chayaninw's blog

ผลวิจัย: Craigslist กระทบต่อรายได้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายพันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2013-08-22 00:04

ผลกระทบจากความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตที่มีต่อสื่อแบบดั้งเดิมนั้น เป็นประเด็นที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งกับอุตสาหกรรมสื่อหลายชนิด ซึ่งนักวิจัยก็ได้เสนอว่า เว็บไซต์ Craigslist ซึ่งรับลงประกาศโฆษณาในรูปแบบ classified ส่งผลกระทบต่อรายได้ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2000-2007 รวมกันถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Craigslist เป็นเว็บไซต์ที่ศูนย์กลางโฆษณาแบบ classified ที่ให้ลงประกาศโฆษณาต่างๆ (เช่น ประกาศขายสินค้า ให้เช่าบ้าน รับสมัครงาน ฯลฯ) ซึ่งเป็นบริการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วน classified ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วไป ที่เป็นแหล่งรายได้หนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น นอกเหนือจากการขายโฆษณาในหน้าทั่วไป และการรับสมาชิก

Robert Seamans จาก Stern School of Business, New York University และ Feng Zhu จาก Harvard Business School ได้อาศัยประโยชน์จากการค่อยๆ ขยายกิจการไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศในช่วงระยะเวลาแตกต่างกัน มาใช้ในการแยกและเปรียบเทียบผลกระทบที่มีต่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาได้

งานวิจัยนี้ ได้แบ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่มี classified-ad manager และกลุ่มที่ไม่มี โดยกลุ่มแรกถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโฆษณาแบบ classified เป็นรายได้สำคัญ ในขณะที่กลุ่มหลัง ก็จัดเป็นกลุ่มควบคุม (ตามข้อสันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มหนังสือพิมพ์ที่โฆษณาลักษณะนี้มีความสำคัญต่อรายได้น้อยกว่า) ซึ่งข้อสรุปจากข้อมูล ก็พบว่า โดยเปรียบเทียบกันแล้ว หนังสือพิมพ์ที่มี classified-ad manager นั้นมีอัตราค่าลงโฆษณา classified ลดลง มีการเพิ่มค่าสมาชิก ลดจำนวนการพิมพ์ พยายามสร้างความแตกต่างมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะไม่เผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ และยังมีอัตราค่าโฆษณาในหน้าทั่วไป (display ad) ลดลงเป็นผลที่ตามมาด้วย ซึ่งตัวเลขผลกระทบต่อรายได้ทั้งหมดในช่วงปี 2000-2007 รวมแล้วคิดเป็นประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตามมูลค่าปี 2000)

ผลการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับคำอธิบายทางทฤษฎี โดย Craigslist นั้นเป็นทางเลือกใหม่ในการโฆษณาไปยังผู้อ่าน ทำให้อัตราค่าโฆษณาแบบนี้ต้องปรับตัวลง การที่รายได้จากโฆษณาเหล่านี้ลดลง ทำให้แรงจูงใจที่หนังสือพิมพ์จะต้องพยายามอุดหนุนให้กับคนอ่านก็ลดลงไปด้วย จึงมีการขึ้นราคากับผู้อ่าน ซึ่งก็ทำให้ต้องพยายามปรับตัวให้ต่างจากคู่แข่งเพื่อให้สามารถกำหนดราคาสูงขึ้นได้ และการไม่ลงเนื้อหาออนไลน์ก็เพื่อไม่ให้กระทบต่อมูลค่าของหนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ ราคาที่สูงขึ้น ทำให้ยอดจัดจำหน่ายนั้นลดลง และส่งผลให้มูลค่าของการลงโฆษณาในหน้าทั่วไปนั้นลดลงตามไปด้วย

ผลงานวิจัยเรื่องนี้ จะตีพิมพ์ในวารสาร Management Science และสามารถอ่านฉบับ preprint ได้จาก SSRN

ที่มา - Phys.org, SSRN

ชายรัสเซียฟ้องร้องธนาคารหลังจากแก้สัญญาบัตรเครดิตเองให้ธนาคารเซ็น

By: chayaninw on Sun, 2013-08-11 10:11

Dmitry Argarkov ชาวรัสเซีย ได้รับเอกสารสมัครบริการบัตรเครดิตจาก Tinkoff Credit Systems แต่แทนที่ Argarkov จะทิ้งไปเฉยๆ ก็ตัดสินใจสแกนเอกสารเข้าไปแก้ไขในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งกลับไปให้ธนาคาร ซึ่งธนาคารก็ได้เซ็นสัญญาฉบับนี้ และส่งบัตรเครดิตมาให้ Argarkov ใช้

สัญญาที่ Argarkov แก้ไข กำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีกำหนดวงเงิน และธนาคารจะต้องจ่ายเงินให้ Argarkov 3 ล้านรูเบิล (ประมาณ 3 ล้านบาท) ทุกครั้งที่ธนาคารละเมิดสัญญา และจ่าย 6 ล้านรูเบิลหากธนาคารบอกเลิกสัญญา

ต่อมา เมื่อธนาคารพยายามจะปิดบัญชีเนื่องจากหนี้เกินกำหนดชำระ ธนาคารก็ได้ฟ้องร้องเรียกเงินค่าปรับและค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในสัญญาฉบับของ Argarkov และศาลก็ได้ตัดสินใจสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เซ็นไว้กับ Argarkov และ Argarkov มีหน้าที่ต้องจ่ายในส่วนเงินต้น 19,000 รูเบิลเท่านั้น

Argarkov ยังได้ฟ้องกลับธนาคาร เรียกร้องเงินจำนวน 24 ล้านรูเบิล (ประมาณ 24 ล้านบาท) จากการละเมิดสัญญาด้วย ในขณะที่ฝ่ายธนาคารก็เตรียมที่จะดำเนินคดีในข้อหาฉ้อฉลกับ Argarkov

ที่มา - The Telegraph

หน่วยงาน UK เสนอให้บริษัทใหญ่เปิดประมูลเลือกผู้สอบบัญชีทุกห้าปี

By: chayaninw on Mon, 2013-07-22 22:00

คณะกรรมาธิการการแข่งขันทางการค้า (Competition Commission) ของสหราชอาณาจักร ได้เสนอแผนการที่จะให้บริษัทจดทะเบียนในดัชนี FTSE 350 จะต้องเปิดให้มีการยื่นประมูลคัดเลือกผู้สอบบัญชี (statutory auditor) ของบริษัททุกๆ 5 ปี

ปัจจุบัน ตลาดของการสอบบัญชีนั้น ครอบครองโดยสี่บริษัทใหญ่ (Big Four) ได้แก่ Deloitte, Ernst & Young, KPMG, และ PwC โดยสี่บริษัทนี้ เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทมากกว่า 90% ในดัชนี FTSE 350 (บริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 350 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน) ซึ่งทำให้หน่วยงานภาครัฐทั้งในสหรัฐและยุโรปพยายามจะกำกับตลาดของผู้สอบบัญชีมากขึ้น โดยเฉพาะจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทสอบบัญชีทำหน้าที่ในการเตือนก่อนการเกิดวิกฤติการเงินได้ไม่ดีพอ

ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ไม่มีการบังคับว่าจะต้องเปลี่ยนบริษัทสอบบัญชี ดังที่ได้มีการเสนอกันก่อนหน้านี้ แต่ก็มีการเสนอห้ามธนาคารบังคับให้ลูกหนี้ใช้ผู้สอบบัญชีจาก Big Four เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการกู้เงินด้วย

Laura Carstensen ประธานคณะทำงานด้านตลาดผู้สอบบัญชี ได้กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ น่าจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นมีความมั่นใจได้มากขึ้น โดยตลาดที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการได้รับงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม Robert Peston บรรณาธิการด้านธุรกิจของ BBC ก็มองว่า มาตรการที่บังคับให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 5 ปีนี้ อาจยิ่งทำให้บริษัท Big Four นั้นมีอิทธิพลในตลาดมากกว่าเดิม เพราะต้นทุนของการเข้าร่วมประมูลอาจจะสูงเกินกว่าที่บริษัทระดับรองจะเข้าไปแข่งขันได้ นอกจากนี้ บริษัท Big Four ยังอาจเข้าไปแย่งงานในบริษัทที่ปัจจุบันมีผู้สอบบัญชีเป็นบริษัทระดับรองด้วย

Peston ยังมองด้วยว่า บริษัทขนาดใหญ่มากๆ นั้นมีความซับซ้อนที่อาจต้องใช้เวลาในการเข้าใจธุรกิจ ทำให้เมื่อมีการคัดเลือกใหม่ใน 5 ปี ก็มีแนวโน้มที่บริษัทจะยังคงเลือกผู้สอบบัญชีรายเดิม ซึ่งปัจจุบัน Financial Reporting Council ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระกำกับดูแลในด้านนี้โดยตรง ก็กำหนดแนวทางให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 10 ปีอยู่แล้ว

ด้านบริษัท BDO ซึ่งเป็นบริษัทสอบบัญชีนอก Big Four แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โดยกล่าวว่า พร้อมที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกที่จะเกิดขึ้นตามมาตรการนี้

ที่มา - BBC News, Competition Commission

สายการบิน GoAir ของอินเดีย จะจ้างลูกเรือหญิงล้วนเพื่อประหยัดน้ำมัน

By: chayaninw on Fri, 2013-07-05 12:46

สายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย GoAir ประกาศนโยบายว่า การจ้างลูกเรือ (cabin crew) ใหม่หลังจากนี้ จะจ้างเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น เนื่องจากผู้หญิงมีน้ำหนักโดยเฉล่ียต่ำกว่าผู้ชาย 20 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง

GoAir คำนวณว่า นโยบายนี้ อาจช่วยประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงได้สูงสุดปีละ 30 ล้านรูปี (ประมาณ 15 ล้านบาท)

ปัจจุบัน GoAir มีลูกเรือชาย 130 คน ซึ่งคิดเป็น 40% ของลูกเรือ โดยลูกเรือชายปัจจุบันจะไม่ถูกเลิกจ้าง แต่จะไม่มีการจ้างเพิ่ม สำหรับการขยายธุรกิจไปในอนาคต

Giorgio De Roni ผู้บริหารของ GoAir ระบุว่า นโยบายนี้ มีเหตุมาจากค่าเงินรูปีที่อ่อนลง ทำให้ต้นทุนเหล่านี้สูงขึ้น และต้องพยายามทุกทางที่จะลดต้นทุน

ที่มา - The Guardian

Rovio แต่งตั้งซีอีโอ Marimekko เป็นกรรมการคนใหม่ ส่งสัญญาณเตรียมเข้าตลาดหุ้น?

By: chayaninw on Wed, 2013-06-05 19:49

บริษัท Rovio Entertainment เจ้าของแบรนด์เกม Angry Birds ได้แต่งตั้ง Mika Ihamuotila ซีอีโอของ Marimekko เข้าเป็นกรรมการคนที่สี่ในบอร์ดของบริษัท ทำให้สื่อกลับมาคาดการณ์อีกครั้งว่า Rovio น่าจะเตรียมกระจายหุ้นแก่สาธารณะ (ไอพีโอ)

ก่อนหน้านี้ Rovio นั้นมีกรรมการอยู่เพียงสามคน คือ Kaj Hed (ผู้ถือหุ้นใหญ่และพ่อของซีอีโอ Mikael Hed) Camilla Hed (The Next Web คาดเดาว่าเป็นแม่) และ Niklas Zennström (ผู้ลงทุนของ Rovio และผู้ร่วมก่อตั้ง Skype)

Mika Ihamuotila จบการศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ เป็นประธานบริษัท ผู้ถือหุ้นหลัก และซีอีโอของบริษัท Marimekko ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าแฟชันรายใหญ่จากฟินแลนด์ และปัจจุบันก็เป็นกรรมการใน Sanoma ซึ่งเป็นบริษัทสื่อขนาดใหญ่ด้วย โดยทั้ง Marimekko และ Sanoma เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งคู่ นอกจากนี้ Ihamuotila เคยมีตำแหน่งบริหารในสถาบันการเงินด้วย

Kaj Hed ประธานบริษัท Rovio กล่าวว่า "Mika มีความเชี่ยวชาญในด้านแบรนด์ ช่องทาง และธุรกิจอย่างมาก และเรายินดีอย่างยิ่งที่เขาจะเข้าร่วมในคณะกรรมการของ Rovio ปีนี้เราจะมุ่งเน้นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่จะมั่นใจได้ว่าจะมีมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว"

ปี 2012 ที่ผ่านมา Rovio มียอดขาย 152.2 ล้านยูโร และได้กำไรสุทธิ 55.5 ล้านยูโร โดยข่าวลือเกี่ยวกับการเข้าตลาดหุ้นของ Rovio นั้นเริ่มมีมาได้กว่าสองปีแล้ว และ The Next Web ก็มองว่า Rovio มีโอกาสที่จะเข้าตลาดหุ้นในปี 2014 นี้

ที่มา - The Next Web

โค้กกลับมาเปิดโรงงานในพม่าครั้งแรกในรอบ 60 ปี

By: chayaninw on Wed, 2013-06-05 12:43

บริษัทเครื่องดื่มโคคา-โคล่า กลับมาเปิดโรงงานในประเทศพม่า หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้ระงับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าในช่วงที่ผ่านมา นับเป็นการตั้งโรงงานในพม่าครั้งแรกหลังจากที่ไม่มีการผลิตโคคา-โคลาในพม่านานกว่า 60 ปี

โคคา-โคล่า จะลงทุนมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประกาศว่าจะมีการสร้างงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกว่า 20,000 ตำแหน่ง

การกลับไปดำเนินกิจการในพม่า ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงสองประเทศที่ยังไม่มีโคคา-โคล่า คือคิวบา และเกาหลีเหนือ

ที่มา - BBC News

เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้ QR Code ช่วยให้ข้อมูลหน่วยกู้ภัยกรณีอุบัติเหตุ

By: chayaninw on Tue, 2013-06-04 13:51

บริษัทเดมเลอร์ ผู้ผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศว่าจะติด QR Code ไปกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ผลิตใหม่ทุกคัน เพื่อให้หน่วยกู้ภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลรถยนต์ได้อย่างรวดเร็วในกรณีอุบัติเหตุทางรถยนต์

วิธีการของเมอร์เซเดส-เบนซ์นี้ พัฒนาต่อมาจากแนวทางของ ADAC ของเยอรมนี ซึ่งได้จัดทำแผ่นข้อมูลรถยนต์แต่ละรุ่นเพื่อให้หน่วยกู้ภัยสามารถใช้ในการช่วยเหลือ เช่นการตัดรถยนต์เพื่อช่วยผู้โดยสารที่ติดอยู่ภายในรถ แผ่นข้อมูลนี้จะระบุข้อมูลสำคัญเช่นตำแหน่งถุงลมนิรภัย แบตเตอรี่ ถังน้ำมัน สายไฟ ถังความดันสูง รวมไปถึงแบตเตอรีสำรองของรถยนต์ไฮบริด เป็นต้น โดยได้แนะนำให้ผู้ขับขี่เก็บเอกสารนี้ไว้ในรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันหากหน่วยกู้ภัยไม่สามารถเข้าถึงเอกสารนี้ในรถได้ ก็จะต้องระบุรุ่นของรถยนต์ด้วยตนเอง ซึ่งบางครั้งก็ทำได้ยากในกรณีที่รถยนต์เสียหายรุนแรง บางครั้งก็ต้องใช้วิธีโทรถามจากข้อมูลทะเบียนรถยนต์

วิธีการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือจะติด QR Code ซึ่งจะลิงค์ไปยังหน้าข้อมูลของรถยนต์รุ่นนั้นๆ ไว้บนฝาถังน้ำมัน และ B-pillar อีกข้างหนึ่ง (B-pillar คือเสากึ่งกลางรถยนต์ ระหว่างประตูหน้าและหลัง) โดยให้เหตุผลว่าโอกาสที่ทั้งสองส่วนจะเสียหายอย่างรุนแรงพร้อมๆ กันนั้นมีน้อย การติด Code ได้กล่าวไว้ทำให้หน่วยกู้ภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลจากนอกตัวรถได้อย่างรวดเร็ว

เมอร์เซเดส-เบนซ์ประกาศว่า วิธีการนี้ไม่จดสิทธิบัตร และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ สามารถนำระบบนี้ไปใช้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้ให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาระบบ eCall ซึ่งจะให้รถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์ที่จะโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉินโดยอัตโนมัติในกรณีเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับส่งข้อมูลที่ีตั้งและรุ่นของรถยนต์ให้กับศูนย์ฉุกเฉิน แม้ว่าผู้ขับขี่จะหมดสติก็ตาม ระบบนี้มีแผนที่จะเริ่มทดลองใช้จริงในปี 2015

ที่มา - BBC News, Daimler

ผลวิจัยพบ เวลาออมแสง (DST) ช่วยลดการก่ออาชญากรรม

By: chayaninw on Mon, 2013-05-27 22:47

หลายประเทศในเขตอบอุ่น มีการใช้ระบบเวลาออมแสง (daylight saving time) ซึ่งจะปรับเวลาเวลาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน แล้วปรับกลับมาในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งการปรับเวลาให้เร็วขึ้นในช่วงฤดูร้อนให้เร็วขึ้น ก็เพื่อให้มีเวลาที่ยังสว่างในช่วงเย็นมากขึ้น ถึงแม้ว่าเหตุผลหลักของการใช้เวลาออมแสงซึ่งเป็นเรื่องประหยัดพลังงาน ยังคงมีข้อถกเถียงกันอยู่มาก แต่งานวิจัยเชิงประจักษ์ฉบับหนึ่ง ได้สรุปผลออกมาว่า การมีแสงสว่างมากขึ้นในช่วงเย็นนั้น ช่วยลดการเกิดอาชญากรรมได้มากทีเดียว

นักเศรษฐศาสตร์ Nicholas Sanders จาก College of William and Mary ร่วมกับ Jennifer Doleac จาก University of Virginia ได้นำข้อมูลอาชญากรรมจาก National Incidence-Based Reporting System (NIBRS) ของสหรัฐอเมริกา มาวิจัยหาผลของการเปลี่ยนแปลงเวลาออมแสง กับการเกิดอาชญากรรมในช่วงสามสัปดาห์ก่อนและหลังวันที่เปลี่ยนเวลา แล้วก็พบว่า จำนวนการปล้นในชั่วโมงที่ได้รับผลจากเวลาออมแสงมากที่สุด (ช่วงเย็นที่จากมืด กลายเป็นยังคงสว่างอยู่หลังปรับเวลา) ลดลงอย่างชัดเจน

Sanders ใช้ข้อมูลการรายงานอาชญากรรมจากปี 2005-2008 ซึ่งได้ข้ามผ่านปี 2007 ซึ่งสภาของสหรัฐได้เลื่อนวันเปลี่ยนเวลาให้เร็วขึ้นอีกสามสัปดาห์ด้วย ทำให้สามารถควบคุมตัวแปรเรื่องช่วงเวลาของปี (เช่น อุณหภูมิที่อุ่นขึ้น) ได้มากขึ้นด้วย ซึ่งผลจากแบบจำลองทางเศรษฐมิติ ก็ยังคงชี้ไปในแนวทางที่ว่า การเกิดอาชญากรรมนั้นลดลงจากการเปลี่ยนเวลา

ผลจากการวิจัยนี้ นอกจากนี้จะช่วยในการตัดสินใจด้านนโยบายการใช้เวลาออมแสงแล้ว สมมติฐานที่ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาชญากรรมคือความสว่างภายนอก ยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการติดไฟให้ความสว่างภายนอกของรัฐด้วย

งานวิจัย Under the Cover of Darkness: Using Daylight Saving Time to Measure How Ambient Light Influences Criminal Behavior สามารถเข้าอ่านฉบับเต็มได้ครับ

ที่มา - Phys.org

ศาลฎีกาไอซ์แลนด์ยืนยัน ผู้ให้บริการต้องยอมให้บริจาคเงินให้ Wikileaks

By: chayaninw on Thu, 2013-04-25 12:57

เมื่อวันพุธ (24) ที่ผ่านมา ศาลฎีกาของไอซ์แลนด์ได้พิพากษายืนว่า Valitor ผู้ให้บริการ payment gateway (ชื่อเดิมคือ VISA Iceland) จะต้องกลับมาเปิดบริการสำหรับใช้บริจาคเงินให้กับเว็บไซต์ Wikileaks ภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องจ่ายค่าเสียหายวันละ 800,000 โครนาไอซ์แลนด์ (ประมาณ 1.97 แสนบาท)

เมื่อปลายปี 2010 Valitor ได้ระงับการทำธุรกรรมจ่ายเงินให้กับ DataCell ซึ่งทำหน้าที่รับบริจาคให้กับ Wikileaks หลังจากที่ Wikileaks เผยแพร่เอกสารลับของสหรัฐออกมา ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ศาลชั้นต้นของไอซ์แลนด์ก็ได้ตัดสินว่า Valitor จะต้องกลับมาให้บริการบริจาคเงินให้ Wikileaks

Julian Assange ผู้ก่อตั้ง Wikileaks เขียนในแถลงการณ์ออนไลน์ว่า คำตัดสินนี้เป็นชัยชนะเหนือการเซ็นเซอร์ทางเศรษฐกิจ ที่ใช้ควบคุมนักข่าวและผู้จัดพิมพ์ (publisher) ต่างๆ

ที่มา - Ars Technica

สภายุโรปผ่านกฎคุมธนาคาร จำกัดโบนัส เพิ่มสินทรัพย์สำรอง

By: chayaninw on Wed, 2013-04-17 13:09

สภายุโรปอนุมัติกฎควบคุมภาคธนาคารในสหภาพยุโรป โดยจำกัดการจ่ายโบนัสของธนาคาร และเพิ่มข้อกำหนดเงินทุนและสินทรัพย์สำรอง ให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น

ข้อกำหนดที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2014 จำกัดการจ่ายโบนัสไว้ที่ 100% ของค่าจ้างต่อปี หรือสามารถเพิ่มได้สูงสุดเป็น 200% หากผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เห็นชอบ นอกจากนี้ อย่างน้อย 25% ของโบนัสที่เกิน 100% จะต้องมีการพักไว้อย่างน้อยห้าปี เพื่อให้บุคลากรของธนาคารให้ความสำคัญกับการดำเนินการระยะยาวมากขึ้น

นอกจากการจำกัดโบนัสแล้ว ยังมีข้อบังคับที่เพิ่มปริมาณทุนสำรองส่วนที่เป็นสินทรัพย์คุณภาพดี และส่งเสริมให้ธนาคารปล่อยกู้ให้กับภาคเศรษฐกิจจริง (real sector) มากขึ้นด้วย

Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่ากฎใหม่นี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับเหตุเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจ (shock) ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งเงินภาษีอีก และทำลายวัฒนธรรมการจ่ายโบนัสสูงๆ ซึ่งสนับสนุนให้มีการเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนระยะสั้น

ที่มา - European Parliament, BBC News

สภายุโรปปัดแผนดันราคาสิทธิ์ปล่อยคาร์บอน

By: chayaninw on Wed, 2013-04-17 10:44

สมาชิกสภายุโรปได้ลงคะแนนคัดค้านแผนการผลักดันราคาคาร์บอนในระบบซื้อขายสิทธิ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการลดจำนวนสิทธิ์ โดยชนะฝ่ายสนับสนุนเล็กน้อยด้วยคะแนนเสียง 334-315 โดยมีสมาชิกงดออกเสียงมากกว่า 60 คน

นโยบายลดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้รับการเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบปัจจุบัน ที่ราคาของสิทธิ์การปล่อยก๊าซได้ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 5 ยูโรต่อตัน จากที่เคยซื้อขายกันในราคามากกว่า 30 ยูโรต่อตัน ซึ่งเกิดจากการที่มีการให้สิทธิ์มากเกินไป

ฝ่ายที่คัดค้านนโยบายนี้ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม มองว่านโยบายที่จะทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมของยุโรปที่อยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่สามารถแข่งขันกับสหรัฐซึ่งมีต้นทุนพลังงานต่ำกว่าได้ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนนโยบายนี้เห็นว่าการปฏิเสธแผนการดังกล่าวทำให้ระบบซื้อขายสิทธิ์ปล่อยก๊าซนี้หมดประโยชน์ลงไป

ที่มา - BBC News, The New York Times

ฝาแฝด Winklevoss ถือครอง BitCoin มูลค่ากว่า 11 ล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Sat, 2013-04-13 18:54
Tags: 

เว็บไซต์ The New York Times ได้รายงานว่า ฝาแฝด Cameron และ Tyler Winklevoss (ที่คนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักจากเรื่องราวฟ้องร้องกรณี Facebook ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ The Social Network) มีการลงทุนในสกุลเงิน BitCoin คิดเป็นมูลค่าราว 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราแลกเปลี่ยน 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งหมายถึงว่าคู่แฝดน่าจะถือครองอยู่ประมาณ 92 000 BTC

ปัจจุบัน จำนวน BitCoin ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 11 ล้าน BTC ทำให้การถือครองของ "Winklevii" อยู่ที่ประมาณ 0.8% ของปริมาณทั้งหมด จากรายงานของ NYT คู่แฝดได้เริ่มซื้อ BitCoin ตั้งแต่เมื่อกลางปีที่แล้ว ที่อัตราแลกเปลี่ยน BitCoin ยังต่ำกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐ

ฝาแฝด Winklevoss ได้แสดงความเชื่อมั่นในสกุลเงิน BitCoin โดย Tyler ได้กล่าวว่า "เราเลือกที่จะลงเงินและความเชื่อมั่นในกรอบทางคณิตศาสตร์ที่เป็นอิสระจากการเมืองและความผิดพลาดของมนุษย์"

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่าผู้ถือครอง BitCoin รายใหญ่คนอื่นๆ นั้นมีใครบ้าง แต่ฝาแฝด Winklevoss ก็เชื่อว่า ผู้ที่เข้าถือ BitCoin ตั้งแต่แรกๆ น่าจะมีคนที่ครอบครอง BitCoin อย่างน้อยเทียบเท่ากับพวกเขาอยู่

ช่วงที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยน BitCoin มีความผันผวนสูงมาก โดยเมื่อวันพุธ มูลค่า BitCoin ขึ้นไปสูงสุดที่ประมาณ 260 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะตกลงมาอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ประมาณ 120 ดอลลาร์จนทำให้ Mt.Gox ผู้ให้บริการแลก BitCoin รายใหญ่ต้องสั่งระงับการซื้อขายชั่วคราว ซึ่งหลังจากนั้น มูลค่าก็ยังลดลงไปถึงระดับต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 110-120 ดอลลาร์ในวันนี้ (13)

ที่มา - Dealbook - The New York Times

ผลวิจัยยุโรป ไม่พบหลักฐานว่าการดาวน์โหลดเพลงผิดกฎหมาย ทำให้ยอดขายออนไลน์ลดลง

By: chayaninw on Tue, 2013-03-26 16:55

งานวิจัยจาก Institute for Prospective Technological Studies (หน่วยงานของ Joint Research Centre ของคณะกรรมาธิการยุโรป) ได้นำเสนอผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคงานเพลงบนอินเทอร์เน็ตใน 5 ประเทศในยุโรป ซึ่งได้ผลออกมาว่า การดาวน์โหลดงานเพลงแบบผิดกฎหมายนั้นไม่มีผลทดแทนการซื้อเพลงออนไลน์แบบถูกกฎหมายแต่อย่างใด

ผลงานวิจัยของ Luis Aguiar และ Bertin Martens ซึ่งใช้ชื่อว่า Digital Music Consumption on the Internet: Evidence from Clickstream Data ได้นำข้อมูลจาก Nielsen NetView ซึ่งเก็บข้อมูลตัวอย่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลที่ผู้วิจัยใช้นั้น ประกอบด้วยข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตจากประชากรห้าประเทศขนาดใหญ่ ได้แก่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และสหราชอาณาจักร แต่ละประเทศประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 คน ข้อมูลของแต่ละคนประกอบด้วยข้อมูลด้านเศรษฐกิจสังคม เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ครัวเรือน ฯลฯ และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการคลิกเข้าเว็บไซต์ทั้งหมดในช่วง 1 มกราคม 2011 ถึง 31 ธันวาคม 2011 มีข้อมูลเป็น URL ที่เข้า เวลาที่เข้า ระยะเวลาที่เข้า และหมวดหมู่เนื้อหาของหน้าเว็บดังกล่าว ซึ่งเว็บไซต์ท้ังหมดจัดได้เป็น 15 หมวดหมู่หลัก และ 83 หมวดหมู่ย่อย

สหภาพยุโรปตกลงเลื่อนบังคับสายการบินจ่ายค่าปล่อยก๊าซ

By: chayaninw on Sat, 2013-03-16 12:28

สหภาพยุโรปได้ตกลงเนื้อหากฎหมายใหม่ ที่จะพักการบังคับใช้กฎของอียู ทำให้สายการบินที่บินข้ามทวีปนั้นยังไม่ต้องเข้าร่วมโครงการ Emissions Trading ไปอีกหนึ่งปี

กฎใหม่ที่ได้รับการหารือระหว่างคณะกรรมาธิการยุโรป สภายุโรป และไอร์แลนด์ในฐานะประธานอียู จะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งเป็นเส้นตายเดิมที่กำหนดให้สายการบินต่างๆ จะต้องได้ใบอนุญาตให้เรียบร้อย

ด้าน Peter Liese นักการเมืองเยอรมนีที่เป็นผู้ผลักดันกฎหมายจำกัดการปล่อยก๊าซของสายการบินแต่เดิมนั้น ก็บอกว่า หากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ไม่สามารถตกลงระบบร่วมกันได้ในปีนี้ สหภาพยุโรปก็จะยังคงนำกฎหมายนี้มาบังคับใช้ต่อไป

กฎของอียูที่เริ่มใช้เมื่อปีที่แล้ว บังคับให้สายการบินทั้งหมดที่บินเข้าหรือออกจากสนามบินในสหภาพยุโรป จะต้องเข้าร่วมโครงการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนโควต้า ซึ่งที่ผ่านมา หลายประเทศนอกสหภาพได้คัดค้านการออกกฎของอียู โดยทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย ต่างก็ได้ออกกฎห้ามสายการบินของประเทศตนเข้าร่วมระบบของอียูนี้

ที่มา - Reuters, Wall Street Journal

International Herald Tribune เปลี่ยนชื่อเป็น International New York Times

By: chayaninw on Tue, 2013-02-26 12:57

The New York Times Company ประกาศเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์ในเครือ International Herald Tribune เป็น The International New York Times เพื่อมุ่งเน้นสร้างแบรนด์หลักของบริษัทในตลาดนานาชาติ โดยจะมีผลในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณไตรมาสที่ 3-4) นี้

หนังสือพิมพ์ที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่นี้ จะยังคงมีสำนักงานใหญ่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศสตามเดิม แต่ยังไม่เปิดเผยว่า จะมีผลเปลี่ยนแปลงต่อพนักงานอย่างไร นอกจากนี้ สำนักงานที่ฮ่องกงซึ่งจัดทำหนังสือพิมพ์ฉบับเอเชียก็จะยังคงดำเนินการต่อไปเช่นกัน

โฆษกของ New York Times กล่าวว่า บริษัทพยายามจะโฟกัสที่แบรนด์หลักและการขยายสู่ตลาดโลก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทก็เพิ่งประกาศว่ากำลังพิจารณาขายธุรกิจหนังสือพิมพ์ Boston Globe ออกไป และเมื่อปีก่อนหน้า บริษัทก็ได้ขายหุ้นบริษัท Indeed.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์เสิรช์หางาน และกลุ่ม About Group ไปแล้ว

นอกจากเปลี่ยนชื่อแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวเว็บไซต์เวอร์ชันใหม่สำหรับตลาดต่างประเทศด้วย โดยในปัจจุบัน Herald Tribune ใช้เว็บไซต์ร่วมกับ Times อยู่แล้ว

หนังสือพิมพ์ International Herald Tribune ก่อตั้งเมื่อ 125 ปีก่อนในฐานะหนังสือพิมพ์ลูกของ New York Herald โดยใช้ชื่อว่า Paris Herald และหลังจากนั้นก็ผ่านการเปลี่ยนมือเจ้าของและเปลี่ยนชื่อ ก่อนจะมาใช้ชื่อ The International Herald Tribune ในปี 1967 หลังจากที่กลุ่ม New York Times และ Washington Post เข้ามาลงทุนในกิจการ ก่อนที่ Times จะซื้อกิจการอย่างสมบูรณ์ในปี 2003

ที่มา - The New York Times

Pages

Subscribe to RSS - chayaninw's blog