Coca-Cola ประกาศปลดพนักงาน 2,000 อัตรา และตัดค่าใช้จ่าย หลังยอดขายน้ำอัดลมโตน้อยลง

By: arjin on Wed, 2014-12-24 13:32
Tags: 

บริษัท Coca-Cola สำนักงานใหญ่เตรียมประกาศปลดพนักงานออกจำนวน 2,000 อัตรา โดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมปีหน้า ตามแผนการรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายของบริษัทให้ได้มากถึง 3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2019

ในรายละเอียดการตัดค่าใช้จ่ายนั้นมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ การห้ามผู้บริหารระดับสูงใช้รถลิมูซีนแต่ให้เรียกแท็กซี่แทน หรือการยกเลิกระบบ Voice Mail ตลอดจนรื้อระบบการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด

Coca-Cola ยังมีรายได้จากเครื่องดื่มอัดแก๊ซ คิดเป็น 70% ของรายได้รวม ขณะที่ภาพรวมตลาดสินค้าน้ำอัดลมอยู่ในช่วงถดถอย เนื่องจากผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมารายได้ส่วนนี้เติบโตเพียง 1%

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดค่าใช้จ่ายของ Coca-Cola ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูเพราะบริษัทมีโครงสร้างการบริหารที่ซับซ้อน และเชื่อว่าไม่ง่ายนักที่จะลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ปัจจุบัน Coca-Cola มีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานสูงถึง 38% ของยอดขาย ขณะที่เมื่อเทียบกับบริษัทผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่น อย่าง Nestle' อยู่ที่ 32% และ P&G 31%

ที่มา: WSJ

ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางมาญี่ปุ่นทำสถิติใหม่ 13 ล้านคนในปีนี้

By: arjin on Tue, 2014-12-23 13:52

กระทรวงคมนาคมและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นประกาศว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวประจำปี 2014 นี้ได้ทะลุ 13 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติใหม่อีกครั้ง จากปีก่อนหน้าทำสถิติใหม่ที่ 10 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นมาถึง 30% ในปีเดียว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามายังญี่ปุ่นแบบก้าวกระโดด ก็เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมากในปีที่ผ่านมา ตลอดจนการยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดย 3 ประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักของญี่ปุ่นคือ เกาหลีใต้, ไต้หวัน และจีน ตามลำดับ

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีให้ได้เป็น 20 ล้านคนภายในปี 2020 ซึ่งปีนั้นญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก รวมทั้งมีแผนเพิ่ม Wi-Fi ฟรีทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่มา: Japan Times

TUF เข้าซื้อกิจการคู่แข่งทูน่ากระป๋อง "บัมเบิลบี" ด้วยวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท

By: arjin on Fri, 2014-12-19 16:06

บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF (SET:TUF) ประกาศดีลยักษ์ใหญ่ส่งท้ายปี 2557 โดยเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Bumble Bee Holdco มูลค่ารวม 1,510 ล้านดอลลาร์ หรือราว 49,801 ล้านบาท และใช้แหล่งเงินทุนเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น Bridge Loan จากธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงเทพ

ปัจจุบัน TUF เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายปลาทูน่ากระป๋องรวมอันดับ 1 ของโลก แต่ในตลาดสหรัฐอเมริกานั้น TUF ซึ่งผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ Chicken of the Sea ยังมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งหากการซื้อกิจการ Bumble Bee ที่เป็นอันดับ 2 สำเร็จ จะทำให้ TUF มีส่วนแบ่งในอเมริกาเป็นเบอร์ 1 ที่ปัจจุบันเป็นของ Starkist

คุณธีรพงศ์ จันศิริ ซีอีโอ TUF กล่าวว่าดีลนี้เป็นการซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท และจะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับ TUF ซึ่งบริษัทกำหนดเป้าหมายมียอดขายระดับ 5 พันล้านดอลลาร์ในปีหน้า และสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ใน 6 ปีข้างหน้า โดยดีลนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งหลังของปี 2015 เนื่องจากต้องผ่านการอนุมัติประเด็นการผูกขาดทางการค้าจากหน่วยงานในอเมริกาก่อน

ทั้งนี้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bumble Bee ถูกซื้อกิจการโดยบริษัทไทย ย้อนกลับไปในปี 2532 บริษัท ยูนิคอร์ด ของดำริห์ ก่อนันทเกียรติ ก็ได้ซื้อกิจการ Bumble Bee ที่มูลค่า 269 ล้านดอลลาร์ (6,700 ล้านบาทในขณะนั้น) แต่ธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปลิดชีพตนเองของซีอีโอซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในตอนนั้น เวลาต่อมายูนิคอร์ดจึงขาย Bumble Bee ให้กองทุนในอเมริกาเพื่อลดภาระหนี้สิน

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ, Reuters, บทวิเคราะห์ของโนมูระพัฒนสิน และบทความยูนิคอร์ดของวิรัตน์ แสงทองคำ

สปริงนิวส์เข้าซื้อหุ้นแกรมมี่และเนชั่น พร้อมทำข้อตกลงกับทีนิวส์ หวังต่อยอดสื่อ

By: arjin on Fri, 2014-12-19 10:34

สถานการณ์การแข่งขันของบรรดาทีวีดิจิตอลเริ่มมีพัฒนาการอีกขั้น เมื่อล่าสุด บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SET:SLC) เจ้าของช่องทีวีดิจิตอลสปริงนิวส์ ประกาศแผนการลงทุนของบริษัท มีรายการที่สำคัญดังนี้

  • ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (SET:GRAMMY) 135 ล้านบาท คิดเป็น 1.22% ของหุ้นทั้งหมด โดยเป็นการลงทุนระยะสั้น
  • ซื้อหุ้นสามัญและใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์)ของ บ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (SET:NMG) 1,042.32 ล้านบาท คิดเป็น 12.27% ของหุ้นทั้งหมด โดยเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ
  • ทำบันทึกความเข้าใจใจการร่วมลงทุน (MOU) ร่วมกับนายสนธิญาน ชื่นฤทัยในธรรม เจ้าของสถานีโทรทัศน์ทางดาวเทียม ทีนิวส์

นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ซีอีโอ SLC เปิดเผยว่าการซื้อหุ้นของเนชั่นฯ นั้นจะไม่มีการเข้าไปปรับโครงสร้างใดๆ ส่วนความร่วมมือนั้นในอนาคตจะคุยกันในภายหลัง ขณะที่การซื้อหุ้นแกรมมี่นั้นอาจพิจารณาซื้อเพิ่มอีก โดยหวังว่าแกรมมี่จะมาช่วยสร้างฐานลูกค้าคนดูอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งแกรมมี่มีความเชี่ยวชาญขณะที่ช่องสปริงนิวส์ไม่มี และอาจนำรายการข่าวของสปริงนิวส์ไปฉายทางช่องแกรมมี่

ด้านนายสุทธิชัย หยุ่น ซีอีโอ บ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เปิดเผยว่ายินดีต้อนรับการเข้ามาของ SLC และมั่นใจว่าจะไม่กระทบการเปลี่ยนแปลงการบริหารในองค์กร

บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ มีธุรกิจเดิมคือวางระบบไอที แต่ต่อมาบริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจสื่อโดยผลิตช่องข่าวสปริงนิวส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นรายได้หลัก 60% ของบริษัท

ที่มา: eFinanceThai

เปิดราคาจัดจ้าง MV และเพลง "ค่านิยม 12 ประการ" 3.5 ล้านบาท แกรมมี่ได้งาน

By: mk on Thu, 2014-12-18 12:35

จากข่าว สติกเกอร์ LINE "ค่านิยม 12 ประการ" ตั้งราคากลางกว่า 7 ล้านบาท และ ราคากลางหนังสั้นค่านิยม 12 ประการ 25 ล้านบาท สื่ออีกประเภทหนึ่งที่เกี่ยวกับนโยบาย "ค่านิยม 12 ประการ" คือบทเพลงพร้อม MV เพื่อเผยแพร่ในวงกว้าง โดยงานนี้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกคือ GMM Grammy

โครงการนี้ดำเนินการภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557 โดยใช้ชื่อโครงการว่า จ้างจัดทำบทเพลงปลูกฝังค่านิยม ๑๒ ประการ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๕๕๗ มูลค่าโครงการ 3.5 ล้านบาท กำหนดส่งงานภายใน 60 วัน มีเนื้องาน 3 อย่าง ได้แก่

  1. จัดทำเนื้อร้องเพลงค่านิยม 12 ประการ พร้อมเรียบเรียง ประสานเสียง บันทึกเสียง ความยาวไม่น้อยกว่า 3 นาที
  2. บันทึกเสียงโดยใช้ศิลปิน-นักร้องที่มีชื่อเสียงไม่น้อยกว่า 6 คน
  3. ผลิตสื่อวิดีทัศน์ (Music Video) ประกอบเพลง 1 เรื่อง ยาวไม่น้อยกว่า 3 นาที โดยใช้ศิลปิน-นักร้องที่มีชื่อเสียงไม่น้อยกว่า 6 คน

ที่มา - เว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม

ถ้าสติกเกอร์ 7 ล้านแล้วทำหนังสั้นจะราคาเท่าไหร่? เปิดราคากลางหนังสั้นค่านิยม 12 ประการ 25 ล้านบาท

By: lew on Wed, 2014-12-17 11:06

จากข่าวสติกเกอร์ LINE "ค่านิยม 12 ประการ" ตั้งราคากลางกว่า 7 ล้านบาท คำถามที่หลายๆ คนสงสัยคือแล้วงบประมาณในส่วนอื่นๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ค่านิยม 12 ประการนี้เป็นเงินอีกเท่าไหร่ เอกสารนี้เป็นเอกสารเปิดเผย ทาง Meconomics จึงนำมาเทียบกันครับ

ภาพยนตร์ทั้ง 12 เรื่องกำหนดราคากลางไปเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา จากงบประมาณ 25 ล้าน ราคากลางกำหนดไว้ 24,979,300.87 บาท

เช่นเดียวกับงบประมาณของสติกเกอร์ LINE ราคาในเอกสารนี้เป็นราคากลางและผมยังค้นเอกสารราคาที่ใช้จัดซื้อจัดจ้างจริงไม่พบ

พนักงานอเมซอนในเยอรมันประท้วงหยุดงาน

By: lew on Wed, 2014-12-17 08:22

พนักงานในโกดังของอเมซอน 6 แห่งทั่วเยอรมันนัดประท้วงหยุดงานสามวัน เริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ห้าโมงเย็นโดยจะกลับมาทำงานหลังกะดึกวันพรุ่งนี้

ตัวแทนสหภาพแรงงาน Stefanie Nutzenberger ระบุว่าอเมซอนพยายามไม่ให้มีการทำข้อตกลงกับสหภาพ

ความขัดแย้งเนื่องจากแรงงานในโกดังของอเมซอนนั้นได้รับค่าจ้างพอๆ กับอุตสาหกรรมลอจิสติก แม้ตัวอเมซอนจะอยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ปกติแล้วจะจ่ายค่าแรงสูงกว่า โดยทางอเมซอนยืนยันว่าค่าแรงของแรงงานในโกดังทั้ง 6 แห่งนั้นเท่ากับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมลิจิสติกอื่นๆ

อเมซอนมักแยกบริษัทที่ดำเนินการโกดังออกจากบริษัทหลักโดยยืนยันว่าบริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่ส่งสินค้าเท่านั้น ก่อนหน้านี้การแยกแบบนี้เป็นประโยชน์ด้านภาษีที่แม้โกดังจะอยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วโลกแต่โกดังเหล่านี้มักมีรายได้และกำไรไม่มากนักและตัวบริษัทที่รับรู้รายได้จากการค้าปลีกจะตั้งอยู่ในที่ที่ได้เปรียบทางภาษี

ทางอเมซอนระบุว่ายังสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามกำหนดเดิม โดยลูกค้าที่ต้องการให้ส่งสินค้าในวันคริสต์มาสจะต้องสั่งสินค้าภายในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ หรือ 23 ธันวาคมนี้หากสั่งแบบส่งด่วน

ที่มา - The Register

McDonald's ญี่ปุ่นประกาศมันฝรั่งแช่แข็งใกล้หมดสต๊อก จะขายเฉพาะขนาดเล็กเท่านั้น

By: Blltz on Tue, 2014-12-16 16:48

ดูเหมือนความขัดแย้งยืดระหว่างแรงงาน และท่าเรือใหญ่ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ นอกจากจะสร้างปัญหาภายในประเทศแล้ว ยังส่งผลกระทบกับธุรกิจนอกประเทศด้วย โดยเป็น McDonald's สาขาประเทศญี่ปุ่นที่โดนผลกระทบจากเรื่องนี้ไปแล้ว

จากประกาศเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ระบุว่า McDonald's สาขาญี่ปุ่นกว่า 3,000 แห่ง จะเริ่มขายเฟรนช์ฟรายเฉพาะขนาดเล็กเท่านั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากการขัดแย้งของท่าเรือส่งผลให้การส่งสินค้าล่าช้า และญี่ปุ่นเองก็นับเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเข้ามันฝรั่งแช่แข็งจากสหรัฐฯ มากที่สุด

แต่เนื่องจากเทศกาลวันหยุดใกล้จะมาถึงแล้ว การขาดสินค้าขายดีอย่างเฟรนช์ฟรายไปคงเป็นปัญหาใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทาง McDonald's ญี่ปุ่นได้จัดการนำเข้ามันฝรั่งแชาแข็งกว่า 1,000 ตันมาทางเครื่องบินแล้ว หลังจากทราบว่าต้องรอถึงเดือนมกราคมกว่าจะได้สินค้าจากทางท่าเรือสหรัฐฯ

ไม่รู้ว่า McDonald's สาขาประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้บ้างหรือไม่ครับ

ที่มา - The Guardian

BT เจรจาตกลงเข้าซื้อกิจการผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ EE

By: medkung on Tue, 2014-12-16 01:26

BT ผู้ให้บริการโทรศัพท์บ้านและบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตรายใหญ่ของอังกฤษ ได้เจรจาตกลงที่จะเข้าซื้อกิจการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ EE เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 12.5 พันล้านปอนด์ หลังจากมีข่าวออกมาว่าสนใจที่จะซื้อกิจการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศอังกฤษ ซึ่งบริษัทที่ตกเป็นข่าวมีทั้ง O2 ซึ่งเป็นของ Telefonica กับทาง EE ซึ่งมีเจ้าของร่วมคือ Deutsche Telekom กับ Orange

ข้อตกลงดังกล่าว ทาง BT จะจ่ายทั้งเงินสด รวมถึงหุ้นของ BT เองด้วย ซึ่งหลังจากดีลนี้เสร็จ คาดว่า Deutsche Telekom จะถือหุ้นใน BT 12% และสามารถแต่งตั้งบอร์ดผู้บริหารได้ ส่วนทาง Orange ถือหุ้น 4% และรับเงินสด

EE มีลูกค้าประมาณ 28 ล้านคน ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในอังกฤษ 33.8%

ทาง BT ได้กล่าวว่าหากซื้อกิจการของ EE ได้สำเร็จแล้วลูกค้าจะได้ประโยชน์ เพราะ BT เองมีบริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ไวไฟ เคเบิ้ลทีวีและรวมถึง 4G หลังจากการควบรวมกิจการกับ EE ด้วย

จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ผู้เล่นรายใหญ่ๆของวงการสื่อสารพยายามหารายได้จากช่องทางใหม่ๆ โดยการซื้อหรือควบรวมกิจการกันมากขึ้น เพื่อป้องกันลูกค้าย้ายไปใช้บริการผู้ให้บริการอื่นๆด้วยครับ

ที่มา - Telegraph, Bloomberg, BBC
ภาพจาก - Wikimedia

Jack Ma กลายเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในทวีปเอเชีย

By: mk on Sun, 2014-12-14 17:05

Jack Ma ผู้ก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซจีน Alibaba ทะยานขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเอเชีย หลังหุ้น Alibaba มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำให้ทรัพย์สินของเขาเพิ่มเป็น 28.6 พันล้านดอลลาร์ แซงหน้าแชมป์เก่า เศรษฐีฮ่องกง Li Ka-shing ไปเรียบร้อยแล้ว

Li Ka-shing วัย 86 ปี ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ผ่านตัวแทนของเขาในเรื่องนี้ว่า เขามีความสุขที่เห็นคนจีนรุ่นใหม่ๆ ทำผลงานได้ดี (Jack Ma อายุ 50 ปี) ปัจจุบันทรัพย์สินของ Li Ka-shing มีมูลค่าประมาณ 28.3 พันล้านดอลลาร์

ที่มา - Bloomberg

อันดับหนังสือขายดี Amazon ประจำปี 2014

By: mk on Sun, 2014-12-14 07:26

Amazon ประกาศข้อมูลหนังสือขายดีประจำปี 2014 โดยนับเฉพาะหนังสือที่ออกในปี 2014 เป็นครั้งแรก และนับยอดรวมทั้งหนังสือกระดาษและอีบุ๊ก

  • หนังสือขายดีประจำปี: The Invention of Wings โดย Sue Monk Kidd เป็นนิยายเกี่ยวกับผู้หญิงอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ตัวผู้เขียนเคยสร้างชื่อมาจากนิยายเรื่องก่อน The Secret Life of Bees
  • หนังสือเด็กและวัยรุ่น: The Heroes of Olympus Book Five: The Blood of Olympus โดย Rick Riordan นิยายเล่มที่ห้าในชุด Heroes of Olympus ซึ่งถือเป็นภาคต่อของนิยายชุด Percy Jackson ของผู้เขียนคนเดียวกัน
  • หนังสือที่คนระบุว่า "อยากได้" มากที่สุด (Most Wished for Book): All the Light We Cannot See โดย Anthony Doerr เป็นนิยายเกี่ยวกับเด็กหญิงฝรั่งเศสตาบอด ที่ต้องเอาตัวรอดในสงครามโลกครั้งที่สอง
  • หนังสือที่คนส่งเป็นของขวัญมากที่สุด: Diary of a Wimpy Kid โดย Jeff Kinney หนังสือภาพสำหรับเด็ก ในชุดออกมา 9 เล่มแล้ว

ที่มา - Amazon

อันดับเศรษฐีหุ้นไทย 2557 หมอปราเสริฐ BGH ครองแชมป์เป็นปีที่สอง

By: arjin on Fri, 2014-12-12 16:06

วารสารการเงินธนาคารร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2557 ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2557 โดยปีนี้นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ยังคงครองแชมป์ต่อเป็นปีที่สอง ซึ่งปีนี้มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองเพิ่มขึ้นจากปี 2556 กว่าสองหมื่นล้านบาท รวมเป็น 57,909.48 ล้านบาท ทั้งนี้เฉพาะหุ้นกรุงเทพดุสิตเวชการ (SET:BGH) ก็มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาทแล้ว นอกจากนี้ช่วงปลายปีหมอปราเสริฐยังมีหุ้นของบริษัท การบินกรุงเทพ หรือบางกอกแอร์ที่เพิ่งไอพีโอ มูลค่าล่าสุดกว่า 8 พันล้านบาทที่ยังไม่ได้นำมาคิดรวมอีกด้วย

สำหรับอันดับที่ 2 เป็นของนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (SET:PS) มีมูลค่า PS ที่ถือครอง 41,579.5 ล้านบาท ส่วนอันดับ 3 เป็นของคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (SET:BTS) มีมูลค่าหุ้นที่ถือครอง 39,200.03 ล้านบาท

อันดับที่น่าสนใจของปีนี้คืออันดับ 4 เป็นของนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (SET:EA) ซึ่งประกอบธุรกิจพลังงานทางเลือก ได้แก่ ไบไอดีเซลและไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยขยับจากอันดับ 10 ในปีก่อนมาอยู่อันดับที่ 4 ในปีนี้ มีมูลค่าหุ้น EA ที่ถือครอง 36,533.78 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหุ้นบมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (SET:EE) อีก 31.72 ล้านบาท

ส่วนการจัดอันดับตระกูลเศรษฐีหุ้น ปีนี้ตระกูลจิราธิวัฒน์ยังรักษาแชมป์ได้อีกเป็นปีที่สอง โดยเครือญาติในตระกูล 32 คนถือครองหุ้นรวมกันมูลค่า 69,391.88 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 2 เป็นตระกูลปราสาททองโอสถ ส่วนแชมป์เก่าหลายปีอย่างตระกูลมาลีนนท์ ปีนี้ตกไปอยู่อันดับที่ 6

ผลการจัดอันดับทั้งหมดดูได้ท้ายข่าวครับ

ปรับสถาบันการเงินในสหรัฐ ให้สัญญาออกบทวิเคราะห์ดีแลกรับงาน IPO

By: chayaninw on Fri, 2014-12-12 14:24

หน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมการเงินของสหรัฐอเมริกา (Financial Industry Regulatory Authority: FINRA) ได้ปรับเงินสถาบันการเงิน 10 แห่ง รวมกัน 43.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 พันล้านบาท) เนื่องจากสถาบันการเงินเหล่านี้ ได้ให้ฝ่ายวิเคราะห์วิจัยตราสารทุนของตัวเอง เข้าร่วมในการเสนองานเพื่อรับเป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้น (underwriter) ให้กับบริษัทของเล่น Toy "R" Us

FINRA ระบุว่า Toy "R" Us ได้ขอให้สถาบันการเงิน 10 แห่งนี้ เข้าร่วมเสนองานในการออกขายหุ้นของ Toy "R" Us โดยที่ให้ฝ่ายวิเคราะห์วิจัยตราสารทุน มานำเสนอมุมของนักวิเคราะห์ด้วย ซึ่ง Toy "R" Us ได้แสดงออกว่า มุมมองของฝ่ายวิเคราะห์เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งก็ได้มีการสื่อสารกับบริษัทว่า จะออกผลวิเคราะห์ในทางที่เป็นคุณกับ Toy "R" Us แลกกับการได้รับงานในการเสนอขายหุ้น

การสัญญาว่าจะออกบทวิเคราะห์ในทางที่เป็นประโยชน์เพื่อเสนอขายงาน ผิดข้อบังคับของ FINRA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมการเงินของสหรัฐ

สถาบันการเงินที่โดนปรับ ประกอบไปด้วย

  • Barclays Capital Inc. 5 ล้านดอลลาร์
  • Citigroup Global Markets Inc. 5 ล้านดอลลาร์
  • Credit Suisse Securities (USA), LLC 5 ล้านดอลลาร์
  • Goldman, Sachs & Co. 5 ล้านดอลลาร์
  • JP Morgan Securities LLC 5 ล้านดอลลาร์
  • Deutsche Bank Securities Inc. 4 ล้านดอลลาร์
  • Merrill Lynch, Pierce, Fenner & Smith Inc. 4 ล้านดอลลาร์
  • Morgan Stanley & Co., LLC 4 ล้านดอลลาร์
  • Wells Fargo Securities, LLC 4 ล้านดอลลาร์
  • Needham & Company LLC 2.5 ล้านดอลลาร์

ที่มา - BBC News, FINRA

ก.ล.ต. เดินหน้าออกมาตรการ Trading Alert ป้องกันหุ้นปั่น เริ่มใช้ต้นปี 58

By: mk on Fri, 2014-12-12 12:38

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่าบอร์ด ก.ล.ต. อนุมัติมาตรการป้องกันหุ้นเก็งกำไรสูง โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป หุ้นที่มีราคาเปลี่ยนแปลงจนผิดปกติจะถูกประกาศเป็น Trading Alert จะต้องเข้าระบบการซื้อขายแบบเงินสด (cash balance) เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ถ้าผิดปกติครั้งที่สองจะโดนอีกครั้งเป็นเวลา 3 สัปดาห์ และถ้าหากผิดปกติครั้งที่สาม หุ้นตัวนั้นจะไม่สามารถซื้อขายด้วยการหักลบกลบหนี้ระหว่างค่าซื้อ/ขายหุ้นในวันเดียวกัน (Net Settlement) ได้อีก

เลขาธิการ ก.ล.ต. เชื่อว่ามาตรการนี้เป็นมาตรการที่เหมาะสม ตรงไปตรงมา เพราะไม่ใช่การเหวี่ยงแห แต่เป็นการควบคุมเฉพาะหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูงเท่านั้น ขณะเดียวกัน มาตรการนี้ จะยังคงอยู่เอาไว้โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา แม้ในขณะนั้นจะไม่มีหุ้นเก็งกำไรหรือเข้าข่ายการซื้อขายสูงผิดปกติก็ตาม

ที่มา - Money Channel, ไทยรัฐ

ห้องสมุดนอร์เวย์พบการ์ตูนดิสนีย์ที่หายไป

By: lew on Fri, 2014-12-12 09:42

ห้องสมุดนอร์เวย์ประกาศการต้นพบฟิล์มการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง Empty Socks ในอาคารหนึ่งของห้องสมุดแห่งชาตินอร์เวย์ที่ Mo i Rana เป็นการ์ตูนคริสต์มาสเรื่องแรกของดิสนีย์ มีตัวนำคือ Oswald, the Lucky Rabbit ตัวการ์ตูนต่อจากมิกกี้เม้าส์

การ์ตูนเรื่องนี้สร้างไว้ตั้งแต่ปี 1927 และก่อนหน้านี้เคยเป็นการ์ตูนเรื่องที่หายไป โดยฟิล์มก่อนหน้านี้ที่สมบูรณ์ที่สุดมีความยาวเพียง 25 วินาทีจากทั้งเรื่อง 5 นาที 30 วินาที แต่ฟิล์มที่พบใหม่ที่นอร์เวย์ขาดเพียงช่วงกลางไปเพียง 30 วินาทีเท่านั้น

ทางห้องสมุดนอร์เวย์ได้สแกนฟิล์มชุดนี้และส่งสำเนาให้ทางดิสนีย์แล้ว โดยระหว่างนี้ทางห้องสมุดจะสแกนเอกสารจำนวนมากในห้องสมุดเพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้

ที่มา - Japan Times

Pages

Subscribe to MEconomics RSS