chayaninw's blog

ตอนนี้ Eduardo Saverin อยู่ที่ไหน?

By: chayaninw on Sat, 2012-05-19 01:48

คนจำนวนมากคงจะคุ้นเคยชื่อของ Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook จากภาพยนตร์ The Social Network ล่าสุดที่ Facebook เพิ่งจะขายหุ้นสู่สาธารณะชน Saverin ก็เพิ่งจะออกมาโพสต์แสดงความยินดีกับเขาด้วย สิ่งที่หลายคนอาจจะสงสัยคือ แล้วตอนนี้ Saverin ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ได้ตีพิมพ์บทความที่พูดถึงชีวิต "หลัง Facebook" ของ Eduardo Saverin ที่ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า ร่ำรวยมาก จากหุ้น Facebook ที่ครอบครอง แม้จะโดนบีบออกจาก Facebook อย่างที่เห็นในภาพยนตร์ The Social Network ก็ตาม (จริงๆ แต่เดิม Saverin ก็มีพื้นฐานที่ค่อนข้างร่ำรวยอยู่แล้ว)

ซีอีโอ AT&T เปิดเผย แพลนอินเทอร์เน็ตมือถือไม่จำกัดเป็นเรื่องผิดพลาด

By: chayaninw on Sat, 2012-05-05 04:56
Tags: 

Randall Stephenson ประธานบริหารของบริษัท AT&T ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายแรกที่ร่วมมือกับแอปเปิลทำตลาดไอโฟน ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำตลาดไอโฟนของ AT&T ระหว่างงานสัมมนาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ โดยได้ยอมรับว่า AT&T ไม่ควรจะออกแพลนมือถือแบบใช้บริการข้อมูลได้ไม่จำกัดมาตั้งแต่ต้น

ตอนที่เริ่มทำตลาดไอโฟนนั้น AT&T เสนอขายแพลนแบบเดือนละ 30 ดอลลาร์ สามารถใช้งานข้อมูลได้ไม่จำกัด ซึ่ง Stephenson Stephenson กล่าวว่า ถ้าไม่ได้ขายแพลนแบบไม่จำกัด ลูกค้ากลุ่มที่ใช้งานมากก็จะต้องจ่ายมาก แทนที่จะให้กลุ่มคนใช้งานน้อยมาช่วยจ่ายให้กลุ่มที่ใช้งานมากแบบนั้ และการใช้งานมีต้นทุนผันแปร "ทุกเมกะไบต์ที่่คุณใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้น ผมก็ต้องลงทุนมากขึ้น"

นอกจากนี้ Stephenson ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไปในตลาดมือถือ เช่น iMessage ที่จะทำให้รายได้จาก SMS ลดลง หรือการที่บริการอินเทอร์เน็ตมือถือเร็วพอที่จะทำให้ Skype มาแทนที่การโทรแบบเดิมๆ แต่ Stephenson ก็กล่าวด้วยว่า เขาไม่ได้เสียใจที่ตัดสินใจสนับสนุนแนวคิดสมาร์ตโฟนแต่อย่างใด

AT&T เลิกให้บริการแพลนแบบไม่จำกัดในปี 2010 และเปลี่ยนมาเป็นระบบแยกตามปริมาณการใช้งานแทน ซึ่งข้อมูลที่เคยเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ก็ระบุว่า AT&T ทำรายได้ดีจากบริการข้อมูล และลูกค้ากว่า 70% ใช้แพลนระดับกลางหรือบน

ที่มา - The New York Times Blog - Bits

กูเกิลจ่ายเงินล็อบบี้ในไตรมาสแรก 2012 มากขึ้น 240%

By: chayaninw on Wed, 2012-04-25 15:15

ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2012 บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ กูเกิล ได้จ่ายเงินสำหรับการล็อบบี้ถึง 5.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 240% เป็นสถิติใหม่ของบริษัท

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทไอทีอื่นๆ ค่าใช้จ่ายของกูเกิลสูงกว่าแอปเปิล (500,000 ดอลลาร์) เฟซบุ๊ก (650,000 ดอลลาร์) แอมะซอน (870,000 ดอลลาร์) และไมโครซอฟท์ (1.79 ล้านดอลลาร์) อย่างมาก และแซงกระทั่งบริษัทโทรคมนาคมอย่าง Verizon ที่ปรกติใช้เงินล็อบบี้สูงมาก (4.51 ล้านดอลลาร์)

บทบาทของกูเกิลที่ขยายจากบริการค้นหาตอนเริ่มแรกอย่างมาก เริ่มเข้าไปเกี่ยวพันกับประเด็นนโยบายสาธารณะหลายอย่าง ทำให้กูเกิลต้องเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และจุดยืนของตัวเองมากขึ้น

Ars Technica เปรียบเทียบว่า ถ้ากูเกิลยังคงอัตราการใช้จ่ายในระดับนี้ตลอดปี ค่าใช้จ่ายด้านล็อบบี้ของกูเกิลจะแซงอุตสาหกรรมบุหรี่รวมกัน

ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมากของกูเกิลส่วนใหญ่น่าจะมาจากการล็อบบี้ต่อต้านกฎหมาย SOPA/PIPA ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากูเกิลจ่ายเงินเพื่อการล็อบบี้ในประเด็นนี้สูงถึง 4 ล้านดอลลาร์

ในสหรัฐนั้น อุตสาหกรรมการล็อบบี้นั้นค่อนข้างจะใหญ่โต โดยกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จะจ้างนักล็อบบี้ (รวมไปถึงธุรกิจที่ทำหน้าที่ล็อบบี้โดยเฉพาะ) เพื่อโน้มน้าวสมาชิกนิติบัญญัติในประเด็นสาธารณะต่างๆ

ที่มา - The New York Times Blog - Bits, Ars Technica

คนแคนาดาสนใจซื้อ BlackBerry น้อยลงมาก

By: chayaninw on Sat, 2012-04-21 14:54

ผลสำรวจของ Ipsos Reid บริษัทวิจัยรายใหญ่ของแคนาดา ชี้ให้เห็นว่า ความนิยมผลิตภัณฑ์ BlackBerry ในประเทศบ้านเกิดลดลงอย่างมาก แม้ว่าจะยังคงอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดก็ตาม

Ipsos Reid ได้ทำการสำรวจตลาดสามครั้งในช่วงระหว่างเดือนมกราคม 2011 ถึงเดือนมกราคม 2012 และพบว่า ในช่วงหนึ่งปีที่นั้น ส่วนแบ่งการตลาดของ BlackBerry นั้นลดลงจาก 41 เปอร์เซ็นต์เหลือ 33 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ส่วนแบ่งของไอโฟนเพิ่มขึ้นจาก 23 เป็น 28 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มแอนดรอยด์นั้นเพิ่มขึ้นจาก 26 เป็น 31 เปอร์เซ็นต์

ที่แย่สำหรับ RIM ไปกว่านั้นคือ เมื่อสำรวจความต้องการซื้อสมาร์ตโฟนของผู้ที่ตั้งใจจะซื้อในช่วงปีข้างหน้าแล้ว ความนิยมของ BlackBerry ลดลงจากปีก่อนไปถึงราวหนึ่งในสาม จาก 58 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมกราคม 2011 เหลือเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ในขณะที่ Samsung ได้ส่วนแบ่งนี้เพิ่มจาก 21 เปอร์เซ็นต์ เป็น 32 เปอร์เซ็นต์

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ประชากรแคนาดาที่มีสมาร์ตโฟนนั้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เช่นเดียวกับแท็บเล็ตและอีรีดเดอร์ (เครื่องอ่านอีบุ๊ก)

ในตลาดอีรีดเดอร์ Kobo (ซึ่งเป็นบริษัทแคนาดาเช่นกัน) มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก นำหน้าคู่แข่ง Kindle (Amazon) และ Sony อย่างชัดเจน จากปีก่อนที่มีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงกัน ส่วนในตลาดแท็บเล็ตนั้น Apple เริ่มโดนแย่งตลาดโดยคู่แข่งรายใหม่ๆ อย่าง Samsung และ BlackBerry Playbook

ที่มา - The Globe and Mail, Ipsos

พม่าเตรียมเปิดตลาดหุ้นใหม่ รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น

By: chayaninw on Thu, 2012-04-12 13:23

พม่ากำลังจะเปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ของประเทศ ด้วยความช่วยเหลือจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวและบริษัทหลักทรัพย์ Daiwa Securities Group จากญี่ปุ่น

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวกับ Daiwa ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับธนาคารกลางของพม่า โดยโฆษกของ Daiwa เปิดเผยว่า ตามแผนการแล้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่จะเปิดทำการภายในปี 2015 โดยในแถลงการณ์ระบุว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของประเทศ

ก่อนหน้านี้ พม่าเคยมีตลาดลักษณะ over the counter ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจาก Daiwa ในปี 1996 โดยมีหุ้นซื้อขายกันเพียงสองบริษัทเท่านั้น

ที่มา - BBC News, The Irrawaddy

เด็ก 11 ปีวาดรูปส่งประกวดแผนเลิกใช้ยูโร

By: chayaninw on Tue, 2012-04-10 13:55

Wolfson Economics Prize ซึ่งตั้งรางวัล 250,000 ปอนด์ให้กับผู้ที่เสนอแผนการสำหรับกรณีที่จะเลิกใช้สกุลเงินยูโร ได้ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล 5 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่จุดสนใจของการประกาศรายชื่อ กลับไปอยู่ที่ Jurre Hermans ซึ่งได้รางวัลพิเศษ สำหรับผู้สมัครที่อายุน้อยที่สุด

Jurre Hermans เป็นเด็กชายอายุ 11 ปีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ส่งแผนการแก้ปัญหาวิกฤติยูโรเข้าประกวด พร้อมกับภาพวาดแผนภูมิ โดยแผนของ Hermans เสนอให้ประเทศกรีซออกจากกลุ่มยูโรโซน ชาวกรีกจะได้รับเงินดรักมา (สกุลเงินของกรีซก่อนจะใช้ยูโร) แทนเงินยูโร และหากมีชาวกรีกที่พยายามซ่อนเงินยูโร ไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ จะโดนปรับสองเท่าของเงินที่พยายามซ่อนไว้

แผนของ Hermans ไม่ติดในหนึ่งในห้าที่เข้าชิงรอบสุดท้าย แต่ได้รับกิฟต์เวาเชอร์มูลค่า 100 ยูโรสำหรับความพยายามครั้งนี้

Wolfson Economics Prize จัดขึ้นในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศอียูที่ไม่ยอมเข้าใช้สกุลเงินยูโร

ที่มา - Wolfson Economics Prize, Financial Times, The Guardian

Qantas จับมือ China Eastern เปิดสายการบินต้นทุนต่ำ

By: chayaninw on Tue, 2012-03-27 15:17

สายการบิน Qantas ของออสเตรเลีย ร่วมกับ China Eastern Airlines เปิดตัวสายการบินต้นทุนต่ำอันแรกในฮ่องกง นับเป็นสายการบินโดยสารรายแรกที่เป็นความร่วมมือระหว่างสายการบินจีนและต่างชาติ

Jetstar Hong Kong จะเป็นกิจการร่วมค้า (joint venture) มูลค่า 198 ล้านดอลลาร์ โดยทั้งสองสายการบินถือหุ้นเท่ากัน มีกำหนดเริ่มบินในปี 2013 โดยฝูงบินเริ่มต้นประกอบด้วยเครื่อง Airbus 320 จำนวนสามลำ และมีแผนจะขยายเป็นสิบแปดลำภายในปี 2015

ก่อนหน้านี้ ความร่วมมือระหว่างสายการบินจีนและสายการบินต่างชาติ จะอยู่ในด้านเที่ยวบินขนส่ง (cargo) หรือว่าการบินร่วม (codeshare) เท่านั้น ตลาดการบินในจีนนั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่ยังไม่มีสายการบินต้นทุนต่ำมาทำตลาดอยู่ในภูมิภาคนี้

Qantas นั้นเป็นบริษัทแม่ของสายการบินต้นทุนต่ำ Jetstar ซึ่งประสบความสำเร็จสูง และถือหุ้นในสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ อย่าง Jetstar Asia ในสิงคโปร์ และ Jetstar Pacific ในเวียดนาม

ที่มา - Financial Times

อินเดียเอาด้วย เตรียมประกาศห้ามสายการบินร่วมเทรดคาร์บอนของอียู

By: chayaninw on Tue, 2012-03-20 15:17

สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินเดีย เปิดเผยว่ารัฐบาลอินเดียได้เตรียมที่จะห้ามสายการบินของอินเดียเข้าร่วมระบบค้าขายโควต้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สหภาพยุโรปประกาศบังคับใช้

อินเดียจะสั่งสายการบินไม่ให้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซแก่สหภาพยุโรป และไม่จ่ายเงินซื้อคาร์บอนเครดิตด้วย หากยุโรปสั่งห้ามสายการบินอินเดียให้บริการในยุโรป อินเดียก็จะใช้มาตรการลักษณะเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนก็สั่งสายการบินของจีนไม่ให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวของอียูเช่นกัน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนก็ระงับการสั่งซื้อเครื่องบินจากแอร์บัสจำนวนกว่าสิบลำ

แหล่งข่าวระบุว่าอินเดียยังไม่มีแผนที่จะระงับการสั่งซื้อแอร์บัส แต่ก็เป็นทางเลือกที่เป็นไปได้หากมีการยกระดับความขัดแย้งขึ้น

ที่มา - Reuters

ชาติอียูสนับสนุนการห้ามล่าหูฉลาม

By: chayaninw on Tue, 2012-03-20 14:52

รัฐมนตรีจากยี่สิบเจ็ดรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป ได้ตกลงเห็นชอบมาตรการที่จะห้ามการล่าหูฉลามในน่านน้ำและบนเรือของสหภาพยุโรป

ในการล่าหูฉลาม (หรือครีบฉลาม) ชาวประมงจะตัดเอาเฉพาะครีบของฉลามที่จับมาได้ ซึ่งเป็นส่วนที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แล้วปล่อยฉลามที่ถูกตัดครีบกลับลงไปตายในทะเล

ในปัจจุบัน สหภาพยุโรปมีมาตรการที่ห้ามการล่าหูฉลามในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังคงมีข้อยกเว้นและยังคงมีปัญหาในการบังคับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยอมให้ชาวประมงสามารถตัดครีบฉลามแล้วนำกลับมาแบบแยกส่วนได้ มาตรการใหม่ที่มีการตกลงกันนี้ จะบังคับให้ชาวประมงจะต้องนำฉลามกลับมาท่าเรือแบบครบทั้งตัวเท่านั้น โดยขั้นต่อไป ก็จะต้องนำร่างกฎหมายเข้าสู่สภายุโรป ก่อนจะมีผลบังคับใช้ได้

ที่มา - AFP

ซาร์โกซีขู่ถอนฝรั่งเศสออกจากเชงเงน

By: chayaninw on Tue, 2012-03-13 15:38

นีโกลา ซาร์โกซี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฝรั่งเศส ประกาศในหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่ว่า ฝรั่งเศสจะถอนตัวออกจากความตกลงเชงเงน (Schengen Agreement) หากว่าสหภาพยุโรปไม่ปรับปรุงนโยบายการรับผู้อพยพเข้ามาในยุโรปได้

ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ซาร์โกซีได้กล่าวว่าฝรั่งเศสมีชาวต่างชาติมาอยู่อาศัยมากเกินไป และประกาศนโยบายที่จะลดจำนวนผู้อพยพเข้าฝรั่งเศสลง

นอกจากนี้ ซาร์โกซียังประกาศว่า ฝรั่งเศสจะเสนอให้ยุโรปออกกฎหมาย Buy European ในลักษณะเดียวกับกฎหมาย Buy American ในสหรัฐ ที่ให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (หรือในกรณีนี้ ภายในยุโรป) ก่อน

การเลือกตั้งรอบแรกจะมีขึ้นในวันที่ 22 เมษายน โดยผลคะแนนนิยมของซาร์โกซี ตามหลังคู่แข่ง ฟร็องซัว ออล็องด์ จากพรรคสังคมนิยม

ที่มา - Wall Street Journal, BBC News

Taylor Swift คว้าอันดับหนึ่ง รายได้รวมปี 2011, Beatles ยังติดท็อป 25

By: chayaninw on Tue, 2012-03-13 15:03

Billboard นิตยสารด้านอุตสาหกรรมดนตรีเก่าแก่ ได้จัดอันดับรายได้ศิลปินดนตรีประจำปี 2011 โดย Taylor Swift นักร้องแนวคันทรีวัย 22 ปีของสหรัฐ คว้าอันดับหนึ่งของตาราง ด้วยรายได้รวมกว่า 35.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วงร็อก U2 จากไอร์แลนด์ตามมาในอันดับที่สอง ด้วยรายได้ 32.1 ล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้หลักจากการออกแสดงทัวร์ 360° ตามมาด้วย Kenny Chesney ในอันดับ 3 29.8 ล้านดอลลาร์

Lady Gaga แชมป์เก่าปีที่แล้ว ได้รายได้เป็นอันดับ 4 ในขณะที่ Adele นักร้องอังกฤษเจ้าของอัลบั้มขายดีเป็นอันดับหนึ่ง มีรายได้อยู่ในอันดับที่ 10 ได้ 13 ล้านดอลลาร์

ศิลปินรายอื่นที่ติดสิบอันดับแรกประกอบไปด้วย Lil Wayne, Sade, Bon Jovi, Celine Dion และ Jason Adlean

อีกอันดับที่น่าสนใจคือ The Beatles ที่เพิ่งเริ่มขายเพลงบน iTunes เมื่อปลายปี 2010 ทำรายได้ในปี 2011 ได้ 6.7 ล้านดอลลาร์ ติดอยู่ในอันดับที่ 24 ในขณะที่อดีตสมาชิกวงอย่าง Paul McCartney ยังคงทำเงินได้จากการออกทัวร์ในสหรัฐ ตามมาในอันดับที่ 25

สามารถอ่านทั้ง 40 อันดับได้ที่ Billboard

ที่มา - BBC News

Deutsche Post ยังคงกำไรดี ได้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซ

By: chayaninw on Thu, 2012-03-08 18:24

ความนิยมติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอาจจะทำให้คนส่งจดหมายแบบดั้งเดิมกันน้อยลง แต่บริษัท Deutsche Post ยังคงทำกำไรได้อย่างดี จากความนิยมซื้อของออนไลน์ ที่จำเป็นต้องใช้บริการขนส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์กันมากขึ้น

Deutsche Post DHL บริษัทด้านไปรษณีย์และลอจิสติกส์ของเยอรมนีที่เป็นเจ้าของกิจการ DHL ประกาศผลกำไรในปี 2011 ที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิของบริษัทนั้นลดลงจากปีก่อนหน้า 54.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขนี้เป็นผลทางบัญชีจากการขายกิจการ Postbank ไปก่อนหน้านี้

Deutsche Post คำนวณว่า หากตัดผลกระทบทางบัญชีจาก Postbank ออกแล้ว กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 50.6 เปอร์เซ็นต์ และในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานนั้น เพิ่มขึ้น 32.8% จาก 1.8 พันล้าน เป็น 2.4 พันล้านยูโร

กิจการไปรษณีย์ภายในประเทศของ Deutsche Post นั้นค่อนข้างทรงตัว โดยการส่งพัสดุจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการส่งจดหมาย ในขณะที่บริการ DHL สร้างรายได้เพิ่มจากปีก่อนหน้า 18.6 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ประโยชน์จากการเติบโตในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging markets)

ที่มา - Financial Times, DP DHL Presentation

สหรัฐร้องเรียนคำสั่งนำเข้าไก่ของอินเดียต่อ WTO

By: chayaninw on Thu, 2012-03-08 13:03

สหรัฐอเมริกายื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก ให้ตัดสินกรณีที่อินเดียสั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่ ทั้งเนื้อและไข่ จากสหรัฐ

อินเดียสั่งห้ามนำเข้าไก่จากสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข้หวัดนก ในขณะที่สหรัฐมองว่าอินเดียพยายามจะปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศโดยเอาเหตุผลด้านสาธารณสุขมาบังหน้า

ตลาดค้าไก่ในอินเดียคาดการณ์ว่าจะเติบโตปีละ 8 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และหากสหรัฐสามารถส่งออกไก่ไปยังอินเดีย จะสามารถส่งออกสินค้ามูลค่าราว 300 ล้านดอลลาร์ไปยังตลาดนี้ได้

ที่มา - BBC News

บิล เกตส์: หน่วยงานด้านอาหารของ UN ไร้ประสิทธิภาพ

By: chayaninw on Sun, 2012-02-26 03:51

บิล เกตส์ มหาเศรษฐีชาวสหรัฐผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ได้กล่าวตำหนิหน่วยงานของสหประชาชาติที่ดูแลด้านความมั่นคงทางอาหารว่า ล้าหลังและไร้ประสิทธิภาพ จนไม่สามารถทำงานช่วยเหลือได้อย่างที่ควรจะเป็น

เกตส์เป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลือด้านอาหารมากที่สุดในบรรดาภาคเอกชน โดยได้บริจาคเงินรวมราวสองพันล้านดอลลาร์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และวางแผนที่จะบริจาคอีกราวสองพันล้านในช่วงอีกห้าปีข้างหน้า

สหประชาชาติมีหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงทางอาหารอยู่สามแห่ง ได้แก่ องค์การอาหารและการเกษตร (FAO) โครงการอาหารโลก (WFP) และกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) ซึ่งทั้งสามหน่วยงานมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี แต่กลับมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานน้อยมาก

เกตส์ยกตัวอย่างโครงการ Purchase for Progress ที่ซื้อผลผลิตจากเกษตรกรรายย่อยมาใช้ในการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติในประเทศข้างเคียง ซึ่ง WFP เป็นผู้ดำเนินโครงการหลัก โดยแทบไม่มีความช่วยเหลือจากอีกสององค์กร ทั้งที่ควรจะร่วมมือกันเพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าการแยกกันทำ

เกตส์ยังได้ตำหนิว่า หน่วยงานเหล่านี้ เลือกทำโครงการที่ไม่สำคัญมากนัก เพื่อตามใจประเทศที่บริจาคเงินด้วย

ที่มา - Financial Times

แมนยูไนเต็ดเผยผลประกอบการ กำไรเพิ่ม หนี้ลด

By: chayaninw on Wed, 2012-02-22 16:10

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดเผยผลประกอบการของช่วงหกเดือนหลังของปี 2011 มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามา 18 ล้านปอนด์ เป็น 175 ล้านปอนด์

เมื่อดูแยกตามแต่ละส่วนแล้ว รายได้จากทั้งส่วนของแมตช์การแข่งขัน สื่อ และโฆษณา ต่างเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าทั้งหมด

ในส่วนของหนี้ สโมสรมีหนี้ตอนปลายปี 2011 อยู่ที่ 439 ล้านปอนด์ ลดลงจากปลายปี 2010 ที่ 508 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม สโมสรมีต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น และต้นทุนใช้จ่ายซื้อนักเตะเพิ่มขึ้น จากการที่ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทั้งดาบิด เดเคอา. แอชลีย์ ยัง. และฟิล โจนส์

แม้ว่ารายได้ในครึ่งหลังของปี 2011 จะเพิ่มขึ้น แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดน่าจะประสบปัญหารายได้ลดลงในครึ่งแรกของปี 2012 จากการตกรอบการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกที่เป็นแหล่งรายได้ขนาดใหญ่ไป

รายงานของบริษัท ยังไม่เปิดเผยถึงการกระจายหุ้นในตลาดสิงคโปร์ ที่เคยมีการประกาศออกมาก่อนหน้านี้

ที่มา - BBC News, Financial Times

Pages

Subscribe to RSS - chayaninw's blog