Blltz's blog

Zootopia มาแรงกวาดเงินทำสถิติแซงหน้า Frozen ในช่วงสุดสัปดาห์แรก

By: Blltz on Mon, 2016-03-07 20:08

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงแอนิเมชันคงไม่มีใครมองข้าม Frozen ผลงานจากดิสนีย์ที่กวาดทั้งรายได้ และรางวัลไปเป็นกองจนถูกขยายผลไปถึงสวนสนุกเมื่อปีก่อน แต่จากความร้อนแรงของน้องใหม่อย่าง Zootopia ที่กำลังโลดแล่นในจอเงินตอนนี้ เริ่มจะกลบรุ่นพี่บ้างแล้ว

จากรายงานของ Variety ระบุว่า Zootopia ทำเงินในช่วงสุดสัปดาห์แรกไปได้มากถึง 73.7 ล้านเหรียญ แซงหน้า Frozen ซึ่งทำเงินได้ 67.4 ล้านเหรียญในช่วงเวลาเดียวกัน และยังเป็นแอนิเมชันทำเงินในช่วงสุดสัปดาห์แรกสูงที่สุดของวอลต์ ดิสนีย์ สตูดิโออีกด้วย (ไม่รวมพิกซาร์)

นอกจากความแรงในช่วงสุดสัปดาห์แล้ว Zootopia ยังได้รับความนิยมไปทั่วโลก และกวาดรายได้รวมมากถึง 232.5 ล้านเหรียญ และเป็นสถิติใหม่ของหมวดแอนิเมชันในหลายประเทศไปพร้อมๆ กัน

ที่มา - Mashable

ทางการออสเตรเลียประกาศแผนฆ่าแมว 2 ล้านตัว แก้ปัญหาสัตว์ท้องถิ่นสูญพันธุ์

By: Blltz on Wed, 2016-01-13 14:58

การประกาศครั้งใหญ่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งออสเตรเลีย อาจทำเอาทาสแมวทั้งหลายเสียน้ำตา หลังจากนาย Greg Hunt รัฐมนตรีกระทรวงดังกล่าวยืนยันว่าออสเตรเลียมีแผนจะกวาดล้างแมวเป็นจำนวนกว่า 2 ล้านตัวภายในปี 2020

ก่อนจะตกใจกันว่าทำไมออสเตรเลียถึงจะได้ตัดสินใจกวาดล้างแมวจำนวนมหาศาลแบบนี้ ต้องย้อนความไปก่อนว่าแมวที่พูดถึงนี้คือแมวเลี้ยงที่หวนกลับไปใช้ชีวิตในป่า (feral cats) ซึ่งโดยพื้นเพแล้วไม่ได้เป็นสัตว์เจ้าถิ่นในออสเตรเลีย แต่เป็นแมวสายพันธุ์เอเชียที่เดินทางมาพร้อมกับเรือโดยสารยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17 ก่อนจะเป็นเหตุให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในออสเตรเลียสูญพันธุ์ไปกว่า 29 ชนิด และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกกว่า 1,800 ชนิด ในขณะเดียวกันแมวกลุ่มนี้ได้ฆ่าสัตว์ป่าเจ้าถิ่นไปมากถึง 75 ล้านตัวต่อปี เฉลี่ยแล้วแมวหนึ่งตัวจะสังหารสัตว์ป่าอื่นราว 4 ตัวต่อวัน เป็นเหตุให้ทางการออสเตรเลียออกมาใช้มาตรการเข้มข้นในการจัดการปัญหาในครั้งนี้

หลังประกาศแผนนี้ออกมา รัฐบาลออสเตรเลียถูกโจมตีอย่างหนักทั้งจากบรรดานักแสดง และองค์กรพิทักษ์สัตว์อย่าง PETA ที่ออกมาประณามว่าการฆ่าแมวจำนวนมากจะเป็นเพียงแค่การเพิ่มศพของสัตว์โดยที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ทางการออสเตรเลียก็ยังคงเดินหน้าแผนต่อไป รวมถึงการประกาศให้หลายเกาะในออสเตรเลียกลายเป็นเขตปลอดแมวอีกด้วย

ที่มา - Deutsche Welle

สายการบินบูม! จีนเปิดตัว Comac C919 เครื่องบินผลิตเองขนาดใหญ่รุ่นแรก ชน Boeing 737 และ Airbus A320

By: Blltz on Tue, 2015-11-24 17:30

ด้วยความที่ธุรกิจการบินภายในประเทศจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทางเลือกในการผลิตเครื่องบินของตัวเองแทนการสั่งจากประเทศตะวันตกกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่รัฐบาลจีนตัดสินใจลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดตัวเครื่องบินขนาดใหญ่รุ่นแรก Comac C919 อย่างเป็นทางการแล้ว

Comac C919 เป็นเครื่องบินประเภท Single Aisle (มีทางเดินตรงกลางทางเดียว) เครื่องยนต์คู่ ออกแบบโดย Commercial Aircraft Corp. (Comac) ออกมาเพื่อชนกับเครื่องบินรุ่นยอดนิยมอย่าง Boeing 737 และ Airbus A320 โดยเฉพาะด้วยจำนวนผู้โดยสารสูงสุด 158-174 ที่นั่ง เริ่มทดลองบินครั้งแรกมาเมื่อปี 2014 หลังจากเผยแผนพัฒนาครั้งแรกเมื่อปี 2006

ตอนนี้ทาง Comac ระบุว่ามียอดสั่งผลิตเครื่องบินรุ่นนี้มากถึง 517 รายการจากลูกค้า 21 รายแล้ว โดยมีแผนจะส่งมอบในปี 2018-2019 ขึ้นอยู่กับการทดลองบินครั้งต่อไปที่มีกำหนดในปี 2016 นี้

ที่มา - Wall Street Journal

โตโยต้าประกาศเรียกคืนรถกว่า 6.5 ล้านคัน หลังพบชิ้นส่วนมีปัญหาเสี่ยงเพลิงไหม้

By: Blltz on Mon, 2015-11-02 15:35

ดูเหมือนจะเป็นปีแย่ๆ ของวงการรถยนต์กันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรป, อเมริกาเหนือ หรือแม้แต่ฝั่งญี่ปุ่น หลังจากโตโยต้าผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลก ประกาศเรียกคืนรถยนต์เป็นจำนวน 6.5 ล้านคัน หลังจากตรวจพบว่าระบบจ่ายไฟไปยังสวิทช์ปรับกระจกมีความเสี่ยงทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

รายละเอียดด้านเทคนิคเกี่ยวกับกรณีที่โตโยต้าตรวจพบคือส่วนสวิทช์กระจกด้านคนขับไม่มีจาระบีเพียงพอตามที่คำนวณไว้ ซึ่งอาจทำให้ตัวสวิทช์เกิดความร้อนเกิน และละลาย ซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ในตัวรถได้ เมื่อประเมินจากความเสียหายในครั้งก่อนๆ แล้ว ทางโตโยต้าจึงจัดการเรียกคืนรถยนต์ก่อนกาลให้ผู้ซื้อมาเข้ารับการตรวจสอบ และเปลี่ยนอะไหล่ โดยสามารถทำเสร็จได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ป้องกันความเสียหายจำนวนมหาศาลให้กับบริษัทได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น Tokai Rika ซัพพลายเออร์ในส่วนของสวิทช์นี้จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยลงบัญชีไว้ราว 14,500 ล้านเยนด้วยกัน

การเรียกคืนรถครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ของโตโยต้าแล้ว นับตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 2009 เบ็ดเสร็จแล้วมีกาเรียกคืนรถยนต์มากกว่า 14 ล้านคันด้วยกัน ส่วนรถที่เข้าข่ายการเรียกคืนครั้งนี้คือโมเดลที่ผลิตในระหว่างปี 2005-2006 และ 2008-2010 ทั้งซีรีส์ Corolla และ Camry

ที่มา - The Wall Street Journal ภาพรถรุ่น Corolla (E120) รุ่นที่เข้าข่ายเรียกคืนจาก Wikipedia

OECD ยกออสเตรเลียเป็นประเทศชีวิตดีอันดับ 1 ประจำปี 2015

By: Blltz on Wed, 2015-10-21 17:06

Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) องค์กรสนับสนุนให้สร้างนโยบายผลักดันคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจออกมาเผยรายงานวัดผลความอยู่ดีกินดีประจำปี 2015 ในชื่อ "How's Life ?" โดยมีตัวแปรตั้งแต่ GDP ความสมดุลด้านการงาน ปัญหาความยากจนในเด็ก และความปลอดภัยส่วนบุคคล และอื่นๆ ครอบคลุม 36 ประเทศรวยที่สุดในโลก

ถ้าดูจาก GDP โดดๆ ประเทศอย่างสหรัฐฯ คงมาวินในอันดับต้นๆ แต่ด้วยความที่มีตัวแปรจำนวนมาก ภาพรวมแล้วประเทศที่ชีวิตดีที่สุดจึงตกเป็นของออสเตรเลีย ตามมาติดๆ โดยสวีเดน นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ นั้นอยู่ในอันดับ 7 ตามหลังแคนาดาอีกที

ที่น่าสนใจคือ OECD ทำระบบจัดอันดับนี้มาให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับตัวแปรได้ตามชอบอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปลองปรับตัวแปรทั้ง 11 รูปแบบได้ทางลิงก์นี้ และอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

ที่มา - Co.Exist

Sydney Opera House ประกาศแบนไม้เซลฟี่อย่างเป็นทางการ

By: Blltz on Mon, 2015-07-06 17:13

ให้หลังการแบนไม้เซลฟี่ในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์เพียงสัปดาห์เดียว อีกหนึ่งสถานที่ชื่อดังของโลกอย่างโรงอุปกรากรซิดนีย์ (Sydney Opera House) ก็ออกมาประกาศแบนการใช้ไม้เซลฟี่อย่างเป็นทางการแล้ว

การแบนไม้เซลฟี่ของ Sydney Opera House จำกัดพื้นที่เฉพาะภายในตัวอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างที่ละครเวทีกำลังแสดงอยู่ โดย Lyndon Terracini ผู้อำนวยการของ Sydney Opera House ระบุว่าการแบนไม้เซลฟี่ครั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ไปรบกวนนักแสดง และลูกค้ารายอื่นๆ แต่ก็ยังอนุญาตให้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้ด้วยมือของตัวเอง (แน่นอนว่าไม่ใช่ระหว่างแสดง)

สำหรับภายนอก Sydney Opera House นักท่องเที่ยวสามารถใช้งานไม้เซลฟี่ตามความสะดวกโยธินครับ

ที่มา - Sydney Morning Herald

McDonald's ญี่ปุ่นประกาศมันฝรั่งแช่แข็งใกล้หมดสต๊อก จะขายเฉพาะขนาดเล็กเท่านั้น

By: Blltz on Tue, 2014-12-16 16:48

ดูเหมือนความขัดแย้งยืดระหว่างแรงงาน และท่าเรือใหญ่ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ นอกจากจะสร้างปัญหาภายในประเทศแล้ว ยังส่งผลกระทบกับธุรกิจนอกประเทศด้วย โดยเป็น McDonald's สาขาประเทศญี่ปุ่นที่โดนผลกระทบจากเรื่องนี้ไปแล้ว

จากประกาศเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ระบุว่า McDonald's สาขาญี่ปุ่นกว่า 3,000 แห่ง จะเริ่มขายเฟรนช์ฟรายเฉพาะขนาดเล็กเท่านั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากการขัดแย้งของท่าเรือส่งผลให้การส่งสินค้าล่าช้า และญี่ปุ่นเองก็นับเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเข้ามันฝรั่งแช่แข็งจากสหรัฐฯ มากที่สุด

แต่เนื่องจากเทศกาลวันหยุดใกล้จะมาถึงแล้ว การขาดสินค้าขายดีอย่างเฟรนช์ฟรายไปคงเป็นปัญหาใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทาง McDonald's ญี่ปุ่นได้จัดการนำเข้ามันฝรั่งแชาแข็งกว่า 1,000 ตันมาทางเครื่องบินแล้ว หลังจากทราบว่าต้องรอถึงเดือนมกราคมกว่าจะได้สินค้าจากทางท่าเรือสหรัฐฯ

ไม่รู้ว่า McDonald's สาขาประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้บ้างหรือไม่ครับ

ที่มา - The Guardian

SIC เปิดตัว C-KiDs Express นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ อ่านตอนใหม่พร้อมญี่ปุ่น

By: Blltz on Mon, 2014-12-08 16:36

เพิ่งประกาศไม่นานว่า Siam Inter Comics (SIC) ผู้จัดจำหน่ายหนังสือการ์ตูนรายใหญ่ของไทย จะปรับรูปแบบการลงการ์ตูนตอนใหม่ในนิตยสาร C-KiDs รายสัปดาห์ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น C-KiDs Express ในฉบับ 01/2015 ตอนนี้ทาง SIC ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

ใน C-KiDs Express จะปรับการลงตอนใหม่ของการ์ตูนในเล่ม ให้ทันกับนิตยสารต้นฉบับ Weekly Shonen Jump ของญี่ปุ่นในราคาเดิม 45 บาท โดยตอนที่ข้ามมาจะเรื่องย่อให้อ่านในเล่มใหม่ ส่วนใครที่อยากติดตามแบบตอนปกติสามารถอ่านได้จากรวมเล่มที่จะทยอยออกตามมา โดยเรื่องที่จะลงตอนใหม่ทันญี่ปุ่นมีอยู่ 5 เรื่องจาก 7 เรื่อง (ไม่รวมของนักเขียนไทย) พร้อมกันนี้ปกของ C-KiDs Express จะใช้ปกเดียวกันกับของ Weekly Shonen Jump อีกด้วย

กลยุทธ์ใหม่ของ SIC น่าจะทำมาเพื่้อปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้อ่านในยุคใหม่ที่ต้องการความเร็วมากกว่าเดิม จนมีผู้อ่านจำนวนมากไปติดตามกลุ่มแปลเถื่อน (scanlation) เพราะเร็วกว่า และฟรีนั่นเอง

ที่มา - SIC Fanpage

Tesco อังกฤษเปิดแคมเปญให้ลูกค้าซื้อแผ่นหนังจริง ได้ดูออนไลน์ด้วย

By: Blltz on Wed, 2014-10-15 11:47

ระบบการซื้อภาพยนตร์ผ่านออนไลน์นั้นมีมาได้พักใหญ่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงซื้อแบบแผ่นมาดูกันที่บ้านอยู่ดี ฝั่งห้างขายปลีกอย่าง Tesco เองคงอยากให้บริการดิจิทัลของเป็นที่รู้จักมากขึ้น เลยจัดการเปิดแคมเปญให้ลูกค้าที่ซื้อภาพยนตร์แบบแผ่นไป จะได้แบบดิจิทัลด้วย

อย่างไรก็ตาม บริการนี้มีข้อกำหนดอยู่เล็กน้อยคือต้องซื้อหนังเรื่องที่รองรับเทคโนโลยี UltraViolet จากนั้นลูกค้าสามารถนำโค้ดในแผ่นไปใส่ในแอพ Blinkbox UltraViolet ของ Tesco เพื่อสตรีมหนังเรื่องดังกล่าวมาดูแบบออนไลน์ได้เช่นกัน และยังสามารถแชร์ไปให้คนในครอบครัวได้อีกสูงสุด 5 คนอีกด้วย

ทีนี้ใครที่ชอบซื้อแผ่นมาสะสม ก็ไม่ต้องซื้อหลายแผ่นอีกต่อไปแล้ว :) (แต่อย่าลืมว่ายังใช้ได้แค่ในอังกฤษนะ)

ที่มา - BlinkBox UltraViolet

Tesla Motors เปิดตัว Tesla S D Series ซุปเปอร์คาร์มอเตอร์คู่ พร้อมระบบ Autopilot

By: Blltz on Mon, 2014-10-13 18:43

Tesla Motors ผู้ผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่เซอร์ไพรส์เล็กน้อย เนื่องจากไม่ได้เป็น Model E รุ่นราคาถูกลงที่ถูกยกเลิกการจดทะเบียนไป กลายเป็น Model D ซุปเปอร์คาร์รุ่นแรกของบริษัทที่อัพเกรดจาก Model S อีกที

Tesla S D Series (รหัส P85D) เป็นรถซีดานที่มาพร้อมกับมอเตอร์สองตัว ขับเคลื่อนได้ทุกล้อ ทำความเร็วจาก 0 ไป 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.2 วินาที แน่นอนว่าเร็วที่สุดในซีรีส์รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla แล้ว ความเร็วสูงสุดนั้นอยู่ที่ 155 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ส่วนภายนอกนั้นเหมือนกับ Model S ทุกประการ

ความแตกต่างจาก Model S ปกติคือ เจ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับระบบช่วยขับอัตโนมัติ (Autopilot) ตามแบบฉบับของรถหรู โดยมาพร้อมกับฟังก์ชันเพื่อความปลอดภัยเช่น ปรับความเร็วตามป้ายเตือนความเร็ว หยุดรถฉุกเฉินเมื่อเสี่ยงรถชน เปลี่ยนเลนให้อัตโนมัติตามเส้นทางที่จะไป หรือแม้แต่จอดรถให้อัตโนมัติ โดยฟังก์ชันทั้งหลายปวงมาจากการเพิ่มของใหม่เข้าไปอย่างเรดาร์สำหรับใช้ในหมอก และหิมะ กล้องที่สามารถจดจำสัญลักษณ์จราจร รวมถึงไฟได้ ระบบโซนาร์ 360 องศา และระบบกลางสำหรับประมวลผลข้อมูลทั้งจากแผนที่นำทาง จีพีเอส รวมถึงข้อมูลสภาพจราจร ซึ่งมองภาพรวมแล้วยังไม่ถึงกับให้รถขับได้ด้วยตัวเอง ตามที่ Elon Musk ซีอีโอ Tesla Motors เคยบอกว่าระบบไร้คนขับยังไม่พร้อมที่จะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

อยากได้ต้องทำเอง! Uniqlo ให้ลูกค้าแต่งลายเสื้อยืดกันเองด้วยแอพบนสมาร์ทโฟน

By: Blltz on Fri, 2014-05-23 17:00

ขึ้นชื่อเรื่องทำแคมเปญการตลาดแนวสร้างสรรค์อยู่แล้วสำหรับ Uniqlo ผู้ผลิตเครื่องสวมใส่สัญชาติญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดแคมเปญใหม่เอี่ยม UTme! ให้ลูกค้าสามารถออกแบบลายเสื้อได้ด้วยตัวเองผ่านแอพบนสมาร์ทโฟน หรือจะทำผ่านหน้าเว็บไซต์ก็ยังได้!

สำหรับคนอยากลองของใหม่ สามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการดาวน์โหลดแอพ UTme! จากแอพสโตร์ของตัวเองกันก่อน หรือเข้าไปที่เว็บไซต์หลักของ UTme! ก็ได้ ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการแต่งเสื้อ ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งแบบเพ้นท์สี ใส่ตัวอักษร หรือแม้แต่ใส่รูปลงไป ใส่เอฟเฟกให้เรียบร้อย ท้ายที่สุดแล้วสามารถนำทั้งสามอย่างนี้มามิกซ์แอนด์แมชต์กันได้อีกที

เมื่อเสร็จสิ้นการออกแบบลายเรียบร้อยแล้วจึงสามารถนำลายดังกล่าวไปใส่ยังเสื้อยืดได้ (เข้าใจว่าตอนนี้มีเฉพาะสีขาวเท่านั้น) ค่าใช้จ่ายรวมค่าเสื้อยืดจะอยู่ที่ 1,990 เยน หรือประมาณ 600 บาท ใครที่อยากได้ไอเดียลายแปลก สามารถไปดูได้จากเว็บไซต์หลักของแคมเปญ UTme! ครับ (ผมชอบลายนี้มากๆ)

ที่มา - Mashable

เซ็นทรัลยอมถอยตลาดจีน หันมาโฟกัสในไทย และอาเซียนมากขึ้น

By: Blltz on Tue, 2014-05-20 15:18

ถ้าจำกันได้ เมื่อ 3-4 ปีก่อน กลุ่มเซ็นทรัลเคยปูแผนบุกตลาดค้าปลีกในประเทศจีนด้วยการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าภายใต้แบรนด์ เซน และเซ็นทรัล (ชื่อจีน ช่างไท่) ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะไปไม่ถึงดวงดาว หลังจากเพิ่งประกาศปิดห้างสรรพสินค้าในจีน เพื่อไปโฟกัสในตลาดอาเซียนมากขึ้น

โดยห้างฯในจีนที่จะปิดตัวลงได้แก่เซ็นทรัลทั้งสามสาขาในเมืองใหญ่อย่าง หางโจว เสิ่นหยาง และเฉิงตู ซึ่งผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลให้เหตุผลว่าประเทศจีนมีการแข่งขันรุนแรง และการทำตลาดได้ยาก จึงประกาศปิดห้างเซ็นทรัลทั้งสามแห่งลง หลังจากก่อนหน้านี้เคยปิดตัวห้างเซน ที่เสิ่นหยางไปก่อนหน้า เพราะได้ตำแหน่งของห้างฯที่ไม่ดีนัก เป็นย่านการค้าใหม่ ทำให้มีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยไม่มากพอ

แผนต่อไปของกลุ่มเซ็นทรัลฝั่งค้าปลีกคือการดึงตัวผู้บริหารในแผนบุกจีน กลับมาเสริมทัพในไทยเพื่อไปบุกตลาดอื่นต่อ เช่นห้างโรบินส์ ในเครือของโรบินสันสองสาขาสำหรับบุกเวียดนาม ห้างแกรนด์ใจกลางกรุงจาการ์ตา และร่วมทุนกับกลุ่มทุนท้องถิ่นในมาเลเซียเพื่อสร้าง เซ็นทรัลพลาซา ไอ-ซิตี้ รวมถึงแผนในประเทศแถบภูมิภาคยุโรป และในไทยเองก็เพิ่มงบลงทุนอีกเท่าตัวเป็น 40,000 ล้านภายในปีนี้อีกด้วย

ที่มา - ประชาชาติธุรกิจ

Go Green! เทศบาลเมืองฮัมบูร์กประกาศแผนลดการใช้รถยนต์ภายใน 20 ปี

By: Blltz on Thu, 2014-04-24 16:45

ฮัมบูร์ก เมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเยอรมนีซึ่งอุดมไปด้วยพื้นที่สีเขียวในเมืองประมาณ 40% ของพื้นที่ทั้งหมด ประกาศแผนต่อไป "Green Network" ที่จะยกระดับความนิยมแนวคิดอนุรักษ์ธรรมชาติไปอีกขั้น

ตามแผน Green Network ที่เพิ่งประกาศมา เมืองฮัมบูร์กจะขจัดความต้องการใช้ยานพาหนะส่วนตัวจำพวกรถยนต์ให้หมดจากเมืองภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาขนส่งมวลชนให้สะดวก และทันสมัยมากขึ้นมาทดแทน ถึงแม้ว่าในตอนนี้ฮัมบูร์กเองจะเป็นเมืองที่มีการให้บริการขนส่งมวลชนที่ยอดเยี่ยมแล้วก็ตาม

แนวทางการขยายพื้นที่สีเขียวของเมือง เทศบาลฮัมบูร์กจะเริ่มจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่บริเวณทิศเหนือ และใต้ ขยับเข้าสู่ใจกลางเมืองส่วนที่พักอาศัยของประชาชน โดยคาดว่าระยะเวลาที่ใช้จะอยู่ราว 15-20 ปี หลังจากนั้นผู้คนจะสามารถเดินทางไปทั่วเมืองได้ผ่านจักรยาน หรือแม้แต่เดินเท้าก็สะดวกไม่แพ้กัน

แผนการณ์นี้จะช่วยให้ฮัมบูร์กเพิ่มพื้นที่ดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น และยังป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดในอนาคต หลังจากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นสูงประมาณ 20 เซนติเมตรในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา

ถ้าแผนการณ์นี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ฮัมบูร์กจะลดความต้องการใช้รถยนต์ส่วนตัวเหลือเพียงใช้เดินทางระหว่างเมืองเท่านั้นครับ

ที่มา - InHabitat

Pantry บริการขายสินค้าในครัวเรือนจาก Amazon, เตรียมเปิดตัวปีหน้า

By: Blltz on Tue, 2013-12-17 18:16

Amazon ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขยายธุรกิจค้าปลีกของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่า Amazon มีแผนจะขยายไปขายเครื่องใช้ในครัวเรือนด้วยบริการใหม่ที่ชื่อว่า "Pantry" ภายในปีหน้า

Pantry จะเป็นแผนกของ Amazon ที่วางขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือนมากกว่า 2,000 ชนิด อย่างเช่น อุปกรณ์ขัดล้าง อาหารกระป๋อง ของแห้ง อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่งต้นทางคาดว่า Amazon จะแก้ไขค่าส่งที่ค่อนข้างแพงของสินค้าประเภทนี้ (เพราะจำนวนค่อนข้างเยอะ) เพื่อไปแข่งขันกับคู่แข่งที่มีโกดังเก็บของประจำเมืองได้ ซึ่งอาจเป็นการกำหนดขนาดของสิ่งของ และแพคลงไปในกล่องที่ล็อกขนาดไว้แล้วก็เป็นได้

ถ้าหากแผนนี้ของ Amazon เป็นจริง จะเป็นการแข่งขันโดยตรงกับ Costco และ Sam's Club ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขายสินค้าปริมาณมากๆ ในราคาถูกนั่นเอง ส่วนเหตุผลที่ Amazon เลือกขยายธุรกิจมาทางนี้ น่าจะมาจากฐานผู้ซื้อของ Amazon ที่มีแนวโน้มว่าจะซื้อสินค้าประเภทนี้นั่นเอง

ที่มา - USA Today

แฝดน้อง Winklevoss บอกมูลค่า Bitcoin จะทะลุ 40,000 เหรียญ, ยังไม่สนใจค่าเงินทางเลือกอื่น

By: Blltz on Tue, 2013-12-17 18:03
Tags: 

ในช่วงที่กระแสของ Bitcoin กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกทั้งในแง่บวกจากมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแง่ลบจากการที่ประเทศจีนแบนไม่ให้สถาบันทางการเงินแลกเปลี่ยน Bitcoin รวมถึงคำเตือนจากบรรดาประเทศในแถบยุโรป Cameron Winklevoss หนึ่งในคู่แฝด Winklevoss ที่เคยมีข่าวว่าถือ Bitcoin มากกว่า 11 ล้าน BTC รวมถึงความพยายามในการจัดตั้ง Winklevoss Bitcoin Trust ซึ่งเป็นกองทุน Bitcoin โดยเฉพาะ ได้โพสต์ใน Reddit เกี่ยวกับทิศทางของ Bitcoin ในทัศนของเขาไว้หลายเรื่อง (แต่ไม่มีเรื่องกองทุนเพราะขัดข้อบังคับ)

เรื่องแรกคือมูลค่าของ Bitcoin นั้น Winklevoss เชื่อว่าราคาของ Bitcoin ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะสามารถสูงกว่า 40,000 เหรียญได้ ส่วนผลกระทบจากการปิดตัวของตลาดค้าของเถื่อนออนไลน์อย่าง Silk Road นั้น เขาบอกว่าผู้คนใส่ใจกับเรื่องนี้มากเกินไป และเชื่อว่าเงินที่หมุนเวียนใน Silk Road นั้นนั้นมีปริมาณเล็กน้อยมาก (ระบุตัวเลขว่า 4% จากยอดเงินที่เคลื่อนไหวทั้งหมด)

ในโอกาสที่ค่าเงินทางเลือกแบบ Bitcoin นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นในตอนนี้จากการเติบโตของ Bitcoin นั้น Winklevoss บอกว่ายังไม่สนใจในค่าเงินทางเลือกตัวอื่น เพราะยังไม่เห็นว่าตัว Bitcoin นั้นมีปัญหาอะไร

ที่มา - CoinDesk

Pages

Subscribe to RSS - Blltz's blog