู้ยืม หรือ โอนเงินตราต่างประเทศจะต้องยื่นคำขอในอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากกระทรวงการคลังผ่านธปท. โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใบอนุญาตคือ นิติบุคคลรับอนุญาต (ธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ซึ่งได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขาย ฝากถอน หรือให้กู้เงินตราต่างประเทศได้) บุคคลรับอนุญาต (บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศ และรับซื้อเช็คเดินทางจากลูกค้า) ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้สามารถโอนเงินตราต่างประเทศออกไปนอกประเทศและรับโอนเงินตราต่างประเทศเพื่อจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้รับในประเทศ) บริษัทรับอนุญาต (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจซื้อขายเช็คเดินทางแก่ผู้จะเดินทางออกนอกประเทศ หรือจ่ายเงินบาทให้ผู้ถือบัตรเครดิตต่างประเทศ) และศูนย์บริหารเงิน (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มบริษัทในเครือในไทย หรือเวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ หรือบริษัทในประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่ 3 บริษัทขึ้นไป)

ที่มา - www.bitcoin.co.th

ไทยเบฟฯ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ F&N

By: Flurrywong on Wed, 2013-01-23 17:46

หลังจากมีข่าวว่าบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (THAIBEV) ประกาศซื้อหุ้น F&N บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาตามที่ Meconomics ได้เคยนำเสนอไปแล้วในข่าวเก่า ล่าสุดไทยเบฟฯ ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเข้าซื้อหุ้น F&N เรียบร้อยแล้ว หลังจากต้องต่อสู้การเสนอราคากับ OUE กลุ่มบริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งสิงคโปร์มาเป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยมูลค่าเงินที่ไทยเบฟเวอเรจได้ใช้ในการเข้าซื้อหุ้นของ F&N ในครั้งนี้คิดเป็นเงิน 13.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 11.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ผลจากกระบวนการการเข้าซื้อกิจการของ F&N ดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นบริษัทในเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดีที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งในส่วนของบริษัทไทยเบฟเวอเรจซึ่งอยู่ในตลาดสิงคโปร์ที่ขึ้นไปทำราคา New High เมื่อวานนี้ และในส่วนของบริษัทเบอร์ลี่ ยูคเกอร์ (BJC) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเองก็ปรับราคาสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 45 ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาด้วย เนื่องจาก Business Model ทั้งหมดของ F&N สามารถช่วยต่อยอดธุรกิจทั้งหมดในเครือของนายเจริญให้กลายเป็นบริษัทใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้นั่นเอง

ที่มา - Bloomberg

Foxconn วางแผนเตรียมเปิดโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสินค้า "made in U.S.A"

By: Flurrywong on Fri, 2012-12-07 00:51

หลังจากที่ Lenovo ได้ประกาศเปิดโรงงานในสหรัฐฯ ไปก่อนหน้านี้ตามข่าวเก่า ล่าสุด Foxconn บริษัทรับจ้างประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคชื่อดังจากไต้หวัน ก็กำลังมีแผนการที่จะขยายสายการผลิตไปยังสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

Louis Woo โฆษกของ Foxconn ได้ให้สัมภาษณ์แก่ Bloomberg ว่า บริษัทมีแผนที่จะเปิดโรงงานผลิตสินค้าในสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่ต้องการสินค้า made in U.S.A ที่นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จากการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวพบว่าสอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ Tim Cook CEO ของ Apple ใน Bloomberg Businessweek ที่ว่าปีหน้า Apple วางแผนที่จะใช้จ่ายเงินกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อผลิตคอมพิวเตอร์ตระกูล Mac ในสหรัฐฯ แม้ว่า Cook จะไม่ได้ให้รายละเอียดที่แน่ชัดว่า แผนการสร้างโรงงานดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด มีกำลังการผลิตเท่าไหร่ แต่เขาก็ยืนยันว่าขั้นตอนการผลิตในสหรัฐฯ นั้นจะมีมากกว่าแค่ "การประกอบเครื่อง" อย่างแน่นอน

ที่มา - Bloomberg

จีนทบทวนนโยบาย "ลูกคนเดียว" หวั่นสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน และสังคมผู้สูงอายุ

By: Flurrywong on Thu, 2012-11-29 14:53

นับตั้งแต่จีนเปิดประเทศในสมัยประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิงในช่วงทศวรรษที่ 80 เป็นต้นมา ความรับรู้ร่วมกันของนานาชาติต่อจีนคือเป็นแหล่งแรงงานราคาถูก อันเนื่องมาจากการเป็นประเทศที่มีประชากรสูงที่สุดในโลก และด้วยความรับรู้นี้เองทำให้ในปัจจุบันจีนได้กลายสภาพเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของโลก นำไปสู่ปรากฎการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดี ผลจากนโยบายควบคุมจำนวนประชากรที่กำหนดให้ในคู่สมรสเขตเมืองสามารถมีบุตรได้คนเดียวที่บังคับใช้มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 ส่วนในพื้นที่ชนบทสามารถมีได้ 2 คนซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 70 นั้น เริ่มส่งผลร้ายต่อจีนทั้งในแง่ของอัตราค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้นจนมีแนวโน้มว่าจีนจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในการเป็นฐานการผลิตให้กับประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจร้อนแรง (Emerging Country) อื่น และดำเนินเข้าสู่ปํญหาสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งสร้างภาระการเลี้ยงดูขนาดใหญ่ให้กับประชากรวัยทำงานในอนาคต ดังเช่นที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ ทำให้ภาครัฐจีนเริ่มกลับมาทบทวนนโยบายคุมกำเนิดดังกล่าว

ไต้หวันเป็นรัฐล่าสุดที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐฯ

By: Flurrywong on Wed, 2012-10-03 11:00

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานวันนี้ว่า รัฐบาลไต้หวันได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐในการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐจีนหรือไต้หวันเป็นเวลา 90 วัน โดยจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นวันแรก ผลจากข้อตกลงดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ 135 ที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไต้หวันได้รับการยกเว้นวีซ่าในการเดินทางเข้าประเทศและไต้หวันกลายเป็นรัฐไม่อิสระรัฐแรกที่สหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงดังกล่าวตามโครงการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศ (Visa Waiver Program) เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ได้รับรองไต้หวันให้เป็นประเทศและถือว่าไต้หวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีนเท่านั้น แต่อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติความสัมพันธ์กับไต้หวัน ค.ศ. 1979 (1979 Taiwan Relations Act) ที่บัญญัติให้รัฐบาลสหรัฐสามารถดำเนินนโยบายระหว่างประเทศกับรัฐบาลไต้หวันเสมือนเป็นประเทศได้ จึงสามารถเจรจาจนบรรลุเป็นข้อตกลงดังกล่าวออกมา

ความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์กับอัตราการก่ออาชญากรรมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

By: Flurrywong on Tue, 2012-09-04 01:40

ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีจนเกิดเป็นวาทกรรม "ทำดีตายไปขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตายไปตกนรก" ให้เราได้ยินกันมาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งผลการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์สายพฤติกรรม (Behavioral Economics) ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนวาทกรรมดังกล่าว เป็นต้นว่าศาสนาทำให้พฤติกรรมการบริจาคและจิตอาสาของคนเพิ่มขึ้น หรือในบางงานวิจัยก็พบว่าศาสนาทำให้คนมีพฤติกรรมเชิงบวกต่อสังคมในแง่ของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการให้ความร่วมมือในเชิงบวกเพิ่มขึ้น การฉ้อโกงลดลง เป็นต้น แต่จากการศึกษาล่าสุดกลับพบว่าศาสนาอาจไม่ได้ให้ผลภายนอกเชิงบวก (Positive Externality) ต่อสังคมไปเสียทุกอย่าง เพราะหากคนเชื่อในสวรรค์และการให้อภัยของพระผู้เป็นเจ้ามากกว่าเชื่อในการมีอยู่ของนรกและการลงทัณฑ์จากพระเจ้าแล้ว อัตราการเกิดอาชญากรรมก็จะสูงกว่าในประเทศที่มีสัดส่วนคนเชื่อในนรกและการลงทัณฑ์ของพระเจ้ามากกว่าการเชื่อว่าสวรรค์มีจริง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเลื่อน ASEAN Trading Link ไปเป็นเดือนกันยายน

By: Flurrywong on Fri, 2012-07-20 18:49

ถ้าใครติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนในไทยมาตลอดก็จะทราบว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำลังจะเปิดให้บริการ ASEAN Trading Link ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงตลาดหลักทรัพย์ระหว่างประเทศในกลุ่มชาติสมาชิกอาเซียนทำให้สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามประเทศกันได้ ภายในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

แต่ล่าสุดนายจรัมพร โชติกเสถียร ผู้จัดการตลท. ได้ออกมาประกาศว่าจะขอเลื่อนการเปิดให้บริการ ASEAN Trading Link ออกไปจากกำหนดเดิมเป็นเดือนกันยายนแทน หลังจากได้รับหนังสือแจ้งจากทางตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และมาเลเซียว่าได้เลื่อนการเชื่อมต่อออกไปเป็นเดือนสิงหาคม แทนกำหนดเดิมที่จะเริ่มการเชื่อมต่อภายในเดือนนี้ ซึ่งผลจากการเลื่อนการให้บริการดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อการออกผลิตภัณฑ์ใหม่บางตัว เช่น การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Future) SET50 ในช่วงเวลากลางคืน ที่จะต้องเลื่อนระยะเวลาเปิดตัวออกไปด้วย

ที่มา - ข่าวหุ้นธุรกิจ

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเยอรมันเสนอใช้ข้อมูลใน Social Network ประกอบการวิเคราะห์ความเสี่ยง

By: Flurrywong on Tue, 2012-06-19 16:35

ท่ามกลางความผันผวนที่เกิดจากวิกฤตในยุโรปและการจับตาผลการเลือกตั้งทั่วไปในกรีซ ในเยอรมันเองก็มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับระบบการเงินซึ่งเป็นที่ฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในขณะนี้เช่นกัน

Der Spiegel นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของเยอรมันรายงานว่า SCHUFA บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ชื่อดังของเยอรมันมีแผนที่จะนำข้อมูลต่างๆ ของปัจเจกบุคคลที่อยู่ใน Social Network ชื่อดังอย่าง Facebook, Twitter และ Linkedin มาประกอบการพิจารณาความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระและความสามารถในการใช้หนี้ ซึ่งเมื่อทาง Der Spiegel ได้สอบถามความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักตรวจสอบเครดิตบูโรเยอรมันก็ไม่ได้รับคำตอบใดมากไปกว่า "เรื่องนี้จะต้องทำภายใต้กรอบของกฎหมายเยอรมัน" และจากข่าวดังกล่าวทำให้ในเยอรมันตอนนี้มีการประกาศขาย Profile Facebook ที่แสดงถึงศักยภาพในการชำระคืนเงินกู้ที่ดีให้แก่ผู้ที่ยอมจ่ายเงินสูงสุดไปเรียบร้อย

คหสต. ผู้เขียน- ต่อไปคนไทยเราอาจจะมีรายได้เสริมด้วยการขาย Profile Facebook หรือ Account Twitter ให้ชาวเยอรมันก็เป็นได้นะ เพราะ Facebook คนไทยส่วนใหญ่มีแต่รูปเที่ยวต่างประเทศ กินอาหารดีๆ เดินห้างหรูๆ กันทั้งนั้น :P

ที่มา - The Huffington Post

เป๊บซี่-โคกำลังดึงบุญรอดฯ มาเป็นพันธมิตรในตลาดเครื่องดื่มเมืองไทย

By: Flurrywong on Mon, 2012-05-14 18:55

เนื่องจากสัญญาการผลิตและจัดจำหน่ายที่ทำกับบริษัทเสริมสุขกำลังจะหมดลงในปลายปีนี้ บริษัทเป๊บซี่-โค ผู้ผลิตน้ำอัดลมภายใต้เครื่องหมายการค้าเป๊บซี่จึงต้องมองหาพันธมิตรทางการค้าในไทยรายใหม่ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์รายงานว่าขณะนี้เป๊บซี่-โคกำลังอยู่ระหว่างเจรจาชักชวนบริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด (มหาชน) มาเป็นพันธมิตรจัดจำหน่ายและร่วมลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มโรงใหม่ หลังจากที่เป๊บซี่-โคได้ได้ประกาศซื้อโรงงานขนาด 95 ไร่ต่อจากซานมิเกล ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท เพื่อนำมาปรับปรุงเป็นโรงงานผลิตน้ำอัดลมไปก่อนหน้านี้ โดยทางบุญรอดฯ เองก็ได้ออกมายอมรับว่าได้ทางบริษัทได้รับข้อเสนอจากเป๊บซี่-โคจริง แต่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ในประเด็นดังกล่าว

ถ้าผลการเจรจาพันธมิตรครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เป๊บซี่-โคไม่เพียงจะได้ช่องทางการจัดจำหน่ายของเครือบุญรอดฯ ในการกระจายเครื่องดื่มทั้งหมดของบริษัทที่ไม่ด้อยไปกว่าปัจจุบันที่เสริมสุขมี (ปัจจุบันเสริมสุขเป็นบริษัทลูกของบริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ หลังจากที่เข้าซื้อหุ้นต่อจากเป๊บซี่-โคเมื่อกลางปีก่อน ) แต่ยังจะได้การ supply ขวดแก้วจากบางกอกกลาสบริษัทลูกของบุญรอดฯ ด้วย ทำให้สามารถแก้ปัญหาช่องทางการจัดจำหน่าย โลจิสติกส์และแหล่งผลิตขวดแก้วซึ่งเป็นปัญหาสำคัญไปได้ แต่อย่างไรก็ดีเป๊บซี่-โคคงยังเผชิญกับปัญหาใหญ่อยู่นั่นคือปัญหาการขาดแคลนขวดแก้วสำหรับผลิตน้ำอัดลมขวดหมุนเวียนซึ่งถือเป็น segment ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดน้ำอัดลมเมืองไทยในช่วงแรกหลังจากหมดสัญญากับเสริมสุข เนื่องจากขวดแก้วส่วนใหญ่เป็นของเสริมสุข ซึ่งบริษัทเผยว่าจะแก้ปัญหานี้ด้วยการเน้นไปทางกระป๋องและขวด PET โดยเน้นไปที่โมเดิร์นเทรดเป็นหลักเพื่อชดเชยรายได้ที่จะหายไปบางส่วนจาก segment น้ำอัดลมขวดหมุนเวียน

ที่มา - ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

จีนซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านด้วยสกุลเงินหยวน

By: Flurrywong on Wed, 2012-05-09 03:15

โดยทั่วไปแล้วการซื้อขายน้ำมันดิบจะใช้ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย แต่จากการประกาศคว่ำบาตรอิหร่านที่มีสหรัฐ เป็นแกนนำ ทำให้การค้าน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นเรื่องยากทันที ส่งผลให้จีนตัดสินใจซื้อขายน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วยสกุลเงินหยวนแทน Mohammed Reza Fayyad เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดเผยว่า ปกติแล้วแต่ละปีจีนจะซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านคิดเป็นมูลค่า 20,000-30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จากการที่สหรัฐฯ กดดันให้จีนร่วมคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันดิบกับอิหร่าน หลังจากรัฐบาลกรุงเตหะรานโดนสงสัยว่ากำลังพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์อยู่ ทำให้จีนจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการดังกล่าว โดยใช้การโอนเงินจากธนาคารในรัสเซียแทนการใช้บริการธนาคารในประเทศ ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก Financial Times ว่า ยูนิเปค (Unipec บริษัทลูกของวิสาหกิจน้ำมันของจีนขนาดใหญ่ซิโนเปค (Sinopec) และจูไห่เจิ้งหรง (Zhuhai Zhenrong) ได้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านด้วยวิธีนี้จริง

หรือนี่จะเป็นความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลปักกิ่งที่จะโปรโมตสกุลเงินหยวนให้กลายเป็นสกุลเงินกลางแข่งกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ?

ที่มา - BBC

อินเดียลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 เพื่อเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

By: Flurrywong on Tue, 2012-04-17 20:40

ในขณะที่เศรษฐกิจยุโรปยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น และเศรษฐกิจจีนก็อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดฟองสบู่แตก ล่าสุดธนาคารกลางอินเดียได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (repurchase rate) ลงจากร้อยละ 8.5 เหลือร้อยละ 8 ตามบราซิลและฟิลิปปินส์ที่เพิ่งประกาศลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้ เพื่อกระตุ้นอุปทานและการลงทุนในประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ โดยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009

จากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารกลางอินเดียได้ประเมินว่าเศรษฐกิจอินเดียตลอดปีนี้จนถึงเดือนมีนาคมปี 2013 จะเติบโตขึ้นร้อยละ 7.3 เมื่อเทียบกับที่เคยคาดการณ์เมื่อ 12 เดือนก่อนว่าจะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 7 และอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 6.5 จนถึงสิ้นปีนี้

ที่มา - Bloomberg

โซนี่คาดปีนี้อาจขาดทุนสุทธิสูงถึงกว่า 6,400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

By: Flurrywong on Wed, 2012-04-11 03:16
Tags: 

หลังจากปีที่แล้วโซนี่ประกาศตัวเลขผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 520,000 ล้านเยน ปีนี้ก็ยังคงเป็นอีกปีที่ไม่สวยงามของบริษัท เนื่องจากปัญหาหลายด้านที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นภาระภาษีของบริษัทที่เพิ่มขึ้น ผลจากเงินเยนแข็งค่า ความล้มเหลวในการแข็งขันในธุรกิจเครื่องรับโทรทัศน์ รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องที่เกิดจากความสียหายเมื่อครั้งเหตุการณ์สีนามิแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นและเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางในไทย ทำให้ในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของโซนี่ ณ กรุงโตเกียว ได้มีการประกาศการคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ว่า บริษัทจะขาดทุนสูงถึง 6,400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และมีแผนที่จะลดการขาดทุนดังกล่าวโดยลดตำแหน่งงานลง 10,000 อัตราทั่วโลก

แม้ว่าจะตัวเลขการคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้จะขาดทุนสูงมาก แต่นายมาซารุ คาโต้ CFO ของบริษัทกลับให้ความเห็นว่าผลจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของบริษัทน่าจะทำให้โซนี่กลับมามีกำไรได้อย่างรวดเร็วในปีหน้า และยังให้ข้อมูลอีกว่ากำไรจากการดำเนินงานณ สิ้นเดือนมีนาคมของบริษัทอยู่ที่ 180,000 ล้านเยน

นอกจากนี้หลังจากการแถลงข่าวดังกล่าว บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง R&I ได้ออกมาประกาศว่ากำลังอยู่ในระ
หว่างการตัดสินใจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของโซนี่ลงจากระดับปัจจุบันที่อยู่ที่ A+ ซึ่งห่างจากระดับสูงสุดอยู่ 5 ระดับ

ที่มา - The New York Times

กรมสรรพสามิตเล็งปรับโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งระบบ คลังเลื่อนชงภาษีรถยนต์เข้าครม.

By: Flurrywong on Thu, 2012-03-22 10:45

นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่าที่ผ่านมาได้นำเสนอแผนปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ให้กระทรวงการคลังพิจารณาเพื่อหาทางเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาลและจัดระเบียบภาษีให้มีความลักลั่นน้อยลง ดังนี้

  1. ภาษีโทรคมนาคมที่เคยยกเลิกการจัดเก็บไปแล้วกลับมาจัดเก็บใหม่เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนจากระบบการให้สัมปทานโทรคมนาคมไปเป็นระบบประมูล โดยเก็บจากค่าแอร์ไทม์แทนจากค่าสัมปทานที่เคยกำหนดไว้ในกฎหมายเดิม สำหรับในส่วนของอัตราภาษีที่จะนำมาบังคับใช้นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลังแต่จะไม่กลับไปเก็บเต็มเพดานเดิมที่เคยกำหนดไว้ที่ร้อยละ 10
  2. เพิ่มการจัดเก็บภาษีบุหรี่ขึ้นอีกร้อยละ 5 จากเดิมที่จัดเก็บอยู่ที่ร้อยละ 85 (เพดานภาษีอยู่ที่ร้อยละ 90) และเพิ่มการจัดเก็บภาษีต่อมวน เพื่อเป็นการจัดเก็บภาษีแบบ 2 ขา เพื่อดูแลผลกระทบจากการที่บุหรี่ราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาด ซึ่งปัจจุบันราคาบุหรี่จีนบางยี่ห้อที่มีการนำเข้ามีการแจ้งราคานำเข้าหรือ CIF ต่ำมาก คือเพียงแค่ 1.18 บาทต่อซอง ต่ำกว่าบุหรี่ไทยตลาดล่างที่แจ้งไว้ 2.7 บาทต่อซอง
  3. อาจจะกลับมาเก็บภาษีเครื่องปรับอากาศที่อัตราร้อยละ 15 เท่าเดิม เนื่องจากเล็งเห็นว่าแม้ว่าปัจจุบันจะมีการลดอัตราภาษีเครื่องปรับอากาศจากร้อยละ 15 เหลือร้อยละ 5 แต่ราคาเครื่องปรับอากาศก็ไม่ได้ถูกลง อย่างไรก็ดีเรื่องการเพิ่มภาษีเครื่องปรับอากาศยังต้องพิจารณาต่อไปเพราะภาคเอกชนได้ส่งหนังสือแย้งมาว่าปัจจุบันราคาขายปลีกลดลงจากช่วงก่อนการประกาศลดภาษี

IMF อนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซรอบสองจำนวน 280,000 ล้านยูโรแล้ว

By: Flurrywong on Fri, 2012-03-16 01:13

หลังจากการเจรจาเพื่อให้เงินช่วยเหลือรอบสองแก่กรีซล้มเหลวไปในช่วงปลายปีที่แล้ว ในที่สุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ก็ออกมาประกาศว่าจะอนุมัติเงินช่วยเหลือรอบสองจำนวน 280,000 ล้านยูโรให้แก่กรีซ ภายใต้ข้อตกลงรอบล่าสุดที่เพิ่งได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปวานนี้ ซึ่งกำหนดไว้เป็นสัญญาเงินกู้ระยะเวลา 4 ปี โดยให้เงินกู้จำนวน 1,650 ล้านยูโรในทันที ส่วนที่เหลือเป็นทยอยให้

ผลจากข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ข้อตกลงเดิมที่เคยทำมาถูกยกเลิก ทำให้กรีซไม่ต้องชำระหนี้จำนวน 9,700 ล้านยูโรที่กู้มาจาก IMF ก่อนหน้านี้ไปโดยปริยาย

ที่มา- Bloomberg

Pages

Subscribe to RSS - Flurrywong's blog