chayaninw's blog

หน่วยงานสหรัฐเตรียมซื้อคลื่นโทรทัศน์คืน มาเปิดประมูลใหม่ให้มือถือ

By: chayaninw on Mon, 2012-10-01 16:41

การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุสำหรับใช้ในกิจการต่างๆ นั้น เป็นประเด็นสำคัญของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าในการนำไปทำประโยชน์สูง

ในกรณีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาในระยะหลังๆ คือการที่คลื่นความถี่นั้น ไปจมอยู่กับบรรดาสถานีโทรทัศน์ ในขณะที่ผู้บริโภคนั้นรับชมโทรทัศน์ผ่านระบบภาคพื้นดินน้อยลง (ไปเป็นสมาชิกเคเบิลหรือดาวเทียมแทน) และความต้องการใช้คลื่นความถี่สำหรับกลุ่มโทรศัพท์มือถือนั้นมากขึ้น ตามความนิยมใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ใหม่ๆ อย่างสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ทางออกที่ดีคือ จะต้องพยายามดึงคลื่นจากสถานีโทรทัศน์ ที่เริ่มล้าสมัย ไปใช้งานในส่วนที่มีประโยชน์มากกว่าอย่างกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่

การนำคลื่นความถี่คืนมาจัดสรรใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าของคลื่นเดิมก็ไม่อยากจะเสียคลื่นความถี่ไป (ลองถามบรรดาองค์กรที่ถือครองคลื่นความถี่ในไทยดูได้) หน่วยงาน FCC ของสหรัฐ (Federal Communications Commission เป็นหน่วยงานลักษณะเดียวกันกับกสทช.) จึงเริ่มออกแบบกระบวนการที่จะซื้อคืนคลื่นจากสถานีโทรทัศน์ นำมาจัดสรรใหม่ ตามกฎหมายที่สภาคองเกรสอนุมัติให้ FCC ทำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

รุปแบบกระบวนการคร่าวๆ ตามที่สภาคองเกรสอนุมัติมานั้น แบบออกเป็นสามขั้นตอน โดยในขั้นตอนแรกนั้น FCC จะให้บรรดาสถานีโทรทัศน์นั้น มาประมูลขายความถี่ 6 MHz ที่แต่ละรายถือครองอยู่ เรียกว่าเป็น reverse auction โดย FCC จะซื้อความถี่ส่วนหนึ่งที่ตั้งราคาเสนอขายต่ำสุด (ซึ่งก็น่าจะเป็นกลุ่มที่มีผู้ชมน้อย ทำกำไรได้ต่ำ) การประมูลนี้น่าจะเริ่มในปี 2014

หลังจากนั้น ในขั้นตอนที่สอง FCC จะทำการจัดเรียงคลื่นความถี่ของสถานีโทรทัศน์ที่เหลืออยู่ใหม่ มาอยู่ติดกัน ให้เหลือคลื่นความถี่ว่างต่อเนื่องสำหรับนำไปให้บริการโทรคมนาคมได้ และในขั้นสุดท้าย FCC ก็จะนำคลื่นความถี่ที่ได้มานั้น มาเปิดประมูลใหม่ตามปรกติ ซึ่งหากมูลค่าของกิจการโทรคมนาคมมีสูงกว่าโทรทัศน์อย่างที่คาดการณ์ไว้ FCC ก็น่าจะสามารถ "ทำกำไร" จากการเปิดประมูลให้กับธุรกิจโทรคมนาคมได้ นอกจากนี้ FCC ยังมีแผนที่จะจัดสรรคลื่นความถี่บางส่วนไว้เป็น whitespace สำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องขออนุญาตได้

ที่มา - Ars Technica, GigaOm

EU ยื่น WTO ขอใช้มาตรการตอบโต้ จากกรณีโบอิง-แอร์บัส

By: chayaninw on Mon, 2012-10-01 15:20

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้ยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ร้องขอใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเป็นการโต้กลับสหรัฐอเมริกา เป็นมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากกรณีที่สหรัฐได้ให้ความช่วยเหลือบริษัทโบอิงขัดต่อกฎของ WTO

ความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างบริษัทอากาศยาน โบอิง ของสหรัฐอเมริกา และแอร์บัส ของสหภาพยุโรป ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2004 โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาว่า รัฐบาลอีกฝ่ายหนึ่งมีการให้การอุดหนุนแก่ธุรกิจของตนอย่างขัดต่อกฎของ WTO และทั้งสองฝ่ายก็เคยชนะกรณีพิพาทที่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายหนึ่งกระทำผิดกฎ

กฎของ WTO อนุญาตให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการกีดกันทางการค้าตอบโต้ (จากที่ปรกติขัดต่อกฎการค้าเสรี) เป็นเหมือนการเรียกค่าเสียหายจากคู่พิพาท ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาก็ร้องขอใช้มาตรการตอบโต้มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากสหภาพยุโรปในกรณีนี้เช่นกัน ซึ่ง Gary Hufbauer นักวิชาการจาก Peterson Institute for International Economics ก็มองว่า ทาง WTO คงไม่อนุมัติให้ทั้งสองฝ่ายแบบเต็มจำนวน

ทางฝั่งสหรัฐโต้แย้งว่า ในกรณีพิพาทประเด็นโบอิงและแอร์บัสนี้ สหรัฐเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่าสหภาพยุโรป โดย Nkenge Harmon ผู้แทนการค้าของสหรัฐ อ้างถึงผลการสอบสวนของ WTO ที่ระบุว่า สหภาพยุโรป มีการอุดหนุนด้านการเงิน เป็นมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้สหรัฐสูญเสียยอดขาย 342 ลำ ในขณะที่ฝั่งสหรัฐ มีการอุดหนุนด้านวิจัย มูลค่า 2-4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งกระทบยอดขายของแอร์บัส 118 ลำ

ที่มา - Reuters, AFP, Financial Times

ค้านสายตา? ผลการศึกษาชี้ ตลาดมือถือแคนาดามีการแข่งขันดีแล้ว

By: chayaninw on Wed, 2012-09-12 23:20

ผลการศึกษาในแคนาดาระบุว่า ตลาดของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในแคนาดานั้นมีการแข่งขันที่ดีอยู่แล้ว และราคาค่าบริการนั้นไม่ได้แตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ มานัก แย้งกับความเชื่อของชาวแคนาดาจำนวนหนึ่งที่เห็นว่าค่าบริการโทรศัพท์มือถือในแคนาดานั้นแพงกว่าประเทศอื่นมาก (อีกตลาดหนึ่งของแคนาดาที่มีชื่อเสียเรื่องแพงคือค่าบริการอินเทอร์เน็ต ที่กลายเป็นมุกตลกระดับโลก)

ผลการศึกษาดังกล่าวมาจาก Yves Rabeau อาจารย์ของ Université du Quebéc à Montréal โดยสรุปว่า ในภาพรวมแล้วตลาดโทรศัพท์มือถือของแคนาดามีความใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ในด้านราคา เทคโนโลยีที่ใช้ และความเร็ว ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด

Rabeau ระบุว่า ค่าบริการในแคนาดานั้นใกล้เคียงกับในสหรัฐอเมริกา และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD อยู่บ้าง นอกจากนี้ เขายังบอกด้วยว่า ค่าบริการโรมมิงของแคนาดานั้นไม่ได้สูงกว่าประเทศอื่นใน OECD อย่างที่สื่อมักนำมาอ้าง ซึ่งจากผลการศึกษานั้น ค่าโรมมิงของแคนาดาถูกเป็นอันดับที่ 7 จากทั้งหมด 34 ประเทศ Rabeau สนุปว่า แนวทางของตลาดที่เป็นอยู่นั้นทำงานได้ดีอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องมีการกำกับจากภาครัฐเพิ่มเติมแต่อย่างใด

หากวัดจากคอมเมนต์ในข่าวของ Globe และ CTV แล้ว คงจะบอกได้คร่าวๆ ว่า ชาวแคนาดาคงไม่ค่อยเห็นด้วยกับผลการศึกษานี้กันนัก

ที่มา - The Globe and Mail, CTV News

Lion Air อินโดนีเซียสู้ศึกต้นทุนต่ำ เปิดสายการบินใหม่ในมาเลเซีย

By: chayaninw on Tue, 2012-09-11 20:27

PT Lion Mentari Airlines หรือ Lion Air สายการบินเอกชนรายใหญ่ของอินโดนีเซีย เตรียมเปิดสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศมาเลเซีย ประเทศบ้านเกิดของ AirAsia เจ้าตลาดในภูมิภาค

สายการบินใหม่ที่จะตั้งนี้ ใช้ชื่อว่า Malindo Airways มี Lion Air เป็นผู้ถือหุ้น 49% ส่วนอีก 51% นั้นเป็นของบริษัทจากมาเลเซีย National Aerospace & Defense Industries Sdn. โดยจะเริ่มบินระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคม มีเครื่องบินเริ่มต้นเป็น Boeing 727 จำนวน 12 ลำ และวางแผนจะขยายขนาดฝูงบินเป็น 100 ลำในเวลาสิบปี

Rusdi Kirana ประธานของ Lion Air ประกาศว่า Malindo จะตั้งราคาค่าโดยสารที่เท่ากันหรือถูกกว่า AirAsia และเครื่องบินของสายการบินจะมีบริการความบันเทิงบนเครื่อง พื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น และเสิร์ฟอาหารแบบเบาๆ ด้วย ต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ AirAsia ก็พยายามเจาะเข้าไปยังอินโดนีเซียมากขึ้น โดยเข้าซื้อสายการบิน Batavia Air ของอินโดนีเซีย และตั้งสำนักงานสำหรับภูมิภาคอาเซียนในกรุงจาการ์ตา

Lion Air เป็นเจ้าของคำสั่งซื้อที่ใหญ่ที่สุดของ Boeing โดยปีที่แล้วสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัท 230 ลำ มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ AirAsia ก็ครองสถิติของฝั่ง Airbus จากการสั่งซื้อ A320 จำนวน 200 ลำ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ที่มา - BusinessWeek, Reuters

นิยายฮิต Fifty Shades ช่วยอุ้มผลประกอบการ Barnes & Noble

By: chayaninw on Wed, 2012-08-22 15:41

ซีรีส์นิยายอีโรติกยอดฮิต Fifty Shades of Grey ช่วยให้เชนร้านหนังสือใหญ่ของสหรัฐ Barnes & Noble มียอดขายจากร้านหนังสือมากขึ้น และมีผลประกอบการขาดทุนลดลง

Barnes & Noble เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนกรกฎาคม มีผลขาดทุนสุทธิ 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 28% และต่ำกว่าตัวเลขขาดทุนที่นักวิเคราะห์ Thomson Reuters ประเมินไว้ 20%

ในส่วนของยอดขายจากร้านหนังสือดั้งเดิม (ที่ไม่ใช่ดิจิทัล) เพิ่มขึ้น 2% ไปอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าในรายงานจะไม่ได้แจกแจงตัวเลขเฉพาะของ Fifty Shades แต่ซีอีโอของหน่วยค้าปลีกของบริษัทก็ได้เปิดเผยว่า Fifty Shades of Grey มีผลต่อยอดขายอย่างมาก

ในฟากของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยอดขายเครื่องอ่าน Nook ที่ต่ำลงและราคาเครื่องที่ถูกลง ทำให้ยอดขายในฝั่งดิจิทัลไม่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะขายอีบุ๊กได้มากขึ้นก็ตาม

ที่มา - CNN Money

โอบามาประกาศ การควบคุมอาวุธปืนควรเข้มงวดขึ้น

By: chayaninw on Thu, 2012-07-26 14:05

ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมากล่าวสนับสนุนการมีมาตรการทีเข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบประวัติของผู้ที่จะครอบครองอาวุธปืน หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงในโรงภาพยนตร์ที่เมืองออโรรา รัฐโคโลราโด

ประเด็นของการครอบครองอาวุธปืนนั้นเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนในสหรัฐอเมริกา โดยสิทธิในการครอบครองอาวุธนั้นได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ ตาม Second Amendment และฐานเสียงทางการเมืองจำนวนมากก็สนับสนุนสิทธิในการครอบครองอาวุธ และในช่วงที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่กำลังใกล้จะมาถึง การแตะประเด็นเรื่องอาวุธปืนก็อาจส่งผลเสียต่อความนิยมทางการเมือง

ในการกล่าวต่อประชาชนในนิวออร์ลีนส์ครั้งนี้ โอบามาไม่ได้กล่าวถึงการออกมาตรการหรือกฎระเบียบใหม่อย่างชัดเจน แต่ก็ระบุว่าจะพยายามให้ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน สามารถหาข้อสรุปร่วมกันในการลดความรุนแรงในสหรัฐได้

โอบามากล่าวยืนยันสนับสนุนสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจะสามารถครอบครองอาวุธปืนได้ แต่ก็กล่าวว่าประเทศควรมีมาตรการในการตรวจสอบผู้ที่จะซื้ออาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้น

"ผมคิดว่าผู้ที่มีอาวุธปืนส่วนใหญ่ก็คงจะเห็นด้วยว่า เราควรทำทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้กลุ่มอาชญากรสามารถซื้ออาวุธได้ เราควรจะตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลก่อนที่พวกเขาจะซื้อปืนมา บุคคลที่มีความผิดปรกติทางจิตไม่ควรจะสามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายดาย ขั้นตอนเหล่านี้ไม่ควรจะเป็นเรื่องที่เป็นที่ขัดแย้งกันได้ มันควรจะเป็นเรื่องสามัญสำนึก" โอบามากล่าว

ที่มา - AFP, The Guardian

Visa-MasterCard ทำข้อตกลงยุติคดีผูกขาดกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2012-07-19 12:53

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทบัตรเครดิต Visa และ MasterCard ร่วมกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐที่ออกบัตรเครดิต 13 แห่ง ได้ทำข้อตกลงยุติคดีที่ถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน ร่วมกันกำหนดราคาค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต โดยมูลค่าของข้อตกลงยุติคดีนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในคดีนี้ บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตจะจ่ายค่าเสียหายให้กลุ่มผู้ค้าปลีกรวมกัน 6.05 พันล้านดอลลาร์ และลดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรให้กับร้านค้าเป็นเวลาแปดเดือน รวมมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์

ข้อตกลงนี้ยังระบุให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎของ Visa และ MasterCard ที่ทำไว้กับกลุ่มร้านค้าปลีก โดยจะอนุญาตให้ร้านค้าสามารถคิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตได้ จากข้อตกลงเดิมที่มีการทำไว้ว่า ห้ามร้านค้าเหล่านี้คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตเพิ่มจากลูกค้า นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าปลีกสามารถรวมตัวกันในการเจรจาค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตได้ ข้อตกลงยุติคดีนี้จะครอบคลุมผู้ค้าปลีกในสหรัฐราว 7 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ค้าปลีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ปฏิเสธข้อตกลงยุติคดีฉบับนี้แล้ว โดยระบุว่าข้อตกลงฉบับนี้ยังไม่ดีเพียงพอ

ที่มา - Reuters, Bloomberg Businessweek, Forbes

ศาลฎีกาแคนาดาตัดสินคดีลิขสิทธิ์ เคลียร์ประเด็นเพลงออนไลน์

By: chayaninw on Fri, 2012-07-13 14:14

ศาลฎีกาของแคนาดา ได้ตัดสินคดีห้าคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมของเจ้าของสิทธิงานดนตรีกับการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกอบไปด้วยการซื้องานเพลงออนไลน์ การใช้บริการสตรีมเพลง การซื้อขายเกมที่มีดนตรีประกอบผ่านช่องทางออนไลน์ และการให้บริการฟังตัวอย่างเพลงของร้านค้าเพลงออนไลน์ด้วย

ในคดีที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การซื้องานดนตรีโดยดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต มีค่าเท่ากับการซื้องานผ่านทางช่องทางดั้งเดิมเช่นการซื้อซีดี ไม่เข้าข่ายการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์พยายามกล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้ ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีความว่าการให้ดาวน์โหลดเพลงนั้นเป็นการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมที่กฎหมายระบุ (ซึ่งใช้หมายถึงการเผยแพร่แบบในวิทยุ)

ในคดีเดียวกัน ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า การให้บริการสตรีมเพลง (streaming) นั้นมีความแตกต่างจากการขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีลักษณะของการสื่อสาร แม้ว่าบริการนั้นจะมีลักษณะออนดีมานด์ที่ผู้ใช้บริการผู้เรียกเพลงที่จะฟังและไม่ได้มีการรับฟังพร้อมกันก็ตาม ทำให้บริการสตรีมเพลงนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับสิทธิในการกระจายเสียง

ในอีกคดีหนึ่ง ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการฟังตัวอย่างงานเพลงก่อนที่จะซื้อผ่านทางบริการขายออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การให้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นเข้าข่ายการใช้งานค้นคว้า นับเป็นการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานเพิ่มเติม หากคำตัดสินศาลออกมาในทางตรงกันข้ามแล้ว บริการขายเพลงออนไลน์ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สำหรับการให้บริการตัวอย่างเพลงด้วย

ศาลฎีกาได้เน้นย้ำว่า หลักการลิขสิทธิ์นั้นควรเป็นกลางต่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดจำหน่าย โดยในคดีระหว่างตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรี กับฝั่งผู้ผลิตเกม ศาลได้ตัดสินว่า การดาวน์โหลดเกมที่มีดนตรีประกอบนั้น ไม่ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านทางโทรคมนาคม เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่เกมนั้นถูกดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนที่จะเป็นการซื้อเกมที่ร้านหรือทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารหนังสือเพื่อใช้ในการประกอบการเรียน โดยศาลได้ตัดสินว่าการถ่ายเอกสารส่วนสั้นๆ ของหนังสือโดยอาจารย์เพื่อให้นักเรียนใช้นั้น เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่คัดค้านคำตัดสินของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (Copyright Board) ก่อนหน้านี้

ที่มา - CBC, คำตัดสิน (CBC)

ไซปรัสยื่นขอรับความช่วยเหลือจากอียูเป็นรายที่ห้า

By: chayaninw on Wed, 2012-06-27 02:39

ประเทศไซปรัสได้กลายเป็นประเทศที่ห้าที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป จากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของกรีซ

ไซปรัสนั้นมีความใกล้ชิดกับกร๊ซซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก โดยรัฐบาลไซปรัสนั้นแถลงว่าไซปรัสจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากภาคการเงินของไซปรัสที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจของกรีซอย่างมาก โดยธนาคารของไซปรัสนั้นถือครองพันธบัตรรัฐบาลของกรีซ และปล่อยกู้ให้กับธุรกิจของไซปรัสที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของกรีซ โดยกรีซนั้นเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไซปรัส

ปริมาณความช่วยเหลือนั้นยังไม่มีการตกลงกัน โดยเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรปและธนาคารกลางยุโรปจะพิจารณาว่าความช่วยเหลือจะเป็นเท่าใด แต่เป็นไปได้ว่า ปริมาณความช่วยเหลืออาจอยู่ที่หนึ่งหมื่นล้านยูโร ซึ่งมากกว่าครึ่งของขนาดเศรษฐกิจของไซปรัส

ปัจจุบันไซปรัสได้กู้เงินจากรัสเซียไปแล้ว 2.5 พันล้านยูโร และไซปรัสจะต้องหาเงิน 1.8 พันล้านยูโร (ราวหนึ่งในสิบของจีดีพี) ภายในเร็วๆ นี้ เพื่อเพิ่มทุนให้กับธนาคารอันดับสองของประเทศ

ไซปรัสเพิ่งถูกลดอันดับเครดิตจากฟิตซ์เข้าสู่ระดับขยะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ทั้งสามสถาบันจัดอันดับหลัก ต่างประเมินเครดิตภาครัฐของไซปรัสอยู่ในระดับขยะทั้งหมด ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่ไซปรัสจะสามารถระดมทุนด้วยตัวเองได้ ก่อนหน้านี้ประเทศที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือไปแล้วได้แก่สาธารณรัฐไอร์แลนด์ โปรตุเกส กรีซ และสเปน

ที่มา - BBC News, Financial Times, Reuters

องค์กรกำกับโฆษณาระบุ ห้ามทวีตโฆษณาเนียน

By: chayaninw on Thu, 2012-06-21 18:56

Advertising Standards Authority หน่วยงานกำกับดูแลด้านการโฆษณาของสหราชอาณาจักร ได้ตัดสินห้ามแคมเปญโฆษณาของไนกี ที่ให้นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงทวีตโฆษณาให้ โดยระบุว่าข้อความทวีตนั้น ไม่ชัดเจนว่าเป็นการสื่อสารทางการตลาด

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นักฟุตบอลอังกฤษสองคนซึ่งมีไนกีเป็นสปอนเซอร์คือเวย์น รูนีย์ ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และแจ็ก วิลเชียร์ของอาร์เซนอล ได้ทวีตผ่านบัญชีส่วนตัวของแต่ละคน โดยของรูนีย์มีข้อความว่า "My resolution - to start the year as a champion, and finish it as a champion...#makeitcount gonike.me/makeitcount" ส่วนของวิลเชียร์พิมพ์ว่า "In 2012, I will come back for my club - and be ready for my country gonike.me/Makeitcount"

ประเด็นหลักของเรื่องที่มีการร้องเรียนคือ ทวีตเหล่านั้นไม่มีการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นข้อความโฆษณา แต่ไนกีอ้างว่า ในทวีตที่มีทั้ง URL และ hashtag ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแตกต่างจากทวีตอื่นๆ ของผู้เล่น และผู้เล่นทั้งสองคนก็เป็นที่รู้กันว่ามีไนกีเป็นผู้สนับสนุน แต่ ASA ระบุว่า ส่วนประกอบในทวีตไม่ได้มีลักษณะที่ทำให้ระบุได้อย่างเด่นชัด (obviously identifiable) ว่าเป็นโฆษณา และไม่จำเป็นว่าผู้อ่านทุกคนจะรับรู้แคมเปญ Make It Count หรือความสัมพันธ์ของนักกีฬากับผู้สนับสนุน ASA เสนอว่า ในอนาคต ธุรกิจควรจะใส่ข้อความ #ad หรือข้อความที่แสดงให้ชัดเจนว่าเป็นข้อความโฆษณา

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ ASA มีคำตัดสินเกี่ยวกับการโฆษณาในทวิตเตอร์ โดยตอนนี้ทวีตของรูนีย์ยังไม่ถูกลบออก ส่วนทวิตเตอร์ของวิลเชียร์ถูกปิดไปก่อนหน้านี้ในเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ที่มา - BBC News, ASA

รัฐบาลอิตาลีขายรัฐวิสาหกิจเพื่อลดหนี้สาธารณะ

By: chayaninw on Mon, 2012-06-18 15:24
Tags: 

รัฐบาลอิตาลี นำโดยนายกรัฐมนตรี Mario Monti ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า จะดำเนินมาตรการเพื่อลดหนี้สาธารณะของประเทศลง โดยเบื้องต้นเตรียมขายกิจการที่รัฐบาลเป็นเจ้าของสามแห่ง ที่คาดว่าจะได้เงินรวมหนึ่งหมื่นล้านยูโร

ในเบื้องต้นนั้น รัฐบาลจะขายหุ้นของบริษัทสามแห่งคือ Sace บริษัทที่ประกันธุรกิจของอิตาลีในต่างประเทศ, Simest บริษัทที่ให้บริการธุรกิจของอิตาลี และ Fintecna บริษัทโฮลดิง ไปให้กับ Cassa depositi e prestiti (CDP) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิงที่รัฐบาลควบคุมอยู่ เงินหมื่นล้านยูโรที่ได้จากการขายจะนำไปใช้หนี้ของรัฐบาลที่มีอยู่

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะขายทรัพย์สินของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อลดหนี้สาธารณะด้วยเช่นกัน

ที่มา - Reuters, Reuters Italia, Financial Times

Qantas คาดปีนี้กำไรหด 90%

By: chayaninw on Tue, 2012-06-05 20:46

สายการบิน Qantas ของออสเตรเลียได้ออกมาเตือนว่า กำไรของบริษัทปีนี้อาจลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 90% จากปัญหาตลาดซบเซาและต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

Qantas ประเมินว่า กำไรของปีบริหารที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนนี้ อาจมีกำไรก่อนหักภาษีเพียง 50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลึย หรืออย่างดีก็เพียง 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ลดจากปีก่อนหน้าที่ได้กำไรถึง 552 ล้านดอลลาร์

ต้นทุนอย่างหนึ่งที่พุ่งสูงขึ้นคือเชื้อเพลิง ซึ่ง Qantas ระบุว่าน่าจะเป็นปีที่ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงที่สุดที่เจอมา โดยเพิ่มขึ้นถึง 700 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น 4.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของ Qantas ก็น่าจะทำให้ส่วนธุรกิจระหว่างประเทศขาดทุนเพิ่มขึ้น เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว Qantas ยังประสบกับปัญหาการสไตรค์ ที่ส่งผลให้ฝ่ายบริหารสั่งหยุดบินทั่วโลกด้วย

ผลจากคำเตือนของ Qantas เรื่องผลกำไรนี้ ทำให้หุ้นของ Qantas ในตลาดหุ้นออสเตรเลียตกลงไป 18%

ที่มา - The Telegraph

เผย Facebook ลดประเมินรายได้ก่อน IPO, หุ้นยังคงตกต่อ

By: chayaninw on Wed, 2012-05-23 14:49

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย (underwriter) หุ้น Facebook รายหลัก ได้ปรับลดประมาณการรายได้ของ Facebook ไม่นานก่อนที่หุ้นของ Facebook จะเปิดกระจายต่อสาธารณะ

Scott Devitt นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ได้ปรับลดตัวเลข หลังจาก Facebook ได้ยื่นหนังสือชี้ชวนฉบับแก้ไขต่อคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐในวันที่ 9 พฤษภาคม โดย Facebook ได้เตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลของตลาดที่ผู้ใช้หันไปใช้อุปกรณ์พกพากันมากขึ้น นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของผู้จัดจำหน่ายรายอื่นก็ได้ปรับลดตัวเลขเช่นกัน

ต่อมารอยเตอร์ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ตัว Facebook ได้แจ้งต่อนักวิเคราะห์ของผู้จัดจำหน่ายหุ้นเอง ให้ปรับลดประมาณการรายได้และผลกำไรของปี 2012 นี้ ในช่วงเดียวกับที่ Facebook ได้ยื่นแก้ไขหนังสือชี้ชวนต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ แต่ไม่มีการยืนยันว่า Facebook ได้แจ้งนักวิเคราะห์รายใดของผู้จัดจำหน่ายรายใดจากทั้งหมด 33 รายที่ Facebook ใช้

Morgan Stanley ได้ยืนยันว่า บริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกอย่างเกี่ยวกับ IPO ของ Facebook แบบเดียวกับที่ทำกับบริษัทอื่นๆ แต่ล่าสุด องค์กรกำกับดูแลภาคการเงิน เตรียมเข้ามาสอบสวน Morgan Stanley หลังจากมีข้อสงสัยว่าบริษัทดังกล่าว ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการปรับลดประมาณการรายได้ต่อนักลงทุนบางรายเท่านั้น

หุ้นของ Facebook ได้ตกลงมาอีก 3.03 ดอลลาร์ในวันอังคาร ทำให้สามวันหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ หุ้นของ Facebook ได้ตกลงมาแล้ว 7 ดอลลาร์จากราคาที่ตั้งตอน IPO 38 ดอลลาร์

ที่มา - Reuters (1), Reuters (2), The Press Association

เปิดซื้อขายวันที่สอง หุ้น Facebook ราคาตกมากกว่า 10%

By: chayaninw on Tue, 2012-05-22 02:53

หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการในเช้าวันจันทร์ หุ้นของ Facebook ที่เพิ่งทำ IPO ไปเมื่อวันศุกร์ ก็ราคาตกลงมากกว่า 10% ทำให้ตอนนี้ราคาหุ้นของ Facebook ตกไปอยู่ต่ำกว่าราคาเปิดตัวแล้ว

Facebook กระจายหุ้นต่อสาธารณะโดยตั้งราคาไว้ที่หุ้นละ 38 ดอลลาร์ ซึ่งในช่วงชั่วโมงแรกๆ ที่มีการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ ราคาก็ได้ขยับขึ้นไปสูงสุด 42.05 ดอลลาร์ ก่อนที่ช่วงบ่ายจะตกลงมาปิดที่ 38.23 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาตอนเปิดตัว ทว่าเมื่อเปิดตลาดมาเช้าวันจันทร์ที่นิวยอร์ก ราคาหุ้นก็ได้ลดลงมาในช่วงเช้าอยู่ที่ราวๆ 33 ดอลลาร์ ก่อนที่จะขยับขึ้นมาในตอนบ่าย ปิดที่ 34.03 ดอลลาร์

มีนักวิเคราะห์มองว่า หุ้น Facebook นั้นน่าจะตกลงมาต่ำกว่านี้ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ แต่ Morgan Stanley ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้น (underwriter) รายหลักได้เข้าซื้อหุ้นเพื่อประคองไม่ให้ราคาลงไปต่ำกว่า 38 ดอลลาร์ และก็เริ่มมีคำถามว่า ราคาที่ตั้ง 38 ดอลลาร์นั้น สูงไปหรือไม่ และบริษัทจะสามารถทำรายได้มูลค่าที่ประเมินไว้สูงได้จริงหรือ

ที่มา - BBC News, Financial Times, Bloomberg

รัฐแมรีแลนด์: คู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิหย่า (แต่ยังไม่มีสิทธิแต่ง)

By: chayaninw on Sat, 2012-05-19 05:42

ศาลสูงสุดของรัฐแมรีแลนด์ในสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินว่า คู่สมรสเพศเดียวกันที่ได้แต่งงานมาจากรัฐอื่น มีสิทธิที่จะหย่าได้ตามกฎหมายในรัฐแมรีแลนด์ แม้ว่ากฎหมายของแมรีแลนด์ที่อนุญาตการสมรสเพศเดียวกันจะยังไม่มีผลบังคับใช้ก็ตาม

Jessica Port กับ Virginia Anne Cowan ได้แต่งงานกันในปี 2008 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงที่แคลิฟอร์เนียอนุญาตให้มีการแต่งงานเพศเดียวกันได้ สองปีต่อมาคู่ดังกล่าวได้ยื่นขอหย่าภายในรัฐแมรีแลนด์

ผู้พิพากษาชั้นต้นในแมรีแลนด์ได้ปฏิเสธคำขอหย่า โดยให้เหตุผลว่า การสมรสของเพศเดียวกันนั้นไม่ได้มีการรับรองในกฎหมายของแมรีแลนด์

ศาลสูงสุดได้ตัดสินว่า รัฐแมรีแลนด์จะไม่ยอมรับการสมรสจากภายนอกรัฐก็ต่อเมื่อการสมรสนั้น "เป็นปฏิปักษ์" (repugnant) ต่อนโยบายสาธารณะของรัฐ ซึ่งการสมรสในกรณีนี้ยังไม่ถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อนโยบายของแมรีแลนด์ จึงมีสถานะเป็นคู่สมรสที่สามารถหย่าได้ไม่ต่างจากกรณีอื่นๆ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แมรีแลนด์ได้ผ่านกฎหมายที่อนุญาตให้เพศเดียวกันแต่งงานกันได้ แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2013 ซึ่งอาจจะถูกยกเลิกโดยประชามติในเดือนพฤศจิกายนนี้

ที่มา - CNN, The Washington Post

Pages

Subscribe to RSS - chayaninw's blog